Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Sassy MiLady...คุณหนูตัวร้ายกับยัยบอดี้การ์ด(จำเป็น)
#1
Posted 13 September 2009 - 11:50 AM
.....Sassy MiLady….
...เมื่อนักดาบสาวมาดนิ่งต้องตกกระไดพลอยโจนมาเป็นบอร์ดี้การ์ดของคุณหนูทายาทคนเดียวของสมาพันธ์มหาเวทฯคันไซแห่งเกียวโต แถมนิสัยยังร้ายเหลือ!!! (ขัดกับหน้าตาที่สุดแบ๊วอย่างแรง!!)
...เรื่องรักวุ่นๆในโรงเรียนสตรีมาโฮระจึงเกิดขึ้น!!!!!!
การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของคู่หวานแบบอาร์ตตัวแม่ Kono-Setsu จากความรักหวานจ๋อย น้ำตาลยังเรียกทวดจึงกลายเป็นรักสุดฮา กัดกันได้ทุกวันจนคุณยังนึกหมั่นไส้
* ฟิคนี้ ซีกำหนดให้เซ็ตจังใช้เวทมนตร์ไม่ได้
** ในเรื่องโคโนกะรู้ว่าตนเองมีเวทย์รักษา
#2
Posted 13 September 2009 - 11:55 AM
Quote
Carecter Profile By Senior
No. 15 Sakurazaki Setsuna
เลขที่ 15 ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ
อายุ: 15 ปี
สีผม : ดำ
สีตา : ดำ
วันเกิด : 17 มกราคม
สัดส่วน : 28-20-29 (71cm-52cm-74cm)
ฉายา(ที่โคโนกะเรียก) : ยัยน้ำแข็งเดินได้
นิสัย : เงียบขรึม พูดน้อยต่อยหนัก(รึเปล่า?)
ยิ้มยาก มักปากหวานโดยไม่รู้ตัว เป็นคนตรงๆ
เย็นชาสุดๆ เรียนเก่ง กีฬาเก่งแต่ซื่อบื้อในเรื่องที่ไม่น่าบื้อ
อาวุธ : ดาบยูนางิ
จุดอ่อน : สิ่งโค้งๆงอ , เรื่องรักใคร่ๆ(แต่ไหงปากหวานนักหว่า??)
*ถูกเรียกตัวจากสำนักดาบชินเมริวที่เกียวโตให้มาเป็นองครักษ์ให้โคโนกะอย่า
ไม่เต็มใจ
No. 13 Konoe Konoka
เลขที่ 13 โคโนเอะ โคโนกะ
อายุ: 15 ปี
สีผม : น้ำตาลช็อคโกแลต
สีตา : น้ำตาลโกโก้
วันเกิด : 18 มีนาคม
สัดส่วน : 29-21-30 (73cm-54cm-76cm)
ฉายา(ที่เซ็ตซึนะเรียก) : ยัยปากโทรโข่ง
นิสัย : แก่น เซี้ยว เปรี้ยว ซ่า ปากร้าย เอาแต่ใจที่หนึ่ง ใครมาหาเรื่อง ใครมากวน แม่ด่าเปิง ใครดีฉันดีตอบ ใครร้ายเดี๋ยวมาเจอกันหลังเซเว่นปิด(เกี่ยวกันไหมเนี่ย??) ไม่ยอมใคร แข็งนอกแต่อ่อนใน แอบหวาน แอบขี้แง
จุดอ่อน : กลัวลูกบอลกลมๆ , เกลียดกีฬาที่ใช้พวกลูกบอลเล่น , กลัวน้ำลึก
#3
Posted 13 September 2009 - 12:02 PM
สำนักดาบชินเมริว เกียวโต
ภายในโรงฝึกดาบที่สามที่เงียบเชียบ เด็กสาวร่างสูงสองคนในชุดฝึกดาบที่ต่างยืนนิ่งเพื่อดูเชิงอีกฝ่ายนั้นจ้องตากันเขม็ง มือของทั้งคู่กำดาบไม้ที่เปรียบเสมือนดังอาวุธคู่กายแน่น ในชั่วพริบตาเดียวนั้นเอง...ร่างของสองสาวก็พุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
เสียงดาบไม้ที่กระทบกันเป็นจังหวะและไม่มีการขาดตอนนั้นบ่งบอกได้ว่า เด็กสาวทั้งสองที่กำลังประมือกันเหมือนทุกวันนั้น ต้องเป็นนักดาบมือหนึ่งของสำนักเป็นแน่ เด็กสาวเจ้าของเรือผมสีดำขลับที่คล้ายจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในตอนแรกเอี้ยวตัวหลบวิถีดาบของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ร่างของเด็กสาวผมสีควันบุหรี่ค่อยๆล้มลงไปนอนจุกแผ่หรากับพื้นช้าๆหลังจากเจอแรงกระแทกจากดาบไม้ของอีกฝ่ายเข้าที่ท้องเต็มรัก ดวงตาสีม่วงจ้องผู้ชนะในการซ้อมครั้งนี้อย่างหมดแรง แล้วยิ้มกว้างให้
“ไม่เคยชนะซักทีน้า~~” เด็กสาวผมสีควันบุหรี่กลั้วหัวเราะ “เพลาๆความเก่งลงบ้างก็ดีนะ”
ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากเด็กสาวผมดำ มีเพียงแค่มือขาวๆยื่นส่งมาให้ผู้ที่แพ้หมดรูปจับหมายจะช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แล้วตนเองก็เดินไปนั่งพักเงียบๆ
ร่างสูงของเด็กสาวผมสีควันบุหรี่ซอยสั้นยิ้มนิดๆให้กับเพื่อนสาวที่นั่งหน้าขรึม ก่อนจะหย่อนก้นลงข้างๆคนพูดน้อย ดวงตาสีม่วงเข้มจ้องมองไล่สำรวจเสี้ยวหน้าสวยของเพื่อนซี้อย่างครุ่นคิด
“อะไร?” นักดาบสาวผมดำถามห้วนๆ เมื่อรู้สึกถึงดวงตาสีม่วงเข้มของเพื่อนสนิทร่วมรุ่นจ้องหน้าเธอเป๋ง
“หน้าตาก็ออกจะสวย ไม่หัดยิ้มบ้างล่ะ??”
“............”
“ผมยาวแล้วนะ ไม่ตัดเหรอ...ให้ฉันตัดให้ไหม” เด็กสาวผมสีควันบุหรี่ถาม ขณะที่มองสำรวจเรือนผมสีดำสนิทที่ก้าวรวบไปด้านซ้ายของเพื่อน “สนป่ะ เซ็ตซึนะ”
“ไม่เอา”
“ไรว้า~~~ไร้เยื่อใยมากมาย”
“ก็ฉันไม่ชอบ คาโอริ” เซ็ตซึนะพูดห้วนๆ ตามภาษาคนพูดน้อย
ยังไม่ทันที่เด็กสาวเจ้าของชื่อคาโอริจะตอบอะไร เด็กผู้หญิงอายุสิบกว่าขวบคนหนึ่งก็วิ่งพรวดเข้ามาในโรงฝึก มือน้อยถือจดหมายฉบับหนึ่งมาด้วย หลังจากที่ดวงตากลมโตของเด็กหญิงสบจากับดวงตาสีรัตติกาลของนักดาบสาวผมดำ เจ้าตัวก็วิ่งทั่กๆเข้ามาหา
“จดหมายจากสมาพันธ์มหาเวทย์ค่ะ รุ่นพี่”
“อืม...ขอบใจ” เซ็ตซึนะตอบ พลางรับจดหมายจากรุ่นน้องมา
“ว่าไงบ้าง??” คาโอริถามเพื่อนสาว ขณะที่ดวงตาสีนิลคู่คมของนักดาบสาวผมดำไล่อ่านเนื้อความในจดหมายอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีม่วงของเธอฉาบแววแปลกใจทันทีเมื่อดวงหน้าสวยที่มักเย็นชาอยู่เสมอฉายแววหงุดหงิดสุดชีวิต
“ชิ!!บ้าชะมัด!!” เด็กสาวผมดำสบถ “ฉันจะไปพบท่านซึรุโกะ”
สิ้นคำของเซ็ตซึนะ เจ้าตัวก็วิ่งพรวดออกไปจากโรงฝึกทันที โดยที่ไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเพื่อนสาวแม้แต่น้อย ปล่อยให้คาดอริยืนงงเต็กกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของนักดาบน้ำแข็งแห่งสำนักดาบชินเมริวนาม ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ
....................................................................................
ภายในห้องกว้างในเขตที่พักของสำนักดาบ หญิงสาวในชุดฝึกดาบที่มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าสำนักชินเมริวกำลังนั่งโขกหมากรุกอยู่กับหญิงสาวผมยาวที่อายุน้อยกว่า จังหวะนั้นเอง ...ประตูห้องก็ถูกเปิดกระชากเปิดอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างสูงของเด็กสาวผมดำก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่บอกบุญไม่รับ
“ขอประทานอภัยที่เสียมารยาท แต่ดิฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนถามท่านเจ้าสำนักเกี่ยวกับเนื้อความในจดหมาย”
“อยู่กันแค่นี้...พูดธรรมดาก็ได้” หญิงสาวเจ้าสำนักพูด รามือจากกระดานหมากรุชั่วคราว ดวงตาสีดำคู่สวยแต่เย็นเยือกจ้องมองร่างสูงของเด็กสาวผมดำที่มีสีหน้าหงุดหงิดเต็มที่
“หมายความว่าอย่างไรคะ?เรื่องที่ท่านพี่ทั้งสองส่งหนูไปโตเกียว??” เซ็ตซึนะโพล่งถาม ดวงตาสีนิลที่เย็นชาตวัดมองหญิงสาวเจ้าสำนักที่เธอนับถือดั่งพี่สาว “ได้โปรดช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยค่ะ ท่านพี่ซึรุโกะ”
“ก็อย่างที่เขียนในจดหมายแหล่ะจ้ะ ท่านประธานสมาพันธ์มหาเวทแห่งคันไซและคันโตแจ้งมาที่สำนักชินเมริวว่ามีความประสงค์อยากจะได้นักดาบไปเป็นผู้คุ้มครองทายาทของสมาพันธ์มหาเวท แล้วท่านทั้งสองก็เจาะจงว่าต้องเป็นเธอ” ซึรุโกะตอบ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ “ทางเราที่ไม่สามารถปฏิเสธได้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องส่งเธอไปโตเกียวในวันพรุ่งนี้”
“ให้ไปเป็นบอดี้การ์ดของยัยคุณหนูของสมาพันธ์เนี่ยนะ!?ท่านพี่ก็ทราบดีว่าหนูเกลียดการไปผูกมัดกับคนอื่นมากที่สุดก็ยังจะส่งหนูไป!!” นักดาบสาวกล่าวอย่างโมโห “แล้ว...แล้วหนูไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นหนู!!”
