Jump to content


Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)

Installed a brand new version of Negima!th Community

✪ Lucifer : (21 May 2012 - 03:04 AM) คิคิ <3 =w=)"
killer-mode-... : (19 May 2012 - 09:55 PM) เอาจริงดิ นี่ร้างยาวเลยเรอะ!!
killer-mode-... : (19 May 2012 - 09:54 PM) ...........
killer-mode-... : (14 May 2012 - 06:04 AM) เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่
Grandy : (14 May 2012 - 01:31 AM) แมนซิตี้แชมป์เว้ย !!
✪1St-Kuro : (13 May 2012 - 08:17 AM) จุดมากเจอแบนออกจากห้อง 1/9 นะ :P
killer-mode-... : (12 May 2012 - 02:06 PM) .........
Miyamasaki_M... : (07 May 2012 - 01:24 PM) =___= ??
Mikhail : (28 April 2012 - 09:54 PM) แสดงว่าอากาศร้อน
Sakurazaka K... : (28 April 2012 - 09:43 PM) ร้างๆๆๆๆ
Sakurazaka K... : (28 April 2012 - 09:43 PM) ร้างรางหร่างร่างงงงง หรางหร่างร่างหรางหร้างงงง
Sakurazaka K... : (28 April 2012 - 01:40 PM) สอบMidterm Summer เสร็จสักที
✩ Andante : (26 April 2012 - 10:44 PM) ....
✩ Kwon_Yuri : (26 April 2012 - 10:19 PM) ร้างแท้เหลา
Mikhail : (25 April 2012 - 12:29 PM) /me นั่งรอเวลา AVA เปิด server
ติ๊งต๊องเรนเ... : (24 April 2012 - 03:19 PM) ดีจ้า
Miyamasaki_M... : (17 April 2012 - 11:45 PM) เงียบค้ามคืนเลยเหรอวะ
Miyamasaki_M... : (16 April 2012 - 09:27 PM) เงียบตามเคย
Sakurazaka K... : (16 April 2012 - 09:14 PM) โอ้สท์
Sgt.Thunder... : (16 April 2012 - 07:25 PM) วันนี้ไป มีตติ้ง มาสนุกมาก ๆ ทีมงานมากันเยอะมากเลย member ก็เป็นรุ่นเก๋า ๆ ทั้งนั้น
-?ตื๊ดตื๊ด... : (14 April 2012 - 10:24 PM) จะเอาธนูมาปักเข่าเล่นเรอะ!!?
Mikhail : (14 April 2012 - 11:50 AM) ปิดเทอมแล้วเย้ มาเล่น Skyrim กันเถอะ
-?ตื๊ดตื๊ด... : (13 April 2012 - 01:54 PM) หลังจากดองมานานลงตอนพิเศษดีกว่า(เสื่อมมากครับรับประกัน)
killer-mode-... : (12 April 2012 - 09:11 PM) .....
miako : (08 April 2012 - 12:46 PM) เว็บนี้ร้างจัง
明確なマスター先 : (07 April 2012 - 08:49 PM) หายไปนานจะมีใครจำได้บ้างมั้ย
Chrysanthemu... : (05 April 2012 - 09:59 PM) โอ้ปิดบอร์ด -0-
ppp00023 : (05 April 2012 - 05:12 PM) ดีเนอะครับ
✡ Ga Eul : (03 April 2012 - 08:33 AM) แจ้งการปิดเว็บบอร์ดเพื่อย้ายไปเว็บบอร์ดใหม่ http://www.negima.in...s/topic/1196-แ/
ala alba : (30 March 2012 - 11:36 PM) สวัสดีจ้า
✡ ✪ Hirasawa Yuth : (30 March 2012 - 11:41 AM) นั่นสินะ
Sgt.Thunder... : (27 March 2012 - 09:44 PM) เฮ้ย ... จะจัดมีตติ้งเมื่อไหร่ ล่ะทีมงานทั้งหลาย เนกิมะ มันจบมาได้ระยะนึงแล้วนะ
Chrysanthemu... : (27 March 2012 - 07:11 PM) ตืดตือดื๊อ
✩ Andante : (27 March 2012 - 09:27 AM) ....
NinjaGaiden... : (26 March 2012 - 12:52 PM) 0.0
Sakurazaka K... : (23 March 2012 - 12:09 PM) ฮาโร่ๆ
-?ตื๊ดตื๊ด... : (20 March 2012 - 07:51 PM) ตอนใหม่คิดไม่ออกทำไงดี!!!!!!?
~kOnaKOna~ : (19 March 2012 - 09:09 PM) ......
✧ Ushiromiya B... : (19 March 2012 - 05:51 PM) 5555
✪ JiNaKa_MeaW : (18 March 2012 - 07:46 PM) //เข้ามามอง ไม่ได้เข้ามานานแล้ว ร้างหรือนี่
Resize Shouts Area

Super Singha Action - Rhythm Gymnastic

makie ako

  • You cannot reply to this topic
8 replies to this topic

#1 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 11 August 2011 - 10:13 PM

ตอนที่ 1

ในเวลาพักเที่ยงนั้น ขณะที่นายสิงห์กำลังกินข้าวเที่ยงอยู่ใต้ต้นไม้เพียงคนเดียวนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

“ฮัลโหล...กิตติศักดิ์เหรอ? โทรมามีเรื่องอะไรเหรอ?”

“เฮ้ นายสิงห์ หลังเลิกเรียนแล้ว มาหาเราได้ป่าว ที่ลานน้ำพุนะ”

“ก็ได้ เดี๋ยวเลิกเรียนนี้เราค่อยไป”

“โอเค...”

.........................................................................

หลังเลิกเรียน

นายสิงห์จึงได้เดินไปยังที่ห้องล็อกเกอร์ แต่พอไปถึงนายสิงห์ก็ต้องรีบหยุดชะงักแล้วหลบซ่อนตัว

“เอ.....นายสิงห์ไปอยู่ที่ไหนน้า ว่าจะชวนไปเที่ยวด้วยกันเสียหน่อย...”

เสียงเด็กหญิงคนหนึ่งกลางห้อง ทำเอานายสิงห์ต้องรีบหลบซ่อน เขาคิดในใจย้อนความได้ว่า

เช้าก่อนเข้าเรียนนั้น จู่ๆ Mikoto ก็พุ่งเข้ามาจับแขนนายสิงห์ข้างหนึ่ง เธอบอกว่า จะชวนไปเที่ยวในเมืองด้วยกันตอนเย็นนี้ 2 ต่อ 2 นายสิงห์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว Honami ก็เข้ามาจับแขนอีกข้างหนึ่ง แล้วบอกจะมาชวนเที่ยวด้วยกัน ทำให้เกิดการแย่งชิงตัวด้วยกัน นายสิงห์ถูกดึงแขนไปมาโดยที่เขายังไม่รู้เรื่องอะไรเลย จนทำให้นักเรียนคนอื่นๆอิจฉา หันมานินทาต่อว่านายสิงห์กันหมด นายสิงห์จึงได้ตัดสินใจบอกพวกเธอทั้งสองไปว่า เอาไว้ตอนเย็นก่อนค่อยคิด พวกเธอก็เชื่อเสียด้วยสิ

เพราะฉะนั้น คนที่อยู่กลางห้องนั้น ก็คือ Mikoto นั่นเอง เธอรอให้นายสิงห์มา เพื่อที่จะพาไปเที่ยวโดยไม่รอให้เขาคิด

แต่นายสิงห์ไม่ได้คิดเหมือนอย่างที่ Mikoto คิด ตอนนี้เขาต้องอาศัยจังหวะเพื่อที่จะไปเอาของในตู้ของเขาโดยไม่ให้ Mikoto รู้หรือเห็นตัว

ดังนั้น นายสิงห์จึงได้ค่อยๆเดินย่องเบาอย่างเงียบๆ พร้อมๆกับเดินอ้อมตู้ไปมาเพื่อหลบสายตาของ Mikoto

ในที่สุด เขาก็เดินมาถึงตู้ของเขาจนได้ เขาค่อยๆเปิดตู้แล้วเอาของออกมาแล้วก็ปิดตู้อย่างเงียบๆ

จากนั้น เขาก็ต้องเดินอ้อมอีกทีนึง รอจังหวะที่เธอเดินหันหลังออกห่างจากทางออก และหลังจากนั้นก็รีบย่องออกจากห้องไปเลย

ผ่านมาได้ 1 ด่าน

แต่อุปสรรคยังไม่หมด เพราะยังมี Honami ยืนรอตรงหน้าประตูและเธอก็หันหน้าไปทางรถ Saleen ของเขาอยู่ด้วย

แล้วเขาจะไปเอารถมาได้ยังไงละเนี่ย

เพราะถ้าเขาเดินไปที่ประตูตรงๆ Honami ก็อาจจะหันหลังมาแล้วจะจ๊ะเอ๋กับเราได้

ดังนั้น เขาจึงได้ค่อยๆเดินย่องที่ไปหน้าต่าง แล้วเปิดหน้าต่างออก จากนั้นก็เข้าไปซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ ค่อยๆเลาะตามพุ่มไม้แล้วเดินอ้อมห่างจากรถ Saleen แล้วก้มตัวเดินย่องเงียบเบาๆในตำแหน่งที่เธอมองไม่เห็น แล้วเดินเข้าใกล้รถเรื่อยๆ

ปัญหาอีกข้อหนึ่งที่พบก็คือ เวลาเปิดประตูแล้วขึ้นรถ เธออาจจะมองเห็นได้ เพราะประตูรถของเขานั้นเป็นแบบปีกแมลงทับ มันอาจจะยื่นโผล่ไปให้เธอเห็นก็ได้

นายสิงห์สังเกตว่า Honami เริ่มเดินไปทางทิศอื่น เขาจึงได้อาศัยจังหวะที่เธอไม่ได้หันมามองที่รถ เปิดประตูเข้าไปในรถแล้วรีบปิดประตูให้เบาที่สุด

เธอได้เดินไปเดินตั้งหน้าตั้งตารอนายสิงห์อยู่ แต่เธอยังไม่รู้ว่านายสิงห์อยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว เธอจึงได้ลองเดินเข้าไปตามหาในอาคารต่อ

ในจังหวะนั้นนายสิงห์ก็สตาร์ทรถออกไปแล้ว

เป็นอันว่านายสิงห์ก็สามารถออกจากโรงเรียนได้โดยหลบสายตาพวกเธอทั้งสองไปเรียบร้อย

.........................................................

ต่อมาที่ลานน้ำพุ

“นายทำไมมาช้าชะมัด” กิตติศักดิ์บ่นนายสิงห์เล็กน้อย

“ขอโทษว่ะ เจออุปสรรคนิดหน่อยนะ ว่าแต่...นายนัดเรามาที่นี่ทำไมหรือ”

“ฉันมีอะไรมาให้ดู”

กิตติศักดิ์ล้วงกระเป๋ากางเกงเอาของออกมาให้นายสิงห์ดู

มันคือตั๋วเข้าชมการแข่งขันยิมนาสติกจำนวน 2 ใบ

“นี่มันตั๋วเข้าชมการแข่งขันยิมนาสติกไม่ใช่เหรอ”

“ก็เพื่อนเราเขาเหลือมาแล้วไม่รู้ว่าจะให้ใคร เขาก็เลยเอามาให้เรานะ”

“ฮั่นแน่!...นายอยากจะดูขาขาวๆของสาวๆมากกว่าใช่มั้ยล่ะ”

กิตติศักดิ์ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เขาให้มา เราก็ต้องใช้สิ เอาล่ะไปกันดีกว่านะ”

แล้วกิตติศักดิ์ก็ขึ้นรถ Mitsubishi นำไปก่อน แล้วนายสิงห์ก็ขับตามกิตติศักดิ์ไป

ไม่นานต่อมาที่โรงยิมใหญ่กลางเมือง

“โชคดีจังที่มาถึงก่อนเวลานะเนี่ย” กิตติศักดิ์พูดหลังจากที่จอดรถสนิทดีแล้ว

“แต่มันโชคไม่ดีสำหรับฉันเนี่ยสิ” นายสิงห์บ่นให้เพื่อนฟัง เนื่องจากที่จอดรถมันเต็มไปหมด เต็มจนจะหาที่จอดรถไม่เจอ

“เดี๋ยวฉันจะจองที่ให้นายละกัน”

“เออ...ขอบใจ”

หลังจากนั้น นายสิงห์ก็ขับรถตามหาที่จอดกันต่อ

“ทำไมถึงหาที่จอดไม่เจอละเว้ย!!!” นายสิงห์บ่นสุดขีด

หลังจากนั้นอีกเวลาพอสมควร นายสิงห์ก็หาที่จอดรถเจอจนได้ แต่ว่าต้องจอดรถออกไปไกลพอสมควร

เมื่อเขากลับมาถึงอาคารแล้ว เขาเข้าไปหาที่นั่งว่างๆสักที่หนึ่ง ในวานั้นการแสดงยิมนาสติกมันก็เริ่มตั้งแต่เมื่อ 40 นาทีที่แล้วนี้เอง เนื่องจากที่นั่งมีคนดูเยอะมาก เขาจึงตามหาตัวกิตติศักดิ์ได้ยากมาก ไม่รู้ว่าเพื่อนนั่งอยู่ตรงไหน พอนายสิงห์หาที่นั่งว่างๆที่ใดที่หนึ่งเจอ เขาก็เข้าไปนั่งตรงนั้นแหละ (แต่อยู่คนละที่กับกิตติศักดิ์จองไว้ให้)

การแสดงยิมนาสติกผ่านไปหลายคน แต่ละคนก็มีท่าลีลาเฉพาะตัวทั้งนั้น

จนกระทั่งถึงตาของคนๆหนึ่ง

“ต่อไป ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 28 Sasaki Makie ครับ”

ผู้เข้าแข่งขันคนนี้เดินเข้ามาที่ลานแสดงแล้ว เธอมาในชุดที่หวาบหวิวมากทำเอาผู้ชายเหล่สายตามามอง พร้อมกับอุปกรณ์ริบบิ้นซึ่งเป็นของที่เธอชอบใช้มากที่สุด

เมื่อเพลงเริ่มต้นขึ้น Makie ก็เริ่มแสดงทันที ลีลาที่เธอเล่นดูสง่างามมาก พลิ้วตัวหมดทุกท่า โดยเฉพาะการสะบัดพลิ้วของริบบิ้นดูเคลื่อนไหวเป็นรูปเป็นร่างมาก

“งดงามมาก...” นายสิงห์นึกชมในใจ

เมื่อเพลงจบลง การแสดงก็จบลงด้วยเช่นกัน

อีกสักพักต่อมา เมื่อโฆษกประกาศผลคะแนนของเธอออกมา

“ผลการให้คะแนนจากคณะกรรมการ คะแนนของผู้เข้าแข่งขัน Sasaki Makie คือ......9.80 ครับ!!!”

Makie ทำสีหน้าที่โล่งอกไปที แต่ก็ยังเตรียมลุ้นระทึกจากผู้เข้าแข่งขันคนต่อๆไปอยู่ (ขณะนี้คะแนนที่สูงสุดก็คือ 9.80 ซึ่งก็คือ Makie)

“เด็กนั่นเก่งเอาการเหมือนกัน อย่างกับมันแสดงออกมาครบทุกท่า ไม่มีพลาดเลยแม้แต่จุดเดียว...” นายสิงห์พูดในใจ

หลังจากที่ผ่านไปหลายคนจนหมดคนสุดท้ายแล้ว

“ผลการแข่งขัน ผู้ชนะที่ได้ผ่านเข้ารอบคือ................ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 28 Sasaki Makie ครับ!!!!”

สิ้นเสียงโฆษก ผู้ชมก็ปรบมือส่งเสียงเฮดังลั่น ส่วนเจ้าตัว Makie นั้นดีใจมากที่รู้สึกว่าตนได้ผ่านเข้ารอบแล้ว จึงทำให้น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลออกมา

หลังจากนั้นเอง

เมื่อนายสิงห์เดินมาถึงบริเวณประตูทางออกแล้ว เขาก็พบกับกิตติศักดิ์อีกครั้ง

“นี่นาย...นายไปอยู่ที่ไหนมา.........” กิตติศักดิ์โวย

“โทษนะ ฉันตามหานายไม่เจอ คนมันแน่นขนาดนี้มันก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร เจอที่นั่งว่างๆที่ไหนสักแห่งก็เข้าไปนั่งเลย ก็เลยนั่งดูจนจบการแข่งขันยังไงล่ะ” นายสิงห์พูดขอโทษกิตติศักดิ์

“ว่าแต่ นายเห็นผู้ชนะในการแข่งมั้ย” นายสิงห์ถาม

“ผู้ชนะ..............Sasaki Makie นะหรือ?...........อืม....เห็นชุดที่เธอใส่แล้ว ขาขาว เซ็กซี่จนอยากลูบจัง....”

เพี๊ยะ!!!

“เฮ้ยๆๆ พอได้แล้วน่า นายสังเกตลีลาการเล่นของเธอมั้ย” นายสิงห์เอาถาดเหล็กตบหัวกิตติศักดิ์ไป 1 ที

“ลีลาการเล่นนะเหรอ มันเย้ายวนเอนไซม์ของฉันมากเลยล่ะ ฉันนี่ชักอยากจะพาเธอมากอดเล่นจัง...”

แป้ง!

“แอ้ก!”

“กวนบาทาชะมัด ไม่น่าถามมันเล้ยยยย์”

“นายเองก็คงแอบหลงปลื้มเธอใช่มั้ยล่ะ” กิตติศักดิ์พูดสวนกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“เฮ้ยๆๆ บ้าหรือไง นายเป็นคนชวนมานะ นายคิดว่าจะให้ฉันดูสาวโป๊เต้นระบำโชว์ให้ยั่วน้ำลายฉันเล่นหรือไง!!!”

“น่าๆๆ ก็นายเครียดมาทั้งวัน วันนี้ก็เลยหาอาหารสายตามาให้ผ่อนคลายบ้าง โอกาสอย่างนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วล่ะ”

“เออ...ก็ว่า งั้นตอนนี้ก็ของตัวกลับก่อนละกัน”

“แล้วรถนายจอดไว้ไหนละ”

“จอดในตำแหน่งที่ไกล ไกลเอาการมากๆ ไกลจนจะออกนอกเมืองอยู่แล้วนะ”

“น่าๆๆ อย่าเวอร์ขนาดนั้นสิ เดี๋ยวฉันขึ้นรถก่อนแล้วจะตามนายไปละกัน”

“เออ! ตกลง”

หลังจากนั้นเอง กิตติศักดิ์ก็แยกกับนายสิงห์เพื่อไปขึ้นรถ Mitsubishi ของเขาที่จอดอยู่

แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักกึก

เมื่อไปเจอรถคันหนึ่งมันจอดปิดท้ายรถเขาอยู่!!! รถคันนั้นก็คือรถ Mazda RX-7

กิตติศักดิ์จึงได้ผลักรถคันนั้นออกไป

แต่อนิจจา! รถคันนั้นมันผลักไม่ไป สงสัยมันจะติดเบรกมืออยู่

“อะไรกันว่ะ ทำไมซวยอย่างนี้ด้วยละเว้ยยยยยย์!!!!!!!!”

