ก่อนอื่นคงต้องสวัสดีคุณผู้อ่านทั้งหลายก่อนนะครับ ความจริงผมก็เป็นสมาชิกบอร์ดนี้มานานแล้ว เพียงแค่อาจจะไม่ค่อยได้โพสเท่าไร
และต้องขอขอบคุณท่านผู้ดูแลเว็บบอร์ดนี้ที่ยังไม่ลบ Userผมทิ้ง ทั้งๆที่ผมไม่ได้เข้าบอร์ดนี้มาเกือบ2ปีเห็นจะได้ เนื่องจากติดภาระในการเรียน
ในที่สุดผมก็มีเวลาว่างมากพอที่จะมาลงฟิคเก่าๆเสียที ซึ่งผลงานนี้ผมได้ทำการเกลาภาษาให้ดีขึ้นกว่าเมื่อสองปีที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้พยายามเกลาแล้ว
แต่ผมไม่ค่อยเก่งวิชาภาษาไทยเท่าไร ถ้าอ่านแล้วตะขิดตะขวงใจก็...ปล่อยมันไปเถอะครับ 555 ติชมได้ ผมรับฟัง และจะพยายามปฏิบัติตามครับ
ผมจะทยอยลงให้ครบ 3 เรื่องนะครับ ซึ่งผมพยายามจะแต่งต่อ แต่ยังหาแรงบันดาลใจไม่เจอ ใครอยากได้คู่ไหนพร้อมเพลง บอกผมก็ดีนะ 555
ไม่งั้นกระทู้นี้ได้โดนดองต่อแน่
ผมขอฝากเนื้อฝากตัวอีกรอบและหวังว่าคุณผู้อ่านคงได้ความเพลิดเพลินจากการอ่านฟิคของผมไม่มากก็น้อยนะครับ
ด้วยรัก HISUKAYA
Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Short fic ประกอบเพลง [rewrite]
Started by hisukaya, May 21 2011 11:57 PM
5 replies to this topic
#2
Posted 22 May 2011 - 12:05 AM
นาทีสุดท้าย--ETC [Kono x setsu]
ณ หอพักโรงเรียนมาโฮระ เวลา 05:00 น.
กริ๊งงงงงงง! เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นขึ้นเมื่อเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีมาหยุดที่เวลาที่เจ้าของมันได้ตั้งเอาไว้
ตุบ! มือของเด็กสาวผมสีดำขลับยาวถึงบ่าตบลงบนปุ่มกดของนาฬิกานั้นเพื่อให้หยุดส่งเสียงอัน
ไม่น่าพิศวาสแก่คนที่เพิ่งตื่น เธอพลิกตัวไปมาสักพักก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อทำธุระในยามเช้า
เวลา 6:00 น.
ร่างบางจัดการแต่งตัวพร้อมรวบผมไปไว้ด้านข้าง สะพายห่อดาบคู่ใจของตนพร้อมกระเป๋านักเรียน
ก่อนจะเดินออกมานอกห้อง ล็อกประตูและสาวเท้าไปยังห้องอีกห้องที่อยู่ชั้นเดียวกันกับเธออย่างรวดเร็ว
แม้ว่าตัวจะยังไปไม่ถึงแต่ใจของเธอนั้นกลับแล่นโผยโบยบินไปยังห้องห้องนั้นเสียแล้ว
วันที่เรามีรัก มีใครสักคน
ร่างบางหยุดเท้าหน้าห้องที่เธอต้องการก่อนจะยกมือเคาะประตู ก๊อกๆ
"ค่า~"
เสียงที่คุ้นเคยและหลงใหลดังขึ้นทำเอาเธอใจเต้นตึกตักๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หรือว่าอาจจะเคยแต่มันก็สำหรับคนๆนี้เท่านั้น
แอ๊ด! ประตูเปิดออกเบาๆเผยให้เห็นร่างของแต่ละฝ่ายที่อยู่กันคนละด้านของบานประตู
"เซ็ตจังมาแต่เช้าเลยนะจ๊ะ"
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตหน้าหวานเอ่ยทักร่างบางที่ไม่ยอมพูดยอมจาหลังจากเห็นหน้ากันและกัน
"อรุณสวัสดิ์คะคุณหนูโคโนกะ"
ร่างบางก้มหัวแสดงความเคารพแก่คนที่เธอรักจนหมดหัวใจ ช่วยไม่ได้ที่เธอจะอึ้ง
ในเมื่อคุณหนูของเธอที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนนั้นน่ารักน่าชังเสียจนทำเอาหัวใจเธอสั่นเคลิ้มไปเลยทีเดียว
ถ้ามันเป็นเพียงความรักข้างเดียวก็คงต้องเสียใจ
"เข้ามาก่อนสิเซ็ตจัง"
ว่าแล้วเด็กสาวผมสีช็อกโกแลตก็หลีกตัวให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งเด็กสาวผมดำก็พยักหน้าและเข้าไป
"ว่าแต่คุณอาซึนะกับคุณครูเนกิละคะ?"
เธอถามถึงหญิงสาวผมสีส้ม ตาสองสีและเด็กชายผมแดง
"อาซึนะไปทำงานพิเศษนะจ้ะ ส่วนเนกิคุงไปฝึกกับเอวาจังตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับเลย"
คนที่สูงกว่าเธอเล็กน้อยบอกก่อนจะเดินกลับไปในครัวทำอาหารต่อ
"เหรอคะ"
ร่างบางพูดได้แค่นั้นก่อนจะนิ่งเงียบ ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดแต่…ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรต่างหากล่ะ!?
แต่รักเข้าแล้วไม่บอก
ไม่ยอมพูดเพียงคำเดียวและปล่อย
ปล่อยมันให้สายไป ยิ่งช้ำ..ใจ
"เซ็ตจังก็มาทานอาหารเช้าด้วยกันสิจ๊ะ"
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตเอ่ยชวนเด็กสาวผมดำที่เอาแต่นั่งนิ่งมองเธอทำอาหารจนเสร็จ
ให้นั่งร่วมโต๊ะด้วย ร่างบางตั้งท่าจะปฏิเสธแต่พอเจอใบหน้าขี้อ้อนของอีกคนก็ทำให้ได้แต่พยักหน้า
ตอบกลับไปอย่างเขินอาย โคโนกะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กนั้นแดงไปหมดแล้ว
เซ็ตสึนะเงยหน้ามองใบหน้าของคนที่ตนแอบรัก เธอชอบรอยยิ้มอันแสนสดใสนั่นเหลือเกิน
จนไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความรักไปตั้งแต่เมื่อไรกัน
ความในใจของฉันที่มีต่อเธอ
มันคือคำว่ารัก รักตั้งแต่วันที่พบกัน
ร่างบางเดินมานั่งร่วมบนโต๊ะอาหารในขณะที่เด็กสาวอีกคนยืนจัดโต๊ะอาหารก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับร่างบาง
"ได้ทานข้าวกับเซ็ตจังแบบนี้ดีใจจัง"
คำพูดเพียงประโยคสั้นๆทำเอาเธอหน้าแดงใจเต้นอีกแล้วสิ โอ๊ย คุณหนูอย่าเล่นกับหัวใจดิฉันอย่างนี้ได้มั้ยค่ะ
"อยากให้เซ็ตจังมาทานด้วยทุกเช้าจัง บางทีอาซึนะก็กลับช้าอะฉันเหงา"
เสียงเศร้าสร้อยของคนที่เธอรัก ทำเอาเธอใจหายขึ้นมาทันที
"ถ้าคุณหนูต้องการล่ะก็ ขอเพียงแค่คุณหนูสั่งมาดิฉันก็ยินดีทำตามค่ะ"
ร่างบางพยายามพูดปลอบใจคุณหนูของเธอ แต่ผลที่ได้นั้นกลับไม่เหมือนที่เธอหวังไว้
"แง ฉันไม่ได้ต้องการให้เซ็ตจังมาเพราะฉันสั่งเสียหน่อย เซ็ตจังไม่เข้าใจฉันอีกแล้วนะ"
แต่เหมือนว่าฉันไม่แคร์
ไม่เคยสนใจในความรู้สึก ของใจเธอเองสักครั้ง
อยากให้รู้มันไม่จริง
"มะ ไม่ใช่นะคะ"
เด็กสาวผมดำปฏิเสธทันควัน
"ดิฉัน...ดิฉันแค่..."
เธอก้มหน้าลง มือเริ่มกำแน่น คำพูดมันจุกอยู่ในอกไม่กล้าพูดออกมา เธอกำลังกลัว!
"แค่อะไรเหรอเซ็ตจัง?"
คนที่สูงกว่าเดินมาตรงเก้าอี้ที่เธอนั่งพลางคุกเข่าเงยหน้ามองใบหน้าที่ก้ม แต่เธอก็ไม่ยอมสบตาด้วยการหันหน้าไปอีกทาง
"……"
เซ็ตสึนะไม่ยอมตอบและยังคงไม่ยอมสบตากับอีกฝ่าย
"…เซ็ตจังเกลียดฉันแล้วใช่มั้ย?"
โคโนกะถาม น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ
เซ็ตสึนะเริ่มใจไม่ดีเสียแล้ว เธอไม่ได้คิดจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้ทีนะ!
"ไม่ใช่นะคะ!! ถ้าไม่ใช่คุณหนูล่ะก็…"
เธอตะโกนเสียงดังก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง
และในชีวิตของฉันต้องการแค่เพียงคนเดียวคือเธอ
ก็คงไม่มีประโยชน์ต้องทนเก็บไว้ในใจ
"คุณหนูคะ…ดิฉันมีเรื่องอยากบอกคุณหนูค่ะ"
ร่างบางเอ่ยขึ้นเบาๆแต่ก็ให้อีกฝ่ายได้ยิน
อยากบอกให้เธอได้รู้
ฉันจะไม่หนีความจริงจากนี้ไป
"ดิฉัน…รักคุณหนูค่ะ"
นาทีสุดท้าย คงยังไม่สาย สำหรับเรา…
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตตะลึงในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าพูดออกมา
เซ็ตสึนะหันหน้ามาสบตากับคุณหนูของเธอ
"ดิฉันรักคุณหนูได้ใช่มั้ยคะ?"
