Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Kaoru's mission : The Destiny
#1
Posted 16 January 2011 - 10:56 PM
สวัสดีครับทุกคน ผมนายร็อคคุงครับ ซึ่งตอนนี้ก็เผลี่ยนชื่อไปเป็นคาโอรุเป็นที่เรียบร้องย ฮ่าๆๆๆ
ฟิคนี้ เป็นภาคสองของ คาโอรุ มิชชั่น ซึ่งต่อจากภาคแรก ถ้าใครยังไม่ได้อ่านภาคแรก สามารถไปหาอ่านได้นะครับที่นี่
ภาคแรก the last 7 days of negi's life >> http://www.negima.in...-of-negis-life/
ส่วนภาค 2 ที่จะมานี้ ก็ต้องรอการรับสมัครตัวละครครับ แต่ผมจำเป็นต้องเปิดหัวฟิคนี้ก่อนกำหนด เนื่องจากผมเองก็มีภารกิจที่ต้องเรียนในมหาลัย เลยไม่มีเวลา
ตอนแรกที่เอามานี้ ยังไม่นับว่้าเป็นของภาค 2 นะครับ เพราะเป็นตอนพิเศษจากภาคแรกที่เลื่อนเอามาลงในภาคนี้แทน แต่ตัวละคร ยังคงเป็นของภาคแรกอยู่เช่นเดิม
ภาคพิเศษที่เขียนคั่นระหว่างตอนนี้ ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง ผมจะเขียนเป็น Chapter ปกติ ไม่มี special ครับ
ซึ่งตอนพิเศษนี้ เป็นตอนพิเศษ เนื่องในวันเกิดของเซ็ตสึนะครับ เลยรีบเขียนรีบลงซะเลย อย่าพึ่งนึกว่าผมเอาตอนเดิมมาลงนะครับ ตอนพิเศษ ผมจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องทั้งหมด ไม่ให้ซ้ำกับครั้งที่ผ่านมา เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเชิญชมตอนพิเศษได้ครับ
และอย่าลืมมาสมัครตัวละครกันนะครับ ยิ่งได้ครบ ยิ่งมีเวลาที่จะต่อฟิคเร็วขึ้นนะครับ
Kaoru’s missions ตอนพิเศษเนื่องในโอกาสวันเกิดเซ็ตสึนะ ( ตัวละครจากภาคแรก )
Special Chapter: การทำเค้กที่แสนอันตรายของนายคาโอรุ
เช้าวันที่ 17 มกราคม ณ ห้องครัว
วันนี้เป็นอีกวันที่เม่นฟ้า กำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำของกินที่สำคัญอยู่ และดูเหมือนจะตั้งใจเป็นพิเศษซะด้วย สายตาพลางมองซ้ายแลขวาเหมือนมีพิรุธ
' ปีที่แล้วก็เล่นเอาแขนขวารักษาไปเป็นเดือน คราวนี้จะไม่มีแบบนั้นอีก '
แต่แล้วความคิดเหล่านั้นก็ถูกหยุดลง พร้อมๆกับการทำของกินชิ้นนั้น เมื่อ.... น้องชายจอมจุ้นของเขากำลังชะเง้อมอง มาทักเขาจากข้างหลัง ด้วยวาจาที่แมนสุดๆ
" ยาราไนก้า!? "
"ว้ากกกก! อาเบะ มาแล้ว!!~~ ตรูโดนแน่ๆ ตรูโดนแน่ๆ~"
"ว้อย!! ผมเองพี่! มาซาโตะไง "
คาโอรุที่โดนน้องชายเล่นไม่เป็นเรื่อง ก็หันมาด่าสิครับ
" ไอ้น้องบ้า! นี่ใจคอนายนี่ จะมาเผด็จศึก เป็นชายเหนือชายเลยรึไง? "
" โถ~ พี่ ผมแค่เล่นๆเอง "
" เล่นกะผีสิ! เล่นอะไรไม่เล่น มาเล่นแทงข้างหลังอีก ยึ้ย! แค่พูดคำนั้น ตรูก็สยองไปถึงหลังแล้วว้อย! "
คาโอรุ ยังคงสับด่าไม่เลิก มาซาโตะดูท่าว่าจะโดนเทศน์ไปอีกยาว
ตัดกลับไปที่ชมรมเคนโด้ก่อนดีกว่า
เซ็ตสึนะกำลังฝึกดาบแต่เช้าอยู่กับรันกะ สาวน้อยผมแดงลูกพี่ลูกน้องของโคทาโร่คุง(ซึ่งอยากจะหาบทให้ แต่มันหาไม่ได้) ทั้งคู่ผลัดกันรุก-รับ จนกระทั่งรันกะเสียจังหวะไปเล็กน้อย ชินเมริวสาวจึงฟาดดาบไม้เข้าไปเต็มๆ
เฮดการ์ด เมื่อจบการประลองแล้ว ทั้งคู่จึงทำความเคารพ แล้วก็ถอดเฮดการ์ดออก สักพักรันกะก็บ่นออกมาด้วยความท้อเล็กๆ
"แงๆ เค้าแพ้รุ่นพี่อีกแล้วอ้ะ~"
"แต่ก็พัฒนาได้ไปดีขึ้นนี่นา ถึงจะไม่ได้แบบก้าวกระโดดก็เถอะนะ"
เซ็ตสึนะลูบหัวรันกะเบาๆ ปลอบใจรุ่นน้องของตัวเอง สักพักก็มีคนเปิดประตูออกมา เป็นหนุ่มผมสีดำที่แต่งตัวดูไม่ต่างอะไรไปจากเด็กเลยแม้แต่น้อย สีนอกสีดำที่ตัดกับเสื้อกล้ามสีขาว และเข้ากับกางเกงขายาวสีดำนั้นดูเข้า
กันเป็นที่สุด
" รันกะ... นั่น.. ใช่รันกะใช่มั้ย? "
หนุ่มคนนั้นได้ถามสาวผมสีแดงด้วยความตกใจเล็กๆ นัยน์ตาสีแดงของเธอหันไปเห็นเจ้าของเสียงเข้า ก็พุ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจสุดขีด
" พี่โคท่าโร่~ "
( =[]=" >> เซ้ตสึนะ )
อินุคามิ โคทาโร่ตกใจมากที่เจอสาวเจ้ากระโดดเข้ากอดโดยไม่ได้ตั้งตัว ก็เลยล้มลงไปทั้งคู่
" เย้~ พี่โคทาโร่ พี่โคทาโร่ ตัวเป็นๆด้วยล่ะ~ "
" เดี๋ยวๆ ก่อน ลุกไปหน่อยสิ มันหนักนะ! -*- "
" =[ ]=/* ว่าใครยะ! อยากโดนกัดอีกใช่มั้ย "
ใครที่ยังไม่ทราบ ขออธิบายตรงนี้ละกัน เรื่องมันเริ่มจาก... สองคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แล้วก็เป็นลูกครึ่งเผ่าสมิงเช่นเดียวกัน เจอหน้าทีไร โคทาโร่ก็มักจะปวดหัว ไปกับการป่วนแบบสุดโต่งของรันกะ แต่หลังจากที่เกิด
สงครามของเผ่าเทวา กับเผ่าปีศาจ ซึ่งเผ่าเทวาได้เผ่าสมิงเป็นพันธมิตรนั้น ถึงจะชนะมาได้ แต่ก็... ต้องสูญเสียครอบครัวของรันกะไป รันกะที่อยู่คนเดียวนั้น ก็ได้ครอบครัวของโคทาโร่มารับเลี้ยงไว้ จนกระทั่งรันกะสอบ
เข้ามาโฮระได้ ( ซึ่งสงครามและอดีต ที่มาทั้งหมด ผมจะเอามาทำเป็นภาคพิเศษแน่นอน ในชื่อ Kaoru's mission : The begining ปฐมบทของฟิคชั่นนี้ครับ ซึ่งจะลงเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะชี้แจงอีกที กำลังหาพล็อต และ
เชื่อว่ามีรับสมัครอีกแน่ๆ )
กลับมา ณ ปัจจุบัน สาวผมแดวลุกขึ้น และหันหลังไป โคทาโร่ที่ค่อยๆลุกขึ้นมา นั้น ก็เอ่ยชื่อเธอเสียงแผ่วๆ
"รันกะ..."
" พี่มีอะไรล่ะ... "
" คือว่า... วันนี้จะพาเธอไปเที่ยวซะหน่อย แต่ดูเหมือนผมจะรบกวนเธอซะแล้ว... "
" เที่ยวเหรอ~!!! "
ได้ยินเท่านั้นแหละครับ นัยน์ตาสีแดงก็เปล่งประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น เลยรีบจับพี่ชายของเธอหันหลังแล้วรีบผลักออกไปทันที
" เดี๋ยวๆก่อนเซ่ แล้วเรื่องฝึกล่ะ "
" เที่ยวต้องมากอ่นสิ~ นานๆจะได้ไปเที่ยวกับพี่สักที "
" แต่ว่า.... "
" ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวค่อยมาต่อวันหลังนะ >w< "
เซ็ตสึนะพูดเช่นนั้น รันกะก็ดีใจสุดขีด เลยกระชากแขนโคทาโร่ แล้วลากไปทันที
" หนูไปก่อนนะคะ~ "
" เดี๋ยวๆ อย่าลากเซ่ "
เซ็ตสึนะยืนยิ้มๆ แล้วโบกมือให้ สักพักเธอก็หันไปมองนาฬิกาในโรงฝึก... ตอนนี้ เวลา 8 นาฬิกา~ ( คนเขียน // ยืนตรง )
" สายแล้วนี่นา!! "
นักดาบสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะคว้าประเป๋า รีบไปเรียนทันที
กลางวัน ที่ห้องครัว
"เอาล่ะใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่..."
คาโอรุที่ใกล้จะทำของกินเสร็จนั้น ก็กำลังหาเตาอบ เหมือนจะมาอบคุกกี้ หรือทำเค้ก สักพัก เขาก็เห็นเตาอบที่มีสาวผมยาวสีน้ำตาลกำลังใช้งานอยู่ คาโอรุเห็นดังนั้น ก็รีบแอบสิครับ ขืนให้เธอเห็น เดี๋ยวจะความแตก เพราะ
คนที่ทำอยู่ตรงหน้าก็คือ... คุณหนูโคโนกะนี่เอง
' โคโนจังนี่นา มาทำอะไรน้า... หรือว่า!!!
"อืม... เค้กไอศกรีมจะเสร็จแล้ว ที่เหลือจะเอาเข้าเตาอบเท่านั้นเอง"
' อืม เค้กไอติมนี่เอง มิน่าล่ะๆ ทำเค้กเหมือนกะ... ว่าไงนะ!!! เข้าเตาเหรอ '
คาโอรุถึงกับหงายเงิบไปหลังจากทำหน้าเข้ม เพราะเค้กไอศกรีมบ้านไหนเขาเอามาอบกัน!!! เขาต้องเข้าตู้เย็นเซ่!!! แต่ตอนนี้โคโนกะกำลังเปิดฝาเตาอบแล้ว นี่คงจะไม่...
' ยัยบ๊อง! อย่าใส่เข้าไปนะ! ถ้าเธอเอาไปอบ ออกมามันจะเปลี่ยนรูปร่างแบบทันตาเห็นเลยนะ! อย่าเชียวนะเฮ้ย! '
ดูท่าคาโอรุได้แต่เก่งคิดในใจเท่านั้นเองแหละครับ เพราะตอนนี้โคโนจังเอาเค้าไอติมเข้าเตา แล้วปิดฝา เตรียมจะอบแล้ว แต่เธอหาปุ่มไม่เจอเท่านั้นเอง
" เอ.. ปุ่มกดอยู่ไหนน้า~ เราตั้งเวลาแล้ว ปุ่มทำงานมันอยู่ไหนน้า~ "
' ว้อยยยย ยัยบ้า นี่แค่เข้าเตา ยังไม่อบแค่นี้ก็ละลายจะแย่แล้ว ยังจะกด... ว้อยยยย!? '
คาโอรุกำลังจะเป็นบ้า เนื่องจากคุณหนูของเราซื่อบื้อเกินกว่าจะรับได้ คาโอรุตัดสินใจที่จะหยุดเธอทันที แต่แล้วความซวยก็ไม่เคยปรานีใคร แม้คนๆนั้นจะเป็นคุณหนูก็ตาม
"อ้ะ! เจอปุ่มแล้ว~ กด!"
" อย่านะ!! "
คาโอรุกระโดดไปหมายจะห้าม แต่คุณหนูก็กดลงไปซะแล้ว.... ตอนนี้เตาเริ่มทำงาน เค้กไอติมที่ว่าละลายตามธรรมชาติแล้ว เจอแบบนี้เข้าไป เชื่อเลย เหลวเป็นน้ำ
"อ้ะ~ คาโอจัง มีอะไรเหรอ"
"ยัยบ้า! เธอทำอะไรลงไปเนี่ย?"
"ก็ทำเค้กไอติมให้เซ็ตสึนะ..."
"แล้วเค้กไอติมสูตรไหนต้องเอาเข้าเตาอบห๊ะ!? ตอบมาทีสิ! "
" ก็สูตรที่เขียนไว้ในหนังสือนี่ไง "
คุณหนูพูดพลางเอาหนังสือการทำเค้กออกมา พอคาโอรุเข้ามาดู ก็รีบไปกดปิดทันที แล้วก็เอาเค้กไอติมที่ละลายจนหมดออกมา งานนี้ เทศน์สิครับ
"เนี่ยนะ สูตรของเธอ! ดูสิ ไอติมละลายหมดแล้ว!"
คาโอรุบ่นพลางเอาถาดเค้กที่ตอนนี้มีแต่น้ำไอติมเต็มถาด โคโนจังยังแบ๊วแถต่อไป
"ทำไมเหรอ ทำสูตรนี้ ผิดตรงไหนเหรอ?"