“มันเป็นความต้องการของสมาพันธ์...อยากหรือไม่อยาก...ถ้าเป็นคำสั่งโดยตรงของทางนั้น เธอก็ต้องไป”
“หนูไม่ไป!!” เซ็ตซึนะพูดเสียงแข็ง ดวงตาสีดำสนิทฉายแววดื้อดึงเต็มที่ “หนูไม่มีวันไปคุ้มครองยัยคุณหนูที่อ่อนแอ ทำอะไรไม่เป็น ปกป้องตัวเองไม่ได้ แถมดีแต่สั่งคนอื่นหรอกนะ!!มันน่ารำคาญ!!”
“เซ็ตซึนะ!!พูดอะไรออกมา!!” หญิงสาวที่นั่งข้างซึรุโกะขึ้นเสียงถาม จ้องมองน้องสาวอย่างโมโห
“แม้แต่ท่านพี่ก็เห็นด้วยเหรอไง!!ท่านพี่โมโตโกะ!!ท่านพี่ไม่อยากให้หนูอยู่ที่นี่ใช่ไหมล่ะ ถึงส่งหนูไปอยู่ที่โตเกียวแบบนั้นน่ะ” เด็กสาวผมดำถาม มองพี่สาวที่เหมือนเป็นคนพิเศษสำหรับเธออย่างน้อยใจ
“เซ็ตซึนะ!!!!” โมโตโกะเรียกชื่อน้องสาวเสียงดัง
“ไม่ต้อง โมโตโกะ” ซึรุโกะปรามน้องสาวเบาๆ ดวงตาสีดำตวัดมองนักดาบสาวผมดำเบื้องหน้าที่กัดฟันกรอดๆ “เอาอย่างนี้ไหม...พี่ยื่นข้อเสนอให้เธอ”
“???”
“พี่จะส่งให้เธอไปทำงานนี้ก่อนสองเดือน แล้วถ้าเธอยังยืนยันว่าเธอไม่อยากทำงานนี้ และไม่อยากอยู่กับคุณหนู พี่จะอนุญาตให้เธอกลับมาที่นี่ และส่งคนอื่นไปแทน”
“เอาซี่~~~ยังไงหนูก็ไม่มีวันยอมรับยัยคุณหนูนั่นเด็ดขาด” เซ็ตซึนะยิ้มเย็น โค้งลาพี่สาวทั้งสองแล้วเดินออกไปจากห้อง ...ไม่มีวัน...ไม่มีวันที่เธอจะยอมรับยัยคุณหนูนั่น...ไม่มีวันเด็ดขาด!!
“เซ็ตซึนะนี่...ถึงเป็นคนเย็นชา แต่เวลาโกรธนี่น่ากลัวใช้ได้เลยนะคะท่านพี่” โมโตโกะพูด จ้องมองแผ่นหลังของรุ่นน้องสาวที่เดินไปไกลลิบด้วยสายตาระอา
“แบบนี้สิน่ารักดีออก เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อน” ซึรุโกะหัวเราะด้วยความเอ็นดู
“เฮ้อ~~ไม่รู้ไปอยู่ที่นั่นแล้วจะเป็นยังไงบ้าง...เซ็ตซึนะจะยอมรับคุณหนูได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
“หนียังไงก็ไม่พ้นหรอก ทั้งคุณหนู ทั้งเซ็ตซึนะ...ทั้งคู่ยังไม่รู้หรอกว่าทั้งสองได้ทำพันธสัญญากันไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว...ด้ายบางๆที่ผูกไว้ ตัดยังไงก็ไม่ขาดหรอก”
“นั่นสินะคะ”
..............................................................
~~คืนนั้นเอง~~
ร่างสูงของเด็กสาวผมดำอายุสิบห้าปีนั้นเอาแต่นั่งเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมายตรงระเบียงทางเดินหน้าห้องของตน ดวงหน้าสวยคมไร้ที่ติฉาบไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งเหมือนที่เป็นเสมอ เรือนผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้ด้านซ้ายถูกปล่อยเคลียดวงหน้ารูปไข่ แล้วเจ้าของร่างกลับต้องสะดุ้งตกใจเมื่อร่างสูงของหญิงสาวนางหนึ่งนั่งลงข้างกาย พร้อมกับไออุ่นที่ถูกถ่ายทอดจากฝ่ามือที่วางบนบ่ากว้างแผ่ซ่านไปตามร่างกาย
“ทำไมยังไม่นอน” โมโตโกะเอ่ยถาม “พรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้าไม่ใช่เหรอ...วันมะรืนก็เปิดภาคเรียนแล้วนี่”
เซ็ตซึนะเงียบเป็นคำตอบ แสร้งเสมองไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจกับคำถามของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย
“เฮ้อ~~~งอนหรอเนี่ย” รองเจ้าสำนักถอนใจ ดึงร่างสูงของน้องสาวขี้งอน(แต่ไม่แสดงออก)มากอดเป็นเชิงง้อ “หายงอนได้แล้วน่า...คืนนี้เราจะได้เจอกันเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะไปแล้วนะ”
เด็กสาวผมสีดำขลับที่กำลังนั่งเคลิ้มกับไออุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน หันมองคนข้างๆอย่างรวดเร็ว “ทำไม??” “พรุ่งนี้พี่มีธุระด่วน...ไปส่งไม่ได้” โมโตโกะตอบ แต่เมื่อเห็นดวงตาสีนิลของรุ่นน้องไหววูบอย่างเศร้าใจจึงรีบพูดต่อว่า “แต่ว่าพี่จะส่งจดหมายไปบ่อยๆ แล้วถ้ามีเวลาก็จะไปหา...ตกลงไหม?” แม้ว่าเซ็ตซึนะจะไม่ได้ตอบว่าอะไร แต่นั่นก็ทำให้โมโตโกะรับรู้ว่าอีกฝ่ายตอบตกลง หญิงสาวรองเจ้าสำนักเอียงศีรษะซบกับเรือนผมสีดำสนิทของผู้ที่เธอรักดั่งน้องสาว กระชับอ้อมกอดแน่นเพื่อให้คนขี้น้อยใจรู้ว่าเธอจะรักและคิดถึงเด็กน้อยคนนี้เสมอไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหนก็ตาม...
ส่วนคนในอ้อมกอดของหญิงสองรองเจ้าสำนักเองก็ไม่ได้ท้วงติงออกมา ปล่อยให้หญิงสาวข้างๆกอดเธออยู่อย่างนั้น ดวงตาสีนิลดำที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งทอแสงเศร้าเมื่อคิดได้ว่าจะไม่ได้เจอคนๆนี้อีกนานพอดู ...คนๆนี้...หญิงสาวที่สามารถทำให้เธอใจเต้นรัวเสมอ...หญิงสาวที่เธอรู้สึกพิเศษ...มากกว่าคำว่าพี่น้อง...อยากกอด...แต่ไม่กล้า...อยากบอกให้อีกฝ่ายรู้ ว่ารู้สึกอย่างไร...แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้ เพราะรู้...รู้ว่าอีกฝ่ายเองก็คิดกับเธอแค่น้อง...
“เอ้า...ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไม่ใช่เหรอ??” โมโตโกะปล่อยอ้อมกอด ดึงให้ร่างสูงของรุ่นน้องลุกขึ้นยืน มือบางลูบเรือนผมสีดำสนิทเบาๆอย่างรักใคร่
“พี่....” เซ็ตซึนะพึมพำเสียงเบา ดึงชายเสื้อของพี่สาวไว้แน่น
“หือ??...ว่าไง”
“..................” นักดาบสาวเงียบไปอึดใจ ...แล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ
โมโตโกะยิ้มให้น้องสาวด้วยรอยยิ้มที่แสนหวาน ก่อนจะโน้มหน้าไปหอมแก้มเด็กสาวผมดำเบาๆ แล้วพูดว่า “พี่รักเธอนะ น้องสาว”
เซ็ตซึนะมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวรองเจ้าสำนักไปอย่างเหม่อลอยและเคลิ้มกับสัมผัสอุ่นบนแก้มที่ยังคงตราตรึง มือบางยกขึ้นลูบแก้มใสที่เพิ่งโดนขโมยหอมแก้มป้อยๆ ดวงตาสีรัตติกาลฉายแววอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรัก ริมฝีปากบางที่นิ่งเฉยยิ้มออกมาอ่อนๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องไป....
...จนแล้วจนรอด...ก็ไม่กล้าบอกเสียทีนะ...
...............................................................................
...วันเปิดภาคเรียน โรงเรียนสตรีมาโฮระ โตเกียว...
ร่างเล็กในชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนสตรีมาโฮระวิ่งเคียงข้างกับร่างสูงของเพื่อนสาวผมส้มที่เป็นรูมเมทเหมือนเช่นทุกวัน ดวงหน้าหวานสวยไร้ที่ติจนทำให้คนหลายต่อหลายคนที่เดินผ่านถึงกับต้องมองจนเหลียวหลัง ดวงตาสีโกโก้คู่สวยเปล่งประกายร่าเริง เรือนผมสีน้ำตาลช็อคโกแลตเหยียดยาวจรดแผ่นหลัง และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเสมอทำให้เด็กสาวคนนี้เป็นที่นิยมของเหล่ารุ่นพี่และรุ่นน้องของโรงเรียนสตรีได้ไม่น้อย... (พรรณนาไปก็เท่านั้น สรุปเป็นดาวโรงเรียน)
“รอด้วยซี~~โคโนกะ~~” สาวผมส้มตะโกนร้องเรียกชื่อเพื่อสาวผมสีช็อคโกแลตที่รีบวิ่งฉิวนำไปก่อนด้วยรองเท้าสเกตสีชมพูคู่ใจ
“มัวแต่ชักช้า...ฉันไม่รอน้า~~” โคโนเอะ โคโนกะหรือสาวหน้าหวาน เจ้าของดวงตาสีโกโก้แลบลิ้นให้เพื่อนสาว และด้วยความที่มัวแต่หันไปมองเพื่อนของเธอนั้นเอง....
ปึก!!
“โอ๊ย!!/อุ๊บ!!”
เสียงและแรงกระแทกเมื่อครู่ ส่งผลให้สาวผมสีช็อคกี้ถึงกับล้มกองลงไปกับพื้นทันที ในขณะที่...อีกฝ่าย...ไม่เป็นอะไรเลย(อึด!!) และด้วยอุบัติเหตุนั้นเองทำให้เพื่อนสาวผมส้ม นาม คากุระซากะ อาซึนะ รีบใส่เกียร์ห้าวิ่งตรงมาดูอาการของเพื่อนสาวร่างเล็กทันที
“โอ๊ย~~~เดินยังไงเนี่ย!!ไม่ดูตาม้าตาเรือเล้ย~~มีตาไว้ทำอะไรน่ะ!!” โคโนกะที่ล้มลงไปนอนจุกกับพื้นพ่นคำด่าออกมาเป็นชุดอีกรอบ เมื่ออีกฝ่ายยังมีท่าทีนิ่งเฉย “น้ำใจอ่ะ...มีเปล่า??ช่วยกันหน่อยเด้”
“.................”