ร่างบางถามแต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าร้องไห้
"เป็นอะไรนะค่ะ? หรือว่าคุณหนูไม่…"
ร่างบางเริ่มใจเสียอีกครั้งกลัวว่าเธอจะหมดหวังกับรักครั้งนี้แต่เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตรีบปฏิเสธพลางเช็ดน้ำตา
"เปล่าจ้ะ ฉันแค่ดีใจนะ...ที่เซ็ตจังรู้สึกแบบเดียวกันกับฉัน"
"งั้นก็…"
ร่างบางเอ่ยขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มไม่ต่างกับสาวหน้าหวาน
"จ้ะ ฉันเองก็รักเซ็ตจังเหมือนกัน"
โคโนกะโดดเข้ากอดร่างของคนที่เธอรักมากมายอย่างดีใจ
แน่นอนว่าเซ็ตสึนะเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากอีกฝ่ายเลย
เฝ้ารอมานานแสนนาน วันที่กล้าจะบอกเธอไป
พูดมาจากใจของฉัน ว่าฉันรักเธอ
"กลับมาแล้วค่า/ครับ"
เด็กสาวผมสีสั้นกับเด็กชายผมสีแดงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเห็นภาพของสองสาวกำลังกอดกันอยู่
ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที
"ระ รู้สึกว่าเราสองคนจะมาเป็นกขคเขานะครับคุณอาซึนะ"
"มะ ไม่ใช่นะคะคุณครูเนกิ"
ร่างบางตั้งท่าจะปฏิเสธแต่สายตาน่ากลัวออกมาจากสาวหน้าหวานอีกคนทำเอาเธอเงียบไป
"วิ้ว ยินดีด้วยนะคุณเซ็ตสึนะ โคโนกะ"
"ขอบใจนะจ๊ะอาซึนะ"
โคโนกะกล่าวขอบใจกับอาซึนะและทำเป็นกุมมือขององครักษ์คู่ใจ
"งั้นฉันกับเนกิไม่รบกวนล่ะกัน"
อาซึนะหยิบขันน้ำ ผ้าขนหนูและชุดนักเรียนกับชุดสูทของเด็กชายผมแดง
"เชิญต่อตามสบายนะทั้งสองคน"
เธอว่าพลางฉุดมือของเด็กชายให้เดินออกประตูตาม ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง เหลือเพียงคนสองคนในห้อง
โคโนกะปล่อยมืออีกฝ่ายและเดินไปล็อกประตูห้อง
"คะ คุณหนูคะ"
เซ็ตสึนะที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอ่ยชื่อคนที่รักอย่างกลัวๆ
ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้
"เอาละ กขคก็ไปแล้วเรามาlove loveกันต่อนะจ๊ะเซ็ตจัง"
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตว่าพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ๆเด็กสาวผมดำ
(ชะ ช่วยดิฉันด้วยค่า คุณอาซึนะ คุณครูเนกิ!!)
------THE END------
ณ หอพักโรงเรียนมาโฮระ เวลา 05:00 น.
กริ๊งงงงงงง! เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นขึ้นเมื่อเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีมาหยุดที่เวลาที่เจ้าของมันได้ตั้งเอาไว้
ตุบ! มือของเด็กสาวผมสีดำขลับยาวถึงบ่าตบลงบนปุ่มกดของนาฬิกานั้นเพื่อให้หยุดส่งเสียงอัน
ไม่น่าพิศวาสแก่คนที่เพิ่งตื่น เธอพลิกตัวไปมาสักพักก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อทำธุระในยามเช้า
เวลา 6:00 น.
ร่างบางจัดการแต่งตัวพร้อมรวบผมไปไว้ด้านข้าง สะพายห่อดาบคู่ใจของตนพร้อมกระเป๋านักเรียน
ก่อนจะเดินออกมานอกห้อง ล็อกประตูและสาวเท้าไปยังห้องอีกห้องที่อยู่ชั้นเดียวกันกับเธออย่างรวดเร็ว
แม้ว่าตัวจะยังไปไม่ถึงแต่ใจของเธอนั้นกลับแล่นโผยโบยบินไปยังห้องห้องนั้นเสียแล้ว
วันที่เรามีรัก มีใครสักคน
ร่างบางหยุดเท้าหน้าห้องที่เธอต้องการก่อนจะยกมือเคาะประตู ก๊อกๆ
"ค่า~"
เสียงที่คุ้นเคยและหลงใหลดังขึ้นทำเอาเธอใจเต้นตึกตักๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หรือว่าอาจจะเคยแต่มันก็สำหรับคนๆนี้เท่านั้น
แอ๊ด! ประตูเปิดออกเบาๆเผยให้เห็นร่างของแต่ละฝ่ายที่อยู่กันคนละด้านของบานประตู
"เซ็ตจังมาแต่เช้าเลยนะจ๊ะ"
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตหน้าหวานเอ่ยทักร่างบางที่ไม่ยอมพูดยอมจาหลังจากเห็นหน้ากันและกัน
"อรุณสวัสดิ์คะคุณหนูโคโนกะ"
ร่างบางก้มหัวแสดงความเคารพแก่คนที่เธอรักจนหมดหัวใจ ช่วยไม่ได้ที่เธอจะอึ้ง
ในเมื่อคุณหนูของเธอที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนนั้นน่ารักน่าชังเสียจนทำเอาหัวใจเธอสั่นเคลิ้มไปเลยทีเดียว
ถ้ามันเป็นเพียงความรักข้างเดียวก็คงต้องเสียใจ
"เข้ามาก่อนสิเซ็ตจัง"
ว่าแล้วเด็กสาวผมสีช็อกโกแลตก็หลีกตัวให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งเด็กสาวผมดำก็พยักหน้าและเข้าไป
"ว่าแต่คุณอาซึนะกับคุณครูเนกิละคะ?"
เธอถามถึงหญิงสาวผมสีส้ม ตาสองสีและเด็กชายผมแดง
"อาซึนะไปทำงานพิเศษนะจ้ะ ส่วนเนกิคุงไปฝึกกับเอวาจังตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับเลย"
คนที่สูงกว่าเธอเล็กน้อยบอกก่อนจะเดินกลับไปในครัวทำอาหารต่อ
"เหรอคะ"
ร่างบางพูดได้แค่นั้นก่อนจะนิ่งเงียบ ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดแต่…ไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรต่างหากล่ะ!?
แต่รักเข้าแล้วไม่บอก
ไม่ยอมพูดเพียงคำเดียวและปล่อย
ปล่อยมันให้สายไป ยิ่งช้ำ..ใจ
"เซ็ตจังก็มาทานอาหารเช้าด้วยกันสิจ๊ะ"
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตเอ่ยชวนเด็กสาวผมดำที่เอาแต่นั่งนิ่งมองเธอทำอาหารจนเสร็จ
ให้นั่งร่วมโต๊ะด้วย ร่างบางตั้งท่าจะปฏิเสธแต่พอเจอใบหน้าขี้อ้อนของอีกคนก็ทำให้ได้แต่พยักหน้า
ตอบกลับไปอย่างเขินอาย โคโนกะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเพื่อนสมัยเด็กนั้นแดงไปหมดแล้ว
เซ็ตสึนะเงยหน้ามองใบหน้าของคนที่ตนแอบรัก เธอชอบรอยยิ้มอันแสนสดใสนั่นเหลือเกิน
จนไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความรักไปตั้งแต่เมื่อไรกัน
ความในใจของฉันที่มีต่อเธอ
มันคือคำว่ารัก รักตั้งแต่วันที่พบกัน
ร่างบางเดินมานั่งร่วมบนโต๊ะอาหารในขณะที่เด็กสาวอีกคนยืนจัดโต๊ะอาหารก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับร่างบาง
"ได้ทานข้าวกับเซ็ตจังแบบนี้ดีใจจัง"
คำพูดเพียงประโยคสั้นๆทำเอาเธอหน้าแดงใจเต้นอีกแล้วสิ โอ๊ย คุณหนูอย่าเล่นกับหัวใจดิฉันอย่างนี้ได้มั้ยค่ะ
"อยากให้เซ็ตจังมาทานด้วยทุกเช้าจัง บางทีอาซึนะก็กลับช้าอะฉันเหงา"
เสียงเศร้าสร้อยของคนที่เธอรัก ทำเอาเธอใจหายขึ้นมาทันที
"ถ้าคุณหนูต้องการล่ะก็ ขอเพียงแค่คุณหนูสั่งมาดิฉันก็ยินดีทำตามค่ะ"
ร่างบางพยายามพูดปลอบใจคุณหนูของเธอ แต่ผลที่ได้นั้นกลับไม่เหมือนที่เธอหวังไว้
"แง ฉันไม่ได้ต้องการให้เซ็ตจังมาเพราะฉันสั่งเสียหน่อย เซ็ตจังไม่เข้าใจฉันอีกแล้วนะ"
แต่เหมือนว่าฉันไม่แคร์
ไม่เคยสนใจในความรู้สึก ของใจเธอเองสักครั้ง
อยากให้รู้มันไม่จริง
"มะ ไม่ใช่นะคะ"
เด็กสาวผมดำปฏิเสธทันควัน
"ดิฉัน...ดิฉันแค่..."
เธอก้มหน้าลง มือเริ่มกำแน่น คำพูดมันจุกอยู่ในอกไม่กล้าพูดออกมา เธอกำลังกลัว!
"แค่อะไรเหรอเซ็ตจัง?"
คนที่สูงกว่าเดินมาตรงเก้าอี้ที่เธอนั่งพลางคุกเข่าเงยหน้ามองใบหน้าที่ก้ม แต่เธอก็ไม่ยอมสบตาด้วยการหันหน้าไปอีกทาง
"……"
เซ็ตสึนะไม่ยอมตอบและยังคงไม่ยอมสบตากับอีกฝ่าย
"…เซ็ตจังเกลียดฉันแล้วใช่มั้ย?"
โคโนกะถาม น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ
เซ็ตสึนะเริ่มใจไม่ดีเสียแล้ว เธอไม่ได้คิดจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้ทีนะ!
"ไม่ใช่นะคะ!! ถ้าไม่ใช่คุณหนูล่ะก็…"
เธอตะโกนเสียงดังก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง
และในชีวิตของฉันต้องการแค่เพียงคนเดียวคือเธอ
ก็คงไม่มีประโยชน์ต้องทนเก็บไว้ในใจ
"คุณหนูคะ…ดิฉันมีเรื่องอยากบอกคุณหนูค่ะ"
ร่างบางเอ่ยขึ้นเบาๆแต่ก็ให้อีกฝ่ายได้ยิน
อยากบอกให้เธอได้รู้
ฉันจะไม่หนีความจริงจากนี้ไป
"ดิฉัน…รักคุณหนูค่ะ"
นาทีสุดท้าย คงยังไม่สาย สำหรับเรา…
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตตะลึงในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าพูดออกมา
เซ็ตสึนะหันหน้ามาสบตากับคุณหนูของเธอ
"ดิฉันรักคุณหนูได้ใช่มั้ยคะ?"