ท่าทางงานนี้กิตติศักดิ์คงจะต้องเดินตามนายสิงห์แล้วล่ะ แต่จะตามยังไงเมื่อนายสิงห์เดินห่างจากเขาไปไกลแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#2 Sakurazaka Kaoru

    Discens

  • Ministra
  • 238 posts
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 19 August 2011 - 06:57 PM

ว้าวๆๆ ฟิคเก่ามาเล่าใหม่สินะครับ ขอรอชมต่อไปนะครับ

ปล. ติดใจผลงานท่านมาพอสมควรแล้วล่ะ
ถ้ามัวแต่กลัวจะไม่ก้าวหน้า แม้เหนื่อยล้าก็อย่าถอยหลัง
จงก้าวไปอย่างมีพลัง แล้วฝั่งฝันไม่ไกลเกินความจริง
I'm Sakurazaka Kaoru, Kono-Setsu Guardian


ผมจะปกป้องเซ็ตสึนะไว้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฏ้ตาม หรือเธอจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ถ้าเธอมีอันตราย ผมก็จะไป เพราะนี่คือหน้าที่.. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าพันธกิจของใจซะมากกว่า >///<

Kaoru's mission : the last 7 days of negi's life

#3 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 20 August 2011 - 03:18 PM

ตอนที่ 2

ขณะเดียวกัน นายสิงห์ก็เดินย่ำเท้าไปเรื่อยๆเป็นระยะทางที่ไกลเอาการ ไกลจนกระทั่งออกนอกลานจอดรถ

ระหว่างที่เดินไปนั้น เขาก็รู้สึกว่าทำไมกิตติศักดิ์ถึงไม่ขับรถตามมา ปล่อยให้เขาต้องเดินไปคนเดียวตามลำพัง

จนกระทั่งครู่ใหญ่ต่อมา นายสิงห์ก็เดินมาถึงรถ Saleen ของเขาด้วยอาการปวดข้อต่อที่หัวเข่าทั้งสองข้าง

“แฮ่กๆ...ปวดน่องชะมัด”

นายสิงห์จึงได้ตัดสินใจเข้าไปนั่งพักในรถให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยออกรถไป

แต่ยังไม่ทันที่จะไปเปิดประตูรถ เขาก็เหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ฟากตรงข้าม

ด้วยความอยากรู้และอยากเห็นของนิสัยนายสิงห์ จะมีหรือที่เขาจะไม่ไปดูรถคันอื่นที่มันแปลกตานอกจากรถของเขาล่ะ

ดังนั้น นายสิงห์จึงเดินข้ามฟากเพื่อไปดูรถคันนั้นทันที

ซึ่งรถคันนั้นมันก็คือ Maserati Coupe สีชมพู

นายสิงห์เดินวนรอบรถคันนั้นทันทีพร้อมทั้งสังเกตอย่างละเอียด

ระหว่างที่เขากำลังจะส่องดูข้างในรถอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกดังขึ้น

“เฮ้!...นายทำอะไรนะ”

นายสิงห์ตกใจแล้วหันไปมอง กิตติศักดิ์นี่เอง

“อ้าว กิตติศักดิ์ ทำไมนายถึงเดินมาล่ะ”

“ฉันนี่โชคร้ายจัง โดนรถจอดซ้อนคันแถมยังผลักออกไม่ได้ ก็เลยต้องรีบวิ่งตามนายนะสิ”

“เหอๆๆ ว่าแต่นาย...มาดูอะไรก่อนสิ”

“ดูอะไรเหรอ”

นายสิงห์ชี้รถ Maserati สีชมพูให้กิตติศักดิ์ดู

“นายว่ามันแปลกตามั้ยละ” นายสิงห์ถาม

“สีชมพูหวานแหววเลยนะเนี่ย” กิตติศักดิ์บอก

“อยากจะสัมผัสเธอจัง”

“เฮ้ยๆ เกินไปหน่อยแล้วมั้ง”

“หึหึหึ...”

นายสิงห์ทำท่ามีพิรุธ กำลังจะเอามือไปแตะรถ

“เฮ้ย! ทำอะไรนะ!!!”

นายสิงห์และกิตติศักดิ์ตกใจสะดุ้งโหยงสุดขีด รีบหันมามองทันที

เจ้าของเสียงคนนั้นเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แต่จะแปลกใจน้อยกว่านี้ หากไม่ใช่สาวน้อยยิมนาสติกที่แข่งชนะเลิศที่ผ่านมาเมื่อตะกี้นี้

“โห!...ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอกับตัวจริงจะๆกันอย่างนี้” กิตติศักดิ์พูด

“นี่พวกนายจะทำอะไรนะ คิดจะขโมยรถฉันเหรอ” Makie พูดด้วยท่าทางยั๊วะจัด

“อ๊ะ! เปล่า คือว่า...” นายสิงห์รีบปฏิเสธทันที

“แบบนี้ต้องเจอลงทัณฑ์!!!!” Makie ไม่ฟังคำพูดของนายสิงห์แล้ว ว่าแล้วก็หยิบริบบิ้นออกมาแล้วฟาดไปอย่างรวดเร็วเหมือนใช้แส้

เพี๊ยะ!!!

“อุ๊ปส์!!!” กิตติศักดิ์ถูกริบบิ้นพุ่งมาพันที่ข้อมือซ้ายค่อนข้างแน่น แถมยังถูก Makie ดึงริบบิ้นกลับ ทำให้กิตติศักดิ์ถูกลากเข้าไปหาตัวเธอ แล้วก็ใช้ไม้แป้นฟาดที่ปลายคางจนล้มลงเข้าให้

หลังจากที่ Makie ได้ลงทัณฑ์กิตติศักดิ์แล้ว เธอจึงได้ฟาดริบบิ้นไปที่นายสิงห์ต่อ แต่นายสิงห์กลับโยกหลบริบบิ้นได้แบบเฉี่ยวๆก็เลยโจมตีไม่โดน

“เฮ้ย...เดี๋ยวก่อนสิ มีอะไรก็ค่อยๆพูดกัน”

นาย สิงห์พยายามจะพูดขณะที่กำลังหลบริบบิ้นอยู่ แต่ Makie คงไม่ยอมแน่ คราวนี้เธอจึงได้เอาห่วงมาแล้วขว้างไปหานายสิงห์ทันที นายสิงห์รีบก้มหลบห่วงนั้นทันทีพร้อมกับเดินเข้าหาเธอ

“นี่เธอเป็นเจ้าของรถคันนี้หรือ”

ยังไม่ทันไร ห่วงนั่นก็ย้อนกลับมาพุ่งชนเข้าที่หลังเข้าจังๆแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้นายสิงห์ล้มตัวลงไป

“ใช่...รถฉันเอง มีอะไรมั้ย แล้วอย่ามายุ่งกับรถฉันอีก”

แล้ว Makie ก็ขึ้นรถ Maserati จากนั้นก็ขับออกไปเลย

หลังจากที่นายสิงห์และกิตติศักดิ์ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

“เป็นไงละ ว่าคนอื่นเค้านัก แล้วก็มาเป็นเสียเอง” กิตติศักดิ์พูด

“ก็คนมันเคลิ้มรถนี่นา นายเองก็หลงยั่วเสน่ห์ตรงที่ชุดยิมนาสติกนั่นใช่มั้ยละ” นายสิงห์ย้อน

“เฮ้ย...ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”

“งั้นเมื่อกี้นี้ก็ไม่ใช่เหมือนกัน ว่าแต่...ตอนนี้นายไม่กลับไปเอารถนายหรือ”

“ฉันกะว่าจะขึ้นรถนายแล้วกลับไปเอานะสิ”

“อ้าว...งั้นนายก็เสียเวลาเดินมาฟรีๆเลยนะสิ”

“ถ้าฉันไม่มาหานาย ป่านนี้ก็คงรอเก้อจนค่ำแล้วสิ”

“แต่ว่าตอนนี้มันก็ค่ำแล้วไม่ใช่หรือ”

“จริงด้วยสิ งั้นฉันขอขึ้นรถนายก็แล้วกัน”

แล้วทั้งกิตติศักดิ์กับนายสิงห์จึงได้ขึ้นรถ Saleen ด้วยกัน แล้วก็ขับไปยังตำแหน่งที่รถ Mitsubishi ของกิตติศักดิ์จอดอยู่

ครู่ต่อมา

หลัง จากที่รถ Saleen เข้ามาจอดใกล้รถ Mitsubishi แล้ว กิตติศักดิ์สังเกตรถ Mitsubishi ของเขา ก็พบว่ายังคงมีรถ Mazda RX-7 จอดปิดท้ายรถเขาอยู่

“นี่แหละนายสิงห์ เหตุผลที่ฉันต้องเดินมาหานายนะ”

“ทำไมนายถึงไม่เข็นรถออกไปเล่า”

“ก็ฉันเข็นมันไปแล้ว แต่มันไม่ขยับนะสิ นายก็ลองมาเข็นรถบ้างสิ”

แล้วนายสิงห์ก็ลงจากรถแล้วไปเข็นรถ Mazda ทันที

“อื้บบบบบบบบ์!!!!!!!!!!.............อื้บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

นายสิงห์พยายามเข็นรถ Mazda ออกด้วยแรงที่เขามีอยู่ แต่...

“ชิบหาย...ทำไมมันเข็นไม่ออกว่ะ”

“ก็บอกแล้วไงว่มันเข็นยากมาก”

“ฉันไม่เข้าใจกับเจ้าของรถคันนี้เลย กิตติศักดิ์ มันจอดรถเข้าเกียร์หรือใส่เบรกมือหรือไงกัน”

“คิดว่างั้นละมั้ง”

“ฉันว่าต้องไปหาประชาสัมพันธ์เพื่อตามเจ้าของรถมาดีกว่า”

“แต่ว่านี่มันก็ค่ำไม่ใช่เหรอ ประชาสัมพันธ์คงจะกลับบ้านไปแล้วละ แล้วจะทำยังไงดีล่ะ”

“ฉันว่า...คงต้องไปถามใครสักคนที่รู้เกี่ยวกับเจ้าของรถคันนี้แล้วล่ะ”

แล้วนายสิงห์ก็เดินเข้าไปในโรงยิมทันทีทันใด

“เฮ้...นายสิงห์ แบบนั้นมันจะมีใครสักคนที่รู้เกี่ยวกับเจ้าของรถแน่หรือ” กิตติศักดิ์ก็เดินเข้าตามนายสิงห์ไปด้วย

เมื่อเข้าไปยังโรงยิมเดินอีกครั้ง ภายในโรงยิมนั้นแทบจะไม่มีใครอยู่เลย

“แล้วนายจะไปถามใครละฮึ! นายสิงห์”

“ก็ว่าละ”

แต่ขณะที่นายสิงห์กำลังเดินสอดส่องค้นหาอยู่นั้น เขาก็เหลือบไปเห็นยามคนหนึ่งกำลังทำอะไรสักอย่างกับคนที่นั่งอยู่

นายสิงห์กับกิตติศักดิ์จึงรีบวิ่งไปที่ตรงนั้นทันที

เมื่อไปถึงแล้ว ก็เห็นยามคนนั้นกำลังปลุกลูกค้าที่กำลังนั่งหลับอยู่

“ยาม...กำลังปลุกอยู่หรือ” นายสิงห์ถาม

“อืม...แต่ว่าเธอไม่ยอมตื่นเลย ปลุกยังไงก็ไม่ยอมลุก เธอนะหลับมาตลอดตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าแล้ว” ยามบอก

“แล้วเธอคนนี้เป็นเจ้าของรถ Mazda คันนั้นหรือเปล่า” กิตติศักดิ์ถามยามต่อ

“ทำไมถึงถามแบบนั้น” ยามพูด

“เพราะรถฉันถูกรถคันนั้นบัง มันยังถอยออกไม่ได้นะสิ จนถึงป่านนี้แหละ” กิตติศักดิ์บอก

“งั้นเธอก็คงเป็นเจ้าของรถคันนั้นละมั้ง” ยามบอก “ยังไงก็เหอะ ตอนนี้ฉันก็ต้องขอตัวกลับก่อนละ พวกนายจัดการกันเอาเอง”

“อ้าว! ยาม...ทำอย่างนี้ได้ไงกัน” นายสิงห์พูด

“โว้ย! ตั้งแต่การแข่งขันมันเสร็จสิ้นแล้ว ฉันก็ปลุกแม่นี่มาตั้ง 1 ชั่วโมงเต็ม ไม่ได้ไปไหนเลย หิวก็หิวก็ยังต้องมาปลุกยัยขี้เซาอีก ฉันทนไม่ไหวแล้วว๊อย! ฉันจะกลับบ้านไปกินข้าวแล้ว เสียเวลามามากพอแล้ว ไปล่ะ”

สิ้นคำบ่นของยามที่รัวเป็นชุด ยามคนนั้นก็เดินออกจากโรงยิมไปโดยไม่เหลียวหันหลังกลับมาอีก

“จะเอายังไงดี ปลุกเธอดีมั้ย” นายสิงห์พูด

“ก็ตามใจนายสิ” กิตติศักดิ์บอก

นายสิงห์สังเกตใบหน้าของเธอแล้วก็ต้องตกใจจนพูดออกมา

“เฮ้ย! นั่นมัน Shinobu นี่นา”

“หา! Shinobu เหรอ”

“ก็ใช่นะสิ มาหลับตรงนี้ได้ไงเนี่ย”

“ตอนนี้เราต้องรีบปลุกเธอให้ตื่นด่วนเลย ฉันต้องการให้เธอมารีบย้ายรถเธอด่วนเลย นายสิงห์ ปลุกเธอให้ตื่นสิ”

“หา! จะให้ฉันปลุก Shinobu เนี่ยะ”

“ก็เออสิ”

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#4 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 20 September 2011 - 12:57 PM

ตอนที่ 3

“เฮ้อ...นายนี่ก็คิดอะไรของนายกันแน่ะเนี่ย” นายสิงห์บ่น

“เอาน่าๆ” กิตติศักดิ์พูด

แล้วนายสิงห์ก็เขย่าตัว Shinobu ทันที

“เฮ้ย! ตื่นได้แล้ว!!!!”

แต่ดูเหมือนว่า Shinobu จะยังคงหลับอยู่ แม้นายสิงห์จะเขย่าตัวค่อนข้างแรงก็ตาม

“งืมๆ~~~…พี่ขาาาาา~~~”

“โหย...เชื่อเขาเลย” นายสิงห์เหงื่อตก

นายสิงห์จึงยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ

“อืม...Shinobu ตอนหลับเนี่ย น่ารักจริงนะ”

จุ๊บ~~~!..................

“!!!”

บัดนี้ปากของนายสิงห์ชนกับริมฝีปากของ Shinobu แล้ว

นายสิงห์ลืมตาโตขึ้นมาทันที พร้อมทั้งถอนริมฝีปากออกจาก Shinobu

“กิตติศักดิ์! นายทำอะไรของนายเนี่ย” นายสิงห์โวยใส่กิตติศักดิ์

“แหม...น่าอิจฉาจังที่นายได้จูบปากเธอด้วย” กิตติศักดิ์พูดเสียงหวาน

“ก็ใครล่ะที่แกล้งผลักหลังฉันจนหน้าชนกันละหา!!”

ทันใดนั้น Shinobu ก็ตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย

“ฮ้าว~~….งืมๆ นี่เราหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย”

โอ้โห! กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปได้ไงกันเนี่ย

กิตติศักดิ์ที่รอให้ Shinobu ตื่นมาตั้งนาน จึงได้พูดกับเธอว่า

“เอาล่ะ ตื่นมาก็ดีแล้ว ช่วยไปย้ายรถของเธอออกหน่อย”

“เอ๋?” Shinobu ทำหน้างงๆ

“รถของเธอนะ มันจอดบังท้ายรถของเขานะ รู้หรือเปล่า” นายสิงห์บอก Shinobu

“อ๊ะ!...จริงด้วยสิ ก็ว่าลืมอะไรบางอย่าง”

โอ้โห! นี่เธอ ...ลืมถึงขนาดนั้นเลยเหรอ

“ไม่ต้องมาทำเป็นลืมเลข รีบไปย้ายรถเร็วเข้า” กิตติศักดิ์สั่ง

อีกสักพักต่อมา Shinobu จึงได้ขับรถ Mazda RX-7 ซึ่งใช่ของเธอจริงๆด้วยขับออกไปเลย

“เฮ้อ...ในที่สุดก็เอารถออกมาจนได้” กิตติศักดิ์พูดอย่างโล่งอก

“ดีใจด้วยนะ” นายสิงห์ยินดี

และทั้งสองก็แยกย้ายกลับบ้านกันไป

วันต่อมา

นายสิงห์ขับรถ Saleen ไปยังที่สนามกีฬา

เมื่อมาถึงแล้ว นายสิงห์จึงเดินเข้าไปข้างในทันที

ระหว่าง ทางนั้น นายสิงห์เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในห้อง เขาจึงได้รีบย้อนกลับมาแล้วแอบที่ประตูห้องอีกครั้งหนึ่ง นายสิงห์แอบมองเข้าไปในห้อง แล้วเขาก็เห็น...

ภาพวีดีโอการแข่งขันยิมนาสติกนั่นเอง (อย่าคิดลึกไปเรื่องนั้นนะ)

นายสิงห์หันไปมองรอบๆก็ไม่พบว่ามีใครอยู่เลย วีดีโอนั่นมันคงเปิดทิ้งไว้สินะ

นาย สิงห์จึงได้เข้าไปในห้องแล้วนั่งดูวีดีโอนั้นทันที นายสิงห์สังเกตภาพในวีดีโอนั้นแล้วก็พบว่า สาวยิมนาสติกคนนั้นรู้สึกคุ้นๆหน้า หรือว่าจะเป็น Makie แต่ Makie ในวีดีโอนั้นคงจะเป็นในตอนประถม 6 ละมั้ง แต่ดูท่าทางของเธอแล้วมันพลิ้วจนน่ารักเสียจริง ระหว่างนั้นนายสิงห์ก็มองไปรอบๆห้องก็เห็นรูปสาวนักยิมนาสติกคนอื่นแปะไว้ มากมาย แต่ละคนก็มีท่าเฉพาะของตนเองทั้งนั้น แล้วเขาก็ไปสะดุดกับรูปๆหนึ่งซึ่งดูโดดเด่นที่สุด แต่ไม่น่าชื่อ รูปที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็น Makie

“Makie หรือ...” นายสิงห์คิดในใจ

“อ๊ะ...จริงสิ ในตอนนั้น มิน่าละถึงได้โดดเด่นพิเศษกว่าคนอื่น”

“จะว่าไป สีหน้าของ Makie นี่ก็ร่าเริงสดใสน่าดูและแฮะ”

ทันใดนั้นก็มีเสียงจากข้างหลัง

“อาจารย์ Ninomiya ค่ะ”

นายสิงห์สะดุ้งเฮือก รีบหันหลังมองทันที

“ไม่ใช่อาจารย์ Ninomiya นี่ แล้วนายเป็นใครกัน”

“เกือบลืมไป เราชื่อนายสิงห์นะ เธอคือ Makie ใช่ไหม”

“ทำไมถึงรู้ชื่อฉันละ”

“ก็ชื่อดังออกขนาดนี้ เด็กอนุบาลยังรู้เลย แถมยังโดดเด่นเป็นพิเศษอีกต่างหาก”

“โดดเด่นเป็นพิเศษ หรือว่า...”

Makie หันไปมองรอบๆห้องปรากฏว่า มีแต่รูปเธอทั้งนั้นเลย

“แง้....... อาจารย์ Ninomiya แกล้งหนูง่า~~~”

แล้ว Makie ก็เอากำปั้นทุบตัวนายสิงห์ทันที

“เฮ้ยๆ เดี๋ยว หยุดๆ หยุดทุบฉันซะทีซี่” นายสิงห์บอกให้ Makie หยุดทุบเขา

แล้วสายตาของนายสิงห์ก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างของ Makie จึงรีบบอกเธอทันทีว่า

“Makie หยุดทุบฉันซะที ของๆเธอหลุดหมดแล้วล่ะ เห็นมั้ย”

Makie หยุดชะงัก แล้วก้มมองตัวเองทันที

“ว้ายยยยย์!!!!! นายสิงห์ลามก”

จะมาว่านายสิงห์ลามกได้ไงกันละ ก็บังเอิญเขาเห็นชุดยิมนาสติกของ Makie กำลังจะหลุดออกมาจนเห็นหน้าอกหมดแล้วนะ

แล้ว Makie ก็โยนลูกบอลใส่นายสิงห์ทันทีอย่างลืมตัว

นายสิงห์รีบกระโดดหลบลูกบอลที่พุ่งมาเป็นสิบๆลูก จากนั้นเขาก็วิ่งออกจากห้องทันที

Makie กะจะวิ่งไล่ตามนายสิงห์ไป แต่ว่า...

“อ้าว...Makie”

“อะ...อาจารย์ Ninomiya”

บังเอิญ อาจารย์ Ninomiya เดินกลับมา ก็ไปเจอ Makie จะๆอยู่ข้างหน้า แต่แล้วอาจารย์ Ninomiya ก็ต้องตาค้างพร้อมๆกับสีหน้าที่แดงออกนิดๆ

“อาจารย์ Ninomiya ค่ะ ทำไมถึงทำหน้าแดงอย่างนั้นละค่ะ” Makie ถามอาจารย์ด้วยความสงสัย

“ดู...ตัวเธอ...ก่อนสิ” อาจารย์บอก

“เอ๋?”

Makie ก้มหน้ามองอีกครั้งนึง คราวนี้ชุดยิมนาสติกไม่ใช่หลุดแค่หน้าอก แต่มันหลุดออกมาทั้งตัวจนเห็นสัดส่วนอันเปลือยเปล่าของเธอแล้ว เห็นมั้ย

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

……………………………………………………………

คืนนั้น ที่ถนนมอเตอร์เวย์กลางหุบเขา สาย A10

นายสิงห์ขับรถชมวิวที่นั่น

แต่เนื่องจากถนนสายนี้เกือบจะเป็นทางตรง แถมไม่มีเครื่องตรวจจับความเร็ว นายสิงห์จึงเผลอขับรถ Saleen ของเขาด้วยความเร็ว 160 km/h

ในขณะที่เขากำลังขับรถไปนั้น จู่ๆก็มีรถคันหนึ่งตามหลังเขามา

นายสิงห์คาดคะเนเอาไว้ รถที่วิ่งตามหลังมา คงจะวิ่งตามมาด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 205 km/h เป็นแน่

นายสิงห์จึงเร่งเครื่องรถ Saleen ทันที

แต่โชคไม่ดีเลยที่ตอนนั้นเขาไม่ได้อัด N2O มาด้วย จึงต้องอาศัยกำลังของเครื่องยนต์เท่านั้น

แล้วรถทั้ง 2 คันในตอนนี้ก็วิ่งเร็วกว่า 275 km/h

แต่รถคันที่วิ่งตามนั้นกลับเร็วกว่าและตามจี้ท้ายมาติดๆ

นายสิงห์สังเกตรถคันที่ตามท้ายเขามาติดๆ พบว่าเป็นรถ Maserati คันที่เขาเคยเห็นเมื่อวานตอนเย็น

แต่แล้ว รถ Maserati ก็แซงรถ Saleen ไปได้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ นายสิงห์จึงต้องเร่งเครื่องเพื่อที่จะแซงกลับทันที

แปลกแต่จริง ไม่ว่านายสิงห์จะเร่งเครื่องยังไงก็ไม่สามารถแซงรถ Maserati ได้ ได้แต่เพียงจี้ตูดรถข้างหน้าเท่านั้น

การต่อสู้บนท้องถนนกินเวลานานกว่า 15 นาที นายสิงห์ก็ยังไม่สามารถแซงกลับขึ้นมาเป็นผู้นำได้แม้แต่น้อย

นายสิงห์คงจะทนสภาพร่างกายของตัวเองไม่ไหว ก็เลยเบรกรถตัวเองซะงั้น ปล่อยให้รถ Maserati วิ่งหายไปลิบ

นายสิงห์ลงจากรถ

“อะไรกัน ยัยคนนี้ขับรถเก่งขนาดนี้เลยหรือ”

สักพักหนึ่ง รถ Maserati คนนั้นก็กลับมา แล้วก็จอดข้างๆรถ Saleen จากนั้นก็ลงจากรถ

“นายอีกแล้วเหรอ...นายสิงห์” Makie พูด “ทำไมถึงไม่ขับตามมาต่ออีกล่ะ”

“ไม่ดีกว่าละมั้ง...ผลการแข่งขันก็รู้ๆกันอยู่นิ” นายสิงห์บอก

“ยังไม่จบการแข่งขันแล้วคิดจะถอนตัวต้อง...”

Makie หยิบริบบิ้นออกมา

“เฮ้ย...ซวยแล้ว”

แล้ว Makie ก็ฟาดริบบิ้นใส่นายสิงห์ทันที

นายสิงห์รีบโยกตัวหลบริบบิ้นอย่างรวดเร็ว

“แค่นี้ไม่ต้องถึงกับฟาดริบบิ้นใส่กันเลยนี่” นายสิงห์พูด

“มันไม่ใช่แค่นี้หรอกนะ” Makie พูด

“อะไรอีกล่ะ”

“ก็เรื่องที่นายทำให้ฉันต้องอับอายขายหน้าตั้ง 2 ครั้ง แถมต่อหน้าอาจารย์ Ninomiya อีก ฉันไม่ให้อภัยนายแน่”

นายสิงห์เห็นว่าเรื่องมันชักจะแย่ลงทุกที เขาจึงได้อาศัยจังหวะหลบริบบิ้นแล้วรีบขับรถ Saleen ซิ่งหนีไปเลย

แต่ปรากฏว่า รถ Maserati ของ Makie ก็ไล่ตามเขามาด้วยเช่นกัน

“ไม่ยอมให้หนีไปไหนหรอก”

Makie พยายามจะขับรถแซง Saleen แล้วจะปาดหน้ารถนายสิงห์ แต่นายสิงห์กลับผ่อนความเร็วแล้วหลบรถ Maserati เข้าถนนอีกเลนหนึ่ง

ศึกบนท้องถนนระหว่างนายสิงห์กับ Makie จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#5 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 22 October 2011 - 01:09 PM

ตอนที่ 4

นายสิงห์ขับรถหนี Makie อย่างสุดชีวิต ขณะที่ Makie เองก็ขับไล่ตามมาอย่างประชันชิด

Makie พยายามกดดันนายสิงห์ด้วยการขับรถจ่อท้าย (และจะชนด้วย ถ้าไม่รีบหนี)

“ให้ตายสิ ตามมาไม่เลิกเลย”

Makie ค่อยๆเร่งความเร็วทีละน้อยๆ จนกระทั่งถึงความเร็ว 350 km/h

นายสิงห์มัวแต่ขับรถหนีอยู่จนไม่ทันได้สังเกตว่า ข้างหน้ามีเครื่องกั้นทางและกรวยปิดกั้นอยู่เนื่องจากการซ่อมถนน

“เฮ้ย!!!”

นายสิงห์รีบหักพวกมาลัยหลบจนทำให้รถเกิดการเสียหลักแล้วหมุนตัวไปหลายรอบจนรถกระแทกชนเข้าข้างทาง

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

นายสิงห์ควบคุมรถไม่อยู่ ถูกอัดกระแทกซ้ายขวาเต็มๆ

จนกระทั่งรถ Saleen หยุดนิ่งอยู่กับที่ รถ Maserati จึงวิ่งเข้ามาหยุดใกล้ๆ แล้ว Makie ก็ลงจากรถ

“ฉันบอกนายแล้วไงว่า ฉันไม่ให้อภัยนายแน่นอน” Makie ยื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆกระจกรถ

สิ้นคำพูด Makie ก็ขึ้นรถจากไป

นายสิงห์ตอนนี้มีอาการเจ็บปวดเนื่องจากถูกกระแทก เขาค่อยๆพูดขึ้นมาว่า

“โอ๊ย!...อะไรกันนี่ แล้วนี่ฉันไปทำอะไรให้เธอเกลียดฉัน”

.........................................................................

วันต่อมา

กิตติศักดิ์เห็นนายสิงห์นั่งซึมอย่างหงอยๆ เขาจึงได้เดินเข้าไปถามนายสิงห์

“นายสิงห์ เป็นอะไรไป ซึมเชียว”

“เปล่าหรอก ฉันก็แค่นั่งพักผ่อนเท่านั้นเอง”

“แต่สีหน้าของนายดูไม่ค่อยแจ่มใสเลยนะ”

“.............................................”

“เข้มแข็งหน่อยสิ แค่นี้ไม่ถึงกับตายหรอก ฉันกลัวว่านายจะไม่สบายใจนะ”

“อืม...”

“ฉันเป็นห่วงนายนะ ป่ะ...ไปกันเถอะ”

กิตติศักดิ์ดึงนายสิงห์ลุกออกจากเก้าอี้ แล้วเดินไปด้วยกัน

“ฉันไม่เข้าใจเลย ทั้งที่เป็นเหตุสุดวิสัยแท้ๆ แต่ทำไมเธอถึงคิดว่าเพราะฉันๆ โดยที่ไม่ยอมฟังเหตุผลเลย” นายสิงห์คิดในใจ

อีกแห่งหนึ่ง

ขณะที่ Makie กำลังฝึกซ้อมยิมนาสติก โดยมีอาจารย์ Ninomiya เป็นครุช่วยฝึกสอน

แต่ดูเหมือนว่า Makie จะไม่ค่อยมีสมาธิในการซ้อมเอาเสียเลย ทำให้อาจารย์ Ninomiya ถาม Makie ด้วยความสงสัยว่า

“Sasaki วันนี้เป็นอะไรไปถึงได้เล่นไม่ค่อยดีนักล่ะ”

“อ๋อ...อาจารย์ Ninomiya หนูไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่า”

“ฮั่นแน่!...สงสัยว่ากำลังคิดถึงใครอยู่หรือเปล่า”

“อาจารย์ Ninomiya!!!” Makie ถึงกับอายจนหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ เอามือทุบอาจารย์ Ninomiya ด้วยความอาย

“ฮะๆๆ ...เออนี่ Sasaki ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนซ้อมนะ เดี๋ยวอาจารย์จะไปเอาเครื่องดื่มมาให้”

แล้วอาจารย์ Ninomiya ก็เดินออกจากห้องไป

“ทำไมนะทำไม พักนี้เราถึงได้นึกแต่ภาพนายสิงห์ตลอดเลยน้า นายสิงห์ไม่เห็นจะมีอะไรดีตรงไหนเลย ทำไมถึงไปนึกถึงเขาได้ละ” Makie คิดในใจจนหน้าแดงขึ้นมา

“ฮะๆ นึกแล้วว่าเธอต้องคิดถึงเขา” อาจารย์ Ninomiya แอบมอง Makie อยู่สักพักก่อนที่เขาจะเดินออกไป

“ทั้งๆที่เราชอบ Negi-kun แท้ๆ แต่ก็ไม่ยักเขินอายอะไรเลย แต่ทำไมมานึกถึงนายสิงห์แล้วทำไมหน้าเราถึงแดงแป้ดอย่างนี้นะ”

“Makie”

“ว้ายๆๆ!!! ไม่มีอะไรค่า ฉันไม่ได้ชอบใคร...เอ้ย...ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นนะค้า~~”

Makie ตกใจสะดุ้งจนเผลอหลุดปากพูดออกไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว

“คิกๆ Makie เนี่ย น่ารักจัง”

Makie ตั้งสติขึ้นมาได้หลังจากสิ้นเสียงคำพูด แล้ว Makie ก็หันไปมองตามเสียง

“โธ่! Ako อย่าเรียกฉันตอนเวลานี้ได้ไหม ฉันนึกว่าอาจารย์ Ninomiya กลับมาซะอีก”

“แหม...Makie ละก็ ฉันอุตส่าห์มาแวะเยี่ยมดูการซ้อมของเธอสักหน่อย แต่เธอกลับเหม่ออะไรก็ไม่รู้สิ”

Ako เพื่อนสนิทของ Makie มาแวะเยี่ยมห้องฝึกซ้อมยิมนาสติกที่ Makie อยู่ เนื่องจากชมรมฟุตบอลของเธอเลิกแล้ว

“เอ่อนี่ Makie ตอนนี้ซ้อมยิมนาสติกไปถึงไหนแล้ว” Ako ถาม Makie

“ก็...พักนี้รู้สึกจะซ้อมได้ไม่ค่อยจะดี อาจารย์ Ninomiya ก็เลยให้ฉันพักซ้อมก่อนนะ” Makie ตอบด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างอายพร้อมกับหลบสายตาไปด้วย

“งั้นเธอลองแสดงยิมนาสติกให้ฉันดูหน่อย เอาริบบิ้นก็ได้นะ” Ako บอก

“หะ...หา! สะ...แสดงยิมนาสติกงั้นเหรอ”

“ก็ใช่นะสิ”

“ฉะ...ฉันคงจะไม่ไหวแน่ Ako ฉันกลัวว่าถ้าพลาดไปแล้ว เธอจะหัวเราะมั้ยเนี่ย”

“Makie ถึงเธอจะแสดงแย่แค่ไหน ฉันก็ไม่หัวเราะหรอกนะ”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเริ่มแสดงละ ถ้าพลาดตรงไหนก็อย่าว่ากันนะ”

แล้ว Makie ก็ลุกขึ้นพร้อมกับถือริบบิ้นของเธอ จากนั้นก็เริ่มทำการแสดงทันที

Ako เห็นลีลาการเล่นยิมนาสติกของ Makie แล้วรู้สึกประทับใจมาก เธอต่างชมว่า Makie เล่นได้สุดยอด

จนกระทั่ง Makie มาเล่นท่าๆหนึ่ง บังเอิญ Makie เล่นพลาดก็เลยกำลังจะหกล้มเข้าให้

“ว้ายยยยยยย์!!!!!!!!!!!”

“Makieeeeeeeee!!!!!!!!!!!!!!!”

Ako พยายามวิ่งไปช่วยประคอย Makie แต่ก็ไม่อาจช่วยให้ทรงตัวยืนอยู่ได้ จึงล้มลงไปทั้งคู่

โครมมมมมมม์!!!!!!!!!

Ako ล้มตัวทับ Makie ในลักษณะที่

มือข้างหนึ่งจับประสานกันอยู่ ส่วนมืออีกข้างของ Makie ที่ถือริบบิ้นอยู่นั้น ตอนนี้ริบบิ้นมันพันตัวทั้งสองเอาไว้ค่อนข้างแน่นจนแทบจะดิ้นหลุดไม่ออกโดย บังเอิญใบหน้าของทั้งสองซึ่งจ้องตาด้วยกันทั้งคู่ แต่ว่าปากของทั้งสองนะตอนนี้จูบกันอยู่!!!

Ako กับ Makie ต่างก็หน้าแดงออกมาทั้งคู่ ทั้งสองร้องด้วยความตกใจ พยายามที่จะผละออกจากกัน แต่เนื่องจากริบบิ้นที่รัดตัวทั้งคู่อยู่นั้น ทำให้ไม่สามารถดิ้นหลุดออกจากกันได้แม้แต่ปากที่จูบกันก็ตาม จึงทำได้แค่ร้องครางออกมาเท่านั้น

ทั้งคู่ไม่สามารถลุกขึ้นไปไหนได้ ตัวติดกันราวกับปาท่องโก๋

จากตอนแรก ทั้งคู่ต่างก็พยายามจะถอนปากออกจากกัน ตอนนี้มันชักจะทนไม่ไหวแล้ว รสชาติริมฝีปากที่อ่อนนุ่มสัมผัสซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดอาการหลงเคลิ้มไปด้วยกันทั้งคู่

Ako และ Makie ในตอนนี้ต่างก็รู้สึกถึงกันและกัน ทั้งคู่ไม่อยากจะแยกออกจากกันในตอนนี้ Ako สอดลิ้นเข้าช่องปาก Makie ทันที

Makie ถูกสัมผัสที่ลิ้นร้องครางออกมา จนในที่สุด Makie ก็ตอบโต้โดยการสอดลิ้นเข้าช่องปากของ Ako มั่ง ทำให้ Ako รู้สึกพอใจขึ้นมา

ลิ้นของ Ako กับลิ้นของ Makie สอดเข้าช่องปากซึ่งกันและกัน ทั้งคู่เล่นสัมผัสลิ้น ตวัดลิ้นกันไปมาอยู่นาน น้ำลายของทั้งคู่ไหลนองระหว่างช่องปากและลิ้น ทั้งคู่ร้องเสียงครางอย่างมีความสุขและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ ทั้งสองอยากถูกมัดอย่างนี้ไปนานๆ นานจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างนอกจากแค่สองเราเท่านั้น

เมื่ออาจารย์ Ninomiya กลับเข้ามาในห้อง เขาก็ต้องเห็นภาพ Makie กับ Ako กำลัง Y กันต่อหน้าต่อตา แถมทั้งคู่ยังไม่สนใจว่าอาจารย์กลับมาแล้วอีก

ครูเองจะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี อาจารย์ก็เลยปล่อยให้ทั้งคู่ Y กันอย่างมีความสุขไปก่อน โดยที่อาจารย์ก็คอยจับตามองด้วย

อีก 15 นาทีต่อมา อาจารย์ Ninomiya ก็บอกว่า

“โอ้...เปลี่ยนจากจีบหนุ่มมาเป็นจูบสาวกันเองแล้วหรือ Sasaki”

Makie กับ Ako ซึ่งรู้สึกตัวต่างก็ตกใจร้องออกมาเป็นเสียงคราง แถมยังดิ้นหลุดไม่ออกอีก

Makie คงจะครางร้องออกมาว่า ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย อาจารย์ Ninomiya ช่วยแก้ริบบิ้นให้ที แต่อาจารย์จะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย

“น่ารักทั้งคู่เลยนะ” อาจารย์ Ninomiya บอก

Makie ร้องครางออกมาอีกครั้ง (คงจะบอกว่า อาจารย์ รีบแก้ริบบิ้นให้หนูทีสิ จะแย่อยู่แล้ว)

ในที่สุด อาจารย์ Ninomiya จึงแก้ริบบิ้นออกให้

Ako กับ Makie ลุกขึ้นยืนด้วยความอาย

“แง้~~~ อาจารย์ Ninomiya” Makie พูดกับอาจารย์

“เป็นไงบ้าง Sasaki หายเมื่อยหรือยัง”

“หายเมื่อยแล้วค่า” Makie งอนใส่อาจารย์

“แหม Sasaki นี่น้า ที่ครูกลับมาที่นี่ ก็เพื่อที่จะบอกว่า อีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า จะมีการแข่งขันยิมนาสติกระดับประเทศนะ ทราบหรือเปล่า”

“ทราบค่ะ อาจารย์”

“ครูได้ยินมาว่า ตัวเก็งของรอบนี้ เป็นนักยิมนาสติกที่มีชื่อว่า Haneoka Miku ลีลาของเธอในการเล่นนั้น มันเย้ายวนยั่วเสน่ห์ชายหนุ่มทั้งอัฒจรรย์ รวมทั้งกรรมการด้วย ฝีมือร้ายไม่เบาเลยนะ Sasaki”

“เห!! Haneoka Miku เหรอ” Makie ร้องเหวอออกมา

“อ้าว...ก็ใช่นะสิ Sasaki มีอะไรหรือ”

“ก็เจอคู่แข่งที่เก่งๆอย่างนี้ แล้วหนูจะชนะยังไงดีล่ะ เมื่อปีที่แล้วหนูก็แพ้ตกรอบสองเพราะ Haneoka Miku นะ”

“ก็เพราะอย่างนี้ไง ครูถึงบอกว่าฝึกฝีมือเข้าไว้ และพยายามลบจุดด้อยของเธอที่มีอยู่ เพื่อความสมบูรณ์แบบของตัวเธอเองไงละ”

“ใช่แล้วล่ะ Makie พยายามต่อไปนะ ฉันเองในช่วยเธอเสมอ” Ako พูด

“Ako!!!” Makie ดีใจจนรีบโผเข้าไปกอดตัว Ako “ขอบใจนะ”

“ยังรักกันเกลียวจริงๆด้วย” อาจารย์ Ninomiya พูด

“มะ...ไม่ใช่นะ” Makie กับ Ako หน้าแดงทั้งคู่พร้อมกับรีบปฏิเสธพร้อมกัน

หลังจากนั้น Makie ก็ทำการฝึกซ้อมกันต่อไป โดยที่มี Ako มาชมด้วย

จนกระทั่งถึงเวลาเลิกชมรม

“Makie เป็นอะไรไป รู้สึกสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ” Ako พูดด้วยความเป็นห่วง

“อื้อ...”

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงไอติมให้เอามั้ย”

“ตกลง”

แล้วทั้งคู่ก็เดินออกนอกอาคาร

ในขณะที่ Makie กำลังจะเดินออกจากอาคารเป็นคนแรกนั้น

ทันใดนั้นก็ไปเจอะกับนายสิงห์อย่างกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว

Makie ถึงกับตกใจร้องว้ายออกมา แล้ววิ่งหนีไปเตลิดเปิดเปิง

“อ๊ะ! Makie” Ako วิ่งตาม Makie ไป

นายสิงห์ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย เดินอยู่ดีๆก็มาจ๊ะเอ๋กับ Makie ซึ่งๆหน้า แต่เขากลับไม่ตกใจแม้แต่อย่างใด เขาไม่วิ่งตาม Makie หรือ Ako ไปด้วย เขาก็เดินไปตามประสาของเขาเท่านั้น

ขณะที่ Makie กำลังวิ่งหนีอย่างลืมตัวนั้น

แกคงไม่รู้ตัวเลยว่า Ako กำลังตาม Makie อยู่ แต่ Makie วิ่งทิ้งห่างไกลมาก ทำให้คลาดกับ Ako ไป

หลังจากที่ตั้งสติมาได้แล้ว Makie ก็เดินกลับไปยังที่จอดรถเพื่อไปเอา Maserati ของเธอ

แต่ปรากฏว่า รถ Maserati คันนั้นหายไปเสียแล้ว

Makie ตามหารถของเธอ แต่ก็ตามไม่เจอ เธอพบเห็นแต่กระดาษโน้ตทิ้งไว้แทนที่รถของเธอ

ขณะเดียวกัน Ako ก็กำลังวิ่งตามหา Makie อยู่

“แฮ่ก...แฮ่ก...Makie…Makie อยู่ไหนนะ” Ako ตะโกนหา Makie

Ako ตามหา Makie จนเหนื่อยหอบ แต่ก็ตามไม่เจอตัวสักที ในที่สุด Ako จึงหยุดพักสักครู่

ตอนนั้น Makie ก็โผล่มาพอดี

“Ako!!!” Makie ร้องไห้ออกมาแล้ววิ่งมากอดตัว Ako

“Makie เป็นอะไรไป”

“รถฉันหายไปแล้ว”

“หา! ว่าไงนะ จริงหรือเนี่ย” Ako ตกใจแล้วถามย้ำ

“อือ........” Makie ตอบออกมาทั้งน้ำตา พร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตให้ Ako “Ako ดูในกระดาษแผ่นนี้สิ”

Ako อ่านข้อความในกระดาษโน้ตแล้วถึงกับตกใจ แต่ก็ยังควบคุมสติให้คงที่ แล้วช่วยปลอบใจ Makie

“เอางี้ละกัน เรารีบกลับหอกันก่อนดีกว่านะ Makie เครยดมากเดี๋ยวป่วยนะ”

แล้ว Ako ก็พา Makie ขึ้นรถ BMW Z4 Coupe เพื่อกลับหอพัก

นายสิงห์ซึ่งมองแต่ไกล ได้ยินเรื่องที่ Makie แสดงสีหน้าเศร้า ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว

แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับ Makie ดังนั้นเขาจึงได้ลองเดินสำรวจโดยรอบไปสักพัก

คืนนั้นที่หอพักหญิง

ณ ห้อง Makie-Ako

หลังจากที่กินข้าวเย็น ทำการบ้าน อาบน้ำเสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็เข้านอน

แต่ Makie กลับนอนไม่หลับเลย ด้วยความกังวล Ako จึงเข้าไปถามว่า

“เป็นอะไรไป นอนไม่หลบหรือ”

“Ako จะทำยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ดีล่ะ แล้วฉันจะได้รถคืนมั้ย”

“อย่าห่วง...พรุ่งนี้เราจะไปที่นั่น เผื่อจะหาเหตุผลที่ทำให้ได้รถกลับคืนมาด้วย”

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#6 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 22 November 2011 - 10:13 PM

ตอนที่ 5

"เอ๋...แล้วจะทำได้อย่างนั้นจริงหรือ" Makie พูดด้วยความกังวล

Ako ขึ้นไปนอนบนเตียง Makie ทันที

Quote

"ตอนนี้นะ Makie ช่วยลืมเรื่องนี้ไปก่อนได้ไหม"

"เอ๋...ทำไมล่ะ"

Ako ไม่ตอบ แต่เธอเข้าไปจูบ Makie ทันที

"อื๋อ?..."

ริมฝีปากของ Makie ประกบด้วยริมฝีปากของ Ako อีกครั้ง รสชาติสัมผัสเหมือนตอนอยู่ในที่ห้องชมรมไม่มีผิด Ako เอาปากของเธอกดปากของ Makie ให้แนบชิดกันเข้าไปอีก พร้อมกับจับข้อมือของ Makie กดติดลงพื้นเตียงทั้ง 2 ข้าง จนกระทั่งในที่สุด Makie ก็เกิดอาการเคลิ้มพร้อมๆกับร้องครางออกมา

"อืออออออ์..........." Ako ได้สอดลิ้นเข้าไปในช่องปากของ Makie Ako ยื่นลิ้นเข้ามาจนกระทั่งแตะลิ้นของ Makie และก็ตวัดลิ้นไปมาเรื่อยๆ จนในที่สุด Makie ก็ทนไม่ไหวจึงได้สอดลิ้นเข้าช่องปาก Ako ทันที Ako ตกใจร้องครางออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเล่นพันลิ้นกับ Makie ด้วยกัน ลิ้นทั้งคู่ยื่นเข้าไปในช่องปากซึ่งกันและกันและไม่ลืมที่จะตวัดลิ้นเล่นกันไปด้วย ทั้งสองเล่นพันลิ้นกันจนลืมกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อ Ako ถอนริมฝีปากออกมา ก็พบว่า น้ำลายนั้นมันไหลย้อยออกมาติดปากทั้งคู่ แถมยังติดกันเป็นเส้นเป็นสายอีกต่างหาก เพราะเมื่อ Ako ถอนปากออกมาแล้ว Makie ยังมีอารมณ์ดีฟคิสคงค้างอยู่จึงยื่นลิ้นออกมานอกปาก Ako ก็ด้วยเช่นกัน น้ำลายจึงติดลิ้นต่อกันเป็นพาราโบลาหงายอย่างมิขาดสาย Ako และ Makie หน้าแดงและตัวร้อนผ่าวด้วยกันทั้งคู่

"อืออออ์.....อาาาา.....อาาาา......." Ako เริ่มเอาปากเป่าลมที่หู ทำให้ Makie สะดุ้งขึ้นมา หลังจากนั้น Ako ก็เข้าขบที่ใบหูอย่างเบาๆ Makie ร้องครางออกมา Akoค่อยๆเลื่อนใบหน้าให้ต่ำลงมาจนกระทั่งถึงซอกคอ Ako ก็เลียซอกคอของ Makie ทันที Makie เอียงคออย่างไม่รู้ตัวให้ Ako ได้ไซร้คอมากขึ้น ขณะเดียวกัน Ako ก็ปลดกระดุมชุดนอนของ Makie เม็ดบนสุดออก จากนั้นก็ค่อยๆผลิเสื้อออกให้กว้างๆ เพื่อที่จะไซร้ซอกคอให้ง่ายยิ่งขึ้น

แต่ Ako คงไม่ได้ต้องการเพียงแค่นั้น Ako ยังเอามือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในคอเสื้อของ Makie แล้วเอามือลูบแผ่นหลังของเธอ Makie รู้สึกเย็นสันหลังวาบที่ถูก Ako ลูบหลัง แต่แล้ว Ako ก็ค่อยๆปลดกระดุมชุดนอนของ Makie ออกทีละเม็ดๆ จนกระทั่งหลุดออกทุกเม็ด Makie รู้สึกตื่นเต้น แต่จะรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่านี้หาก Ako ได้ถอดเสื้อนอนของ Makie จนโชว์หน้าอกออกมา Ako ใช้มืออีกข้างลูบไปตามต้นคอ แล้วก็ไล่ลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเนินอก Ako เอามือซุกเข้าระหว่างร่องอก แล้วก็ค่อยๆเลื่อนมือลูบไปตามเนินอก Makie ร้องออกมาอย่างรู้สึกประหลาด "อ๊ะ.....อ้าาาาา.......อ๊าาาาา.............." คราวนี้ Ako ค่อยๆเลื่อนหน้าลงมาจนถึงเนินอกแล้วใช้ปากเข้าขบยอดอกอย่างเบาๆพร้อมใช้มืออีกข้างนวดหน้าอกด้วย Makie ชักจะทนไม่ไหวแล้ว จึงได้ใช้มือของเธอรีบดึงหน้า Ako ขึ้นมาจูบปากอีกครั้ง Ako ก็ไม่ขัดขืนแม้แต่อย่างใด รู้สึกดีด้วยซ้ำ ระหว่างที่กำลังจูบกันอยู่นี้ Ako ก็เลื่อนมือเข้าไปถอดเสื้อนอนของ Makie ออกมาแล้วก็เขวี้ยงลงพื้นนอกเตียง ตามด้วยปลดตาขอบราด้านหลังออก แล้วแกะเอายกทรงชั้นในออกมาแล้วโยนทิ้งข้างนอก

"หน้าอกเธอเนี่ย ช่างสวยงามเสียจริง" Ako ชมพร้อมกับจ้องเรือนร่างที่เปลือยท่อนบนของ Makie สาวผมชมพูถึงกับอายจนพลิกหน้าม้วนตัว แต่ก็ถูก Ako จับพลิกตัวให้มานอนหงายตามเดิมพร้อมทั้งกดบ่าของ Makie ไม่ให้ดิ้นไปไหน

"อย่าดิ้นซี่ Makie" Ako ยื่นหน้าเข้าใกล้ Makie "ลองสัมผัสบ้างสิ" Ako จับข้อมือของ Makie ดึงเข้ามาแตะที่หน้าอกตน Ako และ Makie ตัวร้อนผ่าวออกมาทั้งคู่ Makie สัมผัสถึงหน้าอกอันนุ่มนวลของ Ako แล้วเกิดติดใจขึ้นมา จึงได้เอามือบีบหน้าอีกของ Ako เลย

"อ๊าาาา.....อย่างนั้นแหละ Makie-chan บีบอีก แล้ว Makie-chan ช่วยถอดเสื้อฉันออกให้หน่อยสิ"

"เอ๋?...........อืมมมมมมม์..................." Makie ครางตอบรับก่อนที่เธอจะช่วยถอดเสื้อนอนของ Ako ออก ในระหว่างนั้น Ako ก็ก้มตัวจูบปาก Makie พร้อมกับสอดลิ้นอีกครั้ง Makie แกะกระดุมเสื้อของ Ako ออกทีละเม็ด แล้วก็ถอดเสื้อของ Ako ออก จากนั้นก็ถอดบราของ Ako ออกด้วย ในขณะที่ Ako กำลังบีบหน้าอก Makie อย่างเมามันอยู่นั้น Makie ก็บีบหน้าอกของ Ako ด้วยเช่นกันโดยที่ปากทั้งคู่ยังจูบกันอยู่

เมื่อร่างเปลือยท่อนบนทั้ง 2 ร่างนวดให้ซึ่งกันและกันแล้ว คราวนี้ Ako ก็จับหน้าอกของตัวเองหันหัวนมมาชนกับหัวนมของ Makie ทันที หัวนมของทั้งสองสัมผัสถึงกันแะกัน สร้างความเสียวให้กันเป็นอย่างดี หัวใจของทั้งคู่สูบฉีดเลือดออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะเป็นของกันและกันในอีกไม่ช้านี้

Ako ถอนจูบออกมา แล้วเลื่อนหน้าไล่ลงมาตามตัว จากนั้นก็เข้าขบหัวนมทันที พร้อมกับเอามืออีกข้างบีบหน้าอกของ Makie ด้วย

"อ้าาาาาา..........อ้าาาาาา.........." Makie ร้องครางออกมาอย่างประหลาด Ako เอามืออีกข้างค่อยๆลูบไล้ตามตัวลงมาเรื่อยๆจนถึงหัวสะดือ Ako ก็เอานิ้วแหย่เล่นเบาๆ

"อ๊ะ......Ako..." ตอนนี้ Ako แหย่มือลงไปที่ต้นขาหนีบ Makie รู้สึกสะดุ้งออกมา แต่ Ako ก็ยังคงทำต่อไป Ako ล้วงเข้าในกางเกงแล้วเอามือถูหัวน่าวที่อยู่ในกางเกงในเบาๆ

"อือออออ์............" Makie ถูก Ako ถูกที่หว่างขาไปมาร้องออกมาอย่างลืมตัว ในที่สุด Makie ก็ทนไม่ไหวจึงร้องออกมาว่า

"ไม่ไหวแล้ว Ako รีบถอดออกมาเร็วเข้า!" Ako จึงได้ใช้มือถอดเอากางเกงของ Makie ออกจนเห็นกางเกงในของ Makie Ako จ้องที่กางเกงในอยู่นานจนกระทั่ง Makie บอกให้ถอดกางเกงในออกด้วย Ako ได้ใจก็เลยลงมือจัดการถอดกางเกงในของ Makie ออก โดยที่ใช้ปากของ Ako ขบขอบกางเกงใน แล้วก็ดึงกางเกงในออกด้วยปาก ในระหว่างนั้น Ako ก็ถอดกางเกงและกางเกงในของเธอออกด้วย Makie รู้สึกเสียวที่ Ako ใช้ปากดึงกางเกงในออกมา แต่ก็เป็นวิธีที่แปลกใหม่และไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน

"Makie-chan...พร้อมนะ" Ako ถาม Makie

ร่างกายที่เปลือยเปล่านุ่งลมห่มฟ้าของ Ako และ Makie นอนอยู่บนเตียงด้วยกัน โดยที่ Ako เป็นฝ่ายนอนคร่อมตัว Makie อยู่ Ako เริ่มจูบ Makie ทันทีโดยเริ่มที่ปาก แล้วก็ไล่ลงมาที่ซอกคอ จากนั้นก็เป็นเนินอก Ako ทำรอยคิสมาร์กเอาไว้ทั่วทั้งตัวของ Makie เลย หลังจากนั้น Ako ก็ค่อยๆเลื่อนตัวลงมาจนกระทั่งถึงต้นขา Ako จับขาของ Makie ให้ถ่างออก Makie รู้สึกเกร็งเป็นอย่างมาก เธอถึงกับพยายามที่จะหุบขากลับทันที Ako เห็นว่า Makie ขัดขืนจึงได้ใช้แรงแยกขาให้ถ่างออกทันทีแล้วกดลงพื้น Ako ใช้ลิ้นเลียที่หัวหน่าวที่มีขนอ่อนชูชันทันที

"อ๊าาาาาาาา............." Makie ร้องออกมาด้วยความรู้สึกแปลก Makie ถูก Ako เลียเข้าที่จุดนั้น Makie พยายามดันหัวของ Ako ออก แต่ Ako ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่อย่างใด Ako ใช้ปากเข้าขบขนอดของหัวหน่าวเลย

Makie รู้สึกตัวอย่างประหลาด เผลอขย่มตัวตามจังหวะตอบรับความรู้สึกของ Ako ขาที่ Makie เคยพยายามจะหุบเข้า บัดนี้มันถ่างออกมาเองโดยที่ไม่ต้องให้ Ako ช่วยกด Ako ดูดที่หัวหน่าวของ Makie ก่อนที่จะเลื่อนตัวเข้าไปเลียตรงช่องกลีบนั้นทันที

"อ้าาาาา........อ๊าาาาาาา....Ako......อ๊าาาา......อ๊าาาาาาา........." Makie ร้องสะดุ้งออกมาอย่างลืมตัว Ako ยังคงเลียจุดนั้นไม่เลิก Makie เริ่มเคลิ้มตามความรู้สึก ความรู้สึกที่ไหลทะลักออกมา Makie จึงได้เอามือกดหัวของ Ako ให้แนบชิดเข้าอีก

"อ้าาาา...อ้าาาา...ลึกอีก...อ้าาาา...เร็วอีก......." Makie ขอร้องให้ Ako กระทำให้มากกกว่านี้ Ako ก็รับตามคำบัญชา ใช้นิ้วมือทั้ง 2 ข้างผลิช่องกลีบให้แยกออกจนเห็นช่องลับข้างใน Ako จึงใช้นิ้วมือง้างช่องถ้ำออกมาให้กว้างๆ แล้วสอดลิ้นเข้าไปทันที Makie สะดุ้งแล้วโก่งตัวตอบรับความรู้สึกพร้อมทั้งกดหัว Ako เข้าไปด้วย Ako จึงใช้ลิ้นเลียในช่องนั้นให้ลึกเข้าไปอีก

"อ๊ะ....อ้าาาาา....Ako....อ้าาาาา....อ้าาาาาา....อ้าาาาาา....ไม่ไหวแล้ว...เร็วอีก...แรงอีก......" Ako เลียช่องให้เร็วและแรงกว่าเดิม ความรู้สึกที่กำลังจะเข้าสู่จุดสุดยอด พร้อมกับน้ำที่กำลังจะไหลออกมาแล้ว Makie ขย่มตัวตามจังหวะของ Ako อย่างรวดเร็ว

"อ๊าาาา....อ๊าาาาา....อ๊าาาาาา....Ako....อ๊าาาา......อ๊าาาา......อ้าาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!.................................."

Makie ร้องเรียกชื่อ Ako ออกมาเสียงดังลั่นก่อนที่จะล้มตัวนอนลงอย่างหมดแรง Ako รีบถอนปากออกจากถ้ำทันที พร้อมกันนั้นน้ำใสๆของ Makie ก็ไหลออกมานอกถ้ำแล้ว ตอนนี้ Makie ไปถึงสู่จุดสุดยอดแล้วโดยเพื่อนรักของเธอ Makie นอนหอบแฮ่กๆในท่าที่ถ่างขาออก Makie รู้สึกเบาหวิวไปในพริบตา Ako ใช้ลิ้นเลียเอาน้ำใสจากตัวของ Makie ออกมา

"อืออออออ์......" Makie ร้องครางออกมาเล็กน้อยที่ Ako เลียเอาของตนออกมา Ako รู้สึกถึงรสชาติคาวหวานของ Makie มันแปลกนิดหน่อย แต่ก็ทำให้ Ako เกิดติดใจเลยเลียเอาน้ำใสขุ่นจากตัว Makie ที่ไหลออกมาเรื่อยๆให้มากขึ้นอีก น้ำเหลววๆนั้นบางทีก็กระเด็นเลอะหน้า Ako ด้วย แต่เธอก็ไม่สนใจอะไร ขอแค่ได้ชิมรสชาติจาก Makie ก็พอ หลังจากนั้น Ako ก็เลื่อนเอาหน้าออกจากหว่างขาแล้วยื่นหน้เข้ามาใกล้ๆหน้า Makie จากนั้นก็เอาปากประกบกันเลย

"อือออออ์......อื้อออ!!?....." Makie และ Ako ต่างสอดลิ้นซึ่งกันและกัน Makie สะดุ้งออกมาเล็กน้อยเมื่อไปแตะสัมผัสลิ้นของ Ako เพราะในนั้นมีน้ำคาวของ Makie อยู่ด้วย Makie ชิมน้ำคาวของตัวเองจากปากของ Ako แล้วเกิดติดใจเลยเลียเอาน้ำคาวจากลิ้นของ Ako ออกมา Ako ก็เลยตอบโต้ด้วยการตวัดลิ้นเล่นกับ Makie

Ako และ Makie เล่นตวัดลิ้นกันอีกครั้งโดยมีน้ำคาวเลอะติดลิ้นมาด้วย ทั้งสองรับรู้ถึงรสชาติซึ่งกันและกันจากการเล่นลิ้นด้วยกันทั้งคู่ ในระหว่างที่ตวัดลิ้นกันอยู่นั้น Ako ก็เอานิ้วมือแหย่เข้าช่องถ้ำแล้วดึงออกมา ทำให้น้ำใสนั้นติดนิ้วมือมาด้วย แล้วก็เอามาป้ายตามตัว Makie ไปทั่ว

Ako ยังมีความต้องการอยูอีกมาก คราวนี้จึงใช้นิ้วชี้ข้างหนึ่งสอดเข้าถ้ำของ Makie ก่อนเลย

"อื้อออออออออ์..................." Makie ร้องครางออกมาเนื่องจากถูกประกบปาก Ako สอดนิ้วมือเข้าออกอย่างฝืดๆและก็คับแคบ Makie ที่ถูกเสียดสีตรงจุดเดิมนั้นก็ทนไม่ไหวจึงถ่างขาออกเพื่อลดความเจ็บปวด แต่ Ako ก็พยายามเอานิ้วมือเสียดสีเข้าออกเรื่อยๆอย่างไม่หยุด ทำให้จากตอนแรกที่เคยฝืดๆ บัดนี้มันลื่นแล้ว Ako ซอยเข้าออกอย่างรวดเร็วและถี่ยิบ

"อื้อออออ์.....อื้อออออ์......." Makie ครางอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แปลก ทำให้ Makie เอามือโอบกอดหลัง Ako ทันที Ako เอามืออีกข้างบีบหัวนมของ Makie เล่นๆ แล้วใช้นิ้วกลางอีกนิ้วสอดเข้าช่องเพิ่มอีกนิ้วหนึ่ง

ดูเหมือนว่ารูมันจะคับแคบเกินไป Ako จึงใช้นิ้วผลิรูให้กว้างขึ้น แล้วก็สอดนิ้วเพิ่มเข้าไปเป็น 3 นิ้ว

Ako ใช้นิ้ว 3 นิ้วยัดเข้าไปในช่อง ทำให้ Makie ร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เป็นความเจ็บปวดที่เต็มไปด้วยความสุข Ako ซอยนิ้วเข้าออกทั้ง 3 นิ้วอย่างช้าๆพร้อมกับบีบหัวนมเล่นไปด้วย

Makie ร้องครางออกมา เหมือนขอร้องจะให้ Ako ช่วยเร่งให้เร็วกว่านี้หน่อย Ako เองก็เข้าใจ แค่ฟังเสียง Makie ร้องครางออกมาก็รู้แล้วว่าต้องการอะไร ดังนั้น Ako จึงได้ซอยนิ้วเข้าออกให้เร็วขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับบีบหน้าอกไปด้วย Makie ขย่มตัวรับตามจังหวะเข้าออกของ Ako Makie กำลังจะเข้าสู่จุดสุดยอดเป็นรอบที่ 2

"อื้อออออ์......อื้อออออ.....อื้อออออ์......อื้อออออ์.......อื้ออออออออออออออออออออ์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

Makie มาถึงสู่จุดสุดยอดอีกครั้ง เธอถึงกับนอนแผ่หลาด้วยความหมดแรงทันที Ako ยังคงคามือไว้ในช่องอยู่ เมื่อ Ako ถอนปากออกมา Makie ก็หายใจเข้าออกอย่างเร็วทันที

"อาาาาาาา.....อาาาาาาา....แฮ่กๆๆ"

Ako ดึงนิ้วมือออกจากช่องหว่างขาของ Makie ก็พบว่ามีเลือดติดนิ้วมือมาด้วย Ako ดูดเลียเลือดแห่งพรหมจรรย์ที่ติดนิ้วเข้าปาก ก่อนที่จะเอานิ้วที่เปื้อนเลือดนั้นไปยัดเข้าปากของ Makie เมื่อ Makie ได้รู้สึกถึงคาวเลือดของตัวเองแล้ว Makie ก็อมนิ้วดูดเอาเลือดไปจนหมด

หลังจากนั้น Ako ก็ใช้มือค่อยๆลูบไล้ไปตามส่วนเบาๆก่อนที่จะถาม Makie ว่า

"รู้สึกโล่งขึ้นบ้างหรือยัง"

"รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย" Makie ตอบ

"แต่ฉันเองก็อยากจะขึ้นสวรรค์บ้างจัง เธอช่วยฉันหน่อยได้ป่าว"

"เอ๋!?"

"น่านะ...ขอร้องล่ะ"

แล้ว Ako ก็จับเอามือของ Makie มาซุกเข้าตรงช่องหว่างขาของ Ako เลย Ako ถึงกับร้องออกมา

"อยากจะขึ้นสวรรค์งั้นเหรอ ถ้างั้นฉันจัดให้"

แล้ว Makie ก็เป็นฝ่ายผลักให้ Ako นอนลงกับพื้นแทน แล้วตนเองก็นอนคร่อมทับ Ako จากนั้น Makie ก็เป็นฝ่ายรุกบ้าง โดยเริ่มจากจูบที่ปากก่อน จากนั้นก็ไล่ลงมาเป็นที่ต้นคอ เนินอก หัวนม สะดือ และก็รอบๆสะดือ

"คิกๆ ผิว Ako เนี่ยนุ่มจังเลย" แล้ว Makie ก็ใช้มือลูบสัมผัสตามตัว เพื่อเพิ่มอารมณ์ให้ Ako จนกระทั่งถึงหว่างขา Makie ก็จับขาของ Ako ถ่างออก โดยที่ Ako ไม่ขัดขืนแม้แต่อย่างใด Makie ใช้นิ้วกดลงที่หัวหน่าวเบาๆก่อนที่จะผลิช่องใต้หว่างขาให้กว้างออกแล้วใช้ลิ้นซอยเข้าออกที่ช่องนั้น

"อาาาา.....อ๊าาาาาา......Makie.....อ๊าาาาาาา.....อ๊าาาาา.....อ๊าาาาา........" Ako ร้องครางออกมาพร้อมกับโก่งตัวให้ Makie ให้สัมผัสมากขึ้น Makie ซอยลิ้นเข้าออกให้ถี่ยิบกว่าเดิมและลึกกว่าเดิม Ako กำลังถูก Makie พาไปสู่จุดสุดยอด

"อ๊าาาาาา.....ไม่ไหวแล้ว....เร็วขึ้นอีก....อ๊าาาาา.....อ๊าาาาาา........อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!.............."

Ako ล้มตัวนอนเกรงทันทีพร้อมกับของเหลวใสไหลทะลึกหน้า Makie เข้าเต็มๆ Makie ดูดเลียน้ำใสของ Ako จากช่องนั้นทันที

"อาาาาา......." Ako ร้องครางออกมา Makie รู้สึกรสชาติคาวๆของ Ako ได้ก็เลยเอามาให้ Ako ได้ชิมของตัวเองบ้างโดยการจูบที่ปาก Ako รับรู้ถึงรสชาติคาวๆของตนเอง อืม...รสชาติของเราเองก็เยี่ยมพอๆกับของ Makie เลย Ako จึงได้เลียเอาของตัวเองออกจากปากของ Makie มาทั้งหมด หลังจากที่ Makie ถอนปากออกมาแล้ว ยังไม่วาย Ako ได้ดึงหน้า Makie เลียเอาของตัวเองที่เลอะติดหน้า Makie ออกมาด้วย หลังจากที่ Ako เลียหน้า Makie แล้ว

"Ako อยากได้ความรู้สึกเพิ่มมั้ยจ้ะ"

"อยากสิ...อยากได้มากเลย"

"เดี๋ยวฉันทำให้นะ"

"อ้าาาาาา......" Ako ถูกยัดที่ช่องในหว่างขาด้วยความรู้สึกที่แปลกกว่าเดิม Makie เอานิ้วทั้ง 4 นิ้วยัดเข้าช่องเลย Ako รู้สึกเจ็บจนต้องถ่างขาออกมา แต่ความรู้สึกที่เจ็บปวดนั้นมันไม่ต่างอะไรนักจากความรู้สึกของ Makie Makie พยายามซอยนิ้วเข้าออกแต่ก็ฝืดแถมถูกช่องรัดอีก Makie จึงพยายามผลิช่องให้มากขึ้น ทั้งๆที่ช่องของ Ako ก็เปิดกว้างสุดแล้ว แต่ Makie ยังดันทุรังจะผลิให้มากกว่านี้อีก Makie ดันนิ้วทั้งสี่เข้าไปในช่องให้ลึกเท่าที่จะลึกได้

"อ้าาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!" Ako ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "อย่างนั้นแหละ...ลึกอีก...ลึกอีก..."

Makie กระดิกนิ้วชี้ในช่องของ Ako

"อ้าาาา.....อ้าาาาา......" Ako ร้องออกมา Makie เอามืออีกข้างโอบกอดหลัง Ako แล้วนอนตะแคงข้างด้วยกัน Makie เอามือล้สวงคาช่องเล่นๆ ทำให้ Ako ร้องออกมา แต่ก็ถูก Makie จูบปิดปากไม่ให้ Ako ส่งเสียง จึงมีแต่เสียงครางในลำคอของ Ako เท่านั้นที่ร้องออกมา

Makie ล้วงในช่องแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งดึงนิ้วมือออกจากช่องนั้นของ Ako คราวนี้มีเลือดติดมือมาด้วย Makie เอามือที่เปื้อนเลือดไปป้ายตามตัว Ako ก่อนที่จะถอนปากออกมาแล้วถาม Ako ว่า

"รู้สึกยังไงบ้าง"

"แฮ่กๆ เหนื่อยยิ่งกว่าซ้อมฟุตบอลโหดอีก"

"อ๊ะ! ขอโทษนะ Ako ฉันไปสัมผัสแผลที่หลังเธอเข้าและทำให้เธอเห็นเลือดอีก เธอจะว่าอะไรฉันมั้ย"

"ถ้าเป็นเลือดของ Makie หรือมาจาก Makie หรือ Makie จะทำอะไรฉันไม่ว่าหรอก"

"ฉันรักเธอนะ Ako"

"เช่นกันนะ Makie"

แล้วทั้ง Makie กับ Ako ก็ไปสู่จุดสุดยอดด้วยกัน ทั้งคู่ต่างก็เป็นของกันและกันแล้ว จะไม่มีวันให้ใครมาพรากทั้งสองให้แยกจากกันอีก หลังจากนั้น Ako และ Makie ก็ล้มตัวนอนบนเตียงเดียวกันในสภาพร่างกายที่นุ่งลมห่มฟ้าทั้งคู่ ทั้งสองนอนกอดแขนกอดขาซึ่งกันและกัน หลับโดยไม่รับรู้ถึงภายนอกนอกจากเพื่อนที่อยู่ข้างเตียงเท่านั้น

เวลานั้น ก็มีลมมาพัดผ่านห้องของพวกเธอจนทำให้กระดาษโน้ตปลิวออกไปนอกหน้าต่าง

ขณะที่กิตติศักดิ์กำลังขับรถ Mitsubishi ของเขาอยู่นั้น ก็มีกระดาษโน้ตปลิวลงมาเกาะบนกระจกหน้ารถพอดี

กิตติศักดิ์รีบจอดรถแล้วลงมาแกะกระดาษที่ติดอยู่หน้ากระจกรถขึ้นมาอ่าน

พอกิตติศักดิ์อ่านข้อความนั้น เขาถึงกับตกใจรีบโทรศัพท์หานายสิงห์ทันที

ขณะนั้น นายสิงห์กำลังหลับอยู่ในรถอย่างมีความสุขสุดขีด ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะการนอนของเขาพอดี นายสิงห์ลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ด้วยท่าทางที่หงุดหงิด

"ฮัลโหล...ใครโทรมาว่ะ!!!"

"เฮ้! นายสิงห์ นี่กิตติศักดิ์พูดนะ..."

"แล้วนายมาโทรอะไรในยามวิกาลอย่างนี้หา!!!"

"นายสิงห์ เรามีเรื่องด่วนที่ต้องคุยแล้วล่ะ"

"หา! เรื่องด่วนอะไรของนาย"

"มีโน้ตแผ่นหนึ่งที่ต้องสงสัย ปลิวออกจากหน้าต่างแล้วฉันเก็บได้นะ"

"ว่าไงนะ! โน้ตนั่นหรือ แล้วมันมีข้อความว่ายังไงบ้างล่ะ"

"ข้อความก็...ปัดโธ่เว้ย! แบตเตอรี่จะหมดอีกแล้ว ฉันจะส่งทางเมล์ให้นายก็ล่ะกัน"

"พรุ่งนี้ก็ค่อยนัดมาที่โรงเรียนก็ละกัน....อ้าว! กิตติศักดิ์ แบตนายหมดแล้วหรือนี่"

นายสิงห์วางหูโทรศัพท์

“กิตติศักดิ์มีเรื่องอะไรกันนะ ถึงได้รีบมาบอกเราในเวลาตอนนี้”

วันรุ่งขึ้น

นายสิงห์รอกิตติศักดิ์ที่ลานน้ำพุ

สักครู่ต่อมา กิตติศักดิ์ก็เดินเข้ามาหานายสิงห์ตามนัด

“เอาล่ะ กิตติศักดิ์ นายมีอะไรที่จะคุยกับฉันหรือเปล่าละ”

“มีแน่นอน นายสิงห์” แล้วกิตติศักดิ์ก็หยิบแผ่นกระดาษให้นายสิงห์อ่าน

ในนั้นมีข้อความว่า

“บริษัทได้ยึดรถของท่าน เนื่องจากท่านยังค้างชำระค่ารถถึง 4 งวดติดต่อกัน หากท่านต้องการรถของท่านคืน จะต้องจ่ายเงินค่าเช้าที่ค้างไว้ถึง $6000 ถ้วน มิฉะนั้นจะไม่ได้รถของท่านคืน

บริษัทเช่ารถ Neo General จำกัด”

“นี่มันอะไรกันนะ” นายสิงห์ถามกิตติศักดิ์

“ไม่รู้เหมือนกัน นายสิงห์ แต่ฉันสงสัยชื่อบริษัทเช่ารถนั่น”

“แล้วพอจะรู้อะไรบ้างมั้ยล่ะ”

“เอาเป็นว่าหลังเลิกเรียนก็ค่อยตามหาก็ละกัน”

ในระหว่างนั้น Ako กับ Makie ได้ไปยังที่ร้านเช่ารถ Neo General

Makie ได้ไปเจรจาคุยกับคนในบริษัทของร้าน

“ทำไมต้องมาเอารถของฉันไปด้วย และฉันก็ไม่ทราบว่าได้ไปเช่ารถของบริษัทคุณตั้งแต่เมื่อไรกัน”

“หลักฐานมันก็ฟ้องกันอยู่เห็นๆ เรื่องอะไรบริษัทของเราจะมายึดรถเธอไม่ได้ล่ะ”

“นั่นรถฉันต่างหาก”

“โกหก! รถนั่นมันรถเช่าของบริษัท เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของ เห็นนี่มั้ย”

เจ้าพนักงานแสดงใบหลักฐานให้ Makie เห็นกันจะๆ แต่ Makie ก็ยังคงสู้ต่อไป

“หลักฐานแบบนี้ฉันเชื่อถือไม่ได้หรอก และก็ไม่เห็นมีอะไรบ่งบอกว่าเป็นของบริษัทเลยด้วยซ้ำ”

“ถ้าเธอกล้าดูหมิ่นต่อบริษัทนี้ละก็ เราจะฟ้องศาลให้เธอถูกยื่นฟ้องร้องจนเสียค่าปรับได้นะ ไปซะ รถนั่นไม่ใช่ของเธอ”

อีกสักพักต่อมา ในรถ BMW ของ Ako

“แง...Ako ทำไงดี” Makie ร้องไห้ออกมา

“สงบสติอารมณ์หน่อย Makie รถนั่นก็ยังเป็นของเธอนะ” Ako ปลอบใจ Makie

แล้ว Ako ก็ขับรถพาเธอไปเที่ยวหลายที่ เพื่อให้ Makie มีจิตใจที่ดีขึ้น (Ako กลัวว่าถ้า Makie ไม่ร่าเริงแจ่มใสแล้ว Makie อาจจะซ้อมยิมนาสติกไม่ได้เลย)

ทางด้านนายสิงห์ หลังเวลาเลิกเรียนแล้ว

นายสิงห์ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จึงรับสายทันที

“ฮัลโหล กิตติศักดิ์เหรอ มีอะไรอีกล่ะ”

“แย่แล้วล่ะ นักยิมนาสติกที่ชื่อว่า Haneoka Miku ถูกลักพาตัวไปแล้วล่ะ”

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#7 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 22 December 2011 - 11:02 AM

ตอนที่ 6

ขณะที่นายสิงห์กำลังขับรถ Saleen ของเขาอยู่นั้น เขานึกในใจย้อนหลัง

“เป็นความจริงหรือเปล่านิ” นายสิงห์พูดกับกิตติศักดิ์ทางโทรศัพท์

“ฉันได้ยินข่าวมาจากพวกอาจารย์ฝึกสอนกับนักเรียนยิมนาสติกคุยกันนะ”

“งั้นเราจะทำยังไงดีละ”

“ฉันว่าให้นายรีบไปยังร้านเช่ารถ Neo General โดยด่วนเลยเร็วเข้า เดี๋ยวนี้เลย”

ทันใดนั้นก็มีรถพ่วงวิ่งสวนเลนเดียวกับเขา ทำให้เขารีบหักรถหลบเข้าไหล่ทางทันที

“เฮ้ย! ขับรถประสาอะไรวะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย!!” คนขับรถพ่วงด่า

จนกระทั่งถึงร้าน Neo General

นายสิงห์เดินเข้าไปในร้าน

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับคุณลูกค้า”

นายสิงห์เดินมาที่เคาน์เตอร์ “นี่คุณเป็นพนักงานของร้านหรือเปล่าละ”

“ฉันเป็นเจ้าของร้านต่างหาก ชื่อนอร์มาน แล้วนี่ก็บอนด์กับอามิน่า เป็นผู้ถือหุ้นส่วนร่วมกัน

“อย่างงั้นเองหรือ”

“แล้ววันนี้จะมาเช่ารถอะไรละครับ”

“อืม...มันมีรถอะไรให้เช่าบ้างล่ะ”

นอร์มานเอาสมุดภาพมาให้นายสิงห์ดูเลย

“อืม...รถนั่นก็ดี รถนี้ก็ใช้ได้ ...เอ่อ...”

นายสิงห์ตัดสินใจไปสักครู่ ก่อนที่เขาจะบอกว่า

“ขอเช่ารถ Maserati Coupe สีชมพูหน่อยได้ไหม”

นอร์มาน บอนด์และอามิน่าตกใจสะดุ้งออกมาเล็กน้อย ก่อนที่นอร์มานจะบอกไปว่า

“รถคันนี้ให้เช่าไม่ได้หรอกครับ”

“อ้าว...ทำไมล่ะ”

“เราแนะนำว่าให้เช่ารถคันอื่นแทนดีกว่า”

“ไม่เอา...จะเช่าคันนั้นแหละ คันนั้นคันเดียวเท่านั้น”

“บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ คันอื่นก็มีเยอะแยะ ทำไมต้องเลือกคันนี้ด้วย”

“แล้วทำไมพวกคุณถึงไม่ให้ฉันเช่ารถคันนี้ละ หรือว่าพวกคุณปิดบังอะไรกันอยู่”

นอร์มานได้ยินคำว่า “ปิดบัง” เท่านั้นแหละ ถึงกับโกรธขึ้นมาทันที

“ออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้ เราไม่ต้อนรับลูกค้าอย่างคุณ เฮ้ย! บอนด์กับอามิน่าพามันออกไปนอกร้านซิ”

บอนด์กับอามิน่าเข้ามาดันตัวนายสิงห์ทันที

“เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องไล่ฉันออกจากร้านด้วย เฮ้ย! เฮ้ยยยยย์!!!!!!!” นายสิงห์ร้องโวยวายตลอดจนกระทั่งถูกโยนออกนอกร้าน

“ให้ตายซี่ อะไรของมันกันวะ” แล้วนายสิงห์ก็ขับรถ Saleen ไป

กลับมาที่ร้าน Neo General

นอร์ มานเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน เดินเข้าห้องนอนแล้วเปิดประตูตู้เสื้อผ้าจากนั้นก็เดินเข้าไปข้างใน ซึ่งด้านหลังนั้นก็มีห้องลับอยู่ด้วย

และในห้องลับนั้นก็มีสาวนักยิมนาสติกที่ชื่อ Haneoka Miku ถูกขังอยู่ในนั้นด้วย เธอถูกมัดไพล่หลังในชุดรัดรูปทั้งชุด แถมเชือกยังพาดผ่าหว่างขาไปผูกกับข้อมือที่ถูกมัดอีก

“ว่าไงสาวน้อย...ถ้าฉันเอาเธอไปขายคงจะได้ราคาดีไม่น้อย” นอร์มานกระซิบที่หูของ Miku

แล้ว นอร์มานก็ดึงเชือกที่พาดหว่างขาด้านหน้าก่อน แล้วจับข้อมือที่ถูกมัดดึงขึ้นอีกที สลับกันไปเรื่อยๆ ทำให้เชือกเสียดสีไปมาตรงหว่างขา

Miku ร้องออกมาเพราะความเสียวที่เกิดจากการเสียดสี นอร์มานยังถูกเชือกที่เธอเล่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนอร์มานปล่อยมือออก Miku จึงใช้มือที่ถูกมัดไพล่หลังนั้นดึงเชือกขึ้นมาเอง

ตอนนี้ Miku จะเลิกทำก็ไม่ทันแล้ว มันเข้าถึงอารมณ์แล้ว นอร์มานก็เลยเดินออกจากห้องลับขังเธอเอาไว้ ทิ้งให้ Miku ช่วยตัวเองต่อไป

ถึง เชือกจะรัดผ่านหว่างขาจนแน่นก็ตาม แต่ก็ยังเล่นเสียดสีไม่เลิก จนกระทั่งน้ำไหลเลอะชุดที่หว่างขาก็แล้ว ก็ยังคงช่วยตัวเองต่อไปไม่หยุด สรุปก็คือ Miku ถูกมัดไพล่หลังเอามือ 2 ข้างที่ถูกมัดนั้นดึงเชือกให้เสียดสีช่องหว่างขาขึ้นลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และก็ร้องครางออกมาเป็นจังหวะอยู่ในห้องลับนี้คนเดียวนั่นเอง

นอร์มานคุยกับบอนด์และอามิน่า

“สงสัยต้องรีบเอารถไปขายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้แล้วละ”

“นั่นสินะ ถ้าขายได้เมื่อไรก็รีบหนีไปที่อื่นเลย”

“แล้วพรรคพวกของเราละ”

“ก็ช่างหัวมัน เอาตัวรอดเป็นยอดคนดีที่สุด”

ขณะนั้นที่อาคารฝึกชมรม

นายสิงห์เห็น Makie เดินออกจากอาคารด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย

นายสิงห์มองหน้า Makie ที่เดินผ่านเขาไป นายสิงห์จึงพูดกับ Makie อย่างเศร้าๆว่า

“เกลียดฉันอยู่หรือเปล่าล่ะ”

Makie หยุดเดินชะงักก่อนที่จะหันมาตอบว่า “ไม่เกี่ยวอะไรกับนายสักหน่อย”

“รถเธอหายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วสินะ ถึงได้ไม่ค่อยมีกะใจจะฝึกซ้อมเลย”

“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่ารถฉันหาย”

นายสิงห์ควักเอากระดาษแผ่นโน้ตมาให้ Makie ดู

“นั่นมันกระดาษโน้ตที่ฉันพบตอนรถหายไปนี่ ทำไมถึงมาอยู่ที่นายได้ล่ะ”

“อย่าถามอะไรให้มากนักได้มั้ยละ ตอนนี้เธอคงจะกลุ้มใจอยู่ไม่น้อยใช่ไหมที่คู่แข่งคนสำคัญของเธอหายไปด้วย”

“นายรู้มาจากไหน”

“ฉันเป็นคนบอกข่าวให้เอง” เสียงของอีกคนนึงดังขึ้นมา กิตติศักดิ์นั่นเอง เขาเดินเข้ามาหาทั้งสอง

“ฉัน ได้ยินจากที่อาจารย์ของเธอเล่ามา ฉันเองก็ตกใจเหมือนกันที่มีข่าวอย่างนี้เกิดขึ้นด้วย แต่ฉันว่าเธอคงจะเศร้าน่าดูใช่ไหมละ ยอมรับมาเถอะ ฉันเองยังอยากจะร้องไห้เลย”

Makie ยืนนิ่งไปสักพักก่อนที่น้ำตาของเธอจะค่อยๆไหลออกมา เอ๊ะ! แล้วนี่เราจะร้องไห้ทำไมกันละนี่ จู่ๆน้ำตาก็ไหลทะลักออกมาอย่างไม่หยุด

“นี่นาย นายไปทำให้เธอร้องไห้ทำไมละ” นายสิงห์พูด

“เปล่านี่” กิตติศักดิ์บอก

ขณะเดียวกัน Ako ก็วิ่งเข้ามา Ako เห็น Makie นั่งร้องไห้อยู่กลางผู้ชาย 2 คน ทำให้ Ako คิดว่า Makie ถูกรังแก จึงเข้าไปตวาดใส่ทันที

“นี่พวกนาย คิดจะทำอะไรกับ Makie ของฉันละหา!!!”

Ako ทำท่าจะเอาลูกฟุตบอลเตะใส่พวกเราด้วยความยั๊วะ Makie เห็นว่า Ako กำลังจะเข้าใจผิดจึงรีบลุกขึ้นมาห้าม Ako ไว้

“Ako พวกเขาไม่ได้ทำอะไรฉันนะ ฉันร้องไห้เองต่างหาก”

“หา! Makie เธอร้องไห้เองหรือ”

“ก็ใช่นะสิ”

แล้วน้ำตาของ Makie ก็ไหลออกมาอีกครั้ง Makie ร้องไห้แล้วเข้าไปกอด Ako

“ถ้าอยากจะร้องไห้ ก็ร้องไห้ไปเลย ไม่ต้องทำสีหน้าร่าเริงแจ่มใสบังหน้าไว้ ไม่มีใครเขาว่าหรอก” กิตติศักดิ์พูด

“แต่ ถ้าเพื่อแก้ไขความไม่เป็นธรรมแล้ว ถึงจะต้องตาย หรือถูกเกลียดชัง หรือถูกตามหมายหัวจับ ฉันก็จะทำ ส่วนเรื่องอื่นนั้นไว้ค่อยคุยกัน” นายสิงห์พูด

“และฉันก็คงคิดว่า อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอคงจะไม่สบายใจแน่ ถ้า Makie ซ้อมด้วยสีหน้าที่ไม่ดีแบบนั้นนะ สู้ต่อไปละกัน”

นาย สิงห์กับกิตติศักดิ์เตรียมเดินจากไป “และเธอ 2 คนนะ ถ้าไม่ชอบขี้หน้าเราจริงๆ หลังจากนี้เป็นต้นไปเราจะไม่มาพบกับเธออีก ถ้าเพื่อความสบายใจ”

ทั้งสองจึงเดินหันหลังจากพวกเธอไป

.....................................................................

“นายสิงห์ ฉันรู้แล้วล่ะว่าร้านเช่ารถ Neo General มันเป็นยังไง” กิตติศักดิ์บอกนายสิงห์

“มันเป็นยังไงนะเหรอ”

“ร้านนั่นมันไม่ได้จดทะเบียน อันที่จริงมันไม่น่าจะใช่บริษัทเช่ารถเลยด้วยซ้ำ มันต้องปิดบังอะไรสักอย่าง”

“ถ้างั้น”

“มันน่าจะเกี่ยวข้องกับรถของ Makie ที่หายไปและ Haneoka Miku ที่ถูกลักพาตัวไปด้วยนะ”

“เรามาลองวางแผนบุกเข้าร้าน Neo General ดูก็ละกัน”

........................................................................

วันต่อมา

นายสิงห์กับกิตติศักดิ์นั่งรถไปยังที่ร้าน Neo General อีกครั้ง

“เอาล่ะ เริ่มเกมได้”

นายสิงห์ลงจากรถกิตติศักดิ์แล้วกิตติศักดิ์ก็ขับรถไปยังอีกด้านหนึ่ง

“อืม...ต้องเข้าทางช่องระบายอากาศแล้วละมั้ง” นายสิงห์ครุ่นคิดในใจ

ว่าแล้วนายสิงห์ก็ปีนขึ้นกำแพงตึกเลย นายสิงห์แอบชำเลืองมายังหน้าต่างก็พบเห็นลูกสมุนของมันเพียบเลย

“เฮ้ย...ให้ตายสิ จะเข้าไม่ได้ง่ายๆเลยเหรอ” นายสิงห์คิดในใจ

สงสัยนายสิงห์ต้องไต่ขึ้นไปถึงดาดฟ้าของตึกแล้วละมั้ง

ให้ตายสิ เอาก็เอาวะ ดาดฟ้าของตึก!

แล้วเขาก็ปีนขึ้นถึงดาดฟ้าจนได้

นาย สิงห์เดินไปเปิดประตูบนดาดฟ้าเลย แต่ปรากฏว่าประตูมันล็อคอยู่ นายสิงห์ฉุนออกมาด้วยความรำคาญ ว่าแล้วก็ดึงลูกบิดประตูอย่างแรงจนประตูหลุดออกมาทั้งบานเลย ทำให้เขากระเด็นไปพร้อมๆประตูเลย

“อูย...กว่าจะเปิดออกได้”

แล้วนายสิงห์ก็เดินเข้าไปข้างในเลย

สัก พักหนึ่งนายสิงห์ก็เหลือบเห็นพวกมันกำลังตั้งวงเล่นไฮโลกัน 6 คน นายสิงห์ก็เลยแอบฝ่าเข้ามาอย่างเงียบๆ ขณะที่กำลังจะผ่านพ้นอยู่แล้วเชียว นายสิงห์กลับพลาดไปสะดุดอะไรบางอย่างเข้า ทำให้พวกมันหันไปมองตามเสียงกันหมด

“เฮ้ย! ผู้บุกรุก จัดการมันเลย”

แล้วทั้งหกก็กรูกันเข้ามาหานายสิงห์ นายสิงห์จึงต้องซัดพวกมันทั้งหกให้น่วมก่อนที่จะลุยต่อไป

เมื่อ เข้าไปข้างในได้แล้ว นายสิงห์ก็เจอพรรคพวกอีก 4-5 คนยืนกระจายตามจุดต่างๆ นายสิงห์จึงได้แอบย่องเบาไม่ให้พวกมันเห็น แล้วก็จัดการจากด้านหลังไปทีละคนๆ แล้วก็ลากไปซ่อน โดยที่นายสิงห์จะใช้สายเปียโนรัดคอจากด้านหลังไม่ให้มันได้ส่งเสียง หลังจากที่นายสิงห์เก็บพวกมันหมดแล้ว เขาจึงได้ลุยต่อไป

ขณะเดียวกันกิตติศักดิ์ก็เดินเข้าไปที่หน้าร้านก็พบนอร์มาน บอนด์และอามิน่ายืนรออยู่แล้ว

แต่ว่าทั้งสามกลับไม่ต้อนรับกิตติศักดิ์เลย เขาก็เลยถูกพาออกไปนอกร้าน

หลังจากที่ไล่กิตติศักดิ์ออกไปได้แล้ว นอร์มานได้เดินขึ้นไปชั้นบน

แต่ทันใดนั้น นอร์มานก็เกิดอาการง่วงหงาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนกระทั่งตกบันได บอนด์กับอามิน่าก็เช่นกันก็หลับไปด้วย

เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย

“หึหึ...เสร็จฉันละ”

กิตติศักดิ์เดินเข้าไปในร้านอีกครั้ง

ที่ แท้ กิตติศักดิ์ก็แอบทิ้งสายท่อแก็สนอนหลับในร้านนี่เอง พอมันไล่เขาออกจากร้านก็เข้าทางเขาอีกเช่นกัน กิตติศักดิ์ปล่อยแก็สเข้าไปให้ฟุ้งกระจายบริเวณ ก็เลยเป็นแบบที่ว่า

หลังจากนั้น กิตติศักดิ์ก็จับทั้ง 3 คนมัดไว้ แล้วก็ล้วงเอากุญแจมาทั้งพวง

กิตติศักดิ์จึงได้ค้นหาตามห้องต่างๆเพียงคนเดียว โดยไม่ต้องเผชิญอะไรทั้งนั้น

ทางด้านนายสิงห์

ตอนนี้นายสิงห์อยู่ที่บันได กำลังซัดกับพวกมันที่พุ่งเข้ามาอย่างตะลุมบอนอยู่

พวกมันที่ถูกนายสิงห์ซัดนั้น บ้างก็ตกบันได บ้างก็น็อกคาพื้น บ้างก็ร่วงหล่นโดนกบาลพวกที่อยู่ข้างล่างจนตกบันไดไปด้วยกัน

“ว่ะ!...ทำไมมันมาเยอะอย่างนี้เนี่ย”

ปรากฏ ว่า พวกมันก็เอาโต๊ะและเก้าอี้โยนใส่นายสิงห์เลย นายสิงห์จึงต้องรีบหลบทั้งโต๊ะและเก้าอี้ ทำให้ไปโดนพวกเดียวกันเอง บางทีก็กลิ้งไปกระแทกพวกมันที่อยู่ข้างล่างด้วย

เมื่อนายสิงห์ลงบันได พวกมันก็เลยปาลูกโบว์ลิ่งหวังจะกระดอนให้ถูกตัวนายสิงห์ นายสิงห์รีบโดดลงข้ามขั้นบันไดข้ามหัวพวกมัน ก่อนที่จะถูกลูกโบว์ลิ่งกระดอนตามมา

พอลงพ้นขั้นบันไดแล้ว นายสิงห์ก็รีบก้มหลบโบว์ลิ่งก่อนที่เขาจะบุกต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#8 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 24 January 2012 - 03:19 PM

ตอนที่ 7

ทันใดนั้น บนทางเดินก็มีพวกมันวิ่งกรูกันเข้ามาอีกเพียบ นายสิงห์จึงได้วิ่งหนีพวกมันทันที

พอเห็นมุมห้องนายสิงห์ก็เลี้ยวเข้าไปเลย แต่ปรากฏว่ามันก็เตรียมปาตู้ข้างเตียงมาแล้ว นายสิงห์จึงรีบหลบเข้ามุมก่อนที่มันจะปามาซะอีก

หลังจากที่มันปามาแล้ว นายสิงห์จึงวิ่งเข้าไปหาพวกมันแล้วกระโดดถีบพวกมันให้หงายหลังเลย

นาย สิงห์หลังจากที่ฝ่าพวกมันไปได้ เขาก็วิ่งบุกต่อไป แต่ปรากฏว่าเบื้องหน้าของเขานั้นก็มีพวกมันอีก 2 คน มันปาของมาเพียบเลย ให้ตายสิ ให้มันได้อย่างนี้ซี่

นายสิงห์นั่งหลบถ้ามันปาโต๊ะ เก้าอี้หรือไม่ก็กระป๋องสี แต่เขาจะกระโดดข้ามถ้ามันกลิ้งท่อนเหล็ก หรือมันถีบโต๊ะ

นี่ ขนาดพวกมันเอาของปาไปยังนายสิงห์ตรงๆเลยนะเนี่ย ยังทำอะไรเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ปาไม่โดนตัวเขาเลยแม้แต่อันเดียว แต่นายสิงห์ต้องคอยหลบของที่มันปาอยู่ตลอด ไม่เคยอยู่เป็นเป้านิ่งให้พวกมันหรอก

พวกมันไม่ยอมให้นายสิงห์บุกเข้ามาง่ายๆ มันก็เลยปากระป๋องสีไปเป็นชุด ดูสิว่าจะโดดหรือนั่งหลบยังไง

นายสิงห์รีบยกแขนขึ้นมากันกระป๋องสีแทน แล้วค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆแทน

นายสิงห์อาศัยความอดทนบุกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงประตูห้อง นายสิงห์ก็รีบเข้าไปเลยก่อนที่มันจะปาครกขนาดใหญ่มาซะอีก

แต่ว่าพวกมันก็ไล่ตามนายสิงห์เข้าไปในประตูนั่นเลย ปรากฏว่านายสิงห์ไม่อยู่ในห้องแล้ว หายไปไหนกัน

แต่ทันใดนั้น พวกมันก็ถูกนายสิงห์จับหัวชนกันจนน็อคไปเรียบร้อย นายสิงห์แอบอยู่ข้างบนนี่เอง แล้วเขาก็ออกจากห้องแล้วบุกต่อไป

นายสิงห์วิ่งกลับทางเดิมก็เจอพวกมันกรูกันเข้ามาทั้งสองด้าน นายสิงห์จึงรีบไถลตัวลอดใต้พวกมันแล้ววิ่งฝ่าไปเลย บางทีก็วิ่งเข้ามาอัดโคลสไลน์ใส่ด้วย จนกระทั่งวิ่งมาถึงบันไดนายสิงห์ก็โดดลงข้ามราวบันไดไปเลย แล้วก็ซ่อนตัวหลบอยู่ในห้องใต้บันไดอย่างรวดเร็ซก่อนที่พวกมันจะมาเห็นตัว เสียอีก

“มันหายหัวไปไหนแล้ว รีบตามหามันเร็วเข้า”

แล้วพวกมันก็วิ่งไปยังทางอื่นจนหมด นายสิงห์ก็เลยโผล่ออกมาจากห้องแล้วไปอีกทางหนึ่ง

ทางด้านกิตติศักดิ์นั้น เขาได้เข้าห้องโน้นออกห้องนี้แล้ว แต่ก็ยังตามหาไม่เจอสักที

กิตติ ศักดิ์ถึงกับถีบข้าวของที่อยู่ในห้องกระจุยกระจายด้วยความฉุนเฉียว จนกระทั่งกระเด็นถูกประตูตู้เสื้อผ้าหลุดออกไปเลย แต่ก็ยังไม่หายโมโห กิตติศักดิ์ถึงกับกระชากเอาเสื้อที่แขวนไว้เขวี้ยงทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแสใย ดี

แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อภายในตู้นั้นมีประตูลับซ่อนอยู่ข้างในด้วย

กิตติศักดิ์จึงได้เข้าไปยังที่ประตูลับนั้นโดยใช้กุญแจที่เขายึดมาได้นั่นแหละ ไขเข้าไปเลย

เมื่อเขาไปแล้วก็ต้องพบกับ... ของที่เกือบจะทำให้เขาหลวมตัวช่วยปลุกอารมณ์

เพราะเขาเห็น Haneoka Miku กำลังช่วยตัวเองในขณะที่ถูกมัดไพล่หลังอยู่โดยการดึงเชือกที่มือให้เสียดสีผ่านหว่างขาเล่นๆ

กิตติศักดิ์ไม่มีเวลาที่จะมาดูการทำ XXX ของ Miku หรอก เขาเดินเข้าไปช่วย Miku ทันที

แต่ Miku ก็รีบหันมาบอกกิตติศักดิ์โดยด่วนทันทีว่า

“ระวัง! อย่าเข้ามา ข้างในมีกับดัก”

กิตติ ศักดิ์เป็นงงเล็กน้อย เพราะเมื่อเขามองไปรอบๆก็ไม่เห็นว่ามีอะไรที่ผิดปกตินี่ เพราะห้องปิดตายลับห้องนี้มันก็มีแต่เขาและเธอกับพื้นโล่งๆเท่านั้นเอง จะไปซ่อนอะไรได้ล่ะ

แต่ทันใดนั้นกิตติศักดิ์ก็ต้องสะดุดกับอะไร บางอย่างบนพื้น มันลึกบุ๋มลงไปเลย เหมือนกับว่าเขาจะไปเหยียบปุ่มอะไรสักอย่างที่ซ่อนอยู่บนพื้นนั่นแหละ

“ตายแล้วล่ะ เสร็จแน่เลย” Miku พูดออกมาอย่างกังวล

มีเสียงกลไกกำลังเริ่มทำงาน กิตติศักดิ์รู้สึกงงๆ

ทันใดนั้นเบื้องบนก็มีเพดานที่ติดไปด้วยหนามปลายแหลมๆมันร่วงลงมาทันที

“เฮ้ย!!!!”

กิตติศักดิ์จะหาทางหลบหนามนั่นยังไงดี มันมีเพียบเลย

ไวเท่าความคิด กิตติศักดิ์รีบวิ่งทันทีแล้วก็ไปยังตำแหน่งที่ Miku นั่งอยู่ (เพราะไอ้นอร์มานนั่นมันเอาเชือกมัดขาให้นั่งคุกเข่าลงด้วย เธอคงลุกไปไหนไม่ได้หรอก) ทันใดนั้นเพดานหนามนั้นก็ร่วงทับพื้นทันที

เสร็จแน่เลย

จริงหรือเปล่า?

เพราะว่าเพดานหนามนั้น ก็มีการชกจนฝากระเด็นเปิดออกด้วย และคนที่โผล่ออกมานั่นก็คือ

กิตติศักดิ์นั่นเองครับ

แล้วรอดมาจากเพดานหนามนั่นได้ยังไงกัน

ก็กิตติศักดิ์เขารีบก้มตัวหลบไปยังที่ Miku นั่งอยู่ แล้วบริเวณที่เธอนั่งนั้น มันไม่มีช่องหนามเลยนะสิ แต่มันก็เกือบจะแทงกิตติศักดิ์เหมือนกันนี่นา พอเห็นว่าไม่โดน เขาก็เลยซัดเพดานเบื้องบนจนฝาเปิดออก ก็เลยรอดมาได้ทั้งคู่ (อันที่จริงแล้ว ไอ้นอร์มานตั้งใจจะวางเธอในตำแหน่งให้รอดจากหนามนั่นอยู่แล้วโดยการเปิดช่อง ว่างเอาไว้ แต่ที่ดูน่าตื่นเต้นนั้น ก็คงไม่พ้นมันซ่อนไว้เหนือเพดานอย่างมิดชิดเลยต่างหากล่ะ)

แต่พอกิตติศักดิ์จะเดินขึ้นไปเหยียบนั่นเอง ทันใดนั้นเพดานหนามก็เลื่อนตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

เหวอ! นี่มันกะจะบีบกิตติศักดิ์ให้เละคาที่อีกแล้วเหรอ กะจะโจมตีต่อเนื่องแบบไม่ทันให้ตั้งตัวหรือไงกัน

แต่กิตติศักดิ์ก็ใช้จังหวะหลบ เขารีบโดดลงช่องก่อนที่มันจะหนีบซะอีก

แต่ก็ทำให้เขาร่วงไปกระแทกกับพื้นจนมึนไปพักนึง

ทันใดนั้น นอร์มาน บอนด์และอามิน่าก็บุกเข้ามาในห้องพอดี

“ฉันว่าแล้ว แกคิดว่าจะบุกมาถึงนี่เพื่อจะช่วยเธอหรือ คิดผิดไปซะแล้ว และแกก็ต้องตายด้วยน้ำมือของฉัน” นอร์มานพูด

ตายละ กิตติศักดิ์จะทำยังไงดีล่ะ เพราะว่าทั้งสามคนมันก็ชักปืน Spas15 ขึ้นมาเตรียมยิงแล้วด้วย

แต่แล้ว พวกมันทั้งสามก็ถูกใครบางคนทำให้น็อค ก็นายสิงห์รีบจัดการซัดพวกมันจากด้านหลังก่อนที่มันจะยิงปืนนั่นเอง

“ขอบใจนะนายสิงห์” กิตติศักดิ์ขอบใจนายสิงห์

“รีบพาเธอหนีไปซะ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง” นายสิงห์บอก

แล้วกิตติศักดิ์ก็แก้มัดให้ Miku ก่อนที่จะพาหนีขึ้นรถ Mitsubishi ของเขาไป

ส่วนนายสิงห์ซึ่งเหลืออยู่คนเดียวก็ได้เดินตามหารถ Maserati ของ Makie ไปเรื่อยๆ เขาได้ค้นหาซะทั่วตึกจนกระทั่งถึงชั้นล่างของตึก นายสิงห์ได้เดินไปถึงห้องๆหนึ่ง เขาได้แอบมองผ่านช่องในประตูนั้นก็พบว่า

“โห...มีรถยนต์เพียบเลย ให้ตายสิ”

นายสิงห์ยังไม่รู้ตัวว่า ขณะที่เขากำลังแอบส่องดูในห้องนั้น นอร์มานก็เดินเข้ามาข้างหลังเขาแล้ว

แล้วมันก็เอาปืนฟาดท้ายทอยนายสิงห์ทันที ทำให้นายสิงห์หมดสติไป

.....................................................

เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขากลับถูกจับนั่งเก้าอี้มัดเสียแทน

“แกคิดว่าบุกมาถึงนี่แล้วจะกลับไปได้อย่างนั้นหรือ” นอร์มานพูด

“เฮอะ! อย่างแกนะ เอาเปรียบยังไม่พอ ยังลักพาตัวคนอื่นอีก แกนี่มันช่างเลวของแท้เลยล่ะ” นายสิงห์ถุยน้ำลายใส่นอร์มาน

“ถ้างั้น ฉันจะให้แกชิมนี่หน่อยเป็นไง”

ว่าแล้ว นอร์มานก็เอาปืน Spas15 ยัดเข้าปากนายสิงห์เลย

“ลองดูซิว่าแกจะเถียงฉันอีกมั้ย”

แล้วนอร์มานก็เตรียมเหนี่ยวไกเพื่อที่จะจัดการนายสิงห์ให้ตายคาที่

ขณะเดียวกันทางด้านกิตติศักดิ์ที่กำลังขับ Mitsubishi หลบหนีพร้อมกับพา Miku มาด้วย แต่ว่าเขากลับรีบเบรกรถกะทันหัน

“อ้าว หยุดรถทำไมล่ะ” Miku ถาม

“แย่แล้วล่ะ นายสิงห์ตกอยู่ในอันตราย” กิตติศักดิ์พูด “ฉันจะปล่อยเขาอย่างนี้ไม่ได้”

แล้วกิตติศักดิ์ก็หยิบปืนไรเฟิลชนิดพิเศษของเขาเตรียมเล็งเป้าไปยังที่แห่งหนึ่ง

แล้วเขาก็ยิงออกไปทันที

ทันใดนั้น ปืน Spas15 ที่นอร์มานถืออยู่ก็หยุดมือทันที รวมทั้งเชือกที่มัดนายสิงห์อยู่นั้นก็หลุดออกมาด้วย

นายสิงห์พุ่งเข้าไปซัดกับนอร์มานและที่เหลืออีกทั้งสองทันทีโดยไม่ให้พวกมันได้ตั้งตัว จากนั้นเขาก็หลบหนีออกจากห้องไป

“เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว” กิตติศักดิ์โล่งอก

“เมื่อกี้ยิงอะไรหรือค่ะ” Miku ถามกิตติศักดิ์ด้วยความสงสัย

“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก เรารีบไปกันดีกว่า จะได้รีบแจ้งตำรวจไปจับ” กิตติศักดิ์บอกแล้วเขาก็ขึ้นรถ Mitsubishi ไปโดยปล่อยให้ Miku งงด้วยความสงสัยต่อไป

ขณะนั้น นายสิงห์กำลังซ่อนตัวอยู่ในช่องระบายอากาศ นายสิงห์กำลังคลานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงฝาตะแกรงแห่งหนึ่ง นายสิงห์ก้มลงมองก็เห็นรถ Maserati ที่ถูกขโมยมันอยู่ตรงนี้นี่เอง

แต่ในห้องนั้นก็มีพวกมันยืนเฝ้าอยู่ด้วย 2 คน แถมยังมีปืนพกติดตัวอีกต่างหาก

นายสิงห์ค่อยๆแกะเอาฝาตะแกรงออกอย่างเบาๆ ไม่ให้พวกมันรู้ตัว แล้วเขาก็โดดลงไปทันที

พวกมันได้ยินเสียงก็เลยรีบไปดูยังต้นเสียง แต่ก็ไม่พบว่ามีใคร

อันที่จริงแล้วนายสิงห์ซ่อนตัวอยู่ โดยที่ซ่อนในบริเวณที่พวกมันมองไม่เห็น แถมนายสิงห์ยังวิ่งย่องเบาอีกต่างหาก มันก็เลยคิดว่าคงหนีไปยังที่อื่นจึงได้แยกย้ายกันค้นหา

ระหว่างที่มัน กำลังแยกย้ายกันค้นหาอยู่นั้น นายสิงห์ก็เคลื่อนไหวหลบไปยังมุมอับสายตาของพวกมันอย่างเงียบๆ แล้วอาศัยกะจังหวะที่พวกมันมองไม่เห็นซึ่งกันและกันนั่นแหละ ใช้สายเปียโนรัดคอจากด้านหลังแล้วลากศพไปซ่อนอย่างเงียบ แม้อีกคนที่เหลือจะไม่รู้ตัวว่าเพื่อนมันถูกเก็บไปแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังคงค้นหาตัวนายสิงห์ต่อไป จนกระทั่งนายสิงห์โผล่มาจัดการจากด้านหลัง ที่นี้ก็เสร็จนายสิงห์ไปเรียบร้อยทั้ง 2 คน

นายสิงห์ได้เดินไปยังที่รถ Maserati

“คราวนี้แหละ Makie คงจะไม่ว่าใช่ไหมล่ะ ถ้าฉันต้องมาเอาเธอไปเช่นนี้”

นายสิงห์ขึ้นรถ Maserati แล้วสตาร์ทเครื่องทันที

ทันใดนั้น อามิน่าก็วิ่งเข้ามาในห้องพร้อมถือปืน Spas15 มาด้วย

“เฮ้ย! มันเอาไปแล้วโว้ย”

แล้วมันก็เอาปืนยิงใส่รถ Maserati ทันที แต่ก็ยิงไม่โดน นายสิงห์ขับรถชนกระจกฝ่าออกนอกอาคารไปแล้วล่ะ

“บ้าเอ๊ย...” อามิน่าเจ็บใจยิ่งนัก แล้วอามิน่าก็เปิดสัญญาณเรียกพรรคพวกมาทันที

“ตามมันไป อัดรถ Maserati คันนั้นให้เละคากำแพงเลย!!!”

ทันใดนั้น นอร์มานก็วิ่งเข้ามาตบหัวอามิน่าไปทีนึง

“แกจะบี้รถ Maserati ให้เละเทะโดยไม่เสียดายรูปร่างเลยหรือไงกัน หา!!! ไอ้โง่”

“ถ้ามันเอาไปได้ เงินเราก็หมดกัน ไม่เหลือหลอ ยอมเสียมูลค่าของรถดีกว่าเสียรถทั้งคัน!!!” อามิน่าตะคอกใส่นอร์มาน

“เฮอะ ตามใจแกก็ละกัน งั้นแกก็ไล่ตามมันไปเองก็ละกัน”

ขณะนั้นเอง นายสิงห์กำลังขับรถ Maserati หนีอยู่นั้น

“ในที่สุดก็เอามันมาได้สักที”

ทันใดนั้นก็มีรถยนต์อีก 10 กว่าคันไล่ตามมาแล้ว

“อยู่นั่นไง จัดการมันเลย” อามิน่าสั่ง

และคราวนี้แหละ ถึงเวลาที่นายสิงห์ต้องสำแดงฤทธิ์ของ Maserati ให้มันดูเสียแล้ว

นายสิงห์เร่งเครื่องและหนีการไล่ล่าจากพวกมันทันที

เริ่มจากอุโมงค์ก่อนก็ละกัน

นายสิงห์ขับ Maserati เข้าอุโมงค์ไปแล้ว พวกมันคงจะไล่ตามมาเหมือนกัน

ทั้งๆที่ในอุโมงค์นั้น รถยนต์ก็วิ่งกันไปมาอย่างช้าๆ และมีระเบียบกันอยู่แล้ว

แต่นายสิงห์กับพวกมันที่ยกทัพไล่มานั้นกลับทำเอาภายในอุโมงค์ซะปั่นป่วนไปหมด

เพราะมันวิ่งด้วยความเร็วกว่า 228 km/h

แถมยังต้องคอยหลบรถยนต์ที่วิ่งสวนไปมาอีกต่างหาก

นายสิงห์จะหลบหนีการตามล่าของอามิน่าเพื่อนำรถไปคืนให้ Makie ได้สำเร็จหรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไป
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/

#9 Super Singha Action

    Tiro

  • Ministra
  • 34 posts
  • Location: Paradise City
  • ตัวละครที่ชอบ:   

Posted 02 March 2012 - 02:17 PM

ตอนสุึดท้าย

ขณะที่นายสิงห์กำลังขับรถ Maserati หลบหนีพวกมันอยู่นั้น

ก็มีรถยนต์ของมันคันหนึ่งวิ่งคู่ขนานกัน เตรียมจะเบียดกระแทก

ทันใดนั้นก็มีรถสิบล้อคันหนึ่งวิ่งสวนมา นายสิงห์กับมันต้องรีบหลบไปคนละด้าน โดยที่นายสิงห์ขับเข้าไปยังขอบทาง ส่วนมันนั้นถึงจะหักหลบรถสิบล้อในวินาทีวิกฤตได้ก็จริง แต่รถของมันก็เกิดการเสียหลักจนตั้งรถไม่อยู่ แล้วพุ่งชนขอบอุโมงค์จนเครื่องไหม้ไปแล้ว 1 คัน

พวกมันยังมากันไม่ เลิก มันขับไล่บี้ตามนายสิงห์มาเรื่อยๆ คราวนี้มันค่อยๆเบียดรถนายสิงห์ไปทีละเล็กน้อย นายสิงห์จึงต้องเบนรถออกห่างจากมันทีละน้อยด้วย

จนกระทั่งถึงเลนชิดกลางเส้น

ปรากฏว่ามีรถยนต์วิ่งข้างหน้าตรงกับเลนนายสิงห์พอดี นายสิงห์จะหลบแซงเข้าข้างในก็ไม่ได้ เพราะถูกมันเบียดอยู่ นายสิงห์จึงต้องแซงข้ามไปยังเลนสวนทันที

แต่ทันใดนั้นก็มีรถจี๊ปคันหนึ่งวิ่งสวนมาพอดี

ตายล่ะ...ทำยังไงดี ถ้าแซงไม่พ้นละก็เละแน่นอน

นายสิงห์จึงได้วัดใจกับมันเลย เขาเร่งเครื่องแล้วหักพวงมาลัยหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้รถไถลตัวหลบเข้าช่องแคบก่อนที่จะถูกบีบอัด แล้วก็ไปปาดหน้ารถคันที่แซงพ้นอีกที นายสิงห์จึงรอดจากวินาทีวิกฤตมาได้

นายสิงห์ขับรถหลบหนีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงถนนนที่มีการปิดการจราจร นายสิงห์ก็ขับฝ่าเข้าไปทันที

นายสิงห์สังเกตข้างทาง ก็เห็นเครื่องกั้นทาง กรวย และถนนที่มีหลุมบ่อค่อนข้างที่จะลึกพอสมควร

นี่เราขับเข้าไปในบริเวณที่มีการซ่อมแซมถนนหรือนี่

พวกคนงานที่กำลังขุดถนนนอยู่นั้นต่างก็ตกใจเมื่อมีรถยนต์หลายคันวิ่งฝ่าเข้ามาด้วยความเร็วสูง

ขณะที่นายสิงห์กำลังขับฝ่าไปอยู่นั้น

ปรากฏว่ามีรถขุดดินคันหนึ่งกำลังหันเอาแขนตักพรวนเหวี่ยงมาหาอย่างช้าๆ

นายสิงห์กำลังจะขับเข้าไปยังรถขุดดินนั่น

นายสิงห์จึงได้กะจังหวะหาช่องว่างระหว่างที่ตักและตัวรถ แล้วก็ขับลอดผ่านช่องว่างนั่นเลย

เมื่อพวกมันขับมาถึงก็พบว่า ที่ตักนั้นมันเหวี่ยงมาที่หน้ารถพอดี จึงชนกับแขนที่ตักพรวนนั้นพังไป 2 คัน

อุปสรรคของนายสิงห์ยังไม่หมดแค่นั้น นายสิงห์ต้องคอยหลบหลีกพยายามไม่ให้รถ Maserati ที่เขาขับนั้นไปตกหลุม แม้จะมีเครื่องกั้นคอยปิดกั้นไม่ให้รถวิ่งพลาดลงหลุมก็ตาม

ในที่สุด นายสิงห์ก็ขับรถออกจากเขตการซ่อมแซมถนนมาได้ แล้วก็เลี้ยวรถไปยังที่ถนน 6 เลนต่อไป

พวกมันยังตามมาไม่เลิก มันไล่กวดแซงรถชาวบ้านไปเรื่อยๆ เพื่อตามรถ Maserati

นายสิงห์แซงรถชาวบ้านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอรถพ่วง 22 ล้อ 2 คันวิ่งขนานกันอยู่ข้างหน้า

นายสิงห์ท่าทางจะเล่นหวาดเสียวอีกแล้ว เขาดันเลี้ยวรถตัดหน้ารถชาวบ้านคันนึงแล้วขับเข้าไปแทรกระหว่างรถพ่วง 2 คันนั่นเลย

พวกมันคิดว่านายสิงห์จะทำได้เพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ มันก็ขับเข้าแทรกกลางรถพ่วงด้วย แล้วก็จ่อท้ายรถนายสิงห์เลย

นายสิงห์เห็นถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่เร่งเครื่องแซงรถพ่วงให้ พ้นหน้า นายสิงห์จึงได้รีบเลี้ยวรถลอดใต้รถพ่วงออกมา จากนั้นก็เร่งเครื่องแซงรถพ่วงทันที

พวกมันที่ยังไม่รู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า จึงได้พยายามที่จะเร่งเครื่องเพื่อแซงรถพ่วงที่อยู่ระหว่างกลาง ในขณะที่อีกคันก็ตามเข้าแทรกรถพ่วงมาด้วย

ทันใดนั้น รถพ่วง 2 คันก็เริ่มขับเป๋ซ้ายขวาไปมา ทำให้ไปกระแทกกับรถยนต์ที่อยู่ระหว่างกลางจนเสียหลักแล้วรถคันนั้นก็กระแทก ไปมาเรื่อยๆจนกระทั่งลอดใต้รถพ่วงแล้วถูกสีจนไถลไปเรื่อยๆจนกระทั่งทับรถพังไปคันหนึ่ง ทำให้รถอีกคันที่เสียหลักอัดกระแทกกับรถพ่วงนั้นพุ่งชนกับซากรถกระเด็นไป ด้วยทันที ส่งผลให้รถพวกมันอีกคันที่กำลังตามหลังมานั้นชนจนรถคว่ำไปด้วย

นายสิงห์ขับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงสี่แยก นายสิงห์จะขับรถพ่งตรงไปเลย แต่ทันใดนั้นก็มีรถเมล์คันหนึ่งวิ่งตัดหน้ามา นายสิงห์จึงหักเลี้ยวรถไปอ้อมหลังรถเมล์นั้นแทน

แม้นายสิงห์จะหลบรถเมล์มาได้ แต่ก็ทำให้เขาช้าลงจนพวกมันไล่ตามมาจวนจะทันแล้วล่ะ

นายสิงห์จึงได้ขับรถเลี้ยวเข้าไปยังที่จอดเลย

บริเวณที่จอดรถแถวนั้น มีรถจอดอยู่เต็มไปหมด แต่นายสิงห์ไม่ได้จะสนใจหาที่จอดรถนะ นายสิงห์ต้องการหนีต่างหาก ดังนั้นจึงวิ่งในที่จอดรถด้วยความเร็ว 210 km/h เลย

ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งกำลังจะถอยออกจากที่จอดรถ นายสิงห์ต้องรีบขับฝ่าช่องก่อนที่รถจะถอยออกมาบังทางจนมิด นายสิงห์จึงเร่งเครื่อง Maserati ให้ผ่านรถคันนั้นไปเลย

ส่วนพวกมันที่ไล่ตามมานั้น เจอรถบังปิดทาง ทำให้ต้องเบรกรถอย่างกะทันหันจนรถเสียหลักแล้วพุ่งชนรถที่จอดอยู่ (รวมทั้งรถที่เพิ่งออกจากที่จอดรถด้วย) พังกระเด็นไปหลายคัน

หลังจากที่นายสิงห์ขับฝ่าออกจากเขตที่จอดรถได้แล้ว ปรากฏว่าโชคไม่ดีเลยที่เจอเขตโต๊ะอาหารอยู่เต็มไปหมด แถมยังมีคนกำลังรับประทานอาหารอีกต่างหาก

นายสิงห์ขับฝ่าชนโต๊ะอาหาร โดยไม่สนใจทั้งนั้น เขาขับไปด้วยความเร็วถึง 220 km/h ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นต่างก็ตกใจและรีบหลบหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ทิ้งให้อาหารที่อยู่บนโต๊ะถูกรถชนกระเด็นทั้งโต๊ะ ทั้งอาหาร ทั้งเก้าอี้ พวกมันก็ไล่ตามมาด้วยเช่นเดียวกัน ขับฝ่าลุยโต๊ะอาหารมาเป็นสิบคัน ทำเอาแถวนั้นเละเทะไปหมด

หลังจากที่นายสิงห์ขับฝ่ายเขตโต๊ะร้านอาหารออกมาได้แล้ว ก็ขึ้นสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง

แต่ทันใดนั้น สะพานที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นก็ยกตัวขึ้น มีเรือสำราญลำหนึ่งกำลังจะแล่นผ่านสะพาน

นายสิงห์เร่งเครื่องเต็มที่จนกระทั่งรถ Maserati วิ่งด้วยความเร็วถึง 295 km/h แล้ววิ่งขึ้นสะพานไปเลย

รถ Maserati ลอยอยู่เหนือสะพาน กำลังจะเหาะข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่ง โดยมีเรือสำราญขวางอยู่ด้วย

แต่รถ Maserati ก็ลอยผ่านเหนือสะพานเรือ ผ่านไปแบบเฉี่ยวเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ในที่สุดก็ข้ามไปยังอีกฝั่งสำเร็จแล้วขับรถหนีไป

ส่วนพวกมันที่เหลือก็ตามมาด้วยเช่นกัน แล้วก็ขึ้นสะพานข้ามไปด้วย แต่ว่าในจังหวะนั้นเรือมันแล่นผ่านกลางลำไปแล้ว ทำให้รถพวกมันปะทะกับเรือสำราญอย่างรุนแรงและเต็มๆ ทำให้รถกระเด็นตกน้ำไปทันที ส่วนเรือสำราญนั้นเจอรถยนต์เหาะมาปะทะด้วยความเร็ว 265 km/h เต็มๆถึง 10 คัน ทำให้เรือสำราญเอนตัวจนล่มลงเกิดเป็นอุบัติภัยครั้งใหญ่สุดที่เคยมีมา

คาดว่า อามิน่าไม่น่าจะรอดชีวิตจากศานาฏกรรมได้อีกแล้ว

ทางด้านนอร์มานกับบอนด์นั้น บอนด์กำลังโทรศัพท์ติดต่อกับอามิน่าอยู่

“จู่ๆการติดต่อกับอามิน่าก็ขาดหายไป” บอนด์พูด

นอร์มานเริ่มหงุดหงิดจนทุบโต๊ะอย่างแรงแล้วพูดว่า

“บ้าชิบ! หมดกัน ไม่มีอะไรเหลือแล้ว รีบหนีไปจากที่นี่ดีกว่า”

ทันใดนั้นก็มีเสียงไซเรนดังขึ้นมา

“ตำรวจมา!!” พวกลูกสมุนวิ่งมาบอกนอร์มาน

และแล้วในที่สุด ทั้งนอร์มาน บอนด์และลูกสมุนที่เหลือก็ถูกตำรวจจับกุมทั้งหมด ร้านเช่ารถ Neo General ที่ทำไว้บังหน้าก็ถูกทลายลงด้วยเช่นกัน

ทางด้านนายสิงห์ หลังจากที่หนีได้สำเร็จแล้ว

นายสิงห์จะหาทางคืนรถ Maserati คันนี้ไว้ที่ไหนดีละ

คิดไปคิดมา สุดท้ายเขาก็ต้องนำไปคืนที่ที่จอดรถแถวอาคารชมรมยิมนาสติกที่ Makie เคยฝึกซ้อมนั่นแหละ

หลังจากที่นายสิงห์นำรถมาส่งแล้ว เขาก็เรียกกิตติศักดิ์ให้มารับเขาทันที

สักพักหนึ่ง รถ Mitsubishi ของกิตติศักดิ์ก็มาถึง นายสิงห์จึงขึ้นรถไปกับกิตติศักดิ์ทันที

เวลาต่อมา Makie และ Ako เดินออกมานอกอาคาร

ตลอดเวลา Makie จะมีสีหน้าไม่ค่อยร่าเริงเท่าไรนัก ทำให้ฝึกซ้อมได้ไม่ดีเท่าไรนัก

แต่แล้ว Makie ก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง จึงได้ชวน Ako มาดูด้วยกัน

พบว่ารถ Maserati ของเธอจอดอยู่ตรงนั้น Makie ดีใจมากจนเข้าไปกระโดดกอด Ako

“เห็นมั้ย บอกแล้วว่าต้องได้คืนแน่นอน” Ako บอก

“แต่ฉันว่าน่าจะขอบใจพวกเขามากกว่า” Makie พูด

“เอ๋? ใครเหรอ พวกเขาที่ว่า”

“ก็นายสิงห์กับเพื่อนของเขานะสิ ฉันนี่แย่จังที่มองพวกเขาผิดไป”

“ผิดไปตรงไหนหรือ Makie”

“ฉันไม่น่าไปมองพวกเขาว่าเป็นหัวขโมย หรือเป็นจอดทะลึ่งเลยนะ”

“แต่ฉันว่าจอมทะลึ่งนะ Makie คงจะเผลอเปลื้องผ้าให้เขาดูใช่ไหมละ”

“กรี๊ดดดดดดดดดด์!!!!!!!!!!!!!!!! Ako บ้าที่สุดเลย” Makie โวยวายพลางเอามือทุบตัว Ako เล่นๆ

“แหม...ก็ให้มันสมกับติงต๊องพิงค์หน่อยสิ ฮะๆ”

หลังจาก Makie ได้รถคืนมาแล้ว สีหน้าที่ขุ่นมัวหมองของเธอก็หายเป็นปลิดทิ้ง

แล้วเธอก็ได้ฝึกซ้อมยิมนาสติกกันต่อในวันต่อๆมา

ในเวลานั้น นายสิงห์ก็นอนซมเป็นไข้สูงถึง 41 องศาอยู่ในห้องเพื่อน นานอยู่ถึง 2 วันเต็มๆ นี่ขนาดกินยาพาราเซตามอลไป 2 เม็ดแล้ว ไข้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

กิตติศักดิ์เริ่มมีอาการกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าจะหาทางลดไข้ยังไงดี เขากังวลอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมีคนเข้ามาในห้อง 2 คน

“เพื่อนคุณเป็นไข้หรือ”

“ใช่ละ” กิตติศักดิ์ตอบ

2 คนนั้นหันไปมองนายสิงห์ที่นอนซมทันที “โห...เป็นหนักขนาดนี้เชียวหรือ”

“เดี๋ยวพวกฉันจะช่วยจัดการรักษาให้”

นายสิงห์ที่นอนซมไม่ได้สติจู่ๆก็รู้สึกเหงื่อไหลออกท่วมตัว ทำเอาชุดชุ่มไปทั้งตัว แต่ตัวค่อยๆเย็นลงจนเหลือ 37 องศาตามเดิม นายสิงห์ค่อยๆลืมตาขึ้นมา

“อา...ค่อยยังชั่วหน่อย”

นายสิงห์ค่อยๆมองหน้าให้เห็นชัดๆ ปรากฏว่าคนที่พูดก็คือ Ako นั่นเอง

“นี่พวกเธอ...” นายสิงห์พูด

“ตอบแทนนายที่เคยช่วยไว้เมื่อคราวก่อนยังไงละ” Ako บอก

“...หึหึ ขอบใจนะ”

Makie เดินเข้าไปหานายสิงห์ และยื่นของให้นายสิงห์

มันคือตั๋วบัตรเข้าชมการแข่งขันยิมนาสติกระดับประเทศ 2 ใบครับ

“เอ้า...เอาไป แล้วอย่าลืมมาเข้าชมให้ได้ล่ะ” Makie บอก

แล้ว Makie กับ Ako ก็เดินออกจากห้องไป

เวลาผ่านไป จนกระทั่งถึงวันแข่งขัน

นายสิงห์รีบบึ่งรถ Saleen มาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเวลานี้มันสายมากแล้ว อีกไม่ถึง 15 นาทีการแข่งขันก็จะเริ่มขึ้นแล้ว

แต่แล้วก็เกิดอุปสรรคอีกจนได้ น้ำมันดันหมดระหว่างทางอีก นายสิงห์ต้องลงจากรถแล้วรอรถเมล์แทน แต่จนแล้วจนเล่า รถเมล์ก็ไม่ผ่านมาสักที

นายสิงห์บ่นในใจ

“บ้าเอ๊ย...ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนนี้ด้วยว่ะ มันใกล้จะเริ่มแข่งแล้วด้วย”

ถึงรอไปก็คงไม่ทันการ เดินไปดีกว่า

แต่ระยะทางก็ไกลใช่ย่อย นายสิงห์เดินตามไหล่ทางไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่มีรถคันไหนมาจอดรับเขาเลย

จนกระทั่ง 1 ชั่วโมงต่อมา นายสิงห์ก็เริ่มท้อใจ

“เฮ้อ...สงสัยไม่ทันแหง กลับดีกว่า ไหนๆก็ช้าไปแล้วนิ”

นายสิงห์จึงได้ตัดสินใจเดินหันหลังกลับ

แต่แล้วก็มีรถ BMW Z4 Coupe วิ่งมาจอดใกล้ๆเขา แถมคนขับยังกวักมือเรียกเขาขึ้นรถมาด้วย นายสิงห์มองเห็นหน้าคนขับไม่ถนัด เพราะคนขับสวมหมวกกันน็อคด้วย

นายสิงห์ไม่รู้ว่าคนขับจะพานายสิงห์ไป ไหน เขาจึงได้ถามคนขับทันที แต่คนขับก็ตอบมาว่า จะไปยังที่โรงยิมที่ใช้จัดการแข่งขัน นายสิงห์จึงเข้าใจว่าเขาจะขับรถพาไปส่งที่โรงยิมนั่น

แต่เมื่อมาถึง นายสิงห์จึงเข้าไปทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าช้าไปเสียแล้ว มันเริ่มการแข่งขันไปตั้งนานแล้ว นายสิงห์คงจะมาไม่ทันดูการแข่งขันของ Makie แล้วหรือ

แต่แล้วนายสิงห์ก็รู้สึกเหมือนถูกใครเรียก ก็คนที่ขับรถส่งเขานั่นแหละ พานายสิงห์ไปยังห้องพักนักยิมนาสติก นายสิงห์เป็นงงที่ถูกพามายังที่ตรงนั้นแถมยังให้เข้าไปอีก

เมื่อเขาเข้าไปแล้ว ก็ต้องแปลกใจ เพราะคนที่อยู่ในห้องก็คือ Makie นั่นเอง

“นี่...เธอ” นายสิงห์พูด

“พาเขามาแล้วสินะ” Makie พูด

“แล้วเธอลงแข่งแล้วหรือ”

“ยังไม่ได้ลงแข่งเลย”

“อ้าว...นี่เขาเริ่มแข่งมาแล้ว 1 ชั่วโมงไม่ใช่หรือ”

“มันยังไม่ถึงตาของฉันนี่จ้ะ นายน่าจะขอบใจเธอที่ขับรถพามาส่งถึงที่นี่ด้วยนะ”

คนๆนั้นถอดหมวกกันน็อคออก Ako นั่นเอง

“Makie บอกให้ฉันไปรับเธอมานะ เธอมาช้าเกินกว่าปกติ แม้จะไม่รู้ว่าเจออุปสรรคอะไรก็ตามนะ แต่นายคงอยากจะดูเพื่อนเราเข้าแข่งขันจนใจจะขาดแล้วสินะ มาสิ เดี๋ยวฉันจะพานายไปยังที่นั่งที่จองให้”

หลังจากนั้นไม่นาน การแข่งขันก็มาถึงคราวของ Makie ซึ่งเธอเล่นโดยใช้ริบบิ้น ลีลาของเธอพลิ้วได้สวยงามมาก นายสิงห์ กิตติศักดิ์ได้ชมการแข่งขันด้วย ทำให้ Makie มีกำลังใจมากขึ้น (เพราะนายสิงห์หรือเปล่า) เมื่อการแสดงจบลงผู้คนต่างก็ปรบมือเชียร์กันยกใหญ่

และเมื่อตัวเต็ง ของเกม Haneoka Miku ได้เข้าสู่การแข่งขัน ลีลาของเธอก็ไม่แพ้กัน ด้วยชุดยิมนาสติกที่แนบติดเนื้อสุดๆพอที่จะเห็นสัดส่วนพอๆกับ Makie งานนี้คงต้องลุ้นละครับว่าจะเป็นยังไง

และเมื่อผลการแข่งขันประกาศออกมา ปรากฏว่าผู้ชนะก็คือ Makie

Makie ถึงกับดีใจจนน้ำตาไหล Ako ก็รู้สึกยินดีเช่นกัน Miku เดินเข้ามาจับมือแสดงความยินดีให้ เธอยังบอกขอบคุณในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะกิตติศักดิ์กับนายสิงห์ ป่านนี้ก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว

หลังจากนั้น นายสิงห์กับกิตติศักดิ์ก็จากลา Makie และ Ako ไป

คืนนั้นในห้อง Ako-Makie

Ako ต้องการให้กำลังใจให้กับ Makie ในฉบับของ Ako ว่าแล้ว Ako ก็เริ่มประกบปากกับ Makie ก่อนเลย จากนั้นก็...

เป็นอันว่า Ako กับ Makie ก็เล่น Y ด้วยกันทั้งคืน

และในที่สุดทั้งสองก็นอนกอดกันในสภาพเปลือยเปล่าด้วยอาการหมดแรง ต่างคนต่างก็มีความสุขกันอย่างยิ่ง
*** fin ***
Posted Image ถ้าอยากจะรู้ว่าเราเอาตัวละครที่อยู่ตรงนี้ไปใช้ทำอะไรก็มาดูได้ที่ลิ้งค์นี้ Posted Image
http://my.dek-d.com/Singhastar/





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users