“เป็นใบ้รึ......ไง” เด็ฏสาวผมสีช็อคโกแลตเงยหน้ามองคนตัวการแล้วกลืนคำด่าทอที่เหลือลงคอไปทันที เมื่อสบกับดวงตาสีนิลดำที่เย็นชาของคนตรงหน้า พร้อมกับความคิดบางอย่างแล่นมาเข้าหัว
‘คนอะไร...หล่อเป็นบ้า’
ดวงหน้าขาวที่น่าจะเรียกว่าหล่อมากกว่าสวยจ้องเธอนิ่ง ผิวขาวราวกับหิมะในฤดูเหมันต์นั้นดูเข้ากับเรือนผมสีดำขลับที่ก้าวรวบไปทางซ้ายได้อย่างดีจนไร้ที่ติ รูปร่างที่สูงชะลูดแต่ดูสง่าผ่าเผยและแข็งแกร่ง บ่ากว้างสะพายห่อผ้าสีม่วงยาวเท่าส่วนสูงของเจ้าของ
เด็กสาวผมสีดำขลับมองร่างเล็กตรงหน้าด้วยสายตาประเมินค่า แล้วยิ้มมุมปากเล็กๆ พร้อมกับคำพูดที่ทำเอาโคโนกะถึงกับกริ๊ตเหมือนถูกสบประมาทอย่างแรง “สีชมพูรูปกระต่าย...หึ...เด็ก…”
“กริ๊ตตตตตต!!!เธอเป็นใคร!!!!บังอาจนัก!!!กล้าดียังไงมาดูกางเกงในของชาวบ้านเขา!!!” โคโนกะลุกพรวด หน้าแดงก่ำตะเบ็งเสียงแว้ดๆใส่คนตัวสูงที่ยังคงทำหน้าตาย “ขอโทษเดี๋ยวนี้นะ!!”
“ทำไมต้องขอโทษ...เธอวิ่งมาชนฉันเอง คนโตเกียวนี่ยังไง...สะเพร่า”
“เธอ!!เธอ!!ฮึ่ม!!ต...อุ๊บ!?อู้ๆๆๆ” ร่างเล็กที่กำลังจะปล่อยหมัดเมกะตันกับคำด่าอีกชุดใหญ่ ถูกรั้งไว้ด้วยมือของเพื่อนสาวผมส้ม
“เอ่อ...ขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วยนะ ว่าแต่...นักเรียนใหม่เหรอ??” อาซึนะยิ้มแหย
“อืม..พอทราบไหมคะ ว่าห้องผู้อำนวยการไปทางไหน??” เซ็ตซึนะพยักหน้า
“อ๋อออออ...”
“ตึกโน้น!!” โคโนกะที่หลุดจากการดึงรั้งของเพื่อนสาวตอบแทน มือเล็กชี้ไปทางตึกที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก แล้วรีบพูดต่อเมื่ออีกฝ่ายมองด้วยสายตาไม่เชื่อถือ “ไม่เชื่อก็ตามใจ...ฉันไปออกทุกวันทำไมจะไม่รู้”
“ยัยนี่เป็นหลานสาวของท่านผู้อำนวยการน่ะ” อาซึนะตอบ เมื่อนักดาบสาวมีท่าทีแปลกใจ
“ถ้าอยากไปหาท่านตาก็ไปตึกโน้น...แต่ถ้าไม่เชื่อ ก็ตามใจเธอล่ะ” สาวผมสีช็อคกี้ตอบ มือเล็กคว้าคอเสื้อของเพื่อนสาวผมส้มที่ทำท่าจะบอกอะไรบางอย่างแก่คนพูดน้อย แล้วลากให้ไปด้วยกัน หลังจากคนตัวสูงพึมพำของคุณเบาๆแล้วเดินออกจากวงสนทนาไป
“นี่โคโนกะ!!ไปโกหกเขาทำไมน่ะ” อาซึนะถาม เมื่อเพื่อนสาวร่างเล็กเอาแต่หัวเราะคิกคักชอบใจ
“อ้าววว ก็ใครใช้ให้มาว่าฉันเด็กล่ะ แล้วยังไม่ขอโทษอีก อุตส่าห์ชมว่าหล่อแท้ๆนะนี่ แต่ปากม้าแบบนี้ก็ต้องโดนลงโทษซะบ้าง” โคโนกะลอยหน้าลอยตาตอบ “ทีนี้นะ ยัยน้ำแข็งเดินได้นั่นต้องเข้าเรียนสายแหงๆ”
“เฮ้อ~~เธอเนี่ยน้า~~” สาวผมส้มส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินขึ้นตึกเรียนไป
............................................................................
“อาซึนะ...เดี๋ยวฉันต้องไปพบท่านตาก่อนอ่ะ ไม่รู้มีเรื่องอะไร เธอไปที่ห้องเรียนก่อนก็แล้วกันนะ” โคโนกะพูดกับเพื่อนสาว หลังจากวางสายจากท่านตาของเธอ
“รีบๆมานะ คาบแรกของปีศาจนิตตะ ขืนสายเดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก” อาซึนะโบกมือให้เพื่อนสาวร่างเล็กที่วิ่งตื๋อตรงไปที่ห้องผู้อำนวยการ
~~ห้องผู้อำนวยการ~~
“ท่านตาเรียกหนูมามีเรื่องอะไรหรือคะ” โคโนกะถามเสียงใส แล้วสาวเท้าเข้ามาในห้อง ดวงตาสีโกโก้จ้องมองร่างของชายชราอย่างแปลกใจ
“มาแล้วเหรอ??ตามีคนที่อยากแนะนำให้หนูรู้จักน่ะ” โคโนเอม่อนตอบ “เขาจะอยู่เป็นผู้คุ้มกันให้กับหนู...เรียกง่ายๆคือบอดี้การ์ดนั่นแหล่ะ”
“หล่อไหมคะ??หนูล้อเล่นน่ะค่ะ ท่านตา” คนตัวเล็กถามแล้วหัวเราะคิก เมื่อเห็นท่านตาของเธอเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “เขาเป็นใครคะ”
“นักดาบฝีมือดี เรียกได้ว่าเป็นนักดาบมือหนึ่งของสำนักชินเมริวเลยก็ว่าได้นะ”
“ชินเมริว????”
ก๊อกๆ!!
“คงมาแล้วสินะ...” โคโนเอม่อนพูด แล้วพึมพำกับตนเองเบาๆ “ทำไมมาช้านัก ปกติก็เป็นคนตรงเวลานี่นา”
“ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ซากุระซากิ เซ็ตซึนะจากสำนักดาบชินเมริวค่ะ” เสียงทุ้มเรียบเย็นชาแต่ฟังดูนุ่มหูกล่าว พร้อมกับร่างสูงสง่าของเด็กสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามา ร่างสูงที่ทำเอาโคโนกะเบิกตากว้างและอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความชิงชัง......
#5
Posted 13 September 2009 - 12:10 PM
“ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ซากุระซากิ เซ็ตซึนะจากสำนักดาบชินเมริวค่ะ” เสียงทุ้มเรียบเย็นชาแต่ฟังดูนุ่มหูกล่าว พร้อมกับร่างสูงสง่าของเด็กสาวผมดำคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย กับดวงตาสีรัตติกาลคู่คมเย็บเยียบที่ทำให้โคโนกะแทบอยากจะเข้าไปบีบคอให้ตายคามือให้รู้แล้วรู้รอด
“เธอ!!ไอ้คนเมื่อเช้า!!” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตชี้หน้าคนตัวสูง แล้วกรีดร้องเสียงแหลม
เซ็ตซึนะเลิกคิ้วน้อยๆและมีท่าทีไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรที่รู้ว่าคนที่เธอต้องมาคุ้มกันคือสาวน้อยหน้าหวานที่เธอโชคดี(หรือเปล่า??)เพิ่งได้เห็นกางเกงในลายคุณกระต่ายสีชมพูของเจ้าหล่อนเมื่อเช้า นักดาบสาวชินเมริวแสร้งทำไม่ใส่ใจสายตาเขม่นของคนตัวเล็ก ขณะที่เดินไปยืนข้างๆ
“ทำไมมาช้านักล่ะ เซ็ตซึนะคุง?” โคโนเอม่อนถามด้วยน้ำเสียงที่มีแววตำหนิเล็กน้อย
“พอดีว่า...ดิฉันหลงทางน่ะค่ะ....” ว่าที่องครักษ์สาวตอบเรียบๆ เหล่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆที่ยืนหน้าบึ้ง มองเธอตาเขียวเสียหมดสวย “เพราะมีคนนิสัยไม่ดีแถวนี้...หลอกบอกทางดิฉันผิด เลยทำให้ดิฉันต้องไปโผล่ที่โรงยิม ดิฉันเลยมาสาย ต้องขอประทานอภัยด้วยค่ะ”
“ก็โง่เชื่อเนอะ คนเรา” โคโนกะพูดลอยๆ
“ถือว่าทำบุญให้เด็กโรคจิตชอบแกล้งคนอื่นแถวนี้ก็แล้วกันค่ะ”
“ว่าฉันโรคจิตเรอะ!!”
“ดิฉันไม่ได้เจาะจงนี่คะ หากคุณหนูร้อนตัวอยากรับ ก็เชิญค่ะ...ดิฉันไม่ขัด”
“เธอ!!บังอาจนัก!!เดี๋ยวแม่ฆ่าให้ตายเลยนี่!!” โคโนกะแหวใส่เสียงแหลม เตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าไปบีบคอร่างสูงที่เอาแต่ยืนหน้าตาย
“พอๆๆ!!โคโนกะ!!หยุด!!” โคโนเอม่อนร้องห้ามเสียงเข้ม ส่งผลให้หลานสาวสุดที่รักอย่างโคโนกะจำต้องหยุดมือกะทันหัน ยืนกอดอกกระฟัดกระเฟียดอย่างเงียบๆ แต่กระนั้น...ดวงตาสีโกโก้และดวงตาสีนิลดำก็ยังคงเขม่นกันเปรี๊ยะๆไม่หยุด “เอ้า...เซ็ตซึนะคุง...นี่คือโคโนกะ หลานสาวของฉัน ทายาทคนเดียวของสมาพันธ์มหาเวททั้งสองภาคและเป็นคนที่เธอต้องคอยติดตามคุ้มครอง ส่วนโคโนกะ...นี่คือ ซากุระซากิ เซ็ตซึนะคุง บอดี้การ์ดของหลาน”
“ท...ท่านตา!!ท่านตาว่าไงนะคะ!!?” โคโนกะถามเสียงแหลม พร้อมตวัดสายตามองเซ็ตซึนะที่ทำหน้าตายอย่างโมโห “ท่านตาจะให้ยัยนี่เป็นบอดี้การ์ดของหนูหรือคะ!!”
“อืม...” ชายชราพยักหน้า มองร่างเล็กของหลานสาวสุดที่รักที่กระทืบเท้าเร่าๆด้วยสายตาแห่งความระอาและเหนื่อยใจ
“ท่านตา!!หนูไม่ยอมนะคะ!!หนูไม่ยอมให้ยัยน้ำแข็งเดินได้นี่มาเป็นบอดี้การ์ดของหนูหรอกนะคะ!!” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตโวยวาย มองเขม่นว่าที่องครักษ์สาวที่ทำสีหน้าไร้อารมณ์ด้วยสายตาไม่พอใจ “เก่งมาจากไหนกัน!!อย่างเธอเนี่ยนะที่จะมาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน!!จะมีฝีมือแค่ไหนกันเชียว!!”
“ดิฉันมีฝีมือมากพอที่จะเอาคุณหนูอยู่ก็แล้วกันค่ะ”
“มั่นใจเหลือเกินนะ!!”
“แน่นอนค่ะ...ว่ามีแต่ดิฉันที่รับมือคุณหนูได้”
“งั้นเราจะได้เห็นดีกัน!!”
เด็กสาวผมสีดำขลับกระตุกยิ้มเยือกเย็น มองตอบสายตาท้าทายของเด็กสาวร่างเล็ก แล้วแอบหัวเราะในลำคอเบาๆ “เชิญค่ะ...ตามสบาย”
“เฮ้อ~~เอ้าๆ ทั้งสองคนน่ะ ไปเข้าเรียนได้แล้วไป...เซ็ตซึนะคุงฝากหลานสาวฉันด้วยนะ” โคโนเอม่อนพูดทิ้งท้ายกับนักดาบสาว เจ้าตัวพยักหน้านิดๆแล้วเดินตามโคโนกะที่เดินลิ่วไป “เฮ้อ~~สองคนนี่...จะไหวไหมเนี่ย...”
****************************************************************
ห้อง สามเอ
- - ครืด - -
เมื่อประตูบานเลื่อนของห้องสามเอเปิดออก ร่างเล็กของเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตก็ก้าวเข้ามาในห้อง ดวงหน้าหวานที่มักจะร่าเริงทุกเช้า บัดนี้บูดสนิทบอกบุญไม่รับ พร้อมกับร่างสูงของเด็กสาวผมสีดำขลับ เจ้าของดวงหน้าสวยคมที่นิ่งราวรูปปั้นก้าวตามเข้ามา
โคโนกะที่เดินหน้าบึ้งพยักเพยิดให้นักดาบสาวไปนั่งตรงเก้าอี้ว่างข้างๆกับหนึ่งในสามสาวเชียร์ลีดเดอร์ คุกิมิยะ มาโดกะ เซ็ตซึนะก้มหัวทักทายเด็กสาวเจ้าของที่นั่งข้างๆเธอที่ยิ้มตอบกลับมาแล้วหย่อนก้นนั่งลง
ฝ่ายเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่ยังคงมีสีหน้าบูดสนิทเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นร่างบางของสาวผมส้ม เพื่อนสนิทของเธอปรี่เข้ามาถามไถ่พร้อมสีหน้าอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มที่
“คนนั้นที่เจอเมื่อเช้านี่นา??เขาเป็นใครเหรอ โคโนกะ แล้วทำไมถึงมากับเธอได้ล่ะ??”
คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯกลอกตาอย่างเซ็งจิต แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนสาวผมส้มฟัง อาซึนะที่นั่งฟังด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นปล่อยเสียงหัวเราะก๊ากอย่างสะใจเมื่อเธอเล่าจบ และเสียงหัวเราะสะท้านโลกานั้นก็เรียกสีหน้ามู่ทู่ของเธอได้อย่างแทบจะทันที
“ไม่ตลกเลยนะ อาซึนะ!!” โคโนกะขึ้นเสียง กระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความเซ็งปนโมโห “ไม่รู้ท่านตาคิดยังไงถึงได้ให้ยัยน้ำแข็งเดินได้นั่นมาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน!!...โอ๊ย!!หงุดหงิดๆๆๆ!!!”
“ฮื้อ~~เธอก็พูดไป ฉันว่าคุณเซ็ตซึนะก็ดูดีออกนะ สวยก็สวย สง่าก็สง่า แถมเห็นว่าเป็นนักดาบมือหนึ่งของสำนักดาบที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโตเลยไม่ใช่เหรอ?สเปคเธอเลยนี่” อาซึนะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ใครบอกว่าสเปคฉัน???” คนตัวเล็กถามเสียงหลง ตวัดมองดวงตาสองสีที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แล้วแยกเขี้ยวให้ “เออๆยอมรับก็ได้ว่าสเปค แต่ไอ้นิสัยแข็งๆทื่อๆแบบนั้นสงสัยจะไม่ไหวแล้วล่ะ!!ฉันไม่ชอบหรอกนะ ไอ้คนนิ่งๆทื่อๆน่ะ!!แถมฝีปากจัดจ้านใช่ย่อยที่ไหน”
อาซึนะหลุดเสียงหัวเราะออกมาพรืดใหญ่ เมื่อวิชาหูนรกที่ติดตัวมาจับใจความคำบ่นเบาๆของเพื่อนสาวได้เชิงว่า ‘มองทีหนึ่งก็เหมือนกับถูกจับแช่แข็งหรือไม่ก็ถูกส่งไปอยู่ขั้วโลกใต้ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเคยเจอใครที่มองได้หนาวขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ไปฝึกมาจากไหน คนอย่างยัยนั่นให้ตายฉันก็ไม่มีวันชอบหรอก!!’
“อาซึนะ!!เธอต้องช่วยฉันนะ!!”
“อะ...อะไร??” สาวผมส้มสะดุ้งโหยง เมื่อสบตากับดวงตาสีโกโก้ที่เปล่งประกายวาบอย่างน่ากลัวของเพื่อนสาว พลางรู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมาทันทีคล้ายกับสัมผัสได้ถึงเค้าความซวยที่กำลังจะมาเยือน “ช่วยอะไร”
“ช่วยร่วมมือกับฉัน กำจัดยัยนั่น”
“เธอจะฆ่าเขาเรอะ!!บ้าไปแล้วหรือไงยะ โคโนกะ!!”
“ม่ายช๊าย~~เธอจะต้องช่วยฉันทำให้ยัยนั่นลาออกจากตำแหน่งบอดี้การ์ด”
“ไม่เอาหรอก...ฉันไม่มีเรื่องอะไรกับคุณเซ็ตซึนะนี่นา” สาวผมส้มส่ายหน้าควับๆปฏิเสธ
“ถ้าเธอไม่ช่วยฉัน..ฉันจะไม่ให้เธอลอกการบ้าน และที่ร้ายแรงกว่านั้น...หึหึ” โคโนกะหัวเราะในลำคออย่างเหี้ยมๆ ดวงตาวาววับเจ้าเล่ห์ “ฉันจะฟ้องอายากะจังว่า เธอแอบซื้อช็อคโกแลตไปให้อ.ทาคาฮาตะ เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แล้วลองคิดดูนะ เพื่อน??ว่าชะตากรรมของเธอจะ-เป็น-อย่าง-ไร”
“อ๊ากกกก ยัยเพื่อนมาร!!ยัยเพื่อนปีศาจ!!” สาวผมส้มกัดฟันกรอดๆ
“ว่าไง???”
“ฮึ่ย!!ก็ได้ๆจะพยายาม”
“ฮิๆๆๆฉันร้ากกกเธอที่สุดเลย เพื่อนร้ากกก” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทร้องกริ๊ตกร๊าดด้วยความดีใจ มือเล็กนวดบ่าเพื่อนสาวที่นั่งกุมขมับเป็นการตอบแทน โดยไม่ได้สังเกตุว่าไอ้เพื่อนตัวดีที่ยินยอม(แกมโดนบังคับ)ว่าจะช่วยเธอแอบเอานิ้วไขว้กันไว้ใต้โต๊ะ(ว่าโคโนจังเจ้าเล่ห์แล้ว อาซึนะยิ่งกว่า อิอิ)
เด็กสาวผมสีน้ำตาลช็อคโกแลตฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์(ปนชั่วร้าย) พลางหัวเราะหึๆในลำคอ ดวงตาสีโกโก้เหลือบมองแผ่นหลังกว้างขององครักษ์สาวที่นั่งอยู่ไม่ไกลด้วยสายตามาดร้าย “ฉันจะไม่มีวันให้คนปากม้าอย่างเธอมาเป็นบอดี้การ์ดของฉันหรอก เซ็ตซึนะ”
************************************************************
ในคาบเรียนวิชาภาษาอังกฤษของอาจารย์หนูน้อยวัยสิบขวบ โคโนกะที่นั่งติดกับอาซึนะซะเกือบหลังห้องก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างใต้โต๊ะโดยไม่ได้สนใจบทเรียนแม้แต่น้อย มือเล็กหยิบเศษกระดาษมาขยำเป็นลูกบอลพร้อมกับยัดยางลบแข็งๆก้อนเล็กไว้ข้างในด้วย
“ทำอะไรของเธอน่ะ ยัยโคโนกะ” อาซึนะกระซิบถามเพื่อนสาวที่หัวเราะคิกๆไม่หยุด
“ดูละกัน”
สิ้นคำตอบของเด็กสาวผมสีช็อคโกแลต มือเล็กที่ถือลูกบอลกระดาษก็ขว้างออกไปเต็มแรง โดยเปาหมายอยู่ที่หัวดำๆขององครักษ์สาวที่นั่งอกผายไหล่ผึ่งตั้งใจฟังบทเรียน แต่แทนที่ลูกบอลกระดาษจะกระแทกเข้ากับหัวของนักดาบสาว มือบางของเจ้าตัวก็คว้าลูกบอลกระดาษไว้ได้อย่างทันท่วงที ดวงหน้าสวยของเซ็ตซึนะเหลือบมองคุณหนูที่อยู่ในอารักขาด้วยหางตาแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก
“ฮึ่ย!!” คนตัวเล็กสบถออกมาอย่างแค้นใจ พร้อมกับขว้างลูกบอลกระดาษออกไปอีกชุดใหญ่ โดยที่คราวนี้เจ้าหล่อนนั้นไม่ใส่ใจสายตาของคนทั้งห้องและหนูเนกิที่ละล้าละหลังเข้ามาห้าม
“หยุด~~หยุดเดี๋ยวนี้นะคร้าบ~~!!” เด็กชายผมแดงตะโกนลั่นห้อง “คุณโคโนกะกรุณาออกไปยืนหน้าห้องด้วยครับ เป็นการทำโทษที่ไม่ยอมตั้งใจเรียน!!”
“เนกิคุง!?แต่ว่า....”
“เถียงครูบาอาจารย์ไม่ดีนะคะ คุณหนู” เซ็ตซึนะพูดเสียงเรียบ ดวงตาสีรัตติกาลที่สบตากับดวงตาสีโกโก้ฉายแววเย็นชาและนิ่งเฉย แต่ไม่รู้ว่าทำไมโคโนกะถึงคิดว่าแววตาคู่นั้นแฝงไปด้วยแววเยาะเย้ยเธอเต็มที่
“........ชึ่!!!” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯกัดฟันกรอด แล้วสะบัดก้นย่ำเท้าโครมๆออกไปนอกห้อง
เนกิที่มองตามหลังเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตถอนใจเบาๆ แล้วพูดว่า “เรามาเริ่มเรียนกันต่อเถอะครับ Michele and Nadia live in a big city. They get up at 6:00 every day of the week, but not on weekend. On Saturday, they get up at 8:00. They go to dancing school on Saturday morning lessons. At 5:30, they……”
แม้ดวงตาสีนิลจะยังคงจับจ้องที่หนังสือแบบเรียน แต่เสียงใสๆของครูสอนวิชาภาษาอังกฤษวัยสิบขวบกลับไม่เข้าหัวของเซ็ตซึนะแม้แต่น้อย จิตใจของเด็กสาวผมดำขลับกลับพุ่งไปที่เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่โดนทำโทษให้ยืนนอกห้องเรียนด้วยความเป็นห่วงลึกๆ
“On Sunday morning, they sleep late. They have breakfast at 12:00 noon! They do homework...เอ๋??มีอะไรหรือครับ คุณซากุระซากิ??” เด็กชายผมแดงที่ดำเนินการสอนไปเรื่อยๆเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อองครักษ์สาวชูมือบนอากาศขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ดิฉัน...ขออนุญาตออกไปยืนข้างนอกได้ไหมคะ?”
“ครับ?แต่...คุณซากุระซากิไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับ” เนกิกล่าว มองร่างสูงสง่าที่ยืนขึ้นด้วยสายตางุนงง
“ดิฉันเป็นคนคอยคุ้มกันและรับใช้คุณหนู ไม่ว่าคุณหนูจะอยู่ที่ไหน...ดิฉันต้องคอยอยู่ข้างกายคุณหนูค่ะ อีกอย่างคนเป็นบ่าวเยี่ยงดิฉัน ในเมื่อเจ้านายโดนทำโทษ ดิฉันก็สมควรที่จะต้องรับโทษด้วยค่ะ ถึงแม้ว่าดิฉันจะมิได้ทำความผิดอันใดก็ตาม” เซ็ตซึนะโค้งให้อาจารย์เด็ก แล้วเดินออกไปจากห้อง....
*************************************************************
“น่าเบื่อ...น่าเบื่อๆๆๆ...เนกิคุงนะเนกิคุง ให้ฉันออกมายืนนอกห้องแถมยังต่อหน้ายัยน้ำแข็งเดินได้นั่นด้วย!!อับอายที่สุด!!ยัยน้ำแข็งนั่นต้องล้อฉันแน่ๆเลย” โคโนกะที่ยืนอยู่หน้าห้องบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด
- - ครืด - -
“......!??”
เสียงประตูห้องเรียนที่เลื่อนเปิดออกทำให้เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่เอาแต่ยืนบ่นงุ้งงิ้งหันขวับไปมองในทันใด เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีดำขลับร่างสูงชะลูดก้าวออกมาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ดวงตาสีรัตติกาลคู่คมเบนสายตามองร่างเล็กบอบบางของผู้ที่อยู่ในอารักขา ดวงหน้าสวยคมคายนั้นยังคงฉาบด้วยความเย็นชาเช่นเคย
คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทมองร่างสูงที่ยืนเอนหลังพิงกำแพงห้องเรียนข้างเธอด้วยสายตางุนงง ดวงตาสีโกโก้มององครักษ์สาวที่เอาแต่ทำหน้าตายเป็นเชิงถาม “ออกมาทำไม?หรือว่าโดนทำโทษ”
“ออกมายืนเป็นเพื่อนคุณหนู...คุณหนูเป็นผู้อยู่ภายใต้อารักขาของดิฉัน ดิฉันต้องคอยคุ้มกัน”
“ไม่จำเป็น”
“แต่นั้นเป็นหน้าที่ของดิฉัน...ดิฉันรับงานแล้ว...ดิฉันต้องทำให้ถึงที่สุดมิให้บกพร่อง”
“............”
“............”
“นี่.....”
“คะ??”
“ดูท่าทางว่าเธอไม่ค่อยอยากจะมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันเท่าไรเลยนะ” โคโนกะพูดเพื่อทำลายความเงียบ ผันใบหน้าหวานไปมองคนตัวสูงที่เอาแต่ยืนนิ่ง “ถ้าไม่อยากจะมาทำหน้าที่นี้ตั้งแต่แรก...ทำไมไม่ปฏิเสธไปเสียล่ะ?”
“...มัน...เป็นคำสั่งโดยตรงจากทางสมาพันธ์...เป็นคำสั่งที่ดิฉันไม่สามารถเลี่ยงได้...ที่สำคัญ...คนๆนั้น...ก็อยากให้ดิฉันทำหน้าที่นี้ ดิฉันจำต้องรับปากตกลง” เซ็ตซึนะตอบ พลางหวนคิดไปถึงหญิงสาวที่คอยดูแลเธอมาตลอด...พี่โมโตโกะ....
“คนๆนั้น...ใครเหรอ??”
แต่องครักษ์สาวกลับเลือกที่จะเงียบ เลี่ยงไม่ตอบคำถาม ดวงตาสีนิลคู่คมเหลือบตามองเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่ยืนทำหน้าอยากรู้อยากเห็นด้วยสายตาอ่านยาก “พูดไป...คุณหนูก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ แล้วดิฉันก็เห็นว่า...เรื่องนี้ก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณหนูด้วยนี่คะ”
“อ...ว่าฉันอยากรู้อยากเห็นเรอะ!!”
คุณหนูคนสวย ทายาทแห่งสมาพันธ์มหาเวททั้งสองภาคกัดฟันกรอดๆอย่างแค้นเคือง เมื่อร่างสูงสง่าของเด็กสาวผมสีดำขลับไม่ตอบ แถมเมินหน้าหนีแบบรำคาญนิดๆอีกต่างหาก ‘ฮึ่ย!!ยัยนี่นี่น่านัก!!!’ โคโนกะยืนมองร่างสูงที่ยืนหลับตาพิงกำแพงด้วยสายตาครุ่นคิด แล้วแอบยิ้มๆกับตนเองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
‘แต่ก็ขอบใจ...ที่ออกมายืนเป็นเพื่อนนะ’
#6
Posted 13 September 2009 - 12:15 PM
“อาซึน้า~~ไปทานข้าวกันเถอะ ฉันฮิ้วหิว~~~” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตพูดกับเพื่อนสาวผมส้มที่ยืนคุยกับหัวหน้าห้อง หลังจากคาบเรียนคาบสุดท้ายในช่วงเช้าหมดลง “อายากะจังไปกินข้าวด้วยกันไหมจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้ดิฉันไม่ค่อยหิว แถมยังมีงานค้างอยู่อีก...ทานแค่ขนมปังก็อิ่มแล้วล่ะค่ะ” สาวผมทองส่ายหน้าปฏิเสธ
“อดข้าวไม่ดีนะ อายากะ ยังไง...ไปทานข้าวหน่อยเถอะนะ” อาซึนะพูดกับแฟนสาวด้วยความเป็นห่วง “เดี๋ยวฉันซื้อข้าวกล่องมาให้ก็แล้วกัน”
“ดิฉันมีขนมปังแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะ อาซึนะ”
“โหย~~~~สวีทกันจังน้า~~เห็นใจคนไม่มีแฟนอย่างฉันบ้างซี~~” โคโนกะพูดแซว ก่อนจะบ่นกับตนเองเบาๆว่า “เฮ้อ~~เมื่อไรฉันจะมีแฟนกับเค้าบ้างน้า~~”
“คุณเซ็ตซึนะไง...สเปคเธอไม่ใช่เหรอ??เห็นว่าเธอยังชมว่าเขาหล่อด้วยนี่~~” สาวผมส้มยิ้มเจ้าเล่ห์ พยักเพยิดไปทางนักดาบสาวชินเมริวที่กำลังเก็บกระเป๋าเงียบๆ
“บ้า!!ยัยนั่นน่ะ น้ำแข็งเดินได้ชัดๆ” คนตัวเล็กเบะปาก “ถึงเมื่อเช้าจะออกไปยืนหน้าห้องเป็นเพื่อนฉันก็เถอะ แต่ยังไงฉันก็ไม่มีทางชอบคนนิ่งๆแข็งๆแบบนั้นแน่”
“อ้าว!?คุณเซ็ตซึนะ ไปทานข้าวด้วยกันไหม” อาซึนะเอ่ยถาม เมื่อองครักษ์สาวเดินเข้ามาใกล้
เซ็ตซึนะพยักหน้าน้อยๆ มือบางเอื้อมไปดึงกระเป๋าของคุณหนูมาถือตามหน้าที่ ฝ่ายโคโนกะที่อ้าปากจะท้วงก็รีบหุบปากฉับเมื่อสบกับดวงตาสีรัตติกาลคมปลาบที่เจือด้วยแววดุ ดังนั้นคนตัวเล็กจึงสบถออกมาเบาๆอย่างเถียงไม่ออก แล้วกระทืบเท้าปึงปังออกไปนอกห้อง โดยที่มีองครักษ์สาวเดินตามออกไปติดๆ
“งั้น...ไว้เจอกันที่โรงยิมก็แล้วกันนะ” อาซึนะพูดกับแฟนสาว เคลื่อนหน้าไปหอมแก้มของอายากะเบาๆ “อย่ามัวแต่อดข้าวจนผอมล่ะ แล้วก็อย่าหักโหมเรื่องงานมากไปนะ หุ่นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วขืนผอมกว่านี้ฉันไม่รักนะ อายากะ”
****************************************************************
“คุณหนูกับคุณอาซึนะนั่งรอที่นี่ก่อนก็แล้วกันค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปซื้อข้าวมาให้” เด็กสาวผมดำพูดเสียงเรียบ หลังจากที่ทั้งสามเคลื่อนตัวมาถึงโรงอาหารและนั่งลงบนโต๊ะที่วางอยู่เรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ยๆไม่ต้องๆ เดี๋ยวฉันไปซื้อเองก็ได้ ฉันเกรงใจ...อีกอย่างฉันกะว่าจะไปซื้อนมให้อายากะด้วย เธอไปซื้อให้ยัยโคโนกะคนเดียวก็พอ” อาซึนะรีบเอ่ยปากปฏิเสธ
“เอาเช่นนั้นก็ได้ค่ะ ว่าแต่...คุณหนูอยากทานอะไรคะ” เซ็ตซึนะหันไปถามคุณหนูที่นั่งเท้าคาง
“ข้าวแกงกะหรี่”
“ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปซื้อมาให้ นั่งรอก่อนนะคะ”
พูดจบ ร่างสูงสง่าก็เดินดุ่มไปซื้อน้ำกับข้าวตามคำสั่งของคุณหนูทันที แต่พอองครักษ์สาวเดินกลับมาพรอ้มข้าวแกงกะหรี่หมูกับน้ำชาผลไม้เย็นเจี๊ยบ โคโนกะที่มีจุดประสงค์จะแกล้งเด็กสาวผมดำตั้งแต่แรกจึงบอกปัดไม่เอา โดยอ้างเหตุผลว่า “ใครบอกว่าอยากกินแกงกะหรี่หมู??ฉันอยากกินแกงกะหรี่ไก่ เอาไปเปลี่ยน!!”
“ข้าวแกงกะหรี่ไก่มาแล้วค่ะ” เซ็ตซึนะพูด มือบางที่ถือจานข้าวเลื่อนไปตรงหน้าคนตัวเล็กที่นั่งเท้าคาง เบะปาก
“ฉันบอกว่าอยากกินข้าวหน้าไข่เจียว หูตึงเรอะ!?เอาไปเปลี่ยน!!” โคโนกะลอยหน้าลอยตาพูด ริมฝีปากเล็กยิ้มเยาะมุมปากให้กับร่างสูงที่ขมวดคิ้ว
นักดาบสาวชินเมริวถอนใจหนักๆ แล้วเดินไปซื้อข้าวตามคำสั่งของโคโนกะ สาวผมส้มที่นั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยปรามเพื่อนสาวที่นั่งหัวเราะสะใจ แต่คำตอบที่ได้กลับมากลายเป็นว่า “ทำไมอ่ะ ยัยนั่นเป็นคนรับใช้ของฉัน ไม่มีสิทธิจะท้วงอยู่แล้ว” สุดท้าย...อาซึนะจึงทำได้แค่นั่งกินข้าวเงียบๆโดยไม่พูดอะไรอีก
“ข้าวหน้าไข่เจียวมาแล้วค่ะ คุณหนู” องครักษ์สาวกล่าว พร้อมวางจานข้าวลงกับโต๊ะ
“ฉันบอกว่าอยากกินข้าวหน้าปลาไหล!!เธอนี่ยังไงนะ เป็นคนใช้ที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ไม่ไหวๆ ไปซื้อมาใหม่!!!” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตพูดเสียงยียวน ดวงตาสีโกโก้จ้องมองคนตัวสูงที่ทำหน้าตาย(แต่หางคิ้วแอบกระตุกอย่างเส้นความอดทนใกล้ขาดเต็มที่)ด้วยสายตาท้าทาย
“มีให้เลือกระหว่างข้าวไข่เจียวกับแกงกะหรี่ไก่ เลือกเอาซะว่าจะกินอะไร...แต่ถ้ายังจะเรื่องมากก็ไปซื้อมาเอง” เซ็ตซึนะตอกกลับ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา พลางดึงจานข้าวแกงกะหรี่หมูมากินเงียบๆ
“กล้าขัดคำสั่งฉันเรอะ!!ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ!!”
เด็กสาวผมสีดำขลับนั่งเงียบ ใช้ดวงตาสีนิลดำเย็นชาดุจน้ำแข็งมองร่างเล็กที่ลุกขึ้นตบโต๊ะด้วยความโมโหที่โดนขัดใจ นักดาบสาวชินเมริวผุดลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับอีกฝ่าย มือบางดีดหน้าผากมนของสาวผมช็อคโกแลตเบาๆเป็นการสั่งสอน
“เจ็บนะ!!กล้าดียังไง!?” โคโนกะแหวใส่ เมื่อคนตัวสูงดีดหน้าผากแถมให้อีกที และนั้นก็แทบจะทำให้เธอกรีดร้องด้วยความโมโห “ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ!!กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้!!ฉันจะฟ้องท่านตา!!”
“............”
“....อะไรนะ...พูดใหม่ซิ” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวททวนถาม เมื่อริมฝีปากบางของอีกฝ่ายขยับเล็กน้อย แต่กลับไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา
“ยัยปากโทรโข่ง...ปากเธอเป็นโทรโข่งหรือไง พูดแว้ดๆได้ไม่หยุด รู้ตัวรึเปล่าว่าไอ้เสียงนกหวีดของเธอมันสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านเขา” เซ็ตซึนะพูดเสียงเย็น มือบางเชยคางของใบหน้าหวานแล้วใช้ดวงตาสีรัตติกาลที่เย็นชาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีโกโก้ “อยากจะฟ้องท่านผ.อ.ก็ตามใจ แต่ฉันมั่นใจเลยว่า ท่านผ.อ.ไม่มีวันไล่ฉันออกจนกว่าฉันจะดัดนิสัยแย่ๆของเธอได้”
“...เธอ!!ยัยน้ำแข็ง!!...โอ๊ย!!” โคโนกะตวาดเสียงกร้าว แล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อมือบางที่จับแก้มของเธอนั้นบีบแรงๆเป็นการสั่งสอน
เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตผงะหน้าด้วยความตกใจ เมื่อดวงหน้าสวยคมของอีกฝ่ายเลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ดวงหน้าสวยคมกับดวงตาสีนิลดำที่คมปลาบตัดกับผิวที่ขาวราวหิมะนั้นเกือบทำให้เธอแทบหยุดหายใจ หัวใจที่เต้นในทรวงอกเต้นโครมๆอย่างตกใจ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอและคนตรงหน้าใกล้กันซะจนเธอแทบสัมผัสลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“แล้วที่ฉันต้องยอมมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณหนูที่เอาแต่ใจ เก่งแต่ปาก ทำอะไรไม่เป็นและอ่อนแออย่างเธอก็เพราะท่านโคโนเอม่อน ท่านเอย์ชุนและท่านเคียวโกะขอร้องมา ไม่ใช่เพราะว่าฉันพิศวาส หรือนึกชอบเธอ...จำไว้ซะ เพราะฉะนั้น...อย่าทำได้ใจไปหน่อยเลย” องครักษ์สาวพูดเสียงเย็นเยือก
สิ้นคำพูดของนักดาบสาว มือที่บีบแก้มเนียนของคนตัวเล็กก็ค่อยๆคลายออกแล้วนั่งลงทานอาหารต่อ ดวงตาสีรัตติกาลตวัดมองโคโนกะที่ยืนอึ้ง อ้าปากพะงาบๆอย่างพูดไม่ออก มือบางเลื่อนจานข้าวและแก้วน้ำให้ พลางสั่งเสียงแข็งว่า “รีบๆกินได้แล้ว เสียเวลา”
**************************************************************
หลักพักกลางวัน ทั้งสามใช้เวลาพักเที่ยงที่เหลืออยู่น้อยนิด(เพราะเวลาที่เหลือส่วนหนึ่งใช้ไปกับการทะเลาะของเซ็ตซึนะกับโคโนกะ อีกส่วนใช้ไปกับการที่โคโนกะพยายามยัดข้าวสองจานลงท้อง)เคลื่อนตัวไปที่โรงยิม โดยที่เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตยังคงเงียบกริบแบบช็อกไม่หาย เมื่อโดนคำสบประมาทลุ่นๆจากคนพูดน้อยอย่างเด็กสาวผมดำ สาวผมส้มที่เดินข้างเพื่อนสาวผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง อาซึนะขยับเข้าไปใกล้กับเด็กสาวผมดำที่เดินตามหลังคุณหนูผู้ซึ่งสติหลุดลอยไปไกล
“ยัยนั่นช็อกหน้าดูเลยนะ คุณเซ็ตซึนะ”
“..............”
“ยัยนั่นไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็กลับมาแว้ดๆได้เหมือนเดิมล่ะน่า” สาวผมส้มปลอบ ตบบ่ากว้างขององครักษ์สาวเบาๆ
“ดิฉันไม่ได้ห่วงค่ะ ดิฉันแค่กำลังคิดว่า...จะรับมือกับคุณหนูยังไงต่อไปดีก็เท่านั้นเอง”
“ปากแข็ง~~แววตาออกจะฟ้อง”
“..............”
“โอเคๆไม่ได้ห่วงก็ไม่ได้ห่วง แต่ยังไงก็คอยคุ้มครองยัยนั่นในคาบพละให้ดีก็แล้วกันนะ” อาซึนะยิ้มแหย ยกมือยอมแพ้เมื่ออีกฝ่ายส่งสายตาเยือกแข็งมาให้
“คะ??”
“ก็คาบพละเราเรียนกับห้องเอฟใช่ม้า~~พวกนั้นไม่ถูกกับโคโนกะน่ะ ท้าตบมาหลายครั้งแล้วพวกนั้นก็แพ้ตลอด...”
“..........”
“แต่พอถึงคาบพละทีไรก็มักจะหาเรื่องเล่นทีเผลอโคโนกะตลอด ครั้งล่าสุดตอนปิดเทอมนี่ทำโคโนกะขาเคล็ด เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ตั้งหลายวันเพราะพวกนั้นไปผลักโคโนกะตกแสตนด์...เอ่อ...ฉันลืมบอกเธอไปหรือเปล่าว่าโคโนกะเกลียดวิชาพละ” สาวผมส้มพูด “ยิ่งเฉพาะไอ้พวกกีฬาที่ใช้ลูกบอลเล่นด้วยนะ ยัยโคโนกะน่ะเกลียดเข้าไส้”
“อาซึนะ!!รีบไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ อาจารย์จะมาแล้วนะ!!” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทที่เพิ่งจะจูนสติกลับมาได้สำเร็จร้องเรียกเพื่อนสาว
“ยังไงก็คอยดูแลโคโนกะด้วยแล้วกันนะ ฉันคงทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าเธอหรอก เพราะฉันมียัยอายากะที่ต้องคอยช่วยดูแลเรื่องภาระหน้าที่เหมือนกัน ก็อายากะเป็นหัวหน้าห้องนี่น้า~~” สาวผมส้มกล่าวแล้วถอนใจเหนื่อยๆ “เอ้อ...แล้วก็พยายามห้ามยัยนั่นอย่าให้ไปตบกับใครที่มาท้าล่ะ ยัยนั่นเป็นพวกไม่ยอมคนเสียด้วย”
นักดาบสาวชินเมริวพยักหน้าน้อยๆเป็นคำตอบ เบนสายตามองไปยังร่างเล็กของคุณหนูที่หายแว่บเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อ ก่อนที่ตัวเองจะแยกไปเปลี่ยนชุดอีกห้อง....