ร่างบางถามแต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าร้องไห้
"เป็นอะไรนะค่ะ? หรือว่าคุณหนูไม่…"
ร่างบางเริ่มใจเสียอีกครั้งกลัวว่าเธอจะหมดหวังกับรักครั้งนี้แต่เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตรีบปฏิเสธพลางเช็ดน้ำตา
"เปล่าจ้ะ ฉันแค่ดีใจนะ...ที่เซ็ตจังรู้สึกแบบเดียวกันกับฉัน"
"งั้นก็…"
ร่างบางเอ่ยขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มไม่ต่างกับสาวหน้าหวาน
"จ้ะ ฉันเองก็รักเซ็ตจังเหมือนกัน"
โคโนกะโดดเข้ากอดร่างของคนที่เธอรักมากมายอย่างดีใจ
แน่นอนว่าเซ็ตสึนะเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากอีกฝ่ายเลย
เฝ้ารอมานานแสนนาน วันที่กล้าจะบอกเธอไป
พูดมาจากใจของฉัน ว่าฉันรักเธอ
"กลับมาแล้วค่า/ครับ"
เด็กสาวผมสีสั้นกับเด็กชายผมสีแดงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเห็นภาพของสองสาวกำลังกอดกันอยู่
ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที
"ระ รู้สึกว่าเราสองคนจะมาเป็นกขคเขานะครับคุณอาซึนะ"
"มะ ไม่ใช่นะคะคุณครูเนกิ"
ร่างบางตั้งท่าจะปฏิเสธแต่สายตาน่ากลัวออกมาจากสาวหน้าหวานอีกคนทำเอาเธอเงียบไป
"วิ้ว ยินดีด้วยนะคุณเซ็ตสึนะ โคโนกะ"
"ขอบใจนะจ๊ะอาซึนะ"
โคโนกะกล่าวขอบใจกับอาซึนะและทำเป็นกุมมือขององครักษ์คู่ใจ
"งั้นฉันกับเนกิไม่รบกวนล่ะกัน"
อาซึนะหยิบขันน้ำ ผ้าขนหนูและชุดนักเรียนกับชุดสูทของเด็กชายผมแดง
"เชิญต่อตามสบายนะทั้งสองคน"
เธอว่าพลางฉุดมือของเด็กชายให้เดินออกประตูตาม ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง เหลือเพียงคนสองคนในห้อง
โคโนกะปล่อยมืออีกฝ่ายและเดินไปล็อกประตูห้อง
"คะ คุณหนูคะ"
เซ็ตสึนะที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอ่ยชื่อคนที่รักอย่างกลัวๆ
ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้
"เอาละ กขคก็ไปแล้วเรามาlove loveกันต่อนะจ๊ะเซ็ตจัง"
เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตว่าพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ๆเด็กสาวผมดำ
(ชะ ช่วยดิฉันด้วยค่า คุณอาซึนะ คุณครูเนกิ!!)
------THE END------
#3
Posted 30 May 2011 - 10:34 PM
ไม่ได้เข้ามานานมากๆๆๆๆๆๆ สำหรับบอร์ดนี้
ได้มาเจอฟิคใหม่ ยังไม่มีใครเจิมเลยมาให้กำลังใจค่ะ
ดำเนินเรื่องราวประกอบเพลงได้เหมาะเจาะกับเนื้อเรื่องจริงๆ..ขอนับถือเลยนะคะ
สนุกและอ่านเข้าใจง่ายดีมากเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณนะคะ ที่เขียนมาให้อ่านกัน ^^
ได้มาเจอฟิคใหม่ ยังไม่มีใครเจิมเลยมาให้กำลังใจค่ะ
ดำเนินเรื่องราวประกอบเพลงได้เหมาะเจาะกับเนื้อเรื่องจริงๆ..ขอนับถือเลยนะคะ
สนุกและอ่านเข้าใจง่ายดีมากเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณนะคะ ที่เขียนมาให้อ่านกัน ^^
#5
Posted 04 June 2011 - 11:05 PM
เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ -- ไอซ์ ศรัณยู [MANA x KAEDE]
ฟรึ่บๆ สวบ! ตึก!
เสียงมีดคุไนถูกชักออกจากกระเป๋าและปักลงไปบนลำต้นของต้นไม้ต้นหนึ่งที่ถูกวาดเป็นรูปวงกลมหลายๆวงสำหรับเล่นปาเป้า
"ตรงกลางเลยนะคาเอเดะ"
สาวผิวแทนเอ่ยชมเจ้าของฝีมือปามีดที่ยืนอยู่บนต้นไม้อีกต้นหนึ่งซึ่งห่างจากต้นไม้ที่เป็นเป้าหมายไกลพอควร
"แหม ท่านมานะเองก็ใช่ย่อยนะเจ้าค่ะ ยิงก้อนหินซะพรุนขนาดนั้น"
สาวอึ๋มตาตี่ ผมสีเขียวเข้มรวบยาวเผลอๆอาจเกินตาตุ่มเสียด้วยซ้ำ เอ่ยชมกลับและหันไปมองก้อนหินที่ตอนนี้มีแต่รูเล็กๆเต็มไปหมด
"แหม เพื่อนชมเพื่อนกันเองแบบนี้แปลกๆนะ"
ฉึก! แม้นินจาสาวจะไม่ได้เล่นปามีดแล้ว แต่ไหงเธอได้ยินเสียงปักของมีดล่ะเนี่ย
เวลาเธอกอดคอ เล่นหยอกล้อกันอยู่ทุกวัน
"นะ นั้นสินะเจ้าคะ"
สาวตาตี่นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
(นั้นสินะ ข้าพเจ้าคงเป็นได้แค่เพื่อนสนิทของท่านสินะ ท่านทัตสึมิยะ มานะ)
หัวใจมันสั่น ฝันละเมอคิดไปไกล
"อ๊ะ สายแล้วๆ รีบกลับกันเถอะคาเอเดะเดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันกัน"
สาวผิวแทนที่ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของตนร้องขึ้นก่อนจะเดินไปเก็บปืนเข้าใส่กล่อง
คาเอเดะพยักหน้าและกระโดดไปเก็บมีดที่ปาออกไปเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว
เมื่อสไนปเปอร์สาวเห็นว่าอีกฝ่ายเก็บข้าวของเรียบร้อยก็กะจะกระโดดไปหา
แต่เท้าเจ้ากรรมกลับลื่นจนเธอเสียการทรงตัวและกำลังจะร่วงจากต้นไม้ที่อย่างน้อยๆก็สูงพอให้คนที่ตกลงมาขาหักได้
"ว้าย!"
นินจาสาวที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะหล่น จึงรีบใช้ [ตัดระยะ] เข้าไปรับสาวผิวแทนทันที
"ขะ ขอบใจนะคาเอเดะ โชคดีที่ได้นินจาอย่างเธอเป็นเพื่อนนะเนี่ย"
สไนปเปอร์สาวว่าพลางลุกออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย
"อย่างนั้นหรือเจ้าคะ"
นินจาสาวตอบแต่ในใจนั้นเหมือนมีเข็มพันเล่มปักเข้าไปทีละเล่ม ทีละเล่ม
เธอไม่เคยจะรู้ เพื่อนที่ดูแลเธอทุกวันข้างกาย เค้ามีบางสิ่งคิดไม่ซื่อกว่าเพื่อนกัน
ทั้งสองเดินตรงกลับเข้าที่พักก่อนจะออกมาเจอกันอีกครั้งที่ห้องเรียน เวลาล่วงเลยผ่านจนถึงเวลาเย็น
"คาเอเดะพรุ่งนี้มีสอบนะ เธออ่านหนังสือบ้างหรือยัง?"
มานะถามอย่างเป็นห่วงในความฉลาดมากๆของเพื่อนสาว
"แหม บากะบลูอย่างข้าพเจ้านะไม่สนเรื่องสอบหรอกเจ้าค่ะ"
นินจาสาวบอกอย่างร่าเริงไม่คิดมาก ไม่เหมือนกับสไนเปอร์สาวที่ถึงกับกุมขมับในความคิดของอีกฝ่าย
"ไม่ได้นะ ทำไมไม่ให้สองพี่น้องนารุทากิติวให้ล่ะ"
"สองคนนั้นพอจะเริ่มติวก็เริ่มตีกันแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
คาเอเดะพูดพลางนึกไปถึงการติวอันแสนวุ่นวายครั้งล่าสุดที่เธอให้สองฝาแฝดช่วย
แน่นอนว่ามันล้มไม่เป็นท่าเลยแถมห้องยังเละด้วยอีกต่างหาก
"เอางี้ ฉันติวให้ ฟรีเลยเอ้า ไม่เคยมีให้นะยะ"
สาวผิวแทนเอ่ยข้อเสนอ ไอ้งานฟรีๆเนี่ย ถ้าไม่ใช่เพราะยัยนินจานี่คงไม่ทำให้หรอก
"ไม่ดีกว่า…"
แต่ไม่ทันที่นินจาสาวจะปฏิเสธ สาวผิวแทนก็จัดการนำหนังสือวางในมือของเธอจนเสร็จสรรพเสียแล้ว
"นี่คือเนื้อหาที่จะสอบนะ เธอไปเตรียมอ่านก่อนละกัน ฉันไปหยิบข้าวของที่บ้านก่อน เจอกันที่ห้องของเธอนะ"
"เดี๋ยวสิเจ้าคะท่านมานะ!"
ไม่ทันเสียแล้ว สาวผิวแทนได้วิ่งออกไปเหลือไว้แต่สาวตาตี่ยืนนิ่งค้างไว้เพียงลำพัง
ยิ่งเธอวางใจยิ่งสนิทกันมากเพียงใด ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนไกลออกไป ทั้งที่อยู่ใกล้ๆเธอ
คาเอเดะเดินกลับมายังห้องพักของเธอกับสองฝาแฝด แต่ก็ต้องพบกับกระดาษยับยู่ยี่ 1 แผ่นบนโต๊ะทานอาหารแทน
ในกระดาษ มีลายมือยึกยือเขียนไว้ว่า
(พี่คาเอเดะ เราสองคนจะไปนอนค้างห้องมิโซระนะ จาก ฟุกะ&ฟุมิกะ)
เธอวางกระดาษแผ่นนั้นไว้ที่เดิม แบบนี้ก็เท่ากับว่า คืนนี้เธอต้องอยู่สองต่อสองกับท่านมานะนะสิ!!
หลังจากคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเสร็จ นินจาสาวก็ไล่ความคิดบ้าๆออก
ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำโดยไม่สนใจกองหนังสือที่สไนเปอร์สาวให้เลยแม้แต่นิดเดียว
เวลาล่วงไปจนถึง 6 โมงเย็น
นินจาสาวอ้าปากหาวหวอดๆเมื่อเธอเปิดหนังสือไปได้แค่หน้าสองหน้า
ดูท่าการอ่านหนังสือจะไม่ถูกโฉลกกับเธอเอามากๆ ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ
ก็พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังแทรกขึ้นมาในความคิด
นินจาสาวลุกขึ้นไปเปิดก็พบกับสาวผิวแทนที่หอบถุงกับกระเป๋าเสื้อมาพะรุงพะรัง
"เอามาเยอะแยะจังนะเจ้าค่ะ"
คาเอเดะยิ้มแหยๆให้กองหนังสือแต่ก็ยังไม่ลืมแซวร่างสูงพลางเอื้อมมือหยิบของช่วยถือ
"ก็ระหว่างทางดันไปเจอพี่น้องนารุทากิเข้านะสิ เขาก็เลยบอกว่าวันนี้ไปค้างห้องของคาสึกะ ให้ฉันช่วยเตรียมอาหารให้ยัยคนทำเป็นแต่ปลาย่างให้ด้วย ก็เลยต้องไปซื้อวัตถุดิบเพิ่ม"
สาวผิวแทนบ่น นี่เธอคิดถูกคิดผิดนะที่คิดจะมาติวให้ยัยเอื่อยเฉื่อยนี่
"ขอโทษนะเจ้าค่ะที่ข้าพเจ้าทำเป็นแต่ปลาย่าง"
คาเอเดะเอ่ยอย่างน้อยใจ
"เอาเถอะ ยังไงกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องฉันเลยซื้อมาเยอะแยะเลย นี่ไงของโปรดของเธอเลยนะคาเอเดะ"
มานะโชว์ข้าวของที่เพิ่งซื้อมาทีละอย่างให้นินจาสาวดู ซึ่งเธอก็อมยิ้มน้อยๆตามสไตล์ของเธอ
แต่ในใจนั้นก็ดีใจที่อีกฝ่ายรู้สิ่งที่ชอบของตัวเอง แต่ว่าในเสี้ยวลึกก็ยังคงเสียใจที่สาวผิวแทนมองแค่เธอเป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น
อยากจะดีใจที่ได้เป็นคนสำคัญของเธอ สุดท้ายก็ยังต้องทุกข์ใจเสมอ เพราะรักเธอข้างเดียว
หลังจากทานอาหารเสร็จ มานะก็เริ่มโปรแกรมติวทันทีเพราะกลัวสาวตาตี่จะหลับเนื่องจากฤทธิ์ของอาหารที่เติมเข้าไปเต็มท้องแล้ว
"นี่ตรงนี้นะต้องใช้สูตรนี้ต่างหากเล่า"
สาวผิวแทนบอกกับสาวตาตี่ที่ยังคงง่วนอยู่กับข้อสอบข้อเดิมที่ยังคงทำไม่ได้เสียที ทั้งๆที่เธอเองก็สอนไปหลายรอบแล้ว
"…ดูท่าข้าพเจ้าจะโง่จริงๆด้วยแฮะ ท่านมานะอุตส่าห์สอนยังไม่ค่อยเข้าใจเลย"
คาเอเดะบอกอย่างสลด กลัวว่าอีกฝ่ายจะรำคาญกับความโง่ของเธอ
"ช่างเถอะ นี่ก็ดึกแล้วถ้างั้นลองเป็นพรุ่งนี้ตอนเช้ามืดเป็นไง หัวอาจจะโล่งขึ้นบ้าง"
มานะบอกพลางเก็บหนังสือลงกระเป๋า
"เอ๋ งั้นท่านมานะก็ต้องมาที่นี้แต่เช้างั้นสิ? รบกวนเปล่าๆเจ้าค่ะ"
"ใครบอกไม่ทราบ คืนนี้ฉันจะค้างที่นี่ยะ"
สไนเปอร์สาวบอกก่อนจะล้มตัวลงนอนที่เตียงของนินจาสาว การติวหนังสือให้ยัยนี่มันเหนื่อยยิ่งกว่าปราบปีศาจอีกแฮะ
"…หา!?"
คาเอเดะร้องเสียงดังเสียจนอีกฝ่ายสะดุ้ง
"จะร้องทำไมกันเล่า?"
"ทะ ท่านมานะจะนอนค้างที่นี่หรือเจ้าค่ะ? แต่ว่าข้าพเจ้าไม่ได้จัดเตรียมที่นอน…"
นินจาสาวได้ยินก็ยิ่งลนลานวิ่งหาที่นอนปูให้กับเพื่อนสาว เพราะเตียงของสองฝาแฝดบัดนี้เต็มไปด้วยกองข้าวของจนนอนไม่ได้
"ไม่เป็นไรหรอกน่าฉันนอนตรงไหนก็ได้ นอนเตียงเดียวกับเธอยังได้เลย"
"แต่ว่า…"
"ไม่สนละ ฉันนอนก่อนล่ะกัน"
พูดจบมานะก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงประจำของนินจาสาวอย่างอ่อนเพลีย
ทำเอานินจาสาวกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่แต่ก็ต้องล้มตัวลงนอนบ้างเพื่อการติววันพรุ่งนี้
มีเพียงความผูกพันแค่เท่านั้นไม่เคยได้ใจ หวังไปเท่าไรก็เลือนลางทุกนาที
เวลา 02:00 น.
นินจาสาวสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อคนที่นอนข้างๆเริ่มดิ้นไปดิ้นมาจนถีบเธอตกจากเตียงไปครึ่งตัวแล้ว
"ท่านมานะนี่ก็นอนดิ้นใช่ย่อยแฮะ"
ร่างสูงว่าพลางลุกขึ้นนั่งดีๆ เธอมองใบหน้ายามนิทราของคนที่ตนแอบรัก แม้จะดูดุๆ
แต่ก็สวยและน่ารักในสายตาของเธอ นินจาสาวจัดแจงท่าให้สาวผิวแทนนอนดีๆก่อนจะห่มผ้าให้
และก้มตัวลงหอมแก้มคนที่แอบรักฟอดหนึ่ง แค่นี้ก็ทำให้หัวใจของเธอสดใสเต็มที่แล้ว คาเอเดะคิดก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
ทำไมความห่วงใยไม่เคยทำให้เธอรักกันซะที ไม่มีทางเปลี่ยนให้เราเปลี่ยนจากเพื่อนกัน
เวลา 04:00 น.
"คาเอเดะตื่นได้แล้ว"
นินจาสาวปรือตาขึ้นเล็กน้อย ไม่อยากจะลุกจากเตียงเลย เธอคิด
"คาเอเดะเดี๋ยวก่อนติวไม่ทันหรอก"
มานะยังคงเขย่าตัวของนินจาสาวที่ไม่ยอมลืมตาตื่นเสียทียกใหญ่
จนนินจาสาวชักรำคาญจึงดึงข้อมือของอีกฝ่ายให้ล้มลงมานอนเป็นเพื่อนเสียเลย
"คะ คาเอเดะ O////O"
มานะมองอย่างอึ้งๆแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียนอกจากเสียงกรนนอนต่อของสาวตาตี่
มานะลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าที่หลับอย่างมีความสุขของคนที่กรน แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของเธอต่อมา
คือริมฝีปากของนินจาสาวที่มันเผยอออกมาเหมือนจะเรียกชื่อของใครสักคนออกมา
ยิ่งเธอวางใจยิ่งสนิทกันมากเพียงใด ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนไกลออกไป ทั้งที่อยู่ใกล้ๆเธอ
"ท่านมา…นะ…ข้าพเจ้า...ขอโทษ"
คำพูดที่นินจาสาวละเมอออกมาทำเอามานะถึงกับนั่งงงพลางนึกว่าคนตรงหน้าขอโทษเธอเรื่องอะไรกัน
"แบบนี้จะสอบผ่านมั้ยเนี่ยยัยบ้าเอ๊ย"
มานะส่ายหัวกับความขี้เซาของคนตรงหน้าและยิ้มน้อยๆ
...ช่วยไม่ได้นี่ เธอเองก็รักคาเอเดะที่เป็นแบบนี้นี่นา...
อยากจะดีใจที่ได้เป็นคนสำคัญของเธอ สุดท้ายก็ยังต้องทุกข์ใจเสมอ เพราะรักเธอข้างเดียว
-------------THE END---------------
ในที่สุดตอนสองก็มาเสียที 555
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นนะครับ
ผมเองก็จะพยายามหาแรงบันดาลใจแต่งต่อให้ได้นะครับ
ขอขอบคุณจริงๆครับ และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับฟิกที่ผมแต่งนะครับ
ฟรึ่บๆ สวบ! ตึก!
เสียงมีดคุไนถูกชักออกจากกระเป๋าและปักลงไปบนลำต้นของต้นไม้ต้นหนึ่งที่ถูกวาดเป็นรูปวงกลมหลายๆวงสำหรับเล่นปาเป้า
"ตรงกลางเลยนะคาเอเดะ"
สาวผิวแทนเอ่ยชมเจ้าของฝีมือปามีดที่ยืนอยู่บนต้นไม้อีกต้นหนึ่งซึ่งห่างจากต้นไม้ที่เป็นเป้าหมายไกลพอควร
"แหม ท่านมานะเองก็ใช่ย่อยนะเจ้าค่ะ ยิงก้อนหินซะพรุนขนาดนั้น"
สาวอึ๋มตาตี่ ผมสีเขียวเข้มรวบยาวเผลอๆอาจเกินตาตุ่มเสียด้วยซ้ำ เอ่ยชมกลับและหันไปมองก้อนหินที่ตอนนี้มีแต่รูเล็กๆเต็มไปหมด
"แหม เพื่อนชมเพื่อนกันเองแบบนี้แปลกๆนะ"
ฉึก! แม้นินจาสาวจะไม่ได้เล่นปามีดแล้ว แต่ไหงเธอได้ยินเสียงปักของมีดล่ะเนี่ย
เวลาเธอกอดคอ เล่นหยอกล้อกันอยู่ทุกวัน
"นะ นั้นสินะเจ้าคะ"
สาวตาตี่นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
(นั้นสินะ ข้าพเจ้าคงเป็นได้แค่เพื่อนสนิทของท่านสินะ ท่านทัตสึมิยะ มานะ)
หัวใจมันสั่น ฝันละเมอคิดไปไกล
"อ๊ะ สายแล้วๆ รีบกลับกันเถอะคาเอเดะเดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันกัน"
สาวผิวแทนที่ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของตนร้องขึ้นก่อนจะเดินไปเก็บปืนเข้าใส่กล่อง
คาเอเดะพยักหน้าและกระโดดไปเก็บมีดที่ปาออกไปเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว
เมื่อสไนปเปอร์สาวเห็นว่าอีกฝ่ายเก็บข้าวของเรียบร้อยก็กะจะกระโดดไปหา
แต่เท้าเจ้ากรรมกลับลื่นจนเธอเสียการทรงตัวและกำลังจะร่วงจากต้นไม้ที่อย่างน้อยๆก็สูงพอให้คนที่ตกลงมาขาหักได้
"ว้าย!"
นินจาสาวที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะหล่น จึงรีบใช้ [ตัดระยะ] เข้าไปรับสาวผิวแทนทันที
"ขะ ขอบใจนะคาเอเดะ โชคดีที่ได้นินจาอย่างเธอเป็นเพื่อนนะเนี่ย"
สไนปเปอร์สาวว่าพลางลุกออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย
"อย่างนั้นหรือเจ้าคะ"
นินจาสาวตอบแต่ในใจนั้นเหมือนมีเข็มพันเล่มปักเข้าไปทีละเล่ม ทีละเล่ม
เธอไม่เคยจะรู้ เพื่อนที่ดูแลเธอทุกวันข้างกาย เค้ามีบางสิ่งคิดไม่ซื่อกว่าเพื่อนกัน
ทั้งสองเดินตรงกลับเข้าที่พักก่อนจะออกมาเจอกันอีกครั้งที่ห้องเรียน เวลาล่วงเลยผ่านจนถึงเวลาเย็น
"คาเอเดะพรุ่งนี้มีสอบนะ เธออ่านหนังสือบ้างหรือยัง?"