"ผิดตั้งแต่เธอจะเอาเข้าเตาแล้วยัยบ๊อง! "
"~ แล้วมาว่าเค้าทำไมเล่า! ถ้าผิดก็ผิดที่หนังสือสิ! มาโทษอะไรเค้าเล่า! "
"งั้นขอถามหน่อย สูตรทำเค้กไอติมของชั้นอยู่หน้าไหน "
" หน้า12-13 "
" หน้า 15-16 ต่างหาก! "
พูดจบคาโอรุก็เปิดตำราที่โคโนจังยื่นให้ ตามหน้าที่ตนเฉลยแล้วส่งให้ดู จริงๆแล้ว นี่คือตำราทำเค้กของคาโอะครับ ที่ท่านแม่ชอบทำให้คาโอรุกินนั่นเอง~
" อ้ะ~ จริงด้วย~ พลาดซะแล้ว แหะๆ "
" ไม่ต้องมาแหะๆเลย "
" แหม... ก็นี่มันไอติมที่ส่งมาที่ฐานนี่นา เลยนึกว่าของฟรี "
' เห่ย! อย่าบอกว่า.... ที่เมื่อเช้าของไม่มาส่งเลย.... อย่าบอกนะว่ายัยนี่! '
ย้อมกลับไปเมื่อวานนี้ ที่ห้องคาโอรุ
" เออ... เนกิคุง... แล้วคนที่ชื่อโคทาโร่อ่ะ มารึยัง "
" มาแล้วครับ "
การสนทนาช่วงเช้าของคาโอรุและอาจารย์ 10 ขวบได้ดำเนินขึ้น หลังจากที่คาโอรุได้ทราบว่า เนกิมีเพื่อน(วาย?) ที่ชื่ออินุคามิ โคทาโร่ ซึ่งตอนนี้ไปทำงานพิเศษที่ร้านเค้ก เลยสนใจที่จะพบ จึงให้เนกิไปติดต่อมาพบ
สักพัก โคทาโร่ก็เข้ามา
" ผมเองครับ อินุคามิ โคทาโร่ "
" เนกิออกไปก่อนนะ "
พูดจบ เนกิจึงขอตัวออกไป เหลือแค่คาโอรุกับโคทาโร่ตามลำพัง คาโอรุก็เลยเล่าเรื่องอดีตเล็กๆน้อยๆ
" โคทาโร่ ได้ยินว่าเธอเป็นลูกครึ่งเผ่าสมิงสินะ "
" ครับ "
" เรื่องในอดีตตอนนั้นน่ะ ที่เกิดสงครามขึ้น ยังจำได้สินะ "
" ผมไม่อยากจะไปใส่ใจมันมากหรอกนะ มันผ่านมาแล้วนี่นา อีกอย่าง เผ่าปักษา เผ่าสมิง และเผ่าเทวา ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นี่นา "
โคทาโร่ตอบกลับไป คาโอรุถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วอธิบายต่อ
" ช่างเหอะนะ ว่าแต่ ช่วยอะไรเรื่องนึงได้มั้ย "
" อะไรล่ะ อย่าบอกนะว่าจะทำเค้ก "
" ไม่ได้ให้นายทำ แต่เค้าจะให้เงินของชั้น ไปซื้อไอศกรีมร้านที่นายเคยไปสั่งบ่อยๆน่ะ เพื่อเอามาเป้นวัตถุดิบน่ะ "
" ร้านที่ไปซื้อบ่อยๆ ที่เคยไปสั่งมาส่งร้านก็มีนะ ว่าแต่จะเอามาทำอะไรน่ะ "
" เอามาเซอร์ไพรซ์นิดๆหน่อยๆอ่ะนะ เอ้านี่! เอารสไหนก็ได้นะ ส่งมาเย็นนี้นะ"
" จะลองดูนะ "
พูดจบ คาโอรุก็ส่งเงินให้โคทาโร่ เจ้าตัวได้เงินมาก็ลากับคาโอรุเพื่อไปซื้อของ
ตอนเย็ของเมื่อวานนี้
" ของมาส่งแล้ว "
" ขอบใจนะ โคทาโร่ เหนื่อยหน่อยนะ "
" แค่นี้เอง สบาย~ "
พูดจบโคทาโร่ก็ลา แล้วจากไป ส่วนคาโอรุ เมื่อได้ไอติม 3 รส 3 กล่องแล้วก็ยกเข้าตู้เย็นทันที แล้วเขาก็ไปพักผ่อน โดยที่เขาไม่ทันสังเกตถึงการถูกจับตามองของคนๆหนึ่ง หลังจากนั้น เช้ามืด คาโอรุมาดูที่ตู้เย็นอีกที ของก็
หายไปแล้ว
กลับมาที่ปัจจุบัน คาโอรุที่ล่วงรู้ความจริงก็เหมือนถูกโดนหมัดอัพเปอร์คัทแบบเต็มๆ เขาเอามือก่ายหน้าผาก แล้วก็เทศน์ต่อ
" นั่นมันของชั้นนะ! เธอไปเอามาได้ยังไง!? "
" ก็มาซาโตะบอกว่า คาโอรุคุงให้ใช้ได้ตามสบายเลย "
" โอ้ย~ ตรูอยากจะบ้า! "
พูดจบ คาโอรุก็ถึงขนาดหัวเสียเป็นที่สุด แล้วเขาก็เอาผ้าสะอาด มาเช็ดคราบไอติมที่ละลายในตู้อบอย่างไม่สบอารมณ์ โคโนกะนิ่งไปสักพักก็ค่อยๆทักคาโอรุเบาๆ
" คาโอ.. รุ... โกรธเราเหรอ..."
" เปล่าหรอก โกรธตัวเองที่โง่ๆ มาว่าเธอเนี่ย... ชั้นมัน... "
" เค้าผิดเองแหละ... ที่ไม่ "
" พอเหอะ.. ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ครั้งนี้คิดซะว่า ผมไม่ได้พูดละกันนะ "
คาโอรุพูดอย่างหงอยๆ แล้วสักพัก ตัวการของเรื่องนี้ก็โผล่ออกมา ด้วยสีหน้าที่รื่นเริง
" โย่วทุกคน~ เป็นไงมั่ง~ "
โคโนกะทำท่าโบกมือไปๆมาๆ แล้วเอานิ้วชี้ทำท่าปาดคอตัวเอง เหมือนจะสื่อว่า อย่าพึ่งเข้ามา เดี๋ยวก็โดนเชือดหรอก แต่ดูท่าจะไม่ทันแล้ว คาโอรุที่กำลังเครื่องร้อนอยู่ภายใน ก็ย่นระยะเข้าข้างหลัง แล้วก็....
" ยาราไนก้ะ!? "
คาโอรุพูดพลางเอาดาบรีเบลเลี่ยนออกมา มาซาโตะที่ยิ้มอย่างร่าเริงก็กลายเป้นยิ้มแบบแหยงๆไปเสียสนิท
FATALITY!!!!
คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้.... = ="
ตกเย็น.........
"เอ้า! เสร็จแล้ว เค้กไอติม"
" ว้าว~ นี่ของจริงเหรอเนี่ย? ขอบใจนะคาโอรุคุง มาช่วยได้ทันเวลาพอดี"
" ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นี้เอง "
" ว่าแต่ แล้วมาซาโตะคุงไม่เป็นไรแน่นะ "
" ไม่เป็นไรหรอก แค่เสียตังเท่านั้นเอง~ =w=b "
คาโอรุและโคโนกะช่วยกันทำเค้กไอศกรีมจนเสร็จ โดยที่หน้าห้อง มีน้องชายฝาแฝดหน้าซีด ทำท่า orz แล้วบ่นออกมา
" สิ้นแล้ว เงินชั้น~ "
ค่ำวันนั้น รันกะที่ไปเที่ยวกับโคทาโร่มาจนหนำใจนั้น ก็เดินมาถึงหน้าหอ
" พี่ ขอบใจมากนะ ที่ไปเที่ยวกับเค้า "
" อืม... เอาเถอะนะ ก็นานๆทีนี่นา "
" อ้ะ! จริงสิ พ่อแม่ของเธอเป็นไงมั่งน่ะ.. "
หลังจากได้ยินคำถามนี้เข้าไป โคทาโร่ก็เงียบไปสักพัก แต่รันกะก็เข้าใจความรู้สึกที่ฝ่ายชายไม่ตอบกลับมา เธอเลยตัดบทซะดื้อๆ
" ช่างเถอะนะ "
" โทษทีนะ... ที่บอกไม่ได้... "
จู่ๆ รันกะก็จุ๊บแก้มของโคทาโร่เบาๆ แล้วก็ส่งยิ้มให้เล็กๆ หลังจากนั้นเธอก็รีบวิ่งไปขึ้นหอทันที
" ไปก่อนนะ แล้วเจอกันนะพี่! "
หลังจากที่โดนจู่โจมไปขนาดนี้ ฝ่ายชายก็ค่อยๆ เอามือซ้ายมาสัมผัสที่แก้ม แล้วก็หน้าแดงออกมา
" น้องสาวเค้า ไม่ได้น่ารักขนาดนี้สักหน่อย "
ในขณะนั้น เซ็ตสึนะที่กำลังเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากวันนี้ทั้งวัน คุณหนูของเธอไม่ได้มาเรียนเลย งานหนักจึงต้องตกเป็นของเซ็ตสึนะ ที่ต้องฝากการบ้านภาษาอังกฤษอันใหม่มาส่งให้โคโนจัง
" เฮ้อ... วันนี้ ทำไมมันถึงได้แย่ขนาดนี้นะ~ "
เมื่อเซ้ตสึนะถึงหน้าห้องของเธอ ก็เริ่มถอนหายใจออกมา แล้วเปิดประตูออกมา ก็พบว่าห้องนั้นมืด แล้วเมื่อเธอเปิดไฟออกมา
ปุ้งๆๆๆ
คาโอรุและโคโนจังก็เอาดึงพลุกระดาษออกมา ตรงหน้าของทั้งสามคนนั้น มีเค้กไอศกรีมอยู่ตรงหน้าพวกเธออยู่
"Happy Birthday Setsuna-Chan~"
END OF SPECIAL CHAPTER
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#2
Posted 22 May 2011 - 12:46 PM
Ladies and gentleman please welcome~ Sakurazaka Kaoru!!!
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมคาโอรุ มีข่าวมาแจ้งครับ
ตอนนี้ผมโดนเรื่องกิจกรรมทางมหาวิทยาลัย รุมเร้ามากก็เลยไม่ได้ลงฟิคในช่วงนี้ ขออภัยทุกท่านมาด้วยครับ แต่วันนี้ ลงรีวิวตอนแรกเอาไว้ดีกว่า
ให้เพื่อนๆ เอาไปคิดเล่นๆว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร~ เอาล่ะผมขอกลับเข้าหอล่ะนะ
" เอาล่ะก่อนที่การประชุมของพวกเราจะจบลงในวันนี้ ผมมีเรื่องสำคัญถึงการโยกย้ายหน้าที่มาให้ทราบ "
" จับตัวคาโอรุได้แล้วเจ้าค่า~ "
" เอาล่ะ พวกเรา ได้เป้าหมายกันแล้ว เตรียมตัวบุกเข้าโจมตีมาโฮระได้~ "
" O-nii Chan~ "
" ถ้าเจ้าเป็นผู้ครองแขนปักษา เช่นเดียวกับแม่ของเจ้า ก็จงเข้ามาช่วยเธอให้จงได้.. "
Chapter 1 : The New War
[ Kono: คาโอะจัง... รับโทรศัพท์จากพวกเราเร็วๆสิ, Setsu: แล้วก็ระวังหัวใจคุณจะหล่นหายไปเพราะเสียงเค้าด้วยนะจ้ะ ที่รัก...] X 2
" เอ่อ... คาโอรุ... ริงโทนนาย.... "
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#3
Posted 30 May 2011 - 09:02 PM
#4
Posted 08 June 2011 - 06:31 PM

Negima!Duelist Generation Drei
#5
Posted 13 June 2011 - 08:38 PM
เนื่องจากคอมเครื่องเก่าที่ผมเล่นอยู่นั้น ได้เกิดเหตุเจ๊งโดย แรมการ์ดเสียไปแล้ว T T
เลยต้องเลื่อนการลงฟิคไปพักใหญ่เลยครับ ขออภัยจริงๆ ครับ
ที่ผมโพสตรงนี้ ผมมาใช้ร้านเน็ตอ่ะนะ ส่วนโน้ตบุ้คนั้น พึ่งยืมของพ่อมาได้ แต่งานผมก็อยู่ใน PC เครื่องที่เจ๊งอีก
ท่าทางผมคงต้องนั่งพิมพ์ใหม่อีกแล้วววว!!!
ปล. ถ้ามีความคืบหน้าของฟิคนี้ จะรีบประกาศให้ทราบครับ
ขออภัยเป็นอย่างสูง
Kaoru
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#6
Posted 13 June 2011 - 08:40 PM

Negima!Duelist Generation Drei
#7
Posted 19 June 2011 - 12:20 AM
ข่าวดีครับ เครื่องผมกลับมาทำงานได้ปกติแล้ว
หนอย!!! เจ้าRAM บ้า!!! มาเสียตอนไหนไม่เสีย มาเสียตอนนี้ได้
ข้อมูลอยู่เหมือนเดิมทุกประการ~
ต้องขออภัยกับเรปบน ที่จะบอกว่า รูทนี้ยังไม่สิ้นนะจ้ะ~
เพราะตัวเองเคยเจอกรณีนี้มาแล้วล่ะ แรมการ์ดเสีย เลยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นดวงเป็นอะไร เสียงมันดังติ้ด~~~~~ ติ้ด~~~~~~~ ยาวๆ แก้ไขได้
เครื่องของผม ใช้แรมการ์ดสองตัว เช็คง่ายเลย ลองถอดออกตัวนึงดู แล้วลองบูทเครื่อง ถ้า้เครื่องยังทำงานได้ก็แสดงว่า ไอที่ถอดน่ะเสีย
( นี่แทรกเกร็ดความรู้ไปเลยละกันนะ )
ฟิคผมก็จะลงถ้าว่างจริงๆ อดใจรอสักพักนะ งานเยอะหลาย
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#8
Posted 18 July 2011 - 10:23 PM
สวัสดีจ้าทุกๆท่าน กระผมนายคาโอรุครับ ขออภัยที่ไม่ได้เอามาลงนาน เนื่องจากติดภารกิจทางมหาลัย ฮ่าๆๆ เอาล่ะเริ่มตอนแรกได้เลย
Kaoru's mission : The Destiny
" หลังจากเหตุการณ์ วิญญาณเนกิ ได้เกิดขึ้น เรื่องราวก็ผ่านมาได้กว่า 2 สัปดาห์
เหล่าฮันเตอร์ของพวกเราพึ่งจะก่อร่าง ได้ปักฐานที่โรงเรียนมาโฮระเป็นฐานใหม่ของพวกเรา...
แต่ใช่ว่า งานจะหมดลงไป ยังคงมีสิ่งที่ต้องผจญไป ทั้งกาย และ หัวใจ โดยเฉพาะ..... คนที่โชคร้ายอย่างผม...