***********************************************************
“โคโนก่า~~อาซึน้า~~คนขาดไปสองคน มาลงแข่งวอลเล่ให้หน่อยสิ~~~” ฮารุนะตะโกนข้ามสนามเรียกคุณหนูจอมเอาแต่ใจที่นั่งอยู่กับเพื่อนสาวผมส้มตรงข้างสนาม
“เอ่อ....” โคโนกะทำหน้าปั้นยาก ...จะให้คนที่เกลียดไอ้ลูกกลมๆนั่นเข้าไส้ไปแข่งวอลเล่บอลเนี่ยนะ... เธอคิด แต่เมื่อเห็นดวงตาสีรัตติกาลคู่คมขององครักษ์สาวมองมาจึงรีบออกปากตกลง ด้วยความที่ไม่อยากเสียฟอร์ม “อือ...เดี๋ยวไป”
“เธอจะไปเหรอ??เธอเกลียดไอ้พวกลูกกลมๆนี่นา เดี๋ยวก็โดนพวกห้องเอฟเล่นเอาหรอก” อาซึนะเตือน พยักเพยิดไปทางสาวๆห้องเอฟที่มองโคโนกะด้วยสายตามาดร้าย
เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ แล้วยักคิ้วกวนๆให้เพื่อนสาวผมส้ม ก่อนที่ดวงตาสีโกโก้จะตวัดมองใบหน้าสวยคมของนักดาบสาวที่มองตอบมาด้วยสายตาอ่านยาก “ฉันดูแลตัวเองได้น่า...ฉันจะแสดงให้คนแถวนี้ดูว่าฉันไม่ใช่พวกเก่งแต่ปาก”
องครักษ์สาวที่ได้ยินคำเหน็บจากคุณหนูปากร้าย จึงได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆในความดื้อรั้น มือบางเอื้อมไปยึดแขนเล็กของเด็กสาวที่อยู่ภายใต้การอารักขาของเธอแน่น พลางใช้ดวงตาจ้องมองอีกฝ่ายดุๆ
“อะไรของเธอ?ปล่อยแขนฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” โคโนกะตวาดเสียงแข็ง
นักดาบสาวชินเมริวไม่ตอบอะไร แต่ผลักโคโนกะให้นั่งลงแล้วตนเองกลับเดินลงสนามไปอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายคำพูดที่ทำเอาโคโนกะแทบกริ๊ตว่า “นั่งอยู่เฉยๆแหล่ะ ดีแล้ว ไม่ถูกกับไอ้พวกลูกบอลแล้วยังไม่เจียมอีก...อย่าทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย”
“ทำเป็นเก่ง...ฝีมือจะซักเท่าไหรกันเชียว” เด็กสาวร่างเล็กตะโกนไล่หลัง
แต่แล้วดวงตาสีโกโก้คู่สวยของเธอกลับต้องเบิกกว้าง เมื่อแต้มของห้องเธอนำอีกฝ่ายไปลิ่วทั้งๆที่การแข่งขันเพิ่งจะเริ่มไม่ถึงสิบห้านาทีโดยฝีมือขององครักษ์สาวที่เธอเพิ่งตราหน้าดูถูกไปเมื่อครู่ ...หน้าตาก็สวย ฝีมือดาบก็เก่งแล้วกีฬาก็ยังจะยอดเยี่ยม เทพลงมาเกิดชัดๆ...คนอาไร้...ทำไมมันเพอร์เฟ็คขนาดนี้ว้า...
‘เอ๊ะ!?แล้วเราจะไปชมยัยน้ำแข็งเดินได้นั่นทำไมฟะ’
โคโนกะคิดแล้วขมวดคิ้ว มือเล็กเคาะหัวตนเองเบาๆเพื่อไม่ให้สติหลุดลอยไปหลงเสน่ห์ทื่อๆแข็งๆของคนตัวสูงที่ยังคงแข่งวอลเล่ห์บอลอย่างไม่สนใจใคร
เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงเป็นที่แน่นอนว่าเด็กใหม่อย่างเซ็ตซึนะนำทีมของห้องเอชนะห้องเอฟไปแบบขาดลอย นักดาบสาวชินเมริวเดินดุ่มๆเข้ามาหาคุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯที่มัวแต่นั่งตะลึงอ้าปากค้าง “ฝีมือของดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ คุณหนู” “อ่า...เอ้อ...แฮ่ม!!” โคโนกะกระแอมเสียงดัง “ก็...ก็ใช้ได้นะ” “หึ” เด็กสาวกระตุกยิ้มมุมปาก แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างคุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯ
“คุณเซ็ตซึนะนี่ยอดเยี่ยมไปเลย” สาวผมส้มกล่าวชม ตบบ่ากว้างของนักดาบสาวชินเมริวเบาๆ
เด็กสาวผมดำขลับที่เพิ่งถูกชมหมาดๆ พยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงขอบคุณ ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองเด็กสาวร่างเล็กที่นั่งหน้าบูดเป็นตูดเป็ด(“ว่าไงนะย๊า~~” (//>o<)<<โดนโคโนจังตบ) แล้วพูดว่า “แต่ไม่ทราบว่า...คุณหนูจะเห็นว่ามันยอดเยี่ยมหรือเปล่านะคะ”
“ใช้ได้ของเธอนี่เล่นเอาเธอตะลึงไปเลยไม่ใช่เหรอ??” อาซึนะยิ้มแซว ถองสีข้างของเพื่อนสาวร่างเล็กเบาๆ
“อาซึนะ!!”
“เออนี่คุณเซ็ตซึนะ...อายากะให้ฉันมาตามเธอแหน่ะ เห็นบอกว่าอยากจะให้เธอลงแข่งวอลเล่ห์ระหว่างห้องตอนงานกีฬาของมาโฮระน่ะ” สาวผมส้มหันไปพูดกับองครักษ์สาว และแสร้งทำเป็นไม่สนใจเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่นั่งทำหน้างอ เมื่อร่างสูงทำท่าจะปฏิเสธคือจึงรีบกล่าวต่อว่า “ฉันว่าพวกเธอไปคุยกับพวกนั้นเองดีกว่า”
“เก่งจริงนะ...เพิ่งย้ายมาเรียนก็ถูกเรียกตัวไปลงทีมวอลเล่ห์ของห้องซะแล้ว” โคโนกะพูดลอยๆ
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ”
“ฉันชมเธอหรือยัง...อย่ามาเมานะ”
“แค่เพียงคุณหนูเอ่ยว่าเก่ง...ดิฉันก็ถือว่าชมแล้วล่ะค่ะ”
“เอ๊ะ!!เธอนี่!!” สาวผมช็อคโกแลตหันมาหน้าคนตัวสูงอย่างหงุดหงิด แล้วสบถออกมาเบาๆ
“ไปกันก่อนเหอะ คุณเซ็ตซึนะ...เธอนั่งคนเดียวไปก่อนนะ แล้วก็...อย่าก่อเรื่องล่ะ” อาซึนะดึงแขนขององครักษ์สาวแล้วหันไปออกคำสั่งกับเพื่อนสาวร่างเล็กที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ “พวกนั้นยิ่งเล็งๆเธออยู่ด้วย แล้วนี่ยิ่งมาแพ้ห้องเราแล้วด้วย อารมณ์น่ะยั้งๆไว้บ้างก็ดีนะ เพื่อน”
“ฉันไม่ได้ก่อเรื่อง พวกนั้นต่างหากที่มาหาเรื่องฉันก่อน...นี่!!ได้ยินหรือเปล่า?อาซึนะ!!” โคโนกะตะโกนไล่หลังเพื่อนสาวผมส้มที่ลากเซ็ตซึนะไปสมทบกับเพื่อนๆที่เหลือ
#7
Posted 13 September 2009 - 12:24 PM
เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีช็อคโกแลตทิ้งตัวนั่งลงบนอัฒจรรย์ข้างสนามอีกครั้ง ดวงตาสีโกโก้คู่สวยทอดมองแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อพละของเด็กสาวผมดำที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนสาวผมส้มในสนามอย่างเงียบๆ แต่แล้ว...เธอก็ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เมื่อร่างของเด็กสาวประมาณสามสี่คนก้าวเข้ามาประจันหน้ากับเธอ...
“เฮ้อ...คนเรานี่ก็น้า เพื่อนๆกำลังประชุมแท้ๆแต่ตัวเองกลับมานั่งกินแรงชาวบ้าน” เด็กสาวผมแดง คู่ปรับหมายเลขหนึ่งของคนตัวเล็กพูดเยาะๆ
“ก็ยังดีกว่าพวกขี้แพ้ชวนตี” โคโนกะสวนกลับ มองคู่ปรับด้วยสายตาท้าทาย “ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้แท้ๆ แต่กลับไม่ยอมรับแถมยังมาหาเรื่องชาวบ้านเขาอีก”
“ยัยโคโนเอะ!!”
“จะทำไม!!!!!” เด็กสาวร่างเล็กตวาดเสียงกร้าว พร้อมกับผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาสีโกโก้จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเยือกเย็น
“โซระ...นี่มันในโรงยิมนะ เดี๋ยวอาจารย์ก็โผล่มาเจอหรอก เราไปกันก่อนดีกว่า” เพื่อนสาวของเด็กสาวผมแดงถลาเข้ามาห้าม
เด็กสาวผมแดงจ้องมองโคโนกะด้วยสายตาหมั่นไส้ สะบัดตัวจากการเกาะกุมของเพื่อนสาว แล้วหันหลังกลับ แต่แล้วเธอก็กลับคิดอะไรบางอย่างได้เมื่อดวงตาสีฟ้าสดเหลือบไปเห็นลูกบอลสามลูกกลิ้งอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก
มือบางเอื้อมไปเก็บลูกบอลขึ้นมาถือ ดวงตาสีฟ้าตวัดมองเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตด้วยสายตามาดร้าย มุมปากเหยียดยิ้มเมื่อเพื่อนอีกสามคนของเธอมองตอบกลับมาด้วยสายตารู้กัน ...ระยะห่างแค่นี้ บวกกับแรงกระแทกอีกสามเท่า...ไม่เจ็บไม่จุกก็ให้มันรู้ไป...
เด็กสาวผมแดงประบ่ากับเพื่อนๆอีกสามคนมองคุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯที่เปลี่ยนท่าเป็นยืนมองเพื่อนทั้งห้องในสนาม ก่อนที่พวกเธอจะเขวี้ยงลูกบอลออกไปเต็มแรง!!
แต่ทว่า...ชั่วพริบตาที่ลูกบอลทั้งสามจะกระทบกับแผ่นหลังเล็กของเด็กสาวจอมวีน ร่างสูงขององครักษ์สาว ซากุระซากิ เซ็ตซึนะก็วิ่งพรวดอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พร้อมกับดึงร่างเล็กของเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่อยู่ภายใต้อารักขาของเธอมากอดแนบอก แล้วใช้แผ่นหลังของเธอรับแรงกระแทกนั่นไว้เสียเอง
เด็กสาวผมสีดำขลับที่ยังคงกอดคุณหนูจอมวีนไว้ในอ้อมกอดขบฟันกรอดด้วยความจุกจากแรงกระแทก แต่ดวงหน้าสวยนั้นกลับไม่แสดงความเจ็บปวดใดๆออกมาทั้งสิ้น
“...อะ....” โคโนกะที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนอุ่นๆของนักดาบชินเมริวอ้าปากค้างด้วยความอึ้งปนตกใจ ...มะ...เมื่อกี้...ยัยนี่อยู่ในสนามไม่ใช่เหรอ...แล้วทำไม...