มานะถามอย่างเป็นห่วงในความฉลาดมากๆของเพื่อนสาว
"แหม บากะบลูอย่างข้าพเจ้านะไม่สนเรื่องสอบหรอกเจ้าค่ะ"
นินจาสาวบอกอย่างร่าเริงไม่คิดมาก ไม่เหมือนกับสไนเปอร์สาวที่ถึงกับกุมขมับในความคิดของอีกฝ่าย
"ไม่ได้นะ ทำไมไม่ให้สองพี่น้องนารุทากิติวให้ล่ะ"
"สองคนนั้นพอจะเริ่มติวก็เริ่มตีกันแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
คาเอเดะพูดพลางนึกไปถึงการติวอันแสนวุ่นวายครั้งล่าสุดที่เธอให้สองฝาแฝดช่วย
แน่นอนว่ามันล้มไม่เป็นท่าเลยแถมห้องยังเละด้วยอีกต่างหาก
"เอางี้ ฉันติวให้ ฟรีเลยเอ้า ไม่เคยมีให้นะยะ"
สาวผิวแทนเอ่ยข้อเสนอ ไอ้งานฟรีๆเนี่ย ถ้าไม่ใช่เพราะยัยนินจานี่คงไม่ทำให้หรอก
"ไม่ดีกว่า…"
แต่ไม่ทันที่นินจาสาวจะปฏิเสธ สาวผิวแทนก็จัดการนำหนังสือวางในมือของเธอจนเสร็จสรรพเสียแล้ว
"นี่คือเนื้อหาที่จะสอบนะ เธอไปเตรียมอ่านก่อนละกัน ฉันไปหยิบข้าวของที่บ้านก่อน เจอกันที่ห้องของเธอนะ"
"เดี๋ยวสิเจ้าคะท่านมานะ!"
ไม่ทันเสียแล้ว สาวผิวแทนได้วิ่งออกไปเหลือไว้แต่สาวตาตี่ยืนนิ่งค้างไว้เพียงลำพัง
ยิ่งเธอวางใจยิ่งสนิทกันมากเพียงใด ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนไกลออกไป ทั้งที่อยู่ใกล้ๆเธอ
คาเอเดะเดินกลับมายังห้องพักของเธอกับสองฝาแฝด แต่ก็ต้องพบกับกระดาษยับยู่ยี่ 1 แผ่นบนโต๊ะทานอาหารแทน
ในกระดาษ มีลายมือยึกยือเขียนไว้ว่า
(พี่คาเอเดะ เราสองคนจะไปนอนค้างห้องมิโซระนะ จาก ฟุกะ&ฟุมิกะ)
เธอวางกระดาษแผ่นนั้นไว้ที่เดิม แบบนี้ก็เท่ากับว่า คืนนี้เธอต้องอยู่สองต่อสองกับท่านมานะนะสิ!!
หลังจากคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเสร็จ นินจาสาวก็ไล่ความคิดบ้าๆออก
ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำโดยไม่สนใจกองหนังสือที่สไนเปอร์สาวให้เลยแม้แต่นิดเดียว
เวลาล่วงไปจนถึง 6 โมงเย็น
นินจาสาวอ้าปากหาวหวอดๆเมื่อเธอเปิดหนังสือไปได้แค่หน้าสองหน้า
ดูท่าการอ่านหนังสือจะไม่ถูกโฉลกกับเธอเอามากๆ ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ
ก็พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังแทรกขึ้นมาในความคิด
นินจาสาวลุกขึ้นไปเปิดก็พบกับสาวผิวแทนที่หอบถุงกับกระเป๋าเสื้อมาพะรุงพะรัง
"เอามาเยอะแยะจังนะเจ้าค่ะ"
คาเอเดะยิ้มแหยๆให้กองหนังสือแต่ก็ยังไม่ลืมแซวร่างสูงพลางเอื้อมมือหยิบของช่วยถือ
"ก็ระหว่างทางดันไปเจอพี่น้องนารุทากิเข้านะสิ เขาก็เลยบอกว่าวันนี้ไปค้างห้องของคาสึกะ ให้ฉันช่วยเตรียมอาหารให้ยัยคนทำเป็นแต่ปลาย่างให้ด้วย ก็เลยต้องไปซื้อวัตถุดิบเพิ่ม"
สาวผิวแทนบ่น นี่เธอคิดถูกคิดผิดนะที่คิดจะมาติวให้ยัยเอื่อยเฉื่อยนี่
"ขอโทษนะเจ้าค่ะที่ข้าพเจ้าทำเป็นแต่ปลาย่าง"
คาเอเดะเอ่ยอย่างน้อยใจ
"เอาเถอะ ยังไงกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องฉันเลยซื้อมาเยอะแยะเลย นี่ไงของโปรดของเธอเลยนะคาเอเดะ"
มานะโชว์ข้าวของที่เพิ่งซื้อมาทีละอย่างให้นินจาสาวดู ซึ่งเธอก็อมยิ้มน้อยๆตามสไตล์ของเธอ
แต่ในใจนั้นก็ดีใจที่อีกฝ่ายรู้สิ่งที่ชอบของตัวเอง แต่ว่าในเสี้ยวลึกก็ยังคงเสียใจที่สาวผิวแทนมองแค่เธอเป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น
อยากจะดีใจที่ได้เป็นคนสำคัญของเธอ สุดท้ายก็ยังต้องทุกข์ใจเสมอ เพราะรักเธอข้างเดียว
หลังจากทานอาหารเสร็จ มานะก็เริ่มโปรแกรมติวทันทีเพราะกลัวสาวตาตี่จะหลับเนื่องจากฤทธิ์ของอาหารที่เติมเข้าไปเต็มท้องแล้ว
"นี่ตรงนี้นะต้องใช้สูตรนี้ต่างหากเล่า"
สาวผิวแทนบอกกับสาวตาตี่ที่ยังคงง่วนอยู่กับข้อสอบข้อเดิมที่ยังคงทำไม่ได้เสียที ทั้งๆที่เธอเองก็สอนไปหลายรอบแล้ว
"…ดูท่าข้าพเจ้าจะโง่จริงๆด้วยแฮะ ท่านมานะอุตส่าห์สอนยังไม่ค่อยเข้าใจเลย"
คาเอเดะบอกอย่างสลด กลัวว่าอีกฝ่ายจะรำคาญกับความโง่ของเธอ
"ช่างเถอะ นี่ก็ดึกแล้วถ้างั้นลองเป็นพรุ่งนี้ตอนเช้ามืดเป็นไง หัวอาจจะโล่งขึ้นบ้าง"
มานะบอกพลางเก็บหนังสือลงกระเป๋า
"เอ๋ งั้นท่านมานะก็ต้องมาที่นี้แต่เช้างั้นสิ? รบกวนเปล่าๆเจ้าค่ะ"
"ใครบอกไม่ทราบ คืนนี้ฉันจะค้างที่นี่ยะ"
สไนเปอร์สาวบอกก่อนจะล้มตัวลงนอนที่เตียงของนินจาสาว การติวหนังสือให้ยัยนี่มันเหนื่อยยิ่งกว่าปราบปีศาจอีกแฮะ
"…หา!?"
คาเอเดะร้องเสียงดังเสียจนอีกฝ่ายสะดุ้ง
"จะร้องทำไมกันเล่า?"
"ทะ ท่านมานะจะนอนค้างที่นี่หรือเจ้าค่ะ? แต่ว่าข้าพเจ้าไม่ได้จัดเตรียมที่นอน…"
นินจาสาวได้ยินก็ยิ่งลนลานวิ่งหาที่นอนปูให้กับเพื่อนสาว เพราะเตียงของสองฝาแฝดบัดนี้เต็มไปด้วยกองข้าวของจนนอนไม่ได้
"ไม่เป็นไรหรอกน่าฉันนอนตรงไหนก็ได้ นอนเตียงเดียวกับเธอยังได้เลย"
"แต่ว่า…"
"ไม่สนละ ฉันนอนก่อนล่ะกัน"
พูดจบมานะก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงประจำของนินจาสาวอย่างอ่อนเพลีย
ทำเอานินจาสาวกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่แต่ก็ต้องล้มตัวลงนอนบ้างเพื่อการติววันพรุ่งนี้
มีเพียงความผูกพันแค่เท่านั้นไม่เคยได้ใจ หวังไปเท่าไรก็เลือนลางทุกนาที
เวลา 02:00 น.
นินจาสาวสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อคนที่นอนข้างๆเริ่มดิ้นไปดิ้นมาจนถีบเธอตกจากเตียงไปครึ่งตัวแล้ว
"ท่านมานะนี่ก็นอนดิ้นใช่ย่อยแฮะ"
ร่างสูงว่าพลางลุกขึ้นนั่งดีๆ เธอมองใบหน้ายามนิทราของคนที่ตนแอบรัก แม้จะดูดุๆ
แต่ก็สวยและน่ารักในสายตาของเธอ นินจาสาวจัดแจงท่าให้สาวผิวแทนนอนดีๆก่อนจะห่มผ้าให้
และก้มตัวลงหอมแก้มคนที่แอบรักฟอดหนึ่ง แค่นี้ก็ทำให้หัวใจของเธอสดใสเต็มที่แล้ว คาเอเดะคิดก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
ทำไมความห่วงใยไม่เคยทำให้เธอรักกันซะที ไม่มีทางเปลี่ยนให้เราเปลี่ยนจากเพื่อนกัน
เวลา 04:00 น.
"คาเอเดะตื่นได้แล้ว"
นินจาสาวปรือตาขึ้นเล็กน้อย ไม่อยากจะลุกจากเตียงเลย เธอคิด
"คาเอเดะเดี๋ยวก่อนติวไม่ทันหรอก"
มานะยังคงเขย่าตัวของนินจาสาวที่ไม่ยอมลืมตาตื่นเสียทียกใหญ่
จนนินจาสาวชักรำคาญจึงดึงข้อมือของอีกฝ่ายให้ล้มลงมานอนเป็นเพื่อนเสียเลย
"คะ คาเอเดะ O////O"
มานะมองอย่างอึ้งๆแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียนอกจากเสียงกรนนอนต่อของสาวตาตี่
มานะลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าที่หลับอย่างมีความสุขของคนที่กรน แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของเธอต่อมา
คือริมฝีปากของนินจาสาวที่มันเผยอออกมาเหมือนจะเรียกชื่อของใครสักคนออกมา
ยิ่งเธอวางใจยิ่งสนิทกันมากเพียงใด ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนไกลออกไป ทั้งที่อยู่ใกล้ๆเธอ
"ท่านมา…นะ…ข้าพเจ้า...ขอโทษ"
คำพูดที่นินจาสาวละเมอออกมาทำเอามานะถึงกับนั่งงงพลางนึกว่าคนตรงหน้าขอโทษเธอเรื่องอะไรกัน
"แบบนี้จะสอบผ่านมั้ยเนี่ยยัยบ้าเอ๊ย"
มานะส่ายหัวกับความขี้เซาของคนตรงหน้าและยิ้มน้อยๆ
...ช่วยไม่ได้นี่ เธอเองก็รักคาเอเดะที่เป็นแบบนี้นี่นา...
อยากจะดีใจที่ได้เป็นคนสำคัญของเธอ สุดท้ายก็ยังต้องทุกข์ใจเสมอ เพราะรักเธอข้างเดียว
-------------THE END---------------
ในที่สุดตอนสองก็มาเสียที 555
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นนะครับ
ผมเองก็จะพยายามหาแรงบันดาลใจแต่งต่อให้ได้นะครับ
ขอขอบคุณจริงๆครับ และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับฟิกที่ผมแต่งนะครับ
#6
Posted 22 August 2011 - 11:28 PM
อย่าอยู่คนเดียว -- Zeal [Ayaka x Asuna] Part 1
ครืด! แปะๆ! ซา!
เม็ดฝนเม็ดแล้วเม็ดเล่าตกลงสู่พื้นโลกอย่างไม่มีสัญญาณบ่งบอกก่อนและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเมื่อไร
ผู้คนต่างรีบวิ่งเข้าหาที่หลบกำบัง คนที่พกร่มก็กางออกเพื่อหนีจากเม็ดฝนเม็ดน้อยใหญ่
เว้นเสียแต่เด็กสาวสองคนที่ยังคงตากฝนอย่างไม่เกรงกลัวเปียกปอน
“คุณอาสึนะรีบเข้าไปหลบฝนกันเถอะค่ะ”
เด็กสาวผมสีทองยาวเอ่ยขึ้นเมื่อคนตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนร่างกายเลยแม้แต่น้อย
“…”
“คุณอาสึนะคะ! ดิฉันบอกให้ไปหลบฝนยังไงล่ะ!”
น้ำเสียงนั้นเริ่มดุขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือตรงเข้าไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายดึงให้ลุกขึ้น
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!!”
เพียะ!
สาวผมส้มปัดมือของร่างบางออกเสียงดัง ช่วงที่ปัดมือออก
ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาหันมาให้เธอเห็นแต่ก็รีบหันหนีกลับไปด้านเดิมอย่างรวดเร็ว ทำเอาฝ่ายที่เห็นเจ็บไปทั้งหัวใจ
เข้าใจที่เธอเจ็บ เข้าใจที่เธออยากร้องไห้ อยากระบายเรื่องที่เธอปวดใจ
เข้าใจว่ามันหนัก ใจเธอกำลังบอบและช้ำมา จากความรักที่มันจบไป
แต่มีหรือที่เธอ ยูกิฮิโระ อายากะ ลูกสาวอภิมหาเศรษฐีคนนี้จะยอมแพ้ง่ายๆ
สุดท้ายเธอก็สามารถลากคนดื้อกลับมายังหอพักได้สำเร็จ ตอนแรกเธอกะว่าจะพาอีกสาวไปอาบน้ำสระผมด้วย
แต่ดูเหมือนว่า...อยากจะอยู่คนเดียวมากกว่าสินะ เพราะมาถึงก็รีบกลับเข้าไปในห้องพักของตนไม่ยอมพูดจากับใคร
สาวผมทองที่เห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ ดีที่อีกฝ่ายไม่ล็อกประตูห้อง ไม่งั้นเธอคงแย่แน่หากจะพังประตูเข้าไป
“ถ้าไม่รีบสระผมเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกค่ะ”
เธอเอ่ยกับคนที่นั่งหันหลังให้อีกครั้งในความเงียบสงัด นี่อีกฝ่ายคิดจะให้เธอดำเนินบทสนทนาคนเดียวหรือไงกัน
“…ช่างฉันเถอะน่า”
ในที่สุดสาวผมส้มก็ยอมปริปากออกมาบ้างแต่ก็เงียบไปอีกครั้ง
ไม่อยากไว้ใจใครอีกใช่ไหม บทเรียนที่ได้มา
สาวผมทองมองอย่างปลงๆ ช่วยไม่ได้นี่น้า เธอนั่งลงหันหลังชนกับสาวผมส้มและพิงแผ่นหลังนั่น
“…เธอนะไปอาบน้ำได้แล้วไป”
“ห่วงดิฉันด้วยหรือคะ?”
ร่างสูงถามแต่อีกคนก็รีบปฏิเสธก่อนจะกลับไปนั่งก้มหน้าก้มตาเหมือนเดิม
“เปล่าเสียหน่อย เดี๋ยวเธอก็มาพาลใส่ฉันอีกว่าทำเธอเป็นหวัดน่ะ”
“ไม่ล่ะค่ะ…”
แต่ต้องขอเธอจริงๆ ต้องฝืนเธอจริงๆ คงทิ้งเธอไว้ลำพังไม่ไหว
“…ดิฉันมีธุระที่สำคัญกว่าเรื่องนั้นเสียอีก”
“ธุระอะไร?”
สาวผมส้มถาม ถึงแม้ว่าจะผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมายังมีกะจิตกะใจห่วงเธออีกนะดูสิ
“ก็...ดูแลเด็กดื้อยังไงล่ะคะ”
อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้ ให้ฉันดูแลข้างๆ กาย
เพราะใจเธอยังวุ่นวาย อาจจะฟุ้งซ่านไป จนทำร้ายตัวของตัวเอง
สาวผมส้มหน้าแดงขึ้นมากะทันหันแต่ก็รีบตอบกลบเกลื่อน
“มะ ไม่จำเป็นเสียหน่อยแล้วใครเป็นเด็กดื้อไม่ทราบยะ?”
“อะร้า ใครรับก็คนนั้นแหละคะ”
ถึงเธอจะมีอารมณ์ขันพอที่จะพูดหยอกล้อเพื่อนสาว แต่ภายในใจนั้นกลับรู้สึกดีขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมหันมาพูดเล่นกับเธอแล้ว
แต่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เธอจึงตัดสินใจว่า
“คุณอาซึนะคะ คืนนี้ฉันค้างด้วยนะคะ”
ปล่อยเธอลำพังในคืนนี้ จนเช้าก็คงไม่ได้หลับ
พรวด!
อาซึนะล้มหน้าฟาดพื้นเมื่อได้ยินประโยคที่ร่างสูงพูด
“จะบ้าหรือไงยะ!? เดี๋ยวโคโนกะกับเนกิกลับมา ห้องนี้ก็เต็มแล้ว อ๊ะ!”
สาวผมส้มหยุดพูดและล้วงกระเป๋ากระโปรงตัวเองหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ขึ้นมา
“มีอะไรหรือคะ?”
อายากะถาม อาซึนะทำหน้าหวอเล็กน้อยในขณะที่อ่านข้อความ ด้วยความอยากรู้สาวผมทองจึงยื่นหน้าเข้าไปอ่านด้วย
'วันนี้ฉันนอนห้องเซ็ตจังนะ ส่วนเนกิคุงจะค้างที่บ้านของเอวาจัง ขอโทษด้วยน้า จาก โคโนเอะ โคโนกะ'
“งั้นก็หมายความว่าห้องนี้ว่างสินะคะ”
“...หึ ตามใจสิยะ!”
เมื่อเห็นว่าเถียงไม่ได้อาซึนะจึงต้องยอมอีกฝ่ายและหันกลับไปนั่งจุ้มปุ๊กตามเดิม
“งั้นไม่เกรงใจนะคะ”
อายากะยิ้ม ยกนี้เธอชนะใสๆ แบบน็อกเอาต์ซะด้วยสิ ฮิฮิฮิ
ไม่รับความรักฉันไป ก็ช่วยรับในความห่วงใย แค่เท่านี้ได้ไหม มันห่วงเธอ
หลังจากพูดคุยเสร็จ สาวผมทองก็จัดแจงเตรียมที่นอนของตนในคืนนี้ เธอหันไปมองค้อนสาวผมส้มเป็นระยะๆ
ไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลยนะ แต่ก็ได้แค่คิด ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ
“เฮ้อ น้ำอุ่นนี่ดีจังเลย”
อายากะเดินออกมาในสภาพสวมผ้าขนหนูสีขาว แหม ก็เธอลืมไปนี่ว่าไม่ได้นำชุดนอนมาด้วย
สงสัยคงต้องขอยืมจากเจ้าของห้องอย่างช่วยไม่ได้
เธอหันไปมองสาวผมส้มที่ยังคงนั่งท่าเดิม ตรงเดิม ไม่ขยับไปไหน ไม่เมื่อยบ้างเหรอเนี่ย
“ไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไงคะ?”
สาวผมทองถามหาเรื่อง ถ้าพูดดีๆไม่ได้ผล ก็หาเรื่องซะเลยเป็นไง
“…”
“เฮ้อ กะอีแค่ไปเห็นฉากสวีตหวานแหววของอ.ทาคาฮาตะกับอ.ชิสึนะมา ทำอย่างกับโลกจะแตกยังไงยังงั้นเลยแหละค่ะ”
“…หนวกหูน่า”
อาซึนะเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเริ่มสั่นเครืออีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตนเพิ่งจะรับรู้มา
“รีบๆตื่นเสียทีเถอะคะ คุณนะไม่ใช่คนแบบนี้เสียหน่อย”
“ฉันบอกว่าหนวกหูยังไงเล่า!!”
เพียะ!!
ฝ่ามือของสาวผมส้มตรงเข้าสัมผัสกับแก้มของสาวผมทองอย่างรุนแรง ทำเอาแก้มใสๆพลันแดงขึ้นทันตาเห็น
เธอจับแก้มของตัวเองอย่างเบามือ ชาและเจ็บ!!
นั่นคือความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้ แต่ว่าแค่คนตรงหน้ายอมขยับร่างกายแบบนี้...อาจจะคุ้มค่าก็เป็นได้
ระบายที่เธอเจ็บ ตะโกนดังๆ ใส่ฉันได้ ต่อให้คำนั้นนั้นแรงแค่ไหน
แค่เพียงต้องการอยู่ดูแลจนเธอหยุด ไม่ร้องไห้ และตอนนั้นฉันจะกลับไป
อาซึนะที่ดูเหมือนจะตั้งสติได้แล้วรีบระล่ำระลักขอโทษสาวผมทองชุดใหญ่
“อะ อายากะ!! ขอโทษนะ ฉัน...”
“ไม่เป็นไรหรอกคะ แค่คุณรู้สึกดีขึ้นฉันก็ดีใจแล้ว”
สาวผมทองหันไปยิ้มให้ แต่ใจจริง…เจ็บจนอยากร้องไห้ค่ะ ให้ตายสิ ยัยลิงนี่มือหนักจริงๆนะคะ คุณผู้อ่านขา TT__TT
“หยุดร้องไห้ได้แล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวหน้าตาที่เหมือนกับลิงจะยิ่งเละนะคะ”
เธอเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้สาวผมส้ม
“ฮึก ช่วยแก้ไขคำพูดได้มั้ยยะ ฟังดูน่าโมโหยังไงชอบกล”
อาซึนะบอกพลางยื่นมือของตนไปจับแก้มข้างที่ตัวเองเพิ่งฝากรอยไว้ของอีกฝ่ายบ้าง
“เจ็บมั้ย?”