นี่คือ ซากุระซากะ คาโอรุ.... รองหัวหน้าหน่วยอิเรกกุลาร์ ฮันเตอร์ สาขามาโฮระ "
Chapter 1 : ศึกใหม่
" เอาล่ะก่อนที่การประชุมของพวกเราจะจบลงในวันนี้ ผมมีเรื่องสำคัญถึงการโยกย้ายหน้าที่มาให้ทราบ "
เสียงของหนุ่มผมสีน้ำเงินที่กำลังพูดอยู่ในที่ประชุมนั้นดังขึ้น ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ของทีมที่มานั่งประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน โดยหนุ่มที่กำลังพูดนั้นยืนอยู่หน้าห้องประชุม มีฉากหลังเป็นกระดานบอร์ดสีขาวสะอาด น่าเอาโปสเตอร์อนิเมมาแปะเล่น
" เรื่องการเลื่อนตำแหน่งของฮันเตอร์ บางตำแหน่ง ที่ขาดหายไป เนื่องจากการสูญเสียในศึกครั้งที่แล้ว เราได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงมีข้อสรุปดังนี้ "
สักพัก เขาก็หยิบเอาเอกสารการเลื่อนขั้นทั้ง 2 อัน มาถือไว้ สายตาจับจ้องไปยังผู้เข้าร่วมประชุม แล้วกล่าวต่อไป
" ขอให้ผู้ที่มีรายชื่อต่อไปนี้ มารับเอกสารการเลื่อนขั้นอย่างเป็นทางการด้วยนะครับ "
" คนแรก เลื่อนเป็นหัวหน้าหน่วยพยาบาล เชอรริส.. "
เมื่อเขาขานจบ สาวน้อย( เหรอ? ) ทรงผมออกคล้ายกับโคโนกะ แต่เป็นสีเหลือง นัยน์ตาสีแดง ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่อยู่แถวหลัง เดินเข้ามาหาประธานจากทางด้านขวามือของเขา ต่างฝ่ายต่างคำนับเคารพ แล้วประธานก็ยื่นหนังสือการเลื่อนขึ้นมาให้เธอ ซึ่งความสูงของสองคนนี้ไล่เลี่ยกันจริงๆ ประธานสูง 176 แต่ยัยนี่ล่อไป 177 ( หนุ่มผมฟ้า: จะเหลือไว้ทำไมเซนเดียวห๊า! เหลือไว้ให้ช้ำใจเล่นใช่ม้ายยยย! // คนเขียน : หนูไม่รู้เรื่องงงงงง! )
" ขอให้เธอโชคดี "
หลังจากที่เธอรับมาได้แล้ว เข้ามายืนข้างๆซ้ายมือของประธาน หลังจากนั้น เขาก็ขานต่อไป
" และ... คนสุดท้าย เลื่อนเป็นหัวหน้าหนน่วยจู่โจม ซาคิซากิ... "
สักพัก หนุ่มผมสีดำอายุไล่เลี่ยกับคาโอรุ ทรงผมคล้ายๆกับอาเชอร์ จากเรื่อง Fate / Stay Night ก็มิปาน ได้เดินเข้ามาแบบเดียวกับเชอรรี่ และเมื่อเขาอยู่หน้าท่านประธาน ต่างฝ่ายต่างคำนับ แล้วประธานก็ยื่นเอกสารให้
" ขอให้โชคดี... "
เมื่อกล่าวจบ ซาคิซากิ ก็มายืนทางด้านขวาของประธาน แล้วก็เตรียมจบการประชุม
" ขอเสียงปรบมือให้กับ ผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ด้วยครับ "
สักพักเสียงปรบมือดังขึ้น แล้วหลังจากนั้นก็ปิดประชุมไป และเมื่อประธานออกจากห้องได้ไม่นานนัก พร้อมหนังสือถึงหัวหน้าทีม ก็มีเส้นผมสีเหลืองมารัดเจ้าตัวเอาไว้ พร้อมเสียงใสๆ ขี้เล่นของเธอ ซึ่งไม่เข้ากับวัย 18 ของเธอเลยสักนึด ( คนเขียนยังจะซึนได้อีก )
" จับตัวคาโอรุได้แล้วเจ้าค่า~ "
" ยัยเชอรรี่! นี่เธอยังเอาเส้นผมมารัดผมอยู่เรื่อยเลยนะ คราวที่แล้วเธอก็จับชั้นจะฉีดยาชาอยู่แล้ว คราวนี้อะไรอีกล่ะ "
คาโอรุเริ่มโวยวายใส่เจ้าของเส้นผมนั้น เชอรริสก็เดินเข้ามาในชุดพยาบาลสีขาวขอโทษเป็นการใหญ่
" ขอโทษทีนะ เผอิญว่าพอตื่นเต้นทีไรเป็นแบบนี้ทุกที "
" แล้วเธอเอาเข็มฉีดยามาทำไม~ -*- "
คาโอรุพูดพลางมองไปที่มือขวาของเธอที่มีเข็มฉีดยาอยู่ สีหน้าเริ่มซีด แล้วสักพักก็คนมีคนมาปรามไว้
" เฮ้อ~ ไม่ไหวๆ แล้วคาโอะมันจะหายใจได้ไงล่ะนั่น รีบๆคลายเส้นผมของเธอเถอะ... "
หนุ่มผมสีขาว ซึ่งดูเหมือนคนผมหงอกก่อนวัยอันควรได้เดินเข้ามา เชอรรี่จึงยอมปล่อยเล้นผมไป
" ไง... ซากิ แล้ววันนี้นาย ไม่ไปเยี่ยมน้องสาวเหรอ? "
" อ้อ! วันนี้มีเรียนพิเศษล่ะนะ เห็นบอกว่าคะแนนภาษาอังกฤษไม่ค่อยดี ก็เลยให้เนกิช่วยซะหน่อย "
" เจ้าเปี้ยกนั่น หลังจากได้กลับร่างมาแล้วงานเข้าทันทีเลยนะนั่น "
" อ่า... ไหนๆ พวกเราก็ได้เลื่อนขั้นแล้ว ไปกินเลี้ยงกันมั้ยล่ะคะ? "
เชอรริส ( ซึ่งบางทีคาโอะก็เรียกเชอรรี่ ไปๆมาๆ ผมเกรงว่ามันจะเรียก เชอรริล )พูดชวนทั้งสอง แต่ก็มีคนหนึ่งปฏิเสธจนได้ ซาคิซากิส่ายหน้าแล้วบอกเหตุผลไป
" อ่า พอดีวันนี้ผมจะไปรับน้องสาวผมอ่ะนะ เพราะช่วงนี้เธอรู้สึกแปลกๆ ไปล่ะนะ "
" แปลกยังไงคะ? "
" หลังๆมานี้ พลังเธอเริ่มควบคุมไม่ค่อยจะอยู่แล้วน่ะสิ "
" พลังปีศาจเริ่มมีการตอบสนองกับเธอแล้วสินะ "
" ก็น่าจะเป็นแบบนั้นน่ะครับ เพราะระหว่างศึกที่แล้วนั้น เธอก็ออกอาการแปลกๆ ประมาณเหมือนพลังปีศาจของเธอจะรั่วไหลออกมาน่ะครับ "
" แล้วนายล่ะ ยังไหวมั้ย? เพราะถ้าคนพี่ยังคุมพลังปีศาจตัวเองไม่ได้ น้องสาวนายคงไม่แคล้วโดนพลังปีศาจควบคุมแน่นอน "
" ไอผมน่ะยังพอไหวนะ... แต่น้องสาวเนี่ยสิ... "
ซาคาซากิเริ่มกลุ้มใจกับเรื่องน้องสาวตัวเอง จนเชอรริสและคาโอรุต้องมาให้กำลังใจ
" ไม่เป็นไรแน่นอนค่ะ หนูเชื่อว่าน้องสาวต้องปลอดภัยแน่ "
" พวกเราต่างก็เป็นเพื่อนกันนี่นา "
หลังจากที่ได้ยินทั้งสองคนพูดแล้ว เขาก็เริ่มมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มมากขึ้น
" อืม... ขอบใจนะ "
หลังจากนั้น ทั้งสามต่างก็เดินไปพลางคุยไปพลาง
" สงครามเมื่อ 2 ปีก่อนนั่นน่ะ ชั้นขอแสดงความเสียใจเรื่องพ่อของนายด้วยนะซากิ "
" ช่างมันเถอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วนี่นา สิ่งที่ชั้นทำได้ก็คือ เอาเงินเดือนที่ได้จากฮันเตอร์ไปเพื่อให้น้องสาวเรียนนั่นแหละ "
" แล้วเรื่องรับจ้างอื่นๆล่ะ "
" มีบ้างนะ แต่ก็นานๆ ที... "
" เชอรรี่ แล้วช่วงนี้ มีคนเรียกชื่อเธอผิดๆถูกๆหรือเปล่า "
" ก็นะ ก็มีบางคนอ่ะ "
ในขณะที่กำลังเดินจะถึงห้องหัวหน้าทีมอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของใครบางคนก็ดังขึ้น
[ Kono: คาโอะจัง... รับโทรศัพท์จากพวกเราเร็วๆสิ, Setsu: แล้วก็ระวังหัวใจคุณจะหล่นหายไปเพราะเสียงเค้าด้วยนะจ้ะ ที่รัก...] X 2
ทั้งสองคนที่เดินมาข้างๆ และเหล่าประชากรหันกลับมามองเจ้าของริงโทน ซึ่งต้องรีบกดสายทันทีด้วยความรีบเร่ง
" เอ่อ... คาโอรุ... ริงโทนนาย.... "
" จำได้ว่าชั้นลบไปแล้วนี่นา แล้วไหง.... "
" ลบออกไปจากใจไม่ได้ใช่มั้ยจ้ะ~ "
" เชอรรี่ บาก๊า! "
คาโอรุรีบซึนใส่ ก่อนที่จะคุยกับผู้ที่โทรเข้ามา
" ครับ คาโอรุครับ... มีอะไรรึ เนกิ .... อ่าฮะ อืม โอเค โอเค เดี๋ยวผมจะไปหาละกันนะ แค่นี้ล่ะ "
สิ้นเสียง คาโอรุก็รีบกดวางสายทันที ซาคิซากิที่ได้ยินว่าเนกิโทรมา จึงลองถามคาโอรุอีกครั้ง
" เอ่อ... เมื่อกี้ อาจารย์เนกิโทรมา มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับน้องสาวหรือเปล่าครับ "
" น้องสาวน่ะ ไม่น่ามีนะ แต่ว่า เขาพึ่งได้พบบางอย่างน่ะสิ "
" เรื่องที่ว่า จะเกี่ยวกับพวกปีศาจที่ออกอาละวาดหรือเปล่า "
" เป็นไปได้นะ.... "
ไม่นานนัก คาโอรุก็มาถึงที่หมาย นั่นคือห้องหัวหน้าทีม คาโอรุส่งสัญญาณให้พวกเขารออยู่ข้างนอกก่อน ส่วนเจ้าตัวจะขอเข้าไปทำธุระเสียหน่อย และเมื่อเขาเข้าไปแล้ว ก็พบกับหัวหน้าทีมนี้ ผมสีดำทรงเหมือนเขา นัยน์ตาสีแดงของเขา เปลี่ยนวิถีการจับภาพจากงานที่กองอยู่ มาตรงหน้าของหนุ่มผมสีฟ้าทันที
" อ้าว พี่! ไวจังนะ "
" ก็นะ มาซาโตะ... เอ้าเรื่องในที่ประชุมมา แล้วก็เอกสารด้วย "
คาโอรุทำตัวเหมือนเป็นเลขาส่วนตัวของน้องชายมาซาโตะคนนี้ไปซะแล้วล่ะครับ ซึ่งหลังจากที่ยื่นเอกสารเสร็จ คาโอรุก็รีบเดินออกมาจากห้อง เสียงของมาซาโตะก็เอ่ยขึ้น
" พี่จะรีบไปไหนน่ะ? ไม่มาดื่มชาสักหน่อยรึ "
" เนกิคุงโทรมา มีงานเข้า ต้องรีบไปตรวจอ่ะนะ "
" อืม... งั้นผมไม่ขัดก็ละกัน "
สิ้นเสียงคาโอรุ ก็เดินออกมา ก็เห็นทั้งสองคนกำลังคุยเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ ก็เลยเข้าไปแจมซะเลย...
" คุยเรื่องอะไรกันน่ะ "
" อ้อ! เรื่องอาวุธ ยุทโธปกรณ์นิดๆหน่อยๆ น่ะ "
" นี่อย่าบอกว่า เธอจะเอาอาวุธสงครามล้มพวกมันเหรอ คิดง่ายนะ แต่ปีศาจบางตัวมันไม่รอให้เธอไปหยิบเคลย์มอร์มาวางกั้นไว้แน่ๆ "
" นั่นสินะ ในฐานะของสาขาจู่โจม ชั้นว่า เธอมียุทโธปรณ์ไว้ป้องกันตัวก็ดีนะ แต่ว่า เธอไม่จำเป็นต้องไปลุยอย่างกะพวกหน่วยจู่โจม เธอหน่วยแพทย์นะ ต้องเตรียมรักษาผู้บาดเจ็บทุกเมื่อ "
" จ้าๆ เข้าใจแล้วจ้า 2 หน่อนี่... "
เชอรริสทำทีเป็นตัดบททั้งสองคนซะเลย... ไม่นานนักคาโอรุก็เตรียมตัวไปหาเนกิต่อ แต่แล้วเสียงนี้ก็ดังขึ้น
" นี่ๆ พาพวกเราไปชมมาโฮระหน่อยสิ "
" ก็ได้เชอรรี่ แล้วซาคาซากิล่ะ? "
" ดีเหมือนกัน จะได้ไปเยี่ยมน้องสาวผมหน่อย "
สิ้นเสียง สามหน่อก็เดินทางออกจากฮันเตอร์ เพื่อไปหาเนกิ พลางการทัวร์มาโฮระ ซึ่งในระหว่างที่เดินออกไปนั้น
ตึกๆ ตึกๆ
แขนขวาของเขาก็เริ่มสัมผัสอะไรได้บางอย่าง
ณ วิหารแห่งความเยือกเย็น เป็นวิหารที่เหมือนหอคอยสูงประมาณเท่าตึกใบหยกได้ สถานที่ตั้งอยู่ภายในป่าลึกห่างจากมาโฮระ ประมาณถ้าเดินเท้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ถึงได้ และอยู่ตรงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าเอาข้างหน้าตึก ม.ต้นของโรงเรียนมาโฮระเป็นจุดคูนย์กลาง วิหารแห่งนี้เกิดจากพลังของมังกรน้ำแข็ง บริโอแนค ที่ได้ทำการผนึกตัวเองเอาไว้ ดังนั้นรอบบริเวณนี้ส่วนมากก็มักมีแต่น้ำแข็ง น่าเอาไปทำน้ำแข็งใสกินได้ ถึงจะอยู่หน้าร้อนก็ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นเวทย์มนต์ยังไงล่ะ
แต่แล้ววันนี้ ความมืดก็ได้เข้าปกคลุมเสียแล้ว ภายใต้การนำของบุรุษคนหนึ่ง ที่มีทรงและหน้าละม้ายคล้ายveigue ในเกม tales of rebirth เขาได้เริ่มแผนการอะไรสักอย่าง สักพักเขาก็เรียกปีศาจออกมา เป็นปีศาจในกลุ่ม
7 Hells มันเป็นกลุ่มปีศาจที่สร้างขึ้นจากทราย ยกเว้นบางตัว และพวกมันมีชื่อตามกิเลสของมนุษย์ทั้ง 7 ดังนี้
( เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ devilmaycry.wikia.com นะครับ )
Pride - ความหยิ่ง ยะโส ( อ่อนที่สุดในทีม มีแต่เข้ามาฟัน ช้าเกินไป )
Envy - ความอิจฉา ( ตัวนี้ทำมาจากของเหลวครับ แต่ทักษะของมันก็ด้อยพอๆ กับ Pride เลย )
Wrath - ความโกรธ ความแค้น ( แปลกหน่อยครับ ตัวนี้พกระเบิดครับ ฟันไม่เข้า ต้องยิงลูกเดียว และอย่าให้มันเข้ามาพลีชีพได้ เดี๋ยวระเบิดลงหมู่ขึ้นมาก็มีนอนล่ะครับ )
Sloth - ความเฉื่อยชา ( ช้าสมชื่อ แต่มันวาปไปมาได้ แต่มันต้องคำรามก่อนนะ แล้วมันก็หายตัวมาฟันเลย จากใจคนเขียนนะ เก่งก็จริง แต่งั่ง )
Greed - ความโลภ ( หมอนี่แหละ! ตัวดีเลย! ถ้าเปรียบในเกม Ragnarok มันก็คือพวกสายพรีสที่มีสกิลชุบดีๆนี่เอง แต่มันต้องเปิดโลงศพและใช้เวลาร่ายพอควรเลยทีเดียว )
Gluttony - ความตะกละ ( ตัวนี้แทบไม่มีอะไรเลยครับ ยิงทรายพลังงานสูงเข้าใส่ งั่งพอๆกับ Sloth เลย แต่นี่งั่งกว่า อาวุธหอกที่ถือน่ะ จะถือไว้ดูเล่นเหรอครับ? ไม่ได้เอามาจิ้มเลย )
Lust - ตัณหา ( ตัวโจมตีความเร็วสูง ทักษะของมันนี่ใช้ได้เลยทีเดียว )
โดยมีลำดับปีศาจที่สูงขึ้นมาพวกนี้ จะเรียกมันว่า Abyss มันมีตัวสีแดงออกเหมือนเลือด และคมเคียวของมันเป็นแสงสีแดง ซึ่งมันไม่ได้มาด้วย และหัวหน้าทีมของมัน ผู้มีเคียวแสงสีม่วงเป็นอาวุธ และเคยปราชัยต่อมาซาโตะมาแล้ว Hell Vanguard
( อธิบายอีกนิดนะครับ Abyss เนี่ย เป็นพวก 7 Hells ที่ขั้นสูงกว่าพวก มันก่อตัวจากเลือดปีศาจครับ และมันเร็วจริงๆ เก่งสมชื่อ เคียวมันนอกจากจะสับได้แล้ว มันยังปาคมเคียวเข้าใส่ได้ด้วย และที่สำคัญ บินได้อีกต่างหาก
ส่วนหัวหน้า Hell Vanguard อ่อนกว่า Abyss นิดนึง เพราะถึงแม้ว่ามันจะโจมตีได้เร็วก็จริง และหายตัวได้ แต่พอจะลอบโจมตีจากใต้ดินทีไร วงเวทย์มาก่อนทุกที )
" เอาล่ะ พวกเรา ได้เป้าหมายกันแล้ว เตรียมตัวบุกเข้าโจมตีมาโฮระได้~ "
สักพักพวก Pride, Lust, และ Sloth บางกลุ่มก็ได้หายตัวไปโจมตี ส่วนพวกที่ไม่มีหน้าที่ก็หายไปก่อน รอรับคำสั่งอีกที
ตัดกลับมาที่มาโฮระครับ ตอนี้ สามหน่อ คาโอรุ เชอรริส และซาคิซากินั้น ก็มุ่งหน้ามายัง ห้อง 1-A ที่ๆน้องสาวของซาคิซากิเรียนอยู่ สักพักเสียงนี้ก็บังเกิดขึ้น
" O-nii Chan~ "
" เห่ย! มิร่า! แอ้กกกก! "
จู่ๆ ก็มีเด็กสาวตัวเล็ก ผมสีขาว รูปร่างหน้าตาละม้ายคล้าย อิริยา ในเรื่อง Fate / Stay Night ก็ว่าได้ พุ่งเข้ากอดผู้เป็นพี่ชายทันทีทันใด พาเอาร่างของซาคิซากิล้มลงไปในบัดดล ซึ่งคนอ่านเองก็คงจะนึกว่า นี่แหละ
ความฝันของเหล่าพี่ชาย... ( ซึ่งไม่นับคนเขียน )
" อ้าว นี่เหรอ น้องสาวนาย... "
คาโอรุกำลังจะพูดต่อ ก็มีรังสีการชิงตัวเกิดขึ้นมา และเมื่อหันไปก็พบว่า....
" น่าร้ากกกก~~~ "
" เชอรรี่! "
จู่ๆ เชอรริสออกอาการเพ้อซะแล้ว มิหนำซ้ำอาการ เรนะ ซินโดรมก็กำเริบจนได้... เส้นผมของเธอคว้าตัวน้องสาวของซาคิซากิไว้ แล้วเตรียมเผ่นป่าราบ
" จาอาวววกลับบ้านนนนน "
" เห่ย! นี่มันถึงขั้นก่ออาชญากรรมเลยนะ หยุดเลย! เชอรรี่! นี่เธอจะพรากผู้เยาว์รึไง!? "
พี่ชายตัวเองเห็นแบบนั้นก็ปล่อยไม่ได้ รีบจับตัวเชอรรี่ไว้ทันที ส่วนน้องสาวก็ยังงงกับการกระทำของเขา จนซาคิซากิทนไม่ไหว... คว้าดาบใหญ่ของพี่เบอเซอกเกอร์ออกมา
" น้องสาวของชั้น... ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ก็อย่าหวังจะชิงไปได้เลย! "
" หยุดได้รึยัง.... "
จู่ๆรังสีอีกชนิดก็พุ่งขึ้นแบบรุนแรง ทั้งสองหันกลับมา ก็เห็นคาโอรุเอารีเบลเลี่ยนเดินมาอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร สีหน้าจากดีๆ กลายมาเป็นเพชรฆาตกระหายเหยื่อซะแล้ว... ทำเอาพวกที่เล่นกันอยู่หน้าซีด
" ค่าๆ ขอโทษค่ะ... "
" เอ่อ... ใจร่มๆก็ได้พวก... เดี๋ยวเก็บอาวุธล่ะ... "
" พวกแก! "
" คร้าบ / ค่า "
จู่ๆ คาโอรุก็เอารีบเลลี่ยนยกขึ้นมา หวังจะทำอะไรบางอย่าง แล้วเขาก็หวดดาบลงพื้นไป...
แก๊ง!
" พวกนายต้องเลี้ยงข้าวชั้นนะ ^ ^ "
คาโอรุกลับเข้าสู่โหมดเดิมเป็นผลสำเร็จครับ ทั้งคู่ก็โล่งใจนึกว่า จะได้มีคนตายคาฟิคนี้เป็นรายแรกซะแล้ว
" คาโอรุซัง... ทางนี้ครับ.. แล้วก็มิร่าด้วยนะครับ"
แล้วเนกิก็เอ่ยขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อพวกเขาหันกลับไป ก็เห็นคุณครูเด็กกำลังกวักมือเรียกพวกเขาให้มาที่ห้องพักอาจารย์ พอพวกเขาเข้าไปได้ ก็เห็นกลุ่มอาจารย์กำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่
" นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย "
คาโอรุหันไปถามเนกิกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ซึ่งเนกิเองก็ได้ส่ายหน้า แล้วตอบกลับไป
" ไม่ทราบครับ ผมพึ่งเลิกจากงานสอน พอเข้ามาก็เป็นแบบนี้แหละครับ... อ้อ! มิร่า มาทางนี้ครับ ผมอยากจะให้คุณเอาการบ้านที่ส่งไป ช่วยแก้ไขจุดผิดด้วยนะครับ "
" ค่า~ งั้นไปก่อนนะคะ พี่ชาย~ "
แล้วมิร่าก็รีบลาท่านพี่ไปหาอาจารย์ต้นหอมเพื่อรับทราบงานที่ต้องแก้ไข ส่วนซาคิซากินั้นไซร้เริ่มเดินแทรกฝูงชนเข้าไป เชอรริสคิดได้แบบนั้นเลยหันมาพูดกับคาโอรุ
" ให้เค้าใช้เส้นผมแหวกคนดีมั้ยอ่ะ? "
" เลิกใช้ของพิลิกๆนั่นซะทีนะ ยัยบ๊อง! "
" แงๆๆ คาโอรุอ้ะ~ ว่าเค้าบ๊องทำไมอ้ะ "
เจ้าตัวพูดงอแงพลางทุบไหล่ขวาของคาโอรุเบาๆ จนผู้โดนเริ่มรำคาญ
" เล่นไม่ได้ดูสถานการณ์เลย.... "
ในขณะเดียวกันนั้น ซาคิซากิที่แหวกกลุ่มอาจารย์เข้าไปได้แล้วนั้น ก็พบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดตรงหน้าเขา จึงหันมาหากลุ่มอาจารย์แล้วสั่งให้พวกเขาถอยไป
" ขณะนี้! กระผมในฐานะตัวแทนของฮันเตอร์ ขอสั่งให้ทุกท่านอยู่ในความสงบ และออกจากที่เกิดเหตุเดี๋ยวนี้เลยครับ! "
หลังจากพูดจบกลุ่มอาจารย์ที่มุงดูอยู่ก็ค่อยๆ เดินออกไปรออยู่หน้าห้อง ซึ่งคาโอรุเองก็ได้ให้เนกิอยู่ด้วย แต่ได้ให้มิร่าออกไปนอกห้องก่อน เพื่อจะได้ไม่รบกวนพี่ชายในขณะทำหน้าที่
" เชอรรี่ หลังจากพาคนออกไปหมดแล้ว ช่วยกั้นที่เกิดเหตุให้ทีนะ "
" แล้ว จะให้เอาเส้นผม.. "
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ คาโอรุก็ทำตาขวาง ถือเอโบนี่ ไอวอรี่ ปืนพกคู่สีดำ-ขาว ออกมา พาเอาผู้พูดสะดุ้ง และเหงื่อตกเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเอาเทป ที่มีคำว่า KEEP OUT มาขึงไว้ คาโอรุเห็นเช่นนั้น จึงแอบยิ้มเป็นที่พอใจ แล้วก็เก็บปืน
" ซากิ นายเจออะไรเข้าแล้วสิ "
" ยิ่งกว่าแจ็คพอตแตกเลยล่ะ "
คาโอรุเดินมาหาซาคิซากิที่กำลังดูสภาพศพที่ถูกแช่แข็งไว้ ทั้งคู่เริ่มพินิจดูตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็เรียกเนกิมา
" เนกิคุง! ช่วยละลายน้ำแข็งนี่ทีนะ "
" ได้เลยครับ! "
สักพักเขาก็ร่ายเวทย์ศรสายฟ้าหนึ่งดอกใส่ลงไป ผลที่ได้คือ... น้ำแข็งยังอยู่ดีมีสกุล ไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด
" ว่าแล้วเชียว... นี่มันเวทย์น้ำแข็ง ดอกเดียวไม่พอแล้วล่ะ เนกิคุง! เอาแบบจริงๆเลยนะ "
" ครับ! "
คราวนี้เนกิก็เดินเข้ามาแล้วยัดสกิลหมัดบุบผาร่วงโรยแทน ผลปรากฏว่า.... น้ำแข็งแตกละเอียด
" โทษทีนะ เนกิคุง ต้องใช้แรงกันหน่อยล่ะนะ "
" ไม่เป็นไรครับ "
" สภาพเป็นไงบ้าง ซากิ "
คาโอรุหันไปถามเพื่อนที่กำลังชันสูตรพลิกศพชนิดด็อกเตอร์ K ยังต้องชิดซ้าย พอได้ยินเสียงผู้ถามแล้ว ผู้ตอบก็ต้องหันมาตามมารยาท
" ก็นะ เรื่องเวทย์น้ำแข็งนี่คงจะไม่เท่าไหร่นะ แต่ทำไมถึงมีเม็ดทรายอยู่ด้วยล่ะ "
ซาคิซากิอ้าปากศพให้ดู ก็พบว่ามีทรายจำนวนหนึ่งอยู่ในปาก กลายเป็นที่น่าสงสัยของเหล่าฮันเตอร์ไป
" อืม... ปีศาจงั้นรึ "
" ปีศาจที่มีความสามารถจากทรายสินะ "
" ก็นะ คาโอรุ ดูจากสภาพแล้ว คงจะตายก่อนได้แช่แข็งแน่นอน และเท่าที่ดูจากสภาพแล้วนะ พึ่งตายไม่นานนี่เอง"
" เอาล่ะ! เรามีงานแล้วล่ะ เรียกหน่วยฮันเตอร์มาประชุมด่วนเลย เชอรริส! ถ่ายภาพเก็บไว้ให้เต็มเหนี่ยวเลยนะ "
" เอากล้องแบบไหนล่ะ แบบNight-Vission หรือว่าแบบมองผ่านม่านควันล่ะ... "
เชอรริสพูดพลางเอากระเป๋าพละออกมา เมื่อเธอเปิดซิป ก็พบกับกล้อง.... แต่เป็นกล้องที่ไว้ใช้สำหรับกลุ่มหน่วยรบพิเศษ มีทั้งแบบตอนกลางคืน และสารพัดสารเพ แต่ไม่ยักกะมีกล้องถ่ายรูปเลยสักตัว นัยน์ตาสีฟ้าที่เห็นของพรรค์นั้นอยู่ในกระเป๋า ก็เอามือของเขามาหยิกที่แก้มขวาด้วยอาการกึ่งหมั่นไส้นิดๆ สาวเจ้าที่โดนเข้าไปก็โอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด
" แงๆ มาหยิกเค้าทำไม~ "
" เอากล้องพรรค์นี้มาทำไม! ห้ะ! แล้วไอกล้องถ่ายรูปล่ะไปไหน "
" แงๆๆ เค้าเอามาผิดใบอ่ะ "
" น่าสิ่วหน้าขวานอย่างงี้ยังจะมา.... เดี๋ยวก็ดึงให้ยืดซะเลยนี่ "
" ปล่อยเค้า~ เค้าขอโทษษษ.... "
" เอากล้องมือถือตัวเองถ่ายเลย เดี๋ยวนี้เลยด้วย! "
หลังจากพูดเสร็จคาโอรุก็ปล่อย แล้วเดินกลับไปที่ฮันเตอร์โดยด่วน โดยผ่านหน้าเนกิไป ซึ่งเนกิเองก็ทำหน้างงๆ แล้วก็ละจากศิษย์มาหาทันที
" เอ่อ... เกิดอะไรขึ้นอ่ะครับ "
" มีเรื่องคนตายนิดๆหน่อยๆ น่ะ แต่ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวทางเราจะรีบเคลียร์เรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเลย "
หลังจากตอบคำถามของเนกิเสร็จแล้ว ก็รีบรุดหน้ากลับไปยังฮันเตอร์อย่างเร่งด่วน และเขาก็ผ่านหน้าสามสาว ที่เดินสวนกันมาโดยไม่ทันสังเกต สามสาวหันมางงๆ แล้วก็หยุดคุยกันในกลุ่มเอง
" นั่นมันคาโอรุไม่ใช่เหรอ เซ็ตจัง? "
สาวน้อยผมสีช็อกโกแลตสะกิดคนข้างๆ ซึ่งไว้ทรงผมครึ่งเหม่งสีดำและรวบผมเอาไว้ คนที่ถูกสะกิดก็รีบหันกลับไปมองดูชายหนุ่มที่กำลังจะลับตาพวกเขาไป
" น่าจะใช่นะ คุณหนู... ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่ล่ะ? "
เธอพูดตอบกลับไป แล้วสาวผมทวินเทลสีส้มก็เอ่ยออกมา
" รีบๆไปหาตาบ้าเนกิก่อนดีดว่ามั้ง... ป่านนี้รอพวกเราจะแย่แล้ว "
สักพักทั้งสามก็ออกเดินอีกรอบ แต่ครานี้ สาวผมสีดำที่ถือห่อผ้าที่มีรูปร่างคล้ายดาบเอาไว้ก็หันกลับมาทางที่ชายคนนั้นเดินผ่านไป พลางส่งสีหน้าที่รู้สึกไม่สบายใจออกมา
" คาโอรุ... "
ตกเย็น ณ ศูนย์ฮันเตอร์
" เอาล่ะ! ขอให้ทุกคนทำตามแผนนี้ด้วยนะครับ เราจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป "
หัวหน้าทีม มาซาโตะ แจ้งกำหนดการออกลาดตระเวณให้กับเหล่าฮันเตอร์ได้ทราบ และการวางแผนออกลาดตระเวณให้ทุกท่านได้ทราบ
" ทุกคนขอให้เริ่มปฏิบัติการได้หลังจากการประชุมนี้เสร็จสิ้นนะครับ เรื่องต่อไปขอให้คาโอรุ เข้ามาอธิบายครับ"
หลังจากที่น้องชายของตัวเองพูดจบ ก็ส่งสายตาไปหาหนุ่มที่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ นัยน์ตาสีแดงจับจ้องผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่ลดละ และเมื่อเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามอง ก็เดินเข้าไปหา แล้วกวักมือเรียกเชอรริสเข้ามาจัดการ
คอมด้วย และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มดำเนินการบรรยาย
" หลังจากที่พวกเราได้ชันสูตรพลิกศพจนจะพลิกแผ่นไม้ที่ปูในห้องแล้ว ก็พบว่า.... "
หลังจากที่คาโอรุพูดจบ เชอรริสก็คลิกเมาส์ซ้ายเพื่อเลื่อนภาพถัดไป ซึ่งภาพต่อมาคือ....
" ยัยเชอรริส! นี่เธอเอารูปที่ชั้นตอนพึ่งอาบน้ำเสร็จขึ้นมาทำไม!? "
" เค้ายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ! "
" เหรอ~~~~ ? "
คาโอรุจ้องเข้าไปไกล้เธอจนเหลือได้ไม่กี่เซน สีหน้าบ่งบอกความจริงจังแบบสุดๆ ประมาณว่า ถ้าเป็นแบบนี้อีกชั้นจะเล่นงานเธอกลางสาธารณะชนเนี่ยแหละ
" รีบเปลี่ยนตอนนี้ก่อนที่จะมีการโชว์พิเศษ! ผมจริงจังนะครับ! "
" จ้าๆ ขอโทษที "
และแล้วก็ได้เข้างานซะที คราวนี้เป็นรูปของศพที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งท่าทางการนอน คงมิได้แพลงกิ้งมาแต่อย่างใด
ขอตัดกลับไปที่หอพักสตรี โรงเรียนมาโฮระละกัน
ในห้องของเซ็ตสึนะนั้นเอง ก็มีสิ่งหนึ่ง คล้ายๆคน ทั้งตัวเต็มไปด้วยสีดำที่ปกปิดตนไว้ภายนอก ได้ย่างกรายเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ สายตาสอดส่อง และจับจ้องไปยังสาวผมสีดำครึ่งเหม่ง ยาวประมาณบ่า ที่กำลังนอนอยู่บนเตียง มันได้เดินเข้ามาใกล้ร่างของเธอ แต่เขาก็ได้เพียงแค่มอง และพูดออกมา
" ขอโทษนะครับ... แต่ผมไม่อยากให้มันซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว "
" ผมอยากจะชดให้ในสิ่งที่ผมทำ... แต่... คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องยกโทษให้ผมก็ได้ "
" ผมเพียงแค่.... "
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ ก็มีเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ห้องนี้ จึงได้รีบเปิดหน้าต่าง แล้วกระโดดลงไป และเมื่อเจ้าของฝีเท้านั้นถึงหน้าห้อง ก็พลันเปิดประตูอย่างดัง จนคนที่กำลังนอนเกิดอาการตื่น
" เซ็ตจัง! "
" อืม~ อะไรเหรอ... "
สาวน้อยผมสีน้ำตาล ออกไปทางช็อกโกแลตน่ากิน ก็ได้เดินหอบของไปยังห้องครัว เซ้ตสึนะก็ค่อยๆลุกขึ้นมา เพราะคุณเธอพึ่งจะหลับกลางวันไป สีหน้าบ่งบอกความเหนื่อยล้าได้อย่างชัดเจน
" คุณหนู ทำอะไรเหรอคะ? "
" วันนี้ก็ข้าวเย็นของเซ็ตจังไงล่ะ "
โคโนกะยิ้มอย่างร่าเริงพลางผูกผ้ากันเปื้อน เตรียมทำกับข้าว ซึ่งเจ้าตัวก็คงดูมีความสุขดีกับการทำอาหาร แต่ทั้งสองไม่รู้ตัวว่า... เจ้าตัวคล้ายเงานั่นกำลังจับตามองดูอยู่บนน่านฟ้า ไม่ห่างจากห้องกันมากนัก
" ขอโทษนะครับ... คุณหนูโคโนกะ... "
ตอนค่ำ ที่หน่วยฮันเตอร์ สาขามาโฮระ ก็ได้มีการเริ่มต้นการลาดตระเวณขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแผนของหัวหน้ามาซาโตะ
การออกลาดตระเวณนี้ จะให้หน่วยลาดตระเวณชุดจริง เริ่มออกลาดตระเวณก่อน และหนึ่งในนี้ ก็ยังมี อาคาคุระ รันกะ รุ่นน้องสาวชมรมเคนโด้ ร่วมทีมด้วย โดยในชุดแรกนี้ จะเริ่มออกงานตั้งแต่ตอนค่ำ ถึงเที่ยงคืน และ
อีกชุดหนึ่ง จะผลัดเข้ามาทำหน้าที่ต่อจากชุดจริง จนถึงตี 5
ที่ทางเดินชั้น 2 บริเวณที่รันกะเดินสำรวจ
" แล้วทำไมชั้นต้องมาในที่มืดๆ คนเดียวแบบนี้ด้วย~ "
นัยน์ตาสีแดงของเธอเริ่มหันซ้ายแลขวาอย่างล่อกแล่ก มือซ้ายที่ถือไฟฉายก็เริ่มสั่นเทา เต็มไปด้วยความกลัว ก็เล่นใจกล้ามาคนเดียวนี่นา
โฮกกกก~~~
กรี้ดดดดดดด~~~
เสียงร้องของเธอดังลั่นทางเดินหลังจากได้ยินเสียงปริศนา เธอหลับตาปี๋ไปได้สักพัก ก็รีบเอาดาบไม้ไล่หวดทันที โดยไม่สนใจกับสิ่งตรงหน้า
ป้าบๆๆๆๆๆๆ
" อย่าเข้ามานะ! เจ้าผีชั่ว... ผีทะเล... ผีลามก... ผีลูกครึ่ง... ผี... "
หลังจากนี้เธอเข้าโหมดสติแตกไปได้สักพัก ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วก็พบกับสภาพปีศาจ Pride 2 ตัว ที่ได้นอนดิ้นชักกะแด่วๆ ตรงหน้า เธอไม่รอช้า ก็รีบเอาดาบไม้เสียบเจ้าปีศาจ 2 ตัวจนสลายเป็นทราย
" นี่มัน... ไม่ใช่เรื่องดีซะแล้วสิ "
เธอพูดพลางมองไปบริเวณทางเดิน ก็เกิดเหตุปีศาจหลุดออกมาอาละวาด ซึ่งส่วนมากเป็น Pride จำนวนหนึ่ง นัยน์ตาสีแดงร้อนผ่าว มือซ้ายกำดาบไม้อย่างแน่นหนา ก่อนจะพุ่งเข้าหาพวกปีศาจ
ทางด้านหอพักนั้นเอง ก็มีทหารมาตรวจตราเช่นกัน ซึ่งพวกเขาก็ได้เดินไปเตือนผู้ที่อยู่ในหอพักทุกคน ไม่ให้มีการออกนอกหอในช่วงค่ำเป็นอันขาด เพื่อความปลอดภัยของท่าน ซึ่งห้องที่พวกทหารจะไปต่อนั่นก็คือ... ห้องเซ็ตสึนะ ซึ่งตอนนี้ มีเพียงเซ็ตสึนะ และโคโนกะเท่านั้น ส่วนอาสึนะก็จับเนกิไปอาบน้ำตามเคย~
ก้อกๆๆ
" ค่า~ "
เสียงใสๆของสาวช้อกกี้ดังขึ้นพร้อมกับเดินไปเปิดประตู และสิ่งที่พบตรงหน้า ก็คือทหารจากหน่วยฮันเตอร์นั่นเอง เซ็ตสึนะลุกขึ้นก่อนที่จะหยิบดาบเข้าไปหา
" เอ่อ... มิธุระอะไรจ้ะ~ "
" คุณคือโคโนเอะ โคโนกะสินะครับ "
" ค่ะ... "
ไม่พูดร่ำทำเพลง ทหารนายหนึ่งก็คว้าตัวโคโนกะไว้พร้อมกับพุ่งออกจากหน้าต่างห้อง โดยที่ทหารนายอื่นต่างตกใจมาก
" เซ็ตจัง!!! "
ไม่จำเป็นต้องเรียกเสียด้วยซ้ำไป เซ็ตสึนะก็ไม่รอช้า ในเมื่อคุณหนูตกอยู่ในอันตราย ก็สวมบทองครักษ์พุ่งตามไปช่วยทันที
" คืนคุณหนูมานะ! "
" คืนให้ยากสิ! "
สักพัก มันก็เรียกเหล่า Sloth 4 ตัว และ Lust 2 ตัว ออกมาขวางเธอไว้ เซ็ตสึนะต้องจำใจ ชักยูนางิออกมา
" หนอยแน่... เล่นขวางแบบนี้เลยเหรอ "
" ขอให้สนุกกับสมุนของข้านะ ฮ่าๆๆๆ "
ปังๆๆๆๆ
แต่ไม่ทันที่นายคนนี้จะฮาน้ำตาเล็ด ก็มีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนได้ยิงขวางทางของมันไว้ และเมื่อมันหันกลับมา ก็พบกับคาโอรุที่กำลังจ่อปืนมายังมัน
" จะปล่อยดีๆ หรือจะให้ใช้กำลัง... "
สักพักก็เอา ปืนสีดำ ไล่ยิงพวกที่มาขวางเซ็ตสึนะ จนพวกมันชะงักไป องครักษ์สาวไม่รอช้า ไล่สับเก็บหมดทั้ง 6 ตัว แล้วถามคาโอรุ
" รู้ได้ไงว่ามันมา "
" เซนส์น่ะ.... ( ใครจะบอก ว่าแขนปักษาสาปบ้าๆนี่ นำทางชั้นมา ) "
" โอ้! 2 รุมหนึ่งรึ... เห็นทีข้าคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆ "
โฮกกกกกก~~~
อยู่ๆ มันก็ตะโกนออกมา พร้อมกับสายลมอันหนาวเหน็บ แต่เสียงที่มันตะโกน คาโอรุสัมผัสได้ ว่านี่ไม่ใช่คนแน่ๆ และแล้วมันก็เผยร่างออกมา เป็นสุนัข 3 หัว รอบตัวปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง นัยน์ตาของมันเป็นสีแดงเลือดทั้ง 3 หัว
" นี่มัน... "
เซ็ตสึนะชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างที่แท้จริงของมัน ส่วนคาโอรุก็สะบัดผ้าคลุมที่กันพลังของมันออก แต่สายตาก็มิได้สะทกสะท้านอะไร มิหนำซ้ำ ยังเอาดาบรีเบลเลี่ยนจ่อไปทางมันอักด้วย
" หมาเฝ้าประตูนรก... เซลเบรัส... "
" ว่าไงนะ! แต่หมอนั่นมันเป็นธาตุไฟนะ... "
" นี่คงจะเป็น... พลังของมังกรน้ำแข็ง... "
" ฮึๆๆๆ ตกใจล่ะสิท่า ใช่แล้ว ข้าได้ยึดครองวิหารเยือกแข็งแล้วยังไงล่ะ "
" งั้นก็ไม่ต้องพูดให้มากความสินะ! "
ไม่รอช้า คาโอรุก็กระโดดหมายจะสับกลางหลังมัน แต่ก็ต้องตกใจ เพราะมันได้เอาโคโนกะเป็นโล่ห์มนุษย์เอาไว้ แล้วมันก็แช่แข็งโคโนกะเอาไว้ คาโอรุทำได้แค่กัดฟัน เอาปืนคู่ไล่ยิงน้ำแข็งแทน
" เป็นอะไรไปล่ะ ไม่กล้าฟันข้ารึไง "
คาโอรุลงสู่พื้นดิน แล้วด่าออกมา
" หนอย! ถ้าแก่แน่จริง อย่าใช้คุณหนูเป็นโล่ห์เซ่! "
" นี่แก! "
เซ็ตสึนะ บุกเข้าไปแทน เอายูนางิสับขาของเซลเบรัส แต่ว่ามันก็ทำได้แค่ตัดน้ำแข็งที่ห่อหุ้มไว้เท่านั้น
" หึ! สุนัขน่ะ หากมันไร้ซึ่งขาหน้าก็ไร้ความหมาย "
" เหรอ~ "
สักพัก เซลเบรัสก็เอาขาที่มันโดนสับไป ตบเซ็ตสึนะทันที ตัวของเธอลอยไปชนต้นไม้ที่อยู่ข้างๆทันที
อ้ากกก
" เซ็ตสึนะ! "
เซลเบรัสไม่รอช้า ก็พ่นคลื่นน้ำแข็งเข้าใส่คาโอรุทันที ทำให้คาโอรุกระเด็นออกไปไกลพอสมควร
" อ้อคคคค! นี่แก... "
" ชีวิตเจ้าจะได้เห็นจุดจบวันนี้แหละ! "
เซลเบรัสพุ่งกระโจนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว คาโอรุเห็นอยู่แล้วว่างานนี้หลบไม่พ้นแน่ๆ จึงเอามือขวาสวนกลับเข้าไป
ตูม!!!!
และแล้วน้ำแข็งที่ห่อหุ้มหัวตรงกลางก็แหลกสะบั้นไปพร้อมๆ กับหัวข้างในของมัน ตอนนี้ มันเหลือเพียงแค่ 2 หัวเท่านั้นเอง คาโอรุตกใจมาก แล้วเอาแขนขวาขึ้นมาดู มันส่องแสงสีขาวจนปกปิดอะไรบางอย่างได้
" นี่มัน.. พลังของแขนปักษาต้องสาปเหรอ... "
" ( แขนนั่นมัน... หรือว่าเจ้านี่ก็คือ... น่าสนดีนี่นา... ) "
สักพักมันก็เอาหัวที่อยู่ทางซ้ายมาเป็นหัวหลักของมันตรงกลาง แล้วสักพักเขาก็ท้าทายคาโอรุ
" ถ้าเจ้าเป็นผู้ครองแขนปักษา เช่นเดียวกับแม่ของเจ้า! ก็จงเข้ามาช่วยเธอให้จงได้... "
สิ้นคำพูด มันก็ได้ใส่เกียร์หมาเผ่นไป คาโอรุได้แต่อึ้งๆ แล้วก็รีบเก็บแขนอย่างด่วน เข้าไปดูอาการของเซ็ตสึนะ
" เซ็ตจัง เป็นอะไรรึเปล่า.. "
" อูย.. นิดๆ น่ะ "
" คาโอรุซัง! รุ่นพี่เซ็ตสึนะ! "
ทั้งคู่มองไปยังเจ้าของเสียง ก็เห็นรันกะวิ่งเข้ามาหาทั้งสองคน โดยที่มีเชอรริส และ ซาคิซากิตามหลังมาพร้อมกับฮันเตอร์คนอื่นๆ แต่สภาพรันกะนี่โทรมใช้ได้เลย ดาบไม้พังเรียบยุทธ์ เสื้อผ้าขาดเล็กน้อยพองาม มีแผลเล็กน้อยพอดูดี
" รันกะ!? สภาพแบบนี้ อย่าบอกนะ.. "
" ก็ใช่น่ะสิ... ทางเดินชั้น 2 อาคารเรียน ฝั่งม.ต้น "
" คุณหนูก็ถูกมันจับไป... "
คาโอรุทำได้เพียงแค่ก้มหน้ารับความจริง หมัดขวาของเขากำแน่นมากๆ จนซาคิซากิเข้ามาหา
" เอาน่าๆ พวกเราจะช่วยนายเองนะ... "
" ให้เค้าเตรียมนิวเคลียร์... "
ยังไม่ทันที่เชอรริสจะพูดจบ คราวนี้ซาคิซากิหันมาทำหน้าเหี้ยมใส่ ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งเฮือก ก่อนจะอยู่เฉยๆต่อไป
" นี่ผม... เป็นอะไรไปเนี่ย ? "
ในขณะที่พวกเขายืนเป้นกลุ่มอยู่นั้นเอง ก็มีคนเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่บนหลังคาหอพัก สวมผ้าคลุมสีดำฮู้ดปกปิดร่างกาย
" ได้เวลาแล้วสินะ... "
Preview in NexT Chapter
" พลังของนายตอนนี้อาจจะเทียบเท่าเซลเบรัสก็ได้นะ "
" นายอยู่เบื้องหลังทั้งหมดสินะ... "
" ไม่นะ.. นี่มัน... "
" เจ้าปีศาจ! "
" นามของข้าคือ... XIV "
To Be Continue in Chapter 2 - XIV
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#9
Posted 19 July 2011 - 01:13 AM
โอ้ งานนี้นั่งปูเสื่อรออ่าน
#10
Posted 19 July 2011 - 05:44 PM

Negima!Duelist Generation Drei
#11
Posted 19 July 2011 - 08:23 PM
บทนี้ประทับใจมากเลยจ้า จะคอยติดตามต่อไป (เดี๋ยวอาจมีเยอะกว่านี้หรือเปล่า
หมายเหตุ มีคนโหวตมา และเริ่มชักจะเหมือนแล้วสิ
#12
Posted 10 September 2011 - 06:53 PM
ช่วงนี้ผมของดลงฟิคชั้นชั่วคราวนะครับ สืบเนื่องจากผมต้องทำโปรเจครายงานส่ง~ ( เดี๋ยวเกิดไม่ส่ง F กันพอดี )
ประจวบกับเป็นช่วงใกล้สอบ เลยขอเวลาไปนั่งอ่านหนังสือนะครับ
ตอน 2 คาดว่าได้ลงเดือนตุลาคมครับ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ครับ
ปล.) เรื่องนี้เดี๋ยวมีตัวละครอื่นแจมแบบ Non-Stop แน่นอน และอาจเป็นฟิคแรกที่ผมเขียนนานที่สุดแล้ว เพราะตอนนี้ลงพล็อตไปเกือบๆ 10 ภาค
ปล.2) ...... คิดไม่ออกแล้วล่ะ ใครว่างๆ ก็มาเจอกับผมที่เกม Cosmic Break! ละกันนะ~
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#13
Posted 23 November 2011 - 01:47 AM
จากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งบ้านผมก็โดนไปไม่น้อยเลย ประจวบกับโน้ตบุ้คผมไปลงภาษา ล้างเครื่องใหม่ ฟิคที่ผมสำรองมาเลยภาษายึกๆยือๆ
ฟิคที่ทำเมนหลักไว้ก็ดันอยู่ในบ้านที่น้ำท่วมอีก เอ้อ! ซวยหนักกว่าโทวมะอีก
อีกทั้งยังต้องเจอมรสุมงานที่มหาลัยในเทอมนี้ ซึ่งหนักมากจริงๆ
ดังนั้น....
ขอดองฟิคยาวอีกแล้วครับท่าน มีอะไรจะมารายงานให้ทรายอีกครั้ง
ขออภัยเป็นอย่างสูง
ซากุระซากะ คาโอรุ
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#14
Posted 10 February 2012 - 12:51 AM
สวัสดีจ้า คาโอรุ กลับมาแล้วจ้า~ หลังจากที่เจอมรสุมที่หนักมากๆ ก็กลับมานั่งเขียนต่อ
นอกเรื่องนิดๆนะครับ เนกิมะจบไปแล้ว แต่ผมคงยังไม่แคล้วเชียร์ โคโน-เซ็ตสึต่อไป พวกเธอจะอยู่ในใจเสอม~
KONO-SETSU BANZAI~~~!! >> me/ ทำท่าแบบ ไรเดอร์ Fourze
ว่ากันด้วยเรื่องของตัวละครที่ผมมีปัญหาด้านอาวุธอย่าง XIV ผมได้รับแผนผังอาวุธมาแล้วจากเจ้าของเรียบร้อย ซึ่งอ่านไปเกือบๆ จะ 10 กว่ารอบก็ยังมึนนิดๆ แต่ก็ขอบคุณมากครับ
อาวุธของเขา เชิญดูได้ที่นี่นะครับ >>> http://i397.photobuc...II/P1110744.jpg
Credit อาวุธ: Ushiromiya Battler
ปล. ทำไมมันคล้ายๆ ของ ไรเดอร์ Accel จัง
ตอนที่ 2 นี่รีบเขียนไปนิดนะครับ พลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วย เอาล่ะ เชิญอ่านตอนที่ 2 กันได้เลยครับ~
Chapter 2 - XIV
ณ วิหารแห่งความเยือกเย็น ชั้นดาดฟ้า
แกร็งๆๆๆ
เสียงโซ่ทั้ง 6 ที่กำลังตรึงผลึกน้ำแข็งได้ดังขึ้น ซึ่งภายในนั้น มีคุณหนู โคโนเอะ โคโนกะ ที่ถูกจับแช่แบบเป็นๆ สักพัก เสียงยมทูตตนหนึ่งในร่างของ Pride ก็ดังขึ้น
" นี่ท่านตั้งใจจะทำอะไรกับแม่หนูคนนี้ล่ะเนี่ย เธอยังสาวยังแซ่ ไม่ใช่ว่าท่าน... "
ยังไม่ทันจะตอบ ก็มีหมัดน้ำแข็งปริศนาพุ่งเข้าหา Pride ตัวนั้นจนกระเด็นไป เม็ดทรายพุ่งออกจากปากพองาม หนุ่มวัยกลางคนที่ได้ปล่อยหมัดไปนั้นก็เริ่มด่าเข้าให้
" ไอบ้า! นี่ทำอย่างกับว่าชั้นอยากจะจับนางมากนักหรอก! ที่ชั้นจับมาก็เพื่อจะทดสอบบางอย่างเท่านั้นเอง "
" ตะ... แต่... "
" นี่เห็นชั้นเป็นพวกโลลิค่อนรึไง! "
( ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะครับ... // คนเขียน )
สักพัก เขาก็หันหลังกลับไปที่ประตูทางเข้า แต่ปากก็ยังสั่งการต่อไป
" จัดการให้เรียบร้อยซะ ส่วนพวก Lust และ Sloth เตรียมดำเนินการขั้นต่อไปได้ หน่วย Gluttony ครั้งนี้ พวกเจ้าเตรียมพร้อมรบซะ! "
" ครับ! "
' เอาล่ะ... องค์ชายคาโอรุ แสดงให้ผมดูหน่อยสิครับ... สิ่งที่ผมสั่งสอนมาให้ท่านมายาวนาน... ข้าอยากจะเห็นมันด้วยตาตนเอง เหมือนท่านเบียวูลฟ์... '
ในขณะที่กำลังเดินลงไปนั้น เขาก็พลันนึกได้ถึงอดีตของตนเองขึ้นมา
ย้อนเวลาไปเมื่อหลายปีก่อน สมัยคาโอรุ อายุได้ 5 ขวบ
ที่เผ่าเทวา หรือผู้คนต่างเรียกว่า เมืองแห่งแสง เป็นเมืองที่มีกลุ่มคนอาศัยกันอย่างสมถะ ผู้คนต่างเผ่า ต่างสายเลือด ก็พามาแวะเวียนกันอย่างไม่ขาด เชื่อมสัมพันธไมตรีต่อกัน จนขึ้นชื่อว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่สงบสุขที่สุดก็ว่าได้ เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากสมาพันธ์มหาเวทคันไซ ชนิดทีเรียกว่าถ้าคุณขับรถจากกรุงเทพ ก็คงถึงอยุธยาได้เลยล่ะครับ ( พูดแค่นี้คงนึกถึงระยะทางกันแบบชัดเลยทีเดียว )
และ ณ ที่แห่งนี้ ยังมีวิหารแห่งแสง ซึ่งถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ ที่พำนักของชนชั้นสูงนั่นเอง แต่เราจะไปพูดถึงในภายหลังละกัน
เพราะในเมืองนี้ มีสถานที่ๆ กลุ่มคนชั้นสูงได้สร้างไว้ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ซึ่งนั่นก็คือ... โรงฝึกสารพัดนึก ซึ่งที่นี่ จะมีอาจารย์ที่มาจากวิหาร เข้ามาถ่ายทอดวิทยายุทธิ์แบบเต็มที่กันเลยทีเดียว
และนักเรียนที่กล่าวถึงนี้ เป็นนักเรียนที่อ่อนที่สุดในโรง ซากุระซากะ คาโอรุ...
" เอ้า! เป็นอะไรไป เจ้ายังได้แค่นี้เองเหรอ "
ชายหนุ่มผมสีขาว ชุดสีดำ ได้ทักคาโอรุออกมา ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่กำลังฝึกหมัดมวยกันอยู่ และแน่นอนครับ สภาพเด็กน้อยของเรานั้น โทรมครับ ตามระเบียบของคนที่อ่อนที่สุดนั่นเอง
" ผม... ยัง... ไม่ตัดใจง่ายๆ หรอก.... "
ร่างของเขาพุ่งหาผู้เป็นอาจารย์อย่างรีบร้อน แต่ยังมิทันได้ง้างหมัด ก็สะดุดขาอาจารย์ที่ยื่นมาขวางจนได้ หน้าทิ่มตามระเบียบ นักเรียนที่นั่งดูต่างขำไม่ออก เพราะสภาพลูกหมาคลุกโคลนขนาดนี้ ยังไงก็แพ้ชัดๆ
" เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน... ทุกคน! กลับไปพักผ่อนมากๆล่ะ ครั้งหน้าเจอกัน เลิกได้! "
ขอบคุณครับ/ค่า!!!
สิ้นเสียง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังขอฝึกต่อ ซึ่งเด็กผมสีดำรีบวิ่งเข้ามาหาคาโอรุทันที
" พี่! เป็นอะไรมั้ย? "
" ไม่เป็นม้าง! "
คาโอรุตอบแบบประชดๆไป แล้วอาจารย์ชุดดำก็เดินเข้ามา
" ท่านน่ะ ยังต้องเรียนรู้อีกมากนะครับ องค์ชายคาโอรุ "
" เบียวูลฟ์... "
" อ้าวๆๆ เบียวูลฟ์ วันนี้ก็เล่นงานองค์ชายผู้อ่อนแอเช่นเคยนะครับ "
" อาจารย์เซลเบรัส... "
ทุกคนหันไปหา ท่านเซลเบรัส หนุ่มผมสีฟ้าไว้ทรงผมเหมือนเวอร์จิล ใน Devil May Cry ไม่มีผิดเพี้ยน ชุดคลุมสีฟ้าของเขาได้พัดปลิวตามลายลม ช่างดูเท่ห์เป็นที่สุด
" เบลคุง! เล่นพูดแบบนี้ ผมก็แย่สิครับ "
" นั่นสินะครับ วันนี้ผมขอคุยกับองค์ชายเป็นการ ส่วนตัวหน่อยนะครับ "
" ผมขออยู่ด้วยๆ "
มาซาโตะยกมือ ขออยู่ฟังด้วย เบียวูลฟ์ก็งง เลยถามต่อ
" เจ้าจะอยู่ไปทำไม... เจ้าไม่มีธุระไม่ใช่หรือ? รีบกลับไปหาท่านแม่ได้แล้ว! "
" แต่ว่า.... "
" เดี๋ยวท่านจะรอนะครับ องค์ชายมาซาโตะ รีบกลับเถอะครับ... ท่านเบียวูลฟ์ ฝากด้วยนะครับ "
สิ้นเสียง เบียวูลฟ์ก็ยกตัวมาซาโตะ แล้วเดินออกไปทันที โดยที่เด็กน้อยก็โวยวายไปตามทาง
" ท่านเบียวูลฟ์! ท่านอย่ามาตลกกับผมสิครับ! ปล่อยผมลงไป!!! ท่านจะพรากผู้เยาว์รึไง อาเบะสิงรึไง.... ช่วยด้ว..... "
คาโอรุ กับ เซลเบรัสหันมาดู มาซาโตะกำลังสบถอะไรออกมา จนพวกเขาหายไป หลังจากนั้น สองคนนี้ก็เริ่มสาธยายกันได้สักที
" องค์ชาย ผมเชื่อมั่นเหลือเกิน ว่าสักวัน ท่านจะเก่งได้เหมือนพี่ชายของท่านแน่นอน "
" แต่ในตอนนี้... ผม... กลับทำได้เพียงแค่ ไล่ตามหลังทุกคนเท่านั้นเองเหรอ "
" นี่! เชื่อมั้ย!? เหนือฟ้า ยังมีฟ้า เหนืออาจารย์ไป ก็ยังมีคนเก่งอีกมากมาย ถึงเจ้าจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้าพลังของเจ้า ทำให้เธอได้ทัดเทียมกับคนกลุ่มนั้นมันก็น่ายินดีไม่น้อยเลยนะ~ "
เซลเบรัสกล่าวปลอบขวัญ และให้กำลังใจองค์ชายผู้อ่อนแออย่างต่อเนื่อง จนผู้ฟังเริ่มรู้สึกดีขึ้น รอยยิ้มเริ่มเกิดขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่ม
" ท่านครับ! งั้น... ถ้าหากวันที่ผมก้าวข้ามพวกอาจารย์ไปได้มาถึงล่ะครับ!? "
" เมื่อถึงตอนนั้น... พวกเราก็จะฉลองกันให้เต็มที่ไปเลย เป็นไงล่ะ!? "
" สัญญานะครับ อาจารย์! "
" แน่นอน! วันไหนที่เธอพร้อม วันนั้นแหละ เราจะมาตัดสินกันนะ "
ตัดกลับมา ณ เวลา ปัจจุบัน ที่ห้องนอนคาโอรุ อิเรกกุลาร์ ฮันเตอร์ สาขามาโฮระ
เด็กหนุ่มเมื่อวันวาน บัดนี้ได้นอนแผ่หราอยู่บนเตียง พลันนึกถึงคำพูดของปีศาจสุนัขสามหัวไปต่างๆนาๆ
" ถ้าเกิดว่า... นั่นเป็นอาจารย์จริงๆล่ะก็... ทำไม... "
" เวลานั้น มันมาถึงแล้วงั้นเหรอ? "
แต่แล้วความคิดเหล่านั้นก็ถูกหยุดลง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เจ้าของห้องลุกแบบเซ็งๆ แล้วกำลังจะไปเปิดประตู ยังไม่ทันได้ทำอะไร ประตูก็ถูกเปิดออกด้วยเส้นผมสีเหลืองที่ยาวอย่างกะหนวดไม่มีผิด เส้นผมเหล่านั้นก็ได้จับคาโอรุอีกครา พร้อมกับเสียงที่ดูร่าเริงมาจากหน้าประตู
" จับได้อีกแล้วค่า~ เหยื่อชั้นดี~ "
ครานี้เธอได้ใจเพียงแค่ครู่เดียว คาโอรุก็กระชากเส้นผมเข้าหาตัวทันที พาเอาเจ้าของปลิวเข้ามาหา แล้วก็จับคุณเธอโยนลงไปบนเตียงทันที
" เฮ้อ... เล่นอะไรให้มันเข้าท่าหน่อยนะ "
" นี่.. อย่าบอกนะว่า... ไม่เอานะ! เราเป็นแค่เพื่อนเองนะ จู่ๆ มาทำแบบนี้... "
" ยัยบ้า! จะพาส่อไปไหน!? รีบๆคืนสติกลับมาเลย ยัยบ๊อง! "
คาโอรุรีบเขกกบาลเชอรริสอย่างจัง ขืนให้พูดต่อสิ คงจะไม่มีทางเอามาออกอากาศได้แน่ๆ พลางแก้เส้นผมออกจากตัว สาวเจ้าโดนแบบนี้ก็เจ็บสิครับ
" แงๆ เค้าเจ็บนะ! "
" ก็ใครใช้ให้เธอพูดแบบนั้นล่ะ!? "
" อ้าวๆๆ~ ยังไม่ทันไร คู่กิ๊กคู่นี้ก็กัดกันอีกแล้วนะ~ "
ซาคิซากิเดินเข้ามาแซวตอนไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ๆน่ะ ก็คือคาโอรุรีบเอาปืนเอโบนี่สีดำ จ่อคางพี่ท่านซะแล้ว
" ดูท่าวันนี้คงอยากกินลูกตะกั่วแทนข้าวสินะ -*- "
" อะไรกัน ผมแค่ล้อเล่นเอง อย่าตกมันสิครับ "
" คนว้อย! ไม่ใช่ช้าง! = =* "
" แต่คนข้างหลังนายตกมันซะแล้วล่ะครับ ^o^ "
" อย่างยัยนั่นไม่ได้เรียกตกมันกรอก เรียกว่านอพึ่งขึ้น >w< "
" ว่าใครนะ!!! "
อยู่ๆ เชอรริสก็แผ่รังสีฆ่าฟันออกมาแบบงงๆ คาโอรุหันกลับไปก็หลบเส้นผมที่พุ่งเข้ามา แล้วก็ไปรัดคอซาคิซากิแทน
" หลบได้เหรอ!? "
" ก็บอกไปว่าพูดเล่น ยัยนี่ก็คิดไปได้นะ! "
" ปะๆๆๆ ปล่อยช้านนนนน!!! ชั้นหายใจ.... มะ อ่อออกกกก "
" อ้ะ ขอโทษๆ "
ในที่สุดเชอรริสก็คลายเส้นผมออกจนได้ ซาคิซากิ แทบทรุด คาโอรุก็เก็บปืนเช่นกัน ดีที่ยังไม่ลั่น....
ปัง!!!!
ไม่ทันแล้วครับคนอ่านทุกท่าน... ระหว่างที่คาโอรุกำลังจะเก็บปืน เพราะพี่ท่านยังไม่ได้ล็อคไก เลยเผลอเหนี่ยวซะลั่นห้อง เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเก็บ
" หูย... เฉียดไปแล้ว... "
" ช่างกล้าเล่นนะ มุกเสี่ยงชีวิตเนี่ย? "
" เอาล่ะๆ เข้าเรื่องก่อนดีกว่านะ "
ซาคิซากิรีบตัดบทก่อนที่มันจะออกทะเลไปมากกว่านี้ แล้วก็มานั่งปรึกษาเรื่องบางอย่างกับคาโอรุ โดยเฉพาะเรื่องแขนปักษาต้องสาป
" คาโอรุ ชั้นได้ไปลองเทียบค่าพลังของนายที่ใช้แขนปักษาต้องสาปแล้วล่ะนะ "
" เป็นยังไงมั่ง... "
" อืม... ไม่แน่นะ "
" ไม่แน่ยังไง? "
คาโอรุย้ำไปอีกครั้ง และแล้วคำตอบก็ได้ออกมาจากปากของเขา
" พลังของนายตอนนี้อาจจะเทียบเท่าเซลเบรัสก็ได้นะ "
" เทียบเท่าเหรอ ซากิจัง~ แต่ชั้นว่า มันน่าจะมากกว่านี้นะ "
( ซากิจัง เป็นชื่อเล่นของซาคิซากินะครับ )
" ใช่แล้วล่ะ เชอรริล พลังตอนที่เป็นแขนปักษาต้องสาป ยังเปรียบเสมือนพลังที่ครึ่งๆกลางๆ แต่เมื่อใดที่ปลดร่างที่แท้จริงของแขนนี้แล้วล่ะก็... "
" อย่าบอกนะว่า... "
" ใช่! เทียบเคียงเทพในตำนาน... "
หลังจากซาคิซากิพูดจบ คาโอุก็นั่งลงกับโซฟา เอามือกุมหน้า พลางบ่นออกมา
" ผมควรทำไงดีล่ะ... ถ้าแขนข้างนี้กำลังสร้างปัญหาให้ผม... "
" ไม่หรอกมั้ง... อ้ะ! ได้เวลาพามิร่าไปเรียนแล้วล่ะ งั้นขอตัวล่ะ "
" พาไปเรียน!? นี่น้องเธอติดพี่ชายขนาดนี้เลยเหรอ "
" ก็นะ... "
" พี่ชาย!! เร็วๆ เข้าสิ "
จู่ๆ มิร่า น้องสาวของซาคิซากิก็โผล่มาหาถึงที่เลย เชอรริสเตรียมพุ่งเข้าหา แต่ก็เจอรีเบลเลี่ยนขวางไว้
" เห่ยๆๆ นี่เธอชอบไปฮ่องกงขนาดนั้นก็ไม่บอกนะ "
" ใช่ๆๆ ที่อ่องกงน่ะมีของดีด้วยนะ... "
( ยัยนี่มันซื่อบื้อ หรือแปลความหมายของฮ่องกงที่คาโอรุพูดไม่ได้กันแน่... = = >> ซาคิซากิ )
" ผมไปก่อนนะครับ คาโอรุซัง ฝากเรื่องรายงานให้น้องชายด้วยนะครับ "
แล้วซาคิซากิก็ยื่นเอกสารรายงาน ให้คาโอรุ เขารับมันมาแล้วก็นั่งอ่านตรวจทานรอบสุดท้าย ก่อนที่จะลุกจากโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า
" โอเค เดี๋ยวจัดการให้ รีบไปส่งน้องเถอะ เดี๋ยวจะสายนะ "
" นั่นสินะ งั้นผม ขอตัวล่ะครับ "
สิ้นเสียง ซาคิซากิก็เดินออกไปพร้อมกับน้องสาว ส่วนคาโอรุก็กำลังหาผ้าเช็ดตัวอยู่ อยากอาบน้ำใจจะขาดอยู่แล้ว แต่จู่ผ้าขนหนูสีขมพูก็ถูกยื่นมาให้จนได้ เจ้าตัวคว้ามาโดยไม่ได้มองคนที่ยื่นให้
" อ้ะ ขอบใจสำหรับผ้าขนหนูนะ "
" ไม่เป็นไรจ้า คาโอะจัง "
( คาโอะ... จั..ง O[ ]O >> คาโอรุ )
เมื่อเจ้าตัวตกใจกับคำทักทาย ก็รีบหันกลับไป ก็เห็นสาวชินเมริวผู้ส่งผ้าขนหนูมาให้...
" ซะๆๆๆๆ เซ็ตสึนะ!!!! มาได้ไงเนี่ย? "
" ก็เห็นห้องเปิดอยู่นี่นา "
คาโอรุลุกขึ้นมาหาเธอ แล้วคาโอรุก็ยิงคำถามที่ค้างคาใจตัวเองมาโดยตลอด
" รุ่นพี่... ถ้าหากว่ามีคนที่เป็นปีศาจ แต่เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น พี่จะทำยังไงครับ "
" กำจัด "
เธอตอบมาอย่างห้วนๆ ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าเธอคงทำไปเพราะระแวงเรื่องคุณหนูโคโนกะแน่ๆ คาโอรุก็ไม่ถามต่อเลยเดินเข้าไปอาบน้ำแทน
ในตอนนั้นเองที่ซาคิซากิ มาเดินส่งมิร่าถึงแผนกม.ต้น อยู่ๆ เขาก็รู้สึกประหลาดๆขึ้นมา ประดุจดั่งมีอะไรแล่นขึ้นมาในหัว มิร่าก็ทำหน้างง แล้วก็เรียกพี่ของเธอ
" พี่คะ! เป็นอะไรรึเปล่าคะ "
" พี่รู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเลยน่ะ พี่รู้สึกว่า ชะตากรรมของคาโอรุจะเปลี่ยนไป "
" เปลี่ยนยังไงเหรอ? "
" ช่างเถอะน่า มิร่ารีบเข้าไปเรียนเถอะ เดี๋ยวสายเอานะ "
" ค่า~ ไปก่อนนะคะ พี่ชาย~ "
สิ้นเสียงมิร่าก็กระโดดจุ้บแก้มซาคิซากิไปหนึ่งที ก่อนจะวิ่งเข้าไปในตัวอาคาร เจ้าตัวถึงกับอึ้งเมื่อโดนเข้าแบบจังๆ
" นี่น้องชั้น.... เอาเถอะๆ "
' แต่ว่า ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็... ชีวิตของคุณคาโอรุคงจะพลิกจากฝ่ามือเป็นหลังมือแน่ๆ '
และในขณะที่ซาคิซากิเดินกลับไปนั้นเอง ก็มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เขา แล้วสักพัก ก็เอา Thump Drive โยนเล่น ชุดสีดำของเขาตัดกับเข็มขัดที่ใส่อยู่ได้เป็นอย่างดี
" เอาล่ะ ขอดูหน่อยสิ... ว่าคนข้างตัวท่านมันจะดีสักแค่ไหนเชียว... "
ที่ฮันเตอร์ สาขามาโฮระ ห้องหัวหน้าทีม
" เอ้อ พี่ๆๆ ผมมีเรื่องจะถามหน่อย "
" นายกำลังจะพูดถึงเรื่องแขนต้องสาปสินะ "
มาซาโตะที่นั่งหมุนเก้าอี้พลางอ่านเอกสารที่คาโอรุส่งมาให้เขา ก็เรียกเขามาถามอะไรบางอย่าง แต่คาโอรุรู้ทัน น้องชายเลยทำหน้าบู่นิดๆ
" ชิ! รู้ซะด้วยแฮะ "
" ชั้นรู้ว่าสักวันจะต้องมาถึง แต่ชั้นก็เตรียมใจแล้วล่ะ จะโดนยัยนั่นฆ่าตาย หรือจะทรมานขนาดไหน ชั้นก็พร้อมที่จะจากที่นี่ไป... "
" แต่ว่านะ พี่นะ พี่อุตส่าห์สร้างกองกำลังขึ้นมาได้ทั้งที ทำไมต้องมาออกกลางคันด้วยล่ะ? "
" เพราะชั้นไม่ต้องการให้คนอื่น ต้องมาเดือดร้อนเพราะชั้นอีกแล้ว ชั้นยินดีที่จะจากไป หากแต่ว่านั่นเป็นเพียงแค่เสียงส่วนน้อยก็ตาม "
มาซาโตะได้ยินถึงกับช็อคกับคำพูดของเขา แต่ถึงจะแย้งไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เลยถอนหายใจดังๆ
" เฮ้อ! ก็แล้วแต่พี่นะ ผมคงฝืนอะไรไม่ได้หรอก แล้วเรื่องที่วิหาร... "
" อย่าพูดถึงมันเลย ชั้นน่ะไม่ค่อยสนใจกับตำแหน่งเท่าไหร่หรอก ขอแค่ได้ทำเพื่อทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ยศไหน จะสูงเหยียดฟ้า หรือติดดิน แต่มันก็ทำให้รู้สึกดีที่ได้ทำนี่นา "
" ทำไปโดยไม่หวังอะไรมากสินะ "
" แต่ถ้าจ้างมาก็... ไม่แน่นะ! "
คาโอรุ ยิ้มอย่างสบายใจ ก่อนที่จะโบกมือลา แล้วเดินออกจากห้องไป ไม่นานนัก เชอรริสก็เดินเข้ามาถามเขา
" คาโอรุซัง เรื่องลาออกนี่... "
" รู้ด้วยเหรอเนี่ย~ "
" ชั้นเป็นเพื่อนร่วมทีมของนายนะ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ "
" ใช่... ชั้นจะลาออกไปพร้อมกับภารกิจตามหาโคโนกะเนี่ยแหละ จบเมื่อไหร่ ชั้นก็จะวางมือล่ะ "
" แต่ยังหนุ่มแบบนี้... จะรีบลาออกไปทำไมล่ะ "
" ไม่เชิงหรอกนะ แต่ชั้นอยากให้เวลากับตัวเองสักพัก อยากอยู่อย่างสงบ แล้วเมื่อไหร่ที่ชั้นพร้อม ชั้นจะกลับมาอย่างแน่นอน "
" ไม่เชิงวางมือถาวรสินะ "
" ก็นะ... "
" แย่แล้วครับ! "
จู่ๆ ก็มีทหารนายหนึ่งจากหน่วยลาดตระเวณ วิ่งเข้ามาหาทั้งสองคน สีหน้าเหมือนหนีไฟไหม้มาเลย คาโอรุทำหน้าเซ้ง แล้วก็หันไปถาม
" วันนี้มีอะไรเนี่ย... ไฟไหม้ห้องครัว... "
" ไม่ใช่ครับ! "
" ทันควันเลยแฮะ... ยังไม่ทันได้เล่นเลย ตบสวนกลับซะงั้น เอ้า! ว่ามา!? "
" มีชายชุดดำคนหนึ่งเดินถือดาบมา ท่าทางน่ากลัวเลยครับ! "
คาโอรุได้ยินดังนั้น ก็เลยรีบวิ่งไปยังหน้าฐาน พลางตะโกนบอกกับเชอรริส
" เชอรริส! เตรียมหน่วยแพทย์ให้พร้อมเลยนะ งานนี้มีเจ็บตัวแน่ๆ! "
" ได้เลย!!! "
เมื่อคาโอรุมาที่หน้าฐานแล้วนั้นเอง ก็ต้องเจอสภาพคนที่บาดเจ็บ แต่ไม่มีแผลอะไรมากมาย แค่จุกเสียดแน่นท้อง เนื่องจากกรดเกิน... ว้อยยย! ไม่ใช่แบบนั้น! โดนสันดาบกระทุ้ง แถมบางคนโดนก้านคอทีเดียวดับ บางคนโดนสันดาบตบให้ ดูภาพแล้วช่างน่าอนาถนัก
" ฝีมือแบบนี้คงไม่ธรรมดาสินะ... "
" ดูท่าท่านคงจะมีเซนจ์ไม่เบาเลยนะ "
เมื่อคาโอรุมองไปตรงหน้าเขา ก็ปรากฏชายชุดสีดำยืนอยู่ ในมือเขา มีดาบที่ดูน่าแปลกตายิ่งนัก นัยน์ตาสีดำที่จับจ้องมาทางเขานั้นดูน่าเกรงขามยิ่ง
" นาย... เป็นใคร... "
" นามของข้าคือ... XIV "
สำเนียงการตอบที่ดูราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยพลัง ซึ่งคาโอรุรู้ทันที ฝีมือเขาไม่ธรรมดาแน่ๆ จึงตั้งดาบรอท่าทีอีกฝ่าย
" ต้องการอะไรกันแน่!? "
" ก็แค่อยากเห็นศักยภาพของคนที่มีของพิเศษหน่อย "
" อย่าบอกนะ... ว่านาย... อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี่สินะ "
" ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับใคร หรืออะไรทั้งนั้นแหละ "
" ช่วยไม่ได้แฮะ... งั้นชั้นคงต้องใช้กำลังสินะ! "
พูดจบคาโอรุก็พุ่งเข้าปะทะทันที แต่ว่า XIV กลับกวัดแกว่งดาบป้องกันไว้ได้สบายๆ
" เฮ้ๆ เล่นแบบนี้ผมก็แย่สิ... "
จู่ๆ เขาก็จับแขนขวาของคาโอรุล็อคไว้ คาโอรุขัดขืน ก็เลยโดนจับทุ่มซะอย่างงั้น หนุ่มฮันเตอร์รีบลุกขึ้นพลางตวัดดาบใส่แบบมั่วซั่วสิ้นดี
" แกนะแก!!! "
" เฮ้อ~ ไม่ไหวๆ แค่นี้โกรธซะแล้ว... "
แล้วเขาก็เอาดาบต้านไว้ แล้วใส่สิ่งที่เหมือน Thump Drive เข้าไปในตัวด้าม หลังจากนั้นไฟก็ลุกท่วมดาบ XIV ตวัดดาบสวนกลับไปอย่างเยือกเย็น ทำให้คาโอรุได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา แต่ไฟที่ไหม้เสื้อตัวในของเขาก็ดับลงอย่างรวดเร็ว เพราะพี่ท่านรีบเอามือมาตบให้ไฟมอดลงไป
" อึ้ก! นั่นมัน... อะไรกัน... "
" ตายจริง ผมคงลืมแนะนำเจ้านี่สินะ นี่คือ Slasher ดาบที่มีความสามารถหลากหลาย แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าไม่ระวัง แจ็กเก็ตสีขาวของนายจะพังซะก่อนนะ"
" แต่นายก็ทำเสื้อตัวข้างในเป็นรอยไหม้จนได้ งานนี้จะชดใช้ยังไงล่ะเนี่ย~ "
"ไม่รู้สินะ..."
"ถ้างั้น.... ความตายล่ะ?"
เพียงแค่สิ้นคำพูดนั้น คมดาบทั้งสองก็ได้เข้าประหักประหารกัน โดยไร้คำพูดใดๆ ต่างผ่ายผลัดกันรุกและรับอย่างไม่ลดละ แต่ทาง XIV จะได้เปรียบมาก เพียงแค่เขาก้าวหลบเพียงนิดเดียวก็สามารถหลบการโจมตีของคาโอรุได้แล้ว ต่างกับคาโอรุที่ทำได้แค่เอาดาบปัดป้องการโจมตีของคู่ต่อสู่เท่านั้น
"ผมว่าคุณยังต้องฝึกอีกมากนะครับ... ดูจากตอนนี้แล้ว สมาธิยังไม่นิ่งเลยนะครับ"
"แต่ชั้นว่า... ชั้นกั้กเอาไว้มากกว่ามั้ง"
"งั้นผมคงต้องเพิ่มความสนุก ให้คุณได้ออกกระบวนท่าหน่อยละกัน"
อยู่เขาก็ตวัดดาบของเขา คลื่นไฟพุ่งออกมาจากคมดาบเป็นรูปจันทรากำลังพุ่งเข้าหาเป้าหมาย คาโอรุกัดฟันพลางบ่นในใจ
'บ้าเอ้ย! กะว่าจะเก็บไว้ไปฟันพวกเซลเบรอสซะหน่อย'
"ผ่าเวหา!"
แล้วคาโอรุก็จำใจต้องงัดเพลงดาบชินเมริว เพื่อตัดเปลวเพลิงที่พุ่งเข้าหา แต่ก็ทำได้แค่นั้น เพราะหลังจากที่ตัดคลื่นไฟได้แล้ว อยู่ๆ XIV ก็ง้างดาบอยู่ตรงหน้าแล้ว คงไม่ทันการสำหรับเม่นฟ้าที่จะยกดาบมากันได้
"ช้าไป!"
แล้วเขาก็เอาดาบซัดคาโอรุออกไป จนกระเด็นเข้าข้างฝา เหมือนกับโดนพายุอัดเข้าลำตัวอย่างจังก็มิปาน คาโอรุล้มลงตรงนั้น พร้อมกับบาดแผลที่ลำตัว คมดาบนั้นลึกพอสมควรเลยทีเดียว
"อั่ค! คมแบบนี้มัน... เวทย์ลมเหรอ!?"
"ว้า! แย่จัง รู้ได้ไงเนี่ย? งั้นคงต้องขอให้ลืมมันด้วยความตายละกัน"
XIV เดินเข้ามาหาซาก(?)คู่ต่อสู้ที่กำลังจะฝืนลุกขึ้นมา แล้วบรรจงตั้งดาบขึ้นพร้อมประหารทุกเมื่อ แต่แล้วเสียงนี้ก็ดังขึ้น
"ผ่าหินผา!"
นักดาบสาวชินเมริวพุ่งเข้ามาหา XIV แล้วชักยูนางิฟาดเข้าที่ดาบอย่างจัง จนดาบกระเด็นออกไป เจ้าของดาบที่เห็นว่าอาวุธประจำกายหลุดไปนั้น ก็มิได้แสดงสีหน้าตกใจ แต่กลับคว้าขาของเซ็ตสึนะ แล้วเหวี่ยงไปกระแทกกับกำแพงข้างๆคาโอรุทันควัน
ตึง!
"อึก! บ้าน่า.... "
"อย่าคิดว่าผมจะไม่รู้นะครับสาวน้อย แต่มาก็ดีแล้วล่ะครับ ผมจะได้จัดการทั้งสองคนตรงนี้แหละ!!"
ว่าแล้วหมัดความเร็วสูงพุ่งเข้าหาเซ็ตสึนะที่ยังคงจุกอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และแน่นอนว่ามันต้องมีคนกระโจนเข้ามารับ นั่นก็คือ....
แว้บบบบ!!!
แสงประหลาดได้กำเนิดขึ้น ณ บริเวณแขนขวาของคนที่เข้ามาขวาง เขาใช้แขนข้างนั้นหยุดการโจมตีของ XIV เอาไว้ได้ และเมื่อแสงลดลงก็พบกับสิ่งที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก
"นั่นมัน! อย่าบอกนะว่า!?"
"ได้เวลาเอาคืนแล้ว!"
หลังจากนั้นเขาก็กระชากคู่ต่อสู้เข้าหาตัว แล้วต่อยเข้าชายโครงอย่างไม่เต็มที่นัก เนื่องจากฝืนใช้ร่างกายมากเกินไป โดยที่บาดแผลในตอนนั้นยังคงมรีเลือดอาบอยู่เต็มไปหมด
"Absolute! Power FORCE!!!!"
ฝ่ายที่โดนไปนั้น กระเด็นออกไปเล็กน้อย เนื่องจาก พลังของคาโอรุถึงขีดจำกัดแล้ว XIV ดูสภาพบริเวณที่โดนเข้าไป ก็พบว่ามีแค่รอยไหม้เล็กๆเท่านั้น หลังจากนั้นก็สังเกตที่มือของอีกผ่าย แขนขวาได้แปรสภาพไปแล้ว
"องค์ชายซากุระซากะ คาโอรุ ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี ถ้าท่านอยากจะช่วยเหลือทุกคน ณ ที่แห่งนี้ล่ะก็..."
"ทำไม..."
"ข้าคงบอกมากกว่านี่ไม่ได้ มีเพียงเจ้า ปีกของเจ้า และแขนของเจ้าเท่านั้นที่จะบอกเจ้าได้"
หลังพูดจบ เขาก็รีบคว้าดาบของตัวเอง แล้วจากไปท่ามกลางความมืด
"เดี๋ยวก่อน!"
"รักษาชีวิต และแขนข้างนั่นของเจ้าให้ดีละกัน เพราะยังมีความลับซ่อนอยู่อีกมากมาย จงหาทางเปิดมันออกมาซะ!"
คาโอรุที่อยู่ในสภาพยืนเหมือนคนใกล้หมดแรง ก็ค่อยๆ ใช้พลังเวทที่เหลือเพียงน้อยนิด รักษาแผลที่บริเวณลำตัว
'คงพอช่วยให้เลือดไหลช้าลงได้ล่ะนะ'
เมื่อเขาใช้เวทย์เสร็จก็ยกแขนขวาขึ้นมาดู พลางนึกถึงคำพูดของชายคนนั้น
"ความลับที่ซ่อนอยู่เหรอ... แขนข้างนี้?"
ในขณะที่คาโอรุกำลังดูสภาพแขนของตนนั้น อยู่ยูนางิก็เข้าแทงจากข้างหลังทันที ซึ่งมาซาโตะ เชอรริส ซาคิซากิ พร้อมพวกฮันเตอร์อีกส่วนหนึ่งได้ออกมาเห็นเข้าพอดี
"พี่!!!"
"เป็นนายจริงๆด้วย..."
"เซ็ต....สึ...."
"ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะลงเอยเช่นนี้ แต่ข้าคงต้องลาเจ้าแล้วสินะ"
หลังจากนั้น เซ็ตสึนะก็ดึงดาบออกมา คาโอรุหันกลับไปก็เห็นรุ่นพี่ของตัวเอง กำลังจดจ้องเขาอย่างไม่ลดละ แต่สายตาที่สื่ออกมานั้น เหมือนตอนที่เธอกำลังปราบปีศาจอยู่ไม่มีผิด
'หรือว่า.... นี่คงจะเป็น...'
" ตายซะเถอะ! เจ้าปีศาจ! "
เซ็ตสึนะพูดจบก็ง้างดาบแล้วตวัดอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือคอของชายคนนี้....
คนที่เคยเป็นรุ่นน้อง.... และ.... คนที่จะกลายเป็น คนแปลกหน้า ในสายตาเธอ
" ไม่นะ.... นี่มัน..... จะฆ่ากันเลยนี่นา! "
" ท่านพี่!!!! "
มาซาโตะผู้เป็นน้องทนไม่ไหว เขาเรียกดาบสีดำเพลิง Effret Heart ทันที แล้วพุ่งเข้าไป แต่จะช่วยทันหรือไม่....
Preview in Next Chapter
" นายนี่มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ "
" คนที่ดิชั้นรู้จัก มันได้ตายไปจากชั้นตั้งนานแล้วค่ะ "
" ชั่นเชื่อในตัวนาย และทุกคนในฮันเตอร์พร้อมจะเชื่อนายเช่นกัน "
" แขนปีศาจบ้างล่ะ ปักษาต้องสาปบ้างล่ะ แล้วไง! ถ้ามันจะให้ช่วยคนๆนั้นรอดกลับมาได้ ชั้นก็ยินดีที่จะใช้มัน แม้ต้องแลกด้วยชีวิต! "
" ไม่ได้เจอกันนานนะ ลูกรักของแม่... "
To Be Continue in Chapter 3 - Rebirth
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
#15
Posted 12 February 2012 - 08:09 PM

Negima!Duelist Generation Drei
#16
Posted 12 February 2012 - 10:25 PM
ข่าวดีก็คือ อาจจะได้ตอนที่ 3 สัปดาห์นี้ แต่ตอนที่ 4 กำลังหาเวลาลงเพราะใกล้สอบแล้ว
Edited by Sakurazaka Kaoru, 24 February 2012 - 01:56 AM.
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian
ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<
Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users


