“...ไม่บาดเจ็บ...ใช่ไหมคะ...” เซ็ตซึนะถามเสียงเรียบ ดวงตาสีนิลที่ซ่อนความเจ็บปนจุกมองไล่สำรวจเด็กสาวในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว แล้วตวัดสายตามองต้นเหตุด้วยสายตาเย็นชาจนคนมองถึงกับหนาว “พอใจแล้วสินะ...ถ้าพอใจแล้ว...ต่อจากนี้ก็อย่ามาให้ฉันและคุณหนูเห็นหน้าพวกเธออีก...ไม่เช่นนั้น...จะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้”
เด็กสาวผมแดงและพรรคพวกอีกสามคนที่เป็นหัวโจกในการกลั่นแกล้งนางเอกที่สุดแสนจะไร้เดียงสา(“เรอะ!?”/me=_=) ก็ถึงกับหนาวเยือกเมื่อเจอสายตาคมๆของนักดาบชินเมริว แต่ทว่าไอ้สายตาดุๆของเซ็ตซึนะกลับทำให้เด็กสาวที่ชื่อโซระตกหลุม(รัก)อย่างเฉียบพลัน!!
“ไปให้พ้นจากสายตาฉันซะ!!” องครักษ์สาวกล่าว จ้องตาตอบด้วยสายตาดุดันและแข็งกร้าวชวนน่าขนลุก และด้วยสายตานั้นเองก็แทบจะทำให้สามสาวดึงเด็กสาวผมแดงที่ยืนหน้าแดงมองเธอ ใส่เกียร์หมาวิ่งกลับไปสมทบกับเพื่อนๆแทบไม่ทัน
“ยัยโคโนกะ?พวกนั้นมาหาเรื่องเธออีกแล้วใช่ไหม!?แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า??” อาซึนะที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด(แต่เข้ามาช่วยไม่ทัน)วิ่งเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ก็อืม...แต่...ไม่เป็นไรมากหรอก” โคโนกะตอบอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาสีโกโก้เหล่มองเด็กสาวผมดำที่ทิ้งตัวนั่งลงบนอัฒจรรย์ ริมฝีปากคู่บางเม้มแน่นอย่างจุกๆ
“แล้วคุณเซ็ตซึนะเป็นอะไรไปล่ะ” สาวผมส้มถามนักดาบชินเมริวที่นั่งเม้มปากเอามือลูบแผ่นหลังที่เจ็บแสบของตนเองเบาๆ
“อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”
“ปากดี...ถ้าจุกก็บอกสิว่าจุก” เด็กสาวผมสีช็อคกี้พูดขึ้น แล้วทำลอยหน้าลอยตาไม่มองคนตัวสูงที่จ้องมองเธอ
“จุก?...ไปโดนอะไรมาถึงจุก...” อาซึนะถาม ตาสองสีมองเด็กสาวผมดำที่ทำหน้าตายอย่างเป็นห่วง “แล้วโอเคหรือยัง??”
“ก็จะเป็นอะไร้~~นอกเสียจากทำตัวเป็นฮีโร่วิ่งเข้ามารับลูกบอลแทน...ทั้งๆที่ฉันไม่ได้เอ่ยปากขอซักหน่อย...”
“แต่คุณเซ็ตซึนะเขาเป็นห่วงเธอนะ โคโนกะ”
“แล้วฉันขอให้ห่วงหรือเปล่าล่ะ???” โคโนกะเถียง
“ยัยโคโนกะ!!!!!”
“พอเถิดค่ะ คุณอาซึนะ” องครักษ์สาวพูดห้าม เมื่อสาวผมส้มทำท่าจะเข้าไปกระชากคอเสื้อของเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความโมโห ดวงตารัตติกาลเหลือบมองโคโนกะที่เสมองไปทางอื่นด้วยหางตาแล้วผันสายตากลับมามองสาวผมส้มอีกครั้ง “ดิฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วง...นี่เราก็เลิกเรียนแล้ว ดิฉันว่าเรากลับกันเลยดีไหมคะ”
“.....ชิ.....” อาซึนะที่ยังคงจ้องเพื่อนสาวร่างเล็กเขม็งสบถออกมาเบาๆ แล้วกระทืบเท้าเดินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไป
คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯที่ยังคงยืนเงียบ เหล่มององครักษ์สาวอยู่อึดใจหนึ่ง ริมฝีปากเล็กอ้าค้างทำท่าเหมือนอยากจะพูดบางอย่างออกมา แต่แล้วเธอก็เลือกที่จะหุบปากเงียบ แล้วเดินแยกไป ทิ้งให้เซ็ตซึนะมองตามไปด้วยสายตาอ่านยาก....
************************************************************
ร่างสูงของเด็กสาวผมดำในเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนสตรีมาโฮระก้าวเท้าออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อข้างๆ ก่อนที่จะมาหยุดฝีเท้าที่หน้าห้องเปลี่ยนเสื้ออีกห้องหลังจากได้ยินเสียงหวานแว่วๆออกมาจากห้องนั้น แผ่นหลังกว้างเอนพิงกำแพงที่เย็นเยียบแล้วยืนกอดอกรอคนตัวเล็กตามหน้าที่
“เธอนี่น้า~~คุณเซ็ตซึนะเค้าตั้งใจมาช่วยเธอแท้ๆ ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ”
เสียงแหลมใสของเด็กสาวผมส้มร่างสูงดังแว่วๆมาจากในห้องเปลี่ยนเสื้อ ทำเอาคนที่ถูกกล่าวถึงขมวดคิ้ว พลางก้าวเท้าทำท่าจะเดินหนีไป แต่ทว่า...เธอกลับต้องชะงักฝีเท้าอย่างเฉียบพลันเมื่อได้ยินคำตอบจากคุณหนูจอมวีน
“จะให้พูดอะไรล่ะ...จริงๆฉันเองก็ไม่อยากให้ยัยนั่นมาเจ็บตัวเพราะฉันหรอกนะ แต่ว่า....” โคโนกะตอบอ้อมแอ้ม “...เขาเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวนี่นา”
“แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่น่าไปว่าเขาว่าแส่นะ”
“ฉันไม่ได้ว่านะ!!”
“แต่ประโยคที่เธอพูดมันออกจะชัดเจนว่าเธอว่าเขาแบบนั้น”
“ก็...ก็...”
“เธอก็เป็นซะอย่างนี้...ปากไวกว่าความคิดทุกทีเลย ให้ตายสิ” อาซึนะบ่น พลางใส่ถุงเท้าไปด้วย “แล้วนี่พูดขอบคุณเขาหรือยังล่ะ”
“ยังเลย...”
“แล้วทำไมถึงไม่บอกเขาไปยะ!!ยัยบ้า!!!!!”
“ก็ฉันไม่กล้านี่นา!!” เด็กสาวร่างเล็กพูดเสียงดัง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงเรื่อน้อยๆเมื่อคิดว่าเธอต้องเอ่ยปากขอบคุณยัยน้ำแข็งคู่ปรับ ตั้งแต่เกิดมา...เธอเคยพูดคำนี้ซะที่ไหนกันล่ะ...น่าอายจะตายไป...
“ทีไอ้สิ่งดีๆล่ะไม่กล้าพูด เธอนี่ก็แปลกคน”
“ก็ฉันน่ะ...” โคโนกะพูดได้แค่นั้นก็รีบหุบปากฉับทันที เมื่อดวงตาสีโกโก้หันไปเจอร่างสูงของเด็กสาวผมดำที่ยืนรออยู่หน้าห้อง เธอขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ทำหน้าตายแล้วร้องถามเสียงแหลมว่า “มาแอบฟังฉันเรอะ!!ไร้มารยาท!!”
“ดิฉันไม่ได้แอบฟังค่ะ ก็แค่บังเอิญได้ยิน”
“นั่นแหล่ะ!!แถวบ้านฉันเขาเรียกว่าแอบฟัง”
“ถ้าแถวบ้านคุณหนูเรียกว่าแอบฟัง แถวบ้านดิฉันก็ต้องเรียกว่าแอบฟังแล้วกระมังคะ เพราะบ้านของคุณหนูและบ้านของดิฉันก็อยู่ที่เกียวโตเมือนกัน” เซ็ตซึนะตอบเรียบๆ แต่ดวงตาสีนิลกลับมีแววยียวนเล็กๆ
“เธอนะเธอ!!ปากม้าแบบนี้แหล่ะ ฉันถึงเกลียดนัก!!ได้ยินหมดแล้วใช่ไหมเนี่ย!!” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของคนตัวสูง
“ไม่หมดหรอกค่ะ ดิฉันได้ยินแค่ว่าคุณหนูไม่กล้าบอกขอบคุณดิฉัน เพราะอาย ทั้งๆที่ใจของคุณหนูเองก็อยากบอกจะแย่ แล้วคุณหนูเองก็ไม่อยากให้ดิฉันเจ็บตัวเพราะคุณหนู...เท่านั้นเองค่ะ”
“ทั้งหมดเลยนี่หว่า ยัยน้ำแข็ง!!”
“งั้นหรอคะ” นักดาบสาวชินเมริวเลิกคิ้วมองดวงหน้าหวานที่แดงเรื่ออย่างไม่ยี่หระ
“เธอนี่มัน...ฮึ่ย!!!!” คนตัวเล็กสบถเบาๆ มือน้อยผลักร่างสูงให้พ้นทางแล้วย่ำเท้าโครมๆเดินจากไป โดยมีดวงตาคู่คมของร่างสูงมองตามไปเงียบๆ
“ยัยโคโนกะเขาเขินน่ะ ที่เธอดันมาได้ยินสิ่งที่ยัยนั่นพูด” อาซึนะพูด “ไม่ต้องไปเครียด ยัยนั่นไม่ได้โกรธเธอหรอก”
“ดิฉันก็ไม่ได้พูดว่าดิฉันเครียดนี่คะ”
“นอกจากนิสัยยังแข็งๆปากยังแข็งอีกแฮะ” สาวผมส้มยิ้ม พลางส่ายหน้าน้อยๆ
“ดิฉันไม่ได้เครียดจริงๆนี่คะ...” เซ็ตซึนะพูดค้างไว้ ก้มหน้าซ่อนดวงตาสองสีที่มองมาอย่างรู้ทันของสาวผมส้ม “ดิฉันแค่ไม่อยากให้คุณหนูโกรธหรือโมโห ดิฉันเองก็ไม่อยากทะเลาะกับคุณหนูนักหรอกค่ะ”
“อาซึน้า~~กลับบ้าน~~~~” เสียงหวานของเด็กสาวผมสีช็อคกี้ที่เดินไปไกลลิบๆตะโกนข้ามสนามกลบเสียงนิ่งๆเบาๆของนักