Quote
ราชันย์แห่งความพินาศ เซ็คเส็คซ์ ธาตุความมืด เผ่าปิศาจ LV.10 ATK:3000 DEF:2500
การ์ดใบนี้ไม่สามารถเรียกแบบพิเศษได้ การ์ดใบนี้สามารถด้วยการรีลีสมอนส์เตอร์เผ่าปิศาจบนสนาม3ตัวเท่านั้น
เมื่อการ์ดใบนี้สร้างความเสียหายจากการโจมตีได้โดยตรงให้อีกฝ่ายได้ เจ้าของการ์ดนี้จะชนะการดูเอลทันที
การ์ดใบนี้ไม่สามารถเรียกแบบพิเศษได้ การ์ดใบนี้สามารถด้วยการรีลีสมอนส์เตอร์เผ่าปิศาจบนสนาม3ตัวเท่านั้น
เมื่อการ์ดใบนี้สร้างความเสียหายจากการโจมตีได้โดยตรงให้อีกฝ่ายได้ เจ้าของการ์ดนี้จะชนะการดูเอลทันที
“เท่านี้วันเทิร์นคิลก็เป็นจริงล่ะนะ”
“อ้ากกกก!!!!”[LP:8000==>6000===>0]
Winner: Ribbons Almark
หลังจากที่สร้างความน่าตกใจให้คนดูและทุกคนในที่นั้นได้เห็น ริบบ้อนส์ก็เดินจากไปอย่างเงียบๆโดยปล่อยให้เฟตนั่งช็อคอยู่กลางสนาม
ตัดกลับมาที่ช่วงค่ำของวันนั้น มิโคโตะกับโทมะก็ได้มาดูพาเหรดกันบนระเบียงชั้น2ของร้านสตาร์บัคในยามค่ำคืน พาเหรดได้จบลงอย่างสวยงาม ต่อไปจะเป็นการแสดงดอกไม้ไฟของทางโรงเรียนร่วมกับการสนับสนุนของทางฮันเตอร์
“เฮ้~อ นึกว่าจะม่องแล้วซะอีก”หลังจากที่ผ่านอุปสรรคในวันนี้มาได้กลับมาฟุบหมดแรงคาโต๊ะน้ำชาด้วยสภาพที่แทบจะไม่มีแรงเลย ส่วนมิโคโตะก็ดูดกาแฟเย็นที่สั่งมาดับกระหายอย่างใจเย็น พลางดูดอกไม้ไฟที่ถูกจุดอย่างสวยงามในวันนี้
“ไหนๆก็มาตรงนี้ทั้งที มายืนดูด้วยกันหน่อยไม่ได้รึไง”มิโคโตะทำแก้มป่องงอนใส่โทมะจนโทมะที่เห็นเข้าต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นมายืนดูดอกไม่ไฟข้างๆมิโคโตะที่ราวกั้น
“สวยดีเนอะ”
“นั่นสินะ”
“นี่โทมะ หลับตาแล้วก้มลงมาหน่อยได้มั้ย”มิโคโตะทำสายตาออดอ้อนจนโทมะต้องเอามือเกาหัวเล็กน้อยแล้วก็ก้มลงหลับตาตามที่มิโคโตะบอก แม้จะปิดตาอยู่ก็สัมผัสได้ ถึงสัมผัสที่นุ่มนวลที่เข้ามาสัมผัสกับริมฝีปากของโทมะ ใบหน้าของทั้งสองแนบชิบติดกัน เมื่อโทมะลืมตาขึ้นมา ภาพที่เห็นคือนัยน์ตาของมิโคโตะที่อยู่ใกล้นัยน์ตาโทมะ สองสายตาสอดผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งสองคนอยู่ในสภาพนี้นานเท่าไหร่ แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้เช่นกัน เพียงแต่ความรู้สึกของทั้งคู่ตอนนี้ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างหยุดนิ่ง เหลือเพียงพวกเค้าแค่2คน
ขณะเดียวกันนั้น ที่ดาดฟ้าตึกเรียนแผนกสตรีม.ต้น คิระกับเอวาได้หลบมาหามุมสงบเพื่อชมดองไม้ไฟเช่นเดียวกับพวกมิโคโตะ ทั้งนี้ที่ไม่ดูด้วยกันเพราะเดี๋ยวจะไปขัดคอเค้าซะมากกว่า
“งั้นเหรอ?โอเคไปเดี๋ยวนี้แหละ” คิระวางหูโทรศัพท์แล้วเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“ถึงเวลาของเธอแล้วสินะ”
“ใช่ เธอกลับไปรอที่บ้านก่อนเลยก็ได้ถ้าไม่อยากไปไหนต่อ เสร็จจากงานนี้ชั้นคงดิ่งกลับไปเลยน่ะ”พูดจบคิระก็เดินไปที่ขอบระเบียง ทันทีๆเดินกลับมาเอวาก็กระชากคอเสื้อคิระลงมาและบรรจงจูบเข้าไปที่ริมฝีปากของคิระโดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะเป็นจูบที่สั้น แต่สำหรับทั้งคู่มันเหมือนเป็นเวลาที่ยาวนานมาก
“นี่ถือเป็นมันจำนะ,ถ้าอยากเอาคืนก็กลับทำงานให้เสร็จแล้วไปเจอกันที่บ้านให้ไวเลยนะ”
“อื้ม,เจอกันที่บ้านนะ” พูดจบคิระก็กระโดดลงมาจากดาดฟ้าตึก5ชั้นอย่างไม่ลังเล เอวาวาดสายตามองไปทางคิระที่กระโดลงไปด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มของคนมีความรัก ที่ข้างล่างนั้นไม่มีใครอยู่ คิระที่มีทักษะทางร่างกายดีเพื่อทดแทนปัญหาด้านพลังเวทย์จึงลงพื้นได้อย่างนิ่มนวล เอวาที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็เดินกลับไปที่บ้านอย่างหายห่วง
วันอังคารที่21 มิถุนายน ปี2005 11.30PM ด่านตรวจการทางด่วนและเส้นทางสำหรับไรดิ้งดูเอล อิเล็กกุล่าฮันเตอร์
“ยังไม่มาอีกแฮะสองคนนั้น”เนกิจ้องมองไปที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองซึ่งเข็มสั้นชี้เลข11ส่วนเขมยาวชี้เลข6 บ่งบอกถึงเวลา5ทุ่มครึ่ง เนกิ ลอร์ร่า มาซาโตะและชาร์มายืนรอคิระกับคาโอรุที่ไปเอาดี-วิลล์มาเพื่อตรวจความสงบและกวาดล้างโกสต์บนทางด่วน ไม่นานนักทั้งสองก็มา ต่างกันที่ว่าคิระมาในสภาพกระฉับกระเฉง ส่วนคาโอรุมาในสภาพของคนอดนอน
“คุณคาโอรุไปทำอะไรมาน่ะครับ สภาพโทรมมาเลย”
“ก็นิดหน่อยนะครับ แต่แค่นี้ไม่เป็นไรมากหรอกครับ”
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะครับ”
“ไปกันเถอะ ชั้นสังหรณ์ว่ามันจะมาคืนนี้แน่ๆ”ชาร์ที่ติดเครื่องดี-วิลล์สีแดงรออยู่แล้วบอกกับพวกเนกิแล้วออกรถไป ลอร์ร่ากับมาซาโตะเห็นดังนั้นก็ออกรถตามไป
“ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ รีบๆทำให้มันเสร็จๆไปเลยดีกว่า”เมื่อสิ้นเสียงจากคิระ ทั้งสามก็เร่งเครื่องดี-วิลล์แล้วขับขึ้นไปบนทางด่วน โดยเป้าหมายคราวนี้ไม่ใช่แค่การตัวจับและจัดการโกสต์ด้วยการดูเอล แต่เป็นการกวาดล้างด้วยกำลังอาวุธ
กลุ่มของชาร์ขึ้นไปทางตะวันตกและทางเหนือ ส่วนทางตะวันออกกับทางใต้เป็นหน้าที่ของพวกเนกิ