“มากเลยล่ะค่ะ”
คำตอบของร่างสูงยิ่งทำให้เธอเจ็บหัวใจเข้าไปใหญ่
แม้ตัวเองจะรู้สึกย่ำแย่อยู่ก็ตามแต่ก็ไม่น่าถึงขนาดขาดสติทำร้ายอีกฝ่ายเลย ยิ่งกับคนๆนี้ด้วยแล้ว
“ขอโทษนะ”
อาซึนะเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเสียใจ สาวผมทองจึงส่งยิ้มเชิงไม่เป็นไรให้
“พอเถอะคะ รีบไปอาบน้ำได้แล้ว”
อายากะเอามือของอีกคนออกจากแก้มของตนพร้อมกับรีบไล่อีกฝ่ายให้ไปอาบน้ำก่อนที่หน้าของเธอจะแดงไปมากกว่านี้
ซึ่งอาซึนะเองขัดขืนหน่อยๆ
“เดี๋ยวสิ คอยแป๊ป”
พูดจบสาวผมส้มก็เดินตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าและยื่นชุดนอนของตนให้เพื่อนสาว
“ไม่มีชุดนอนไม่ใช่หรือไง รีบหยิบไปสิยะ”
สาวผมทองรับมาอย่างงุนงงส่วนคนที่ยื่นให้หลังจากอีกฝ่ายรับไปแล้วก็เข้าห้องน้ำทันทีโดยปิดใบหน้าเขินอายที่เห็นสภาพสุดเซ็กซี่ของคู่อริ ส่วนอีกฝ่ายนั้นเมื่อมองดูสภาพตัวเองก็ต้องหน้าขึ้นสี เพราะมัวแต่ทะเลาะกับยัยลิงตัวดีทำให้เธอลืมเรื่องที่ตัวเองมีแค่ผ้าขนหนูผืนบางปกปิดร่างกาย แบบนี้ยัยคนที่หนีไปแล้วไม่เห็นอะไรต่อมิอะไรหมดแล้วหรือ!?
ไม่อยากไว้ใจใครอีกใช่ไหม บทเรียนที่ได้มา
สาวผมส้มเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นคู่ปรับของตนที่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยแล้วทิ้งตัวนอนยาวอยู่บนพื้น
“มานอนบนพื้นทำไมเนี่ยยัยหัวหน้าห้อง?”
เธอสะกิดให้คนตรงหน้าตื่น
“อ๊ะ ดิฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย!?”
สาวผมทองร้องอย่างประหลาดใจ เธอจำได้ว่ากำลังจัดที่นอนอยู่ดีๆจู่ๆก็วูบไป
“ช่างเถอะ ฉันว่าเธอนะรีบกลับห้องเธอดีกว่า ตัวรุ่มๆด้วย”
อาซึนะเอามืออังหน้าผากของสาวผมทองซึ่งอุ่นกว่าปรกติ
“ไม่ค่ะ”
อายากะหันมายืนยันคำเดิม สาวผมส้มถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความดื้อรั้นของอีกสาว
แต่ต้องขอเธอจริงๆ ต้องฝืนเธอจริงๆ คงทิ้งเธอไว้ลำพังไม่ไหว
“แน่ใจเหรอว่าจะไม่กลับนะ”
สาวผมทองพยักหน้า
“แน่นอนค่ะ เพราะดิฉัน…ทิ้งคุณไปไม่ได้”
อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้ ให้ฉันดูแลข้างๆ กาย
เพราะใจเธอยังวุ่นวาย อาจจะฟุ้งซ่านไป จนทำร้ายตัวของตัวเอง
“ตะ ตามใจสิ ฉันจะนอนแล้ว เธอก็นอนเตียงโคโนกะไปแล้วกัน”
หลังจากได้ยินคำตอบอันชวนให้ขัดเขินเหลือเกินจบ อาซึนะก็ล้มตัวลงนอนกับเตียง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเสียจนตัวเองยังสงสัยว่าร้อนเพราะคนตรงหน้าหรือพิษไข้ที่มากับฝนกันแน่ สาวผมทองที่เห็นดังนั้นจึงเดินไปดับไฟในห้องและกลับมาล้มตัวลงนอนที่เตียงของสาวผมสีช็อกโกแลต
“…อายากะ หลับหรือยัง?”
“หลับแล้วค่ะ”
“ถ้าหลับแล้วจะตอบฉันได้หรือยะ? ช่างเถอะ”
อาซึนะพูดทิ้งท้ายก่อนจะนิ่งเงียบไป สร้างความงุนงงให้อีกคนเป็นอย่างมาก
“วันนี้…ขอบใจนะ…”
ประโยคต่อมาที่สาวผมทองได้ยิน ทำให้เธอยิ้มออกมาทันที
“ไม่เป็นไรค่ะ”
แค่อยู่ใกล้ๆคุณ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ คุณอาซึนะ
ปล่อยเธอลำพังในคืนนี้ จนเช้าก็คงไม่ได้หลับ
ไม่รับความรักฉันไป ก็ช่วยรับในความห่วงใย แค่เท่านี้ได้ไหม มันห่วงเธอ
To Be Continue........
สายันสวัสดิ์ครับ คราวนี้ดองจนเค็มจริงๆ 555
หลังจากพ้นการสอบมิดเทอมไป นึกว่าจะได้ว่างจริงๆ
แต่กลับกลายเป็นว่า มีรายงานเข้ามาให้ทำเยอะแยะมากมายเสียนี่
เอาเป็นว่า...ดองนิดดองหน่อย ก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ล่ะกันนะครับ
และก็หวังว่า คุณผู้อ่านคงEnjoyกับฟิกนี้ไม่มากก็น้อย
จากใจ ผู้เขียน Hisukaya
ปล. อยากถามว่า ระหว่างเว้นบรรทัดทุกบรรทัด กับเว้นเฉพาะคำพูดและเพลง ส่วนบรรยายก็ให้ติดๆกันไป แบบไหนอ่านง่ายกว่ากันครับ ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ
ครืด! แปะๆ! ซา!
เม็ดฝนเม็ดแล้วเม็ดเล่าตกลงสู่พื้นโลกอย่างไม่มีสัญญาณบ่งบอกก่อนและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเมื่อไร
ผู้คนต่างรีบวิ่งเข้าหาที่หลบกำบัง คนที่พกร่มก็กางออกเพื่อหนีจากเม็ดฝนเม็ดน้อยใหญ่
เว้นเสียแต่เด็กสาวสองคนที่ยังคงตากฝนอย่างไม่เกรงกลัวเปียกปอน
“คุณอาสึนะรีบเข้าไปหลบฝนกันเถอะค่ะ”
เด็กสาวผมสีทองยาวเอ่ยขึ้นเมื่อคนตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนร่างกายเลยแม้แต่น้อย
“…”
“คุณอาสึนะคะ! ดิฉันบอกให้ไปหลบฝนยังไงล่ะ!”
น้ำเสียงนั้นเริ่มดุขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือตรงเข้าไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายดึงให้ลุกขึ้น
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!!”
เพียะ!
สาวผมส้มปัดมือของร่างบางออกเสียงดัง ช่วงที่ปัดมือออก
ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาหันมาให้เธอเห็นแต่ก็รีบหันหนีกลับไปด้านเดิมอย่างรวดเร็ว ทำเอาฝ่ายที่เห็นเจ็บไปทั้งหัวใจ
เข้าใจที่เธอเจ็บ เข้าใจที่เธออยากร้องไห้ อยากระบายเรื่องที่เธอปวดใจ
เข้าใจว่ามันหนัก ใจเธอกำลังบอบและช้ำมา จากความรักที่มันจบไป
แต่มีหรือที่เธอ ยูกิฮิโระ อายากะ ลูกสาวอภิมหาเศรษฐีคนนี้จะยอมแพ้ง่ายๆ
สุดท้ายเธอก็สามารถลากคนดื้อกลับมายังหอพักได้สำเร็จ ตอนแรกเธอกะว่าจะพาอีกสาวไปอาบน้ำสระผมด้วย
แต่ดูเหมือนว่า...อยากจะอยู่คนเดียวมากกว่าสินะ เพราะมาถึงก็รีบกลับเข้าไปในห้องพักของตนไม่ยอมพูดจากับใคร
สาวผมทองที่เห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ ดีที่อีกฝ่ายไม่ล็อกประตูห้อง ไม่งั้นเธอคงแย่แน่หากจะพังประตูเข้าไป
“ถ้าไม่รีบสระผมเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกค่ะ”
เธอเอ่ยกับคนที่นั่งหันหลังให้อีกครั้งในความเงียบสงัด นี่อีกฝ่ายคิดจะให้เธอดำเนินบทสนทนาคนเดียวหรือไงกัน
“…ช่างฉันเถอะน่า”
ในที่สุดสาวผมส้มก็ยอมปริปากออกมาบ้างแต่ก็เงียบไปอีกครั้ง
ไม่อยากไว้ใจใครอีกใช่ไหม บทเรียนที่ได้มา
สาวผมทองมองอย่างปลงๆ ช่วยไม่ได้นี่น้า เธอนั่งลงหันหลังชนกับสาวผมส้มและพิงแผ่นหลังนั่น
“…เธอนะไปอาบน้ำได้แล้วไป”
“ห่วงดิฉันด้วยหรือคะ?”
ร่างสูงถามแต่อีกคนก็รีบปฏิเสธก่อนจะกลับไปนั่งก้มหน้าก้มตาเหมือนเดิม
“เปล่าเสียหน่อย เดี๋ยวเธอก็มาพาลใส่ฉันอีกว่าทำเธอเป็นหวัดน่ะ”
“ไม่ล่ะค่ะ…”
แต่ต้องขอเธอจริงๆ ต้องฝืนเธอจริงๆ คงทิ้งเธอไว้ลำพังไม่ไหว
“…ดิฉันมีธุระที่สำคัญกว่าเรื่องนั้นเสียอีก”
“ธุระอะไร?”
สาวผมส้มถาม ถึงแม้ว่าจะผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมายังมีกะจิตกะใจห่วงเธออีกนะดูสิ
“ก็...ดูแลเด็กดื้อยังไงล่ะคะ”
อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้ ให้ฉันดูแลข้างๆ กาย
เพราะใจเธอยังวุ่นวาย อาจจะฟุ้งซ่านไป จนทำร้ายตัวของตัวเอง
สาวผมส้มหน้าแดงขึ้นมากะทันหันแต่ก็รีบตอบกลบเกลื่อน
“มะ ไม่จำเป็นเสียหน่อยแล้วใครเป็นเด็กดื้อไม่ทราบยะ?”
“อะร้า ใครรับก็คนนั้นแหละคะ”
ถึงเธอจะมีอารมณ์ขันพอที่จะพูดหยอกล้อเพื่อนสาว แต่ภายในใจนั้นกลับรู้สึกดีขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมหันมาพูดเล่นกับเธอแล้ว
แต่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เธอจึงตัดสินใจว่า
“คุณอาซึนะคะ คืนนี้ฉันค้างด้วยนะคะ”
ปล่อยเธอลำพังในคืนนี้ จนเช้าก็คงไม่ได้หลับ
พรวด!
อาซึนะล้มหน้าฟาดพื้นเมื่อได้ยินประโยคที่ร่างสูงพูด
“จะบ้าหรือไงยะ!? เดี๋ยวโคโนกะกับเนกิกลับมา ห้องนี้ก็เต็มแล้ว อ๊ะ!”
สาวผมส้มหยุดพูดและล้วงกระเป๋ากระโปรงตัวเองหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ขึ้นมา
“มีอะไรหรือคะ?”
อายากะถาม อาซึนะทำหน้าหวอเล็กน้อยในขณะที่อ่านข้อความ ด้วยความอยากรู้สาวผมทองจึงยื่นหน้าเข้าไปอ่านด้วย
'วันนี้ฉันนอนห้องเซ็ตจังนะ ส่วนเนกิคุงจะค้างที่บ้านของเอวาจัง ขอโทษด้วยน้า จาก โคโนเอะ โคโนกะ'
“งั้นก็หมายความว่าห้องนี้ว่างสินะคะ”
“...หึ ตามใจสิยะ!”
เมื่อเห็นว่าเถียงไม่ได้อาซึนะจึงต้องยอมอีกฝ่ายและหันกลับไปนั่งจุ้มปุ๊กตามเดิม
“งั้นไม่เกรงใจนะคะ”
อายากะยิ้ม ยกนี้เธอชนะใสๆ แบบน็อกเอาต์ซะด้วยสิ ฮิฮิฮิ
ไม่รับความรักฉันไป ก็ช่วยรับในความห่วงใย แค่เท่านี้ได้ไหม มันห่วงเธอ
หลังจากพูดคุยเสร็จ สาวผมทองก็จัดแจงเตรียมที่นอนของตนในคืนนี้ เธอหันไปมองค้อนสาวผมส้มเป็นระยะๆ
ไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลยนะ แต่ก็ได้แค่คิด ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ
“เฮ้อ น้ำอุ่นนี่ดีจังเลย”
อายากะเดินออกมาในสภาพสวมผ้าขนหนูสีขาว แหม ก็เธอลืมไปนี่ว่าไม่ได้นำชุดนอนมาด้วย
สงสัยคงต้องขอยืมจากเจ้าของห้องอย่างช่วยไม่ได้
เธอหันไปมองสาวผมส้มที่ยังคงนั่งท่าเดิม ตรงเดิม ไม่ขยับไปไหน ไม่เมื่อยบ้างเหรอเนี่ย
“ไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไงคะ?”
สาวผมทองถามหาเรื่อง ถ้าพูดดีๆไม่ได้ผล ก็หาเรื่องซะเลยเป็นไง
“…”
“เฮ้อ กะอีแค่ไปเห็นฉากสวีตหวานแหววของอ.ทาคาฮาตะกับอ.ชิสึนะมา ทำอย่างกับโลกจะแตกยังไงยังงั้นเลยแหละค่ะ”
“…หนวกหูน่า”
อาซึนะเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเริ่มสั่นเครืออีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตนเพิ่งจะรับรู้มา
“รีบๆตื่นเสียทีเถอะคะ คุณนะไม่ใช่คนแบบนี้เสียหน่อย”
“ฉันบอกว่าหนวกหูยังไงเล่า!!”
เพียะ!!
ฝ่ามือของสาวผมส้มตรงเข้าสัมผัสกับแก้มของสาวผมทองอย่างรุนแรง ทำเอาแก้มใสๆพลันแดงขึ้นทันตาเห็น
เธอจับแก้มของตัวเองอย่างเบามือ ชาและเจ็บ!!
นั่นคือความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้ แต่ว่าแค่คนตรงหน้ายอมขยับร่างกายแบบนี้...อาจจะคุ้มค่าก็เป็นได้
ระบายที่เธอเจ็บ ตะโกนดังๆ ใส่ฉันได้ ต่อให้คำนั้นนั้นแรงแค่ไหน
แค่เพียงต้องการอยู่ดูแลจนเธอหยุด ไม่ร้องไห้ และตอนนั้นฉันจะกลับไป
อาซึนะที่ดูเหมือนจะตั้งสติได้แล้วรีบระล่ำระลักขอโทษสาวผมทองชุดใหญ่
“อะ อายากะ!! ขอโทษนะ ฉัน...”
“ไม่เป็นไรหรอกคะ แค่คุณรู้สึกดีขึ้นฉันก็ดีใจแล้ว”
สาวผมทองหันไปยิ้มให้ แต่ใจจริง…เจ็บจนอยากร้องไห้ค่ะ ให้ตายสิ ยัยลิงนี่มือหนักจริงๆนะคะ คุณผู้อ่านขา TT__TT
“หยุดร้องไห้ได้แล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวหน้าตาที่เหมือนกับลิงจะยิ่งเละนะคะ”
เธอเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้สาวผมส้ม
“ฮึก ช่วยแก้ไขคำพูดได้มั้ยยะ ฟังดูน่าโมโหยังไงชอบกล”
อาซึนะบอกพลางยื่นมือของตนไปจับแก้มข้างที่ตัวเองเพิ่งฝากรอยไว้ของอีกฝ่ายบ้าง
“เจ็บมั้ย?”
“มากเลยล่ะค่ะ”
คำตอบของร่างสูงยิ่งทำให้เธอเจ็บหัวใจเข้าไปใหญ่
แม้ตัวเองจะรู้สึกย่ำแย่อยู่ก็ตามแต่ก็ไม่น่าถึงขนาดขาดสติทำร้ายอีกฝ่ายเลย ยิ่งกับคนๆนี้ด้วยแล้ว
“ขอโทษนะ”
อาซึนะเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเสียใจ สาวผมทองจึงส่งยิ้มเชิงไม่เป็นไรให้
“พอเถอะคะ รีบไปอาบน้ำได้แล้ว”
อายากะเอามือของอีกคนออกจากแก้มของตนพร้อมกับรีบไล่อีกฝ่ายให้ไปอาบน้ำก่อนที่หน้าของเธอจะแดงไปมากกว่านี้
ซึ่งอาซึนะเองขัดขืนหน่อยๆ
“เดี๋ยวสิ คอยแป๊ป”
พูดจบสาวผมส้มก็เดินตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้าและยื่นชุดนอนของตนให้เพื่อนสาว
“ไม่มีชุดนอนไม่ใช่หรือไง รีบหยิบไปสิยะ”
สาวผมทองรับมาอย่างงุนงงส่วนคนที่ยื่นให้หลังจากอีกฝ่ายรับไปแล้วก็เข้าห้องน้ำทันทีโดยปิดใบหน้าเขินอายที่เห็นสภาพสุดเซ็กซี่ของคู่อริ ส่วนอีกฝ่ายนั้นเมื่อมองดูสภาพตัวเองก็ต้องหน้าขึ้นสี เพราะมัวแต่ทะเลาะกับยัยลิงตัวดีทำให้เธอลืมเรื่องที่ตัวเองมีแค่ผ้าขนหนูผืนบางปกปิดร่างกาย แบบนี้ยัยคนที่หนีไปแล้วไม่เห็นอะไรต่อมิอะไรหมดแล้วหรือ!?
ไม่อยากไว้ใจใครอีกใช่ไหม บทเรียนที่ได้มา
สาวผมส้มเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นคู่ปรับของตนที่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยแล้วทิ้งตัวนอนยาวอยู่บนพื้น
“มานอนบนพื้นทำไมเนี่ยยัยหัวหน้าห้อง?”
เธอสะกิดให้คนตรงหน้าตื่น
“อ๊ะ ดิฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย!?”
สาวผมทองร้องอย่างประหลาดใจ เธอจำได้ว่ากำลังจัดที่นอนอยู่ดีๆจู่ๆก็วูบไป
“ช่างเถอะ ฉันว่าเธอนะรีบกลับห้องเธอดีกว่า ตัวรุ่มๆด้วย”
อาซึนะเอามืออังหน้าผากของสาวผมทองซึ่งอุ่นกว่าปรกติ
“ไม่ค่ะ”
อายากะหันมายืนยันคำเดิม สาวผมส้มถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความดื้อรั้นของอีกสาว
แต่ต้องขอเธอจริงๆ ต้องฝืนเธอจริงๆ คงทิ้งเธอไว้ลำพังไม่ไหว
“แน่ใจเหรอว่าจะไม่กลับนะ”
สาวผมทองพยักหน้า
“แน่นอนค่ะ เพราะดิฉัน…ทิ้งคุณไปไม่ได้”
อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้ ให้ฉันดูแลข้างๆ กาย
เพราะใจเธอยังวุ่นวาย อาจจะฟุ้งซ่านไป จนทำร้ายตัวของตัวเอง
“ตะ ตามใจสิ ฉันจะนอนแล้ว เธอก็นอนเตียงโคโนกะไปแล้วกัน”
หลังจากได้ยินคำตอบอันชวนให้ขัดเขินเหลือเกินจบ อาซึนะก็ล้มตัวลงนอนกับเตียง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเสียจนตัวเองยังสงสัยว่าร้อนเพราะคนตรงหน้าหรือพิษไข้ที่มากับฝนกันแน่ สาวผมทองที่เห็นดังนั้นจึงเดินไปดับไฟในห้องและกลับมาล้มตัวลงนอนที่เตียงของสาวผมสีช็อกโกแลต
“…อายากะ หลับหรือยัง?”
“หลับแล้วค่ะ”
“ถ้าหลับแล้วจะตอบฉันได้หรือยะ? ช่างเถอะ”
อาซึนะพูดทิ้งท้ายก่อนจะนิ่งเงียบไป สร้างความงุนงงให้อีกคนเป็นอย่างมาก
“วันนี้…ขอบใจนะ…”
ประโยคต่อมาที่สาวผมทองได้ยิน ทำให้เธอยิ้มออกมาทันที
“ไม่เป็นไรค่ะ”
แค่อยู่ใกล้ๆคุณ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ คุณอาซึนะ
ปล่อยเธอลำพังในคืนนี้ จนเช้าก็คงไม่ได้หลับ
ไม่รับความรักฉันไป ก็ช่วยรับในความห่วงใย แค่เท่านี้ได้ไหม มันห่วงเธอ
To Be Continue........
สายันสวัสดิ์ครับ คราวนี้ดองจนเค็มจริงๆ 555
หลังจากพ้นการสอบมิดเทอมไป นึกว่าจะได้ว่างจริงๆ
แต่กลับกลายเป็นว่า มีรายงานเข้ามาให้ทำเยอะแยะมากมายเสียนี่
เอาเป็นว่า...ดองนิดดองหน่อย ก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ล่ะกันนะครับ
และก็หวังว่า คุณผู้อ่านคงEnjoyกับฟิกนี้ไม่มากก็น้อย
จากใจ ผู้เขียน Hisukaya
ปล. อยากถามว่า ระหว่างเว้นบรรทัดทุกบรรทัด กับเว้นเฉพาะคำพูดและเพลง ส่วนบรรยายก็ให้ติดๆกันไป แบบไหนอ่านง่ายกว่ากันครับ ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users
