“เจอแล้ว!!ไปเลย!!”เมื่อคิระเจอโกสต์เข้าก็ทำการยิงปืนใหญ่บีมที่ส่วนหน้าทั้งสองข้างของเมเทโอใส่โกสต์จนระเบิดคาถนน
ทางด้านเนกิกับคาโอรุที่พบโกสต์เป็นฝูงใหญ่ก็ทำการเข้าโจมตีด้วยปืนและกระสุนเวทย์จำนวนมากจนเละคาถนนเต็มไปหมด กลิ่นน้ำมันที่เผาไหม้อยู่บนถนนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ไม่นานนักปฏิบัติการณ์ในค่ำคืนนั้นก็จบลง โกสต์ถูกกวาดล้างทั้งสิ้น128เครื่อง นับว่าเป็นไปตามที่ทุกคนคิด โกสต์จะเลือกจู่โจมช่วงงานเทศกาล แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับไปนอน ในระหว่างทาง เนกิที่เดินกลับหอพักทางเดียวกับคิระก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา
“วันนี้อารมณ์ดีเชียวนะคิระ มีอะไรดีๆไม่คิดจะบอกกันหน่อยเหรอ?”
“ก็นะ เดิมทีตัวการอย่างนายน่าจะรู้ดีที่สุดนี่เนอะ”คิระพูดเล่นจริงทีจริงตอบกลับเนกิ แต่ดูเหมือนเนกิจะไม่ขำด้วย เนกิตัวสั่นเทิ้มด้วยความกระวนกระวาย ภาพที่ปรากฏผ่านตาของเนกิคือหมัดที่พุ่งเข้ามาหยุดที่หน้า เนกิปิดตาเพื่อปัดป้องหมัด แต่เมื่อหมัดนั้นไม่พุ่งมาจึงลืมตาดู ที่เห็นคือคิระไม่ได้จะต่อย แต่ชูนิ้วโป้งให้แล้วบอกว่า “กู้ดจ็อบ แต่คราวหน้าเนียนกว่านี้หน่อยก็ดีนะ”ทำเอาเนกิคอตกด้วยความโล่งใจเลยทีเดียว พอถึงหน้าหอพัก คิระก็แยกตัวออกไป เนกิที่กลับขึ้นมาเห็นว่าทุกคนนอนกันหมดแล้วเลยปลีกตัวไปนอนที่โซฟาเงียบๆเพื่อไม่ไปรบกวนอาสึนะ แต่ตามฟอร์มเนกิอย่างนึงคือ“ไม่อาบน้ำ”นี่แหละ
ในคืนนั้น ที่ไหนซักแห่งในชานเมืองโตเกียว ริบบ้อนส์ได้เข้าไปเจรจากับชายน่าสงสัยคนเดียวในตึกร้างแห่งหนึ่ง
“เตรียมการเรียบร้อยรึยัง?”
“เรียบร้อยจนชั้นจะเบื่อตายแล้วว้อย!เมื่อไหร่ชั้นจะได้ออกลุยซักทีวะ!?”ชายคู่เจรจาพูดออกมาด้วยวาจาที่ไม่น่าฟังเท่าไหร่ใส่ริบบ้อนส์ แถมถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วกระดกเหล้าเข้าปากอีกต่างหาก
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาหรอก ปล่อยให้พวกเค้ารอซักหน่อยจะสนุกกว่านะ คุณผู้นำ[ดีพกราวด์(DeepGround)] ขอให้รอจนถึงตอนนั้นเถอะ”ริบบ้อนส์พูดเสร็จก็ทิ้งกระเป๋าไว้ใบหนึ่งแล้วเดินจากไป ชายผู้เหม็นด้วยกลิ่นเหล้าลุกขึ้นมาเปิดกระเป๋า พบไว้สิ่งที่อยู่ในนั้นคือดาบคาตานะสีดำ แม้ความยาวจะเท่าๆกับคาตานะทั่วไป แต่ตัวดาบกลับเปร่งออร่าสีดำมืนดูน่าหวาดกลัวออกมา เมื่อชายคนนั้นชักดาบออกมาจากฝักก็แสยะยิ้มราวกับมีอะไรโดนใจขึ้นมา ที่เบื้องหลังของชายคนนี้ มีเงาของใครบางคนอยู่ คนๆนั้นคือ............!
วันพุธที่22 มิถุนายน ปี2005 10.30 หน้าลานต้นไม้โลก
คาโอรุมายืนอยู่คนเดียวที่ข้างต้นไม้โลก ที่คับคั่งไปด้วยผู้คนสัญจรไปมาเพื่อเที่ยวชมงานโรงเรียน คาโอรุในวันนี้ใส่ชุดสูทเนี๊ยบเต็มสูตร เสื้อผ้ารีดจนเรียบ เน็กไทผูกอย่างเรียบร้อย
“คาโอรุ!ขอโทษนะที่ให้รอนาน”คาโอรุหันไปทางเจ้าของเสียงท่ามกลางฝูงชน เสียงนั้นมาจากเซ็ตสึนะที่เข้ามาหา ตัวเธอในวันนี้แต่งตัวด้วยชุดลำลองที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไม่นานมานี้ เสื้อยืดสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์สีเทาอ่อนซึ่งแม้จะเป็นชุดทมี่ดูธรรมดามากและไม่ได้ดูโดดเด่นเหมือนที่ใส่ไปอังกฤษเมื่อสองปีก่อน แต่แค่นี้ก็ทำให้คาโอรุรู้สึกอึ้งได้แล้ว ที่สำคัญคือเซ็ตสึนะในวันนี้ปล่อยผมที่ไว้ยาวเลยไหลไปนิดหน่อยให้พริ้วไสวไปตามสายลมที่พักมาในวันนั้น แต่เรื่องแลกอีกอย่างหนึ่งคือรอบข้างไม่เห็นโคโนกะอยู่เลย เดทในวันนี้จึงกลายเป็นของทั้งสองคนโดยปริยาย
“เหลือเชื่อเลยนะครับว่าวันนี้คุณหนูเค้าจะไม่ว่างมาด้วยเนี่ย”คาโอรุเริ่มเปิดประเด็นคุยหลังจากที่เดินชมงานไปได้ซักพัก ซึ่งเซ็ตสึนะก็ส่ายหน้าเป็นการตอบกลับเพราะตั้งแต่ตื่นมายังไม่เจอโคโนกะเลย
“ไม่รู้โคโนะจังเค้าคิดอะไรของเค้าเนี่ยสิ จู่ๆก็ทิ้งโน้ตบอกให้มาเดทกับนาย ส่วนตัวเองก็หายต๋อมไปแบบนั้น” คำพูดเหน็บแนมของเซ็ตสึนะไปกระตุกโคโนกะจนจามเข้าอย่างเต็มแรง แถมยังใกล้สุดๆเพราะแอบดูจากซอกตึกอีกต่างหาก
ที่จริงโคโนกะอยู่ใกล้กับทั้งสองคนแค่นิดเดียวเอง แถมที่แอบดูอยู่จากมุมตึกแบบนี้ก็ชัดเลยว่าเดทวันนี้เป็นฝีมือโคโนกะแน่นอน
“สองคนนั้นจะไปกันได้สวยมั้ยน้า”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ”เสียงที่ไล่หลังมาทำให้โคโนกะต้องเหลียวหลังไปมอง แล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะที่อยู่ข้างหลังคือเนกิที่เข้ามาทัก ดูเหมือนว่าเนกิจะรู้เห็นกับเดทนี้ด้วย
“รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้คุณโคโนกะจะเล่นกับหัวใจคนอื่นบ่อยจังนะครับ แบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะครับ”
“แต่นายก็แอบดูเหมือนกันนี่นา อย่ามาทำเป็นพูดดีเล๊ยเนกิ”เสียงขัดคอดังมาจากข้างหลังทำให้เนกิกับโคโนกะต้องหันไปดูเพราะที่อยู่ข้างหลังคือโคทาโร่ ซึ่งตอนนี้อายุ13เรียนอยู่ชั้นม.2 ดูจากร่างกายก็รู้เลยว่าโตขึ้นจากเมื่อ2ปีก่อนมาก ตัวก็สูงพอๆกับเนกิที่ตอนนี้สูงเกือบจะ170ไปแล้ว
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือเซ็ตสึนะกับคาโอรุ หลังจากที่คุยกันแป็บเดียวทั้งสองคนก็คลาดสายตาไปแล้ว
ที่หน้าโรงหนังมาโฮระ ที่นี่เต็มไปด้วยหนังเข้าใหม่ฉายสลับกับหนังเก่าและอนิเมหนังโรง ซึ่งวันนี้เป็นคิวของอนิเมหนังโรงในรอบเช้า ซึ่งคาโอรุได้เตรียมตั๋วไว้3ใบตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้ใบนึงเลยยกให้คนอื่นไป ส่วนหนังที่จะดูโคโนกะที่หลอกก่อนว่าจะมาด้วยเป็นคนเลือก แล้วหนังที่เลือกดันเป็น [มาครอส ฟรอนเทียร์:เดอะ มูฟวี่~ปีกแห่งการจากลา~] ซึ่งเป็นที่มาของ[เพลงสามเหลี่ยม]ที่คาโอรุได้ยินทีไรแทบจะลงไปนอนกองกับพื้น แต่ไหนๆก็ซื้อตั๋วมาแล้วก็ต้องเข้าไปดูอย่างเสียมิได้
ภายในโรงหนังที่มืดสนิท พวกคาโอรุที่เข้ามาก่อนหนังฉายประมาณ10นาทีก็มานั่งรอตรงที่นั่งตามที่ระบุในบัตร ซึ่งเป็นที่นั่งติดกันแถวกลาง ในโรงหนังตอนนั้นมีคู่รักมาจู๋จี๋กันอยู่ด้วย ทำให้ทั้งคู่ที่เห็นเข้าต้องเบินหน้าหนีด้วยความอาย ใบหน้าของทั้งคู่กลายเป็นสีแดงเหมือนลูกแอปเปิล
ซึ่งแน่นอนว่าพวกเนกิคลาดสายตาจากพวกคาโอรุไปแล้ว จึงออกตามหาทั้งคู่กันว่อนโรงเรียนไปหมด
ซักพักหนังก็ได้เริ่มฉายขึ้น อย่างที่ทุกท่านรู้กันดีว่า[มาครอส ฟรอนเทียร์]เนื้อเรื่องมันเน้นไปทางไหน นั่นทำให้คาโอรุที่นั่งดูอยู่ถึงกับซีดเพราะมันเกือบจากไปเดจาวูกับชีวิตตัวเองพอดี
!
ภายในความมืดนั้น มือของคาโอรุได้สัมผัสกันอะไรบางอย่างเข้า เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลมากจนคาโอรุรู้ล่วงหน้าว่ามันคืออะไร
พอมองไปที่มือความของตัวเองก็รู้ว่าตนนั้นเดาถูก สิ่งที่มาสัมผัสมือของเค้าคือมือซ้ายของเซ็ตสึนะที่กุมอยู่บนมือของเค้า ใบหน้าของเซ็ตสึนะที่เป็นสีแดงระเรื่อมองไปที่จอหนังโดยไม่รู้ถึงสายตาของคาโอรุที่จ้องมองอยู่ คาโอรุจึงหันกลับไปที่จอหนังอีกครั้ง แต่หน้าเค้ากลับพลอยแดงตามเซ็ตสึนะไปด้วย
หลังจากดูหนังจบแล้ว เวลาก็ผ่านไปถึงช่วงบ่าย ทั้งคู่ที่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง ทั้งสองคนจึงไปใช้บริการร้านเมดคาเฟ่ของม.ปลายชั้นปี3-Q เมื่อไปถึงที่ร้านเฟรย์ที่มารับออเดอร์ก็แซวไปนิดๆหน่อยๆว่า“ดูสมกันจริงๆน้~า”แล้วก็เอาออเดอร์ไปส่งให้คิระหน้าตาเฉยโดยปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งหน้าแดงรออาหารไป
‘งานโรงเรียนปีนี้ดูเหมือนจะเป็นปีของเหล่าคู่รักเลยแฮะ ทั้งอีเวนต์ที่จัดเมื่อวานนี้ กับลูกค้าในวันนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นคู่รักด้วย คิระ..........’เฟรย์ได้แต่เก็บความเศร้าของตัวเองไว้ในใจลึกๆแล้วปั้นรอยยิ้มสู้งานต่อไป
ซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะของคาโอรุกับเซ็ตสึนะ บนจานอาหารประกอบด้วยสเต็กที่ย่างออกมาอย่างพิถีพิถัน พรอ้มคำแซวที่เขียนติดโน๊ตมากับจานอาหารว่า“ขอให้ได้มีความสุขด้วยกันตลอดไป”เป็นเซอร์วิสจากคิระที่คู่รักทุกคู่จะได้รับเป็นการอวยพรวันนี้ ทำเอาเซ็ตสึนะกับคาโอรุหน้าแดงอายม้วนจนไม่กล้าสบตากันจนสุดท้ายต่างคนต่างก็ทานอาหารของตัวเองหมดโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลยซักนิด
คาโอรุเริ่มมีความรู้สึกไม่สบายใจเกิดขึ้นมาในใจ เพราะตัวเค้าในตอนนี้ที่ควรจะอายุ17แล้วกลับอายุ15เท่าเดิมด้วยคำสาปที่โดนเข้าตอนที่หายสาปสูญไป ทั้งร่างกายและวิญญาณของเค้ายังคงสภาพเหมือนเมื่อสองปีก่อน เช่นเดียวกับคำสาปที่เอวานเจลีนเคยโดนก่อนที่จะเจอคิระ ทำให้ความกลัวเข้าเกาะกินจิตใจของคาโอรุ.......ความกลัวที่จะต้อง“โดดเดี่ยว” ซึ่งเรื่องนี้นอกจากพวกผู้ชายแล้วก็ไม่มีใครรู้เลย รวมถึงโคโนกะกับเซ็ตสึนะด้วย
“นี่คาโอรุ ไหนๆก็มาแล้วพวกเราไปนั่งรถไฟเหาะกันมั้ย?”เซ็ตสึนะที่มองเห็นความกังวลของคาโอรุทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรพูดขึ้นมา ตอนนี้ทั้งคู่เดินดูงานเรื่อยเปื่อยไปจนถึงโซนสวนสนุก แถมทั้งคู่ยังยืนอยู่หน้ารถไฟเหอะพอดี ซึ่งคาโอรุก็ตอบตกลงด้วย
“เจอแล้ว!อยู่ตรงนั้น!”โคทาโร่ที่เจอตัวพวกคาโอรุรีบส่งสัญญาณให้โคโนกะกับเนกิตามไป เมื่อรู้ว่าเป็นรถไฟเหอะจึงเอาตั๋วฟรีที่โคทาโร่ได้มา แอบเนียนเข้าไปขึ้นรถไฟเหอะขบวนเดียวกับทั้งคู่โดยที่ไม่มีใครรู้
ซักครู่รถไฟเหาะก็ออกวิ่งไปตามรางที่หมุนคิ้วและขึ้นลงวกเวียนอย่างหวาดเสียว เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดเสียงดังออกมาทั่วไปหมด รวมถึงจากทั้ง5คนนั้นด้วย
หลังจากที่กรีดร้องจนเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาของพาเหรดและดอกไม้ไฟภาคค่ำ ซึ่งเซ็ตสึนะกับคาโอรุก็มาดูกันที่ดาดฟ้าตึกฮันเตอร์ที่ไม่มีคนอยู่ ส่วนพวกเนกิที่ดูเหมือนจะเมารถไฟเหาะก็ล้มเลิกความพยายามที่จะตามแอบดูแล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
“เห้อ~เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ”
“นั่นสินะครับ”
“แต่ว่า วันนี้ก็สนุกจริงๆนั่นแหละ เนอะ,คาโอรุ”
“........”
“คาโอรุ.....เป็นอะไรรึเปล่า?”เมื่อเห็นว่าคาโอรุไม่ยอมตอบ เซ็ตสึนะจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของคาโอรุที่แหงนมองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย เมื่อเห็นหน้าเซ็ตสึนะเข้าใกล้ในระยะเผาขนก็สะดุ้งหัวฟาดพื้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ก็.....พอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะครับ ทั้งเรื่องวันนี้ เรื่องงานฮันเตอร์ แล้วก็อื่นๆอีกเพียบอ่ะครับ”
“แล้วเรื่องของชั้นกับโคโนะจังล่ะ?”
“คะคะคะคะคะคะคิดสิครับ!!!คิดมากด้วย!!”
“จริงง่ะ!!?”
“แต่ไม่มีอะไรมากหรอกครับ!!”
ปิ๊บๆๆๆๆๆ!! ระหว่างกำลังหยอกล้อกันสนุกๆ มือถือของคาโอรุก็ดังขึ้น เป็นเมลเตือนให้ไปเข้างานกวาดล้างโกสต์ เมื่ออ่านเมลแล้วหน้าของคาโอรุก็ซึมขึ้นมาซะดื้อๆ
“เอ่อ......ผมต้องไปทำงานแล้ว ขอตัวนะครับรุ่นพี่”
“คาโอรุ!!”เมื่อเซ็ตสึนะเห็นคาโอรุกำลังจะเดินลงจากดาดฟ้าก็รีบวิ่งเข้าไปหา แล้วกระโดดขึ้นจูบคาโอรุก่อนที่จะลงจากดาดฟ้าพร้อมกับพูดทิ้งท้าบว่า“ขอบใจสำหรับเดทวันนี้นะ” สัมผัสของริมฝีปากนั้นยังประทับอยู่บนริมฝีปากของคาโอรุ ทำให้คาโอรุน้ำตานองหน้าโดยที่เซ็ตสึนะไม่เห็น ส่วนเซ็ตสึนะที่ออกจากตึกฮันเตอร์แล้วเช่นกันก็เดินกลับห้องทั้งน้ำตานองหน้า
ขณะเดียวกัน ที่ไหนซักแห่งในโตเกียว
“ขอที่ส่งมาให้?ได้รับเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวจะดำเนินแผนตามที่วางไว้นะครับ”โยฮันวางสายจากคู่เจรจาแล้วมองไปที่กระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นเข็ดขัดรูปร่างแปลกๆ3เส้น ที่ฝากล่องเขียนว่า[ไรเดอร์ซิสเต็ม] พร้อมใบเรียงชื่อ[Throne Ein],[Throne Zwei],[Throne Drie]
ตัวอย่างตอนต่อไป:
???:ไปตายซะให้หมดนั่นแหละ!!เซเลสเชี่ยลห่าตะราก!!
คาโอรุ:คุณ...........มาโมรุ!?
โคโนกะ:ถ้าเป็นเสียงเพลงล่ะก็........ถ้าเป็นเสียงเพลงของชั้นล่ะก็.......!
ลอร์ร่า:ชั้น........อยากจะปกป้องความทรงจำนี้ไว้......ด้วยมือคู่นี้!!!!
เนกิ:แอ็คเซลซิงโคร........ยังไงครั้งนี้ชั้นต้องทำให้ได้!!!
ตอนต่อไปของ เนกิมะ!ดูเอลลิสต์ เจเนอร์เรชั่น ไดร ตอนที่14:บทสันนิบาตเทศกาล ตอนที่3 Wars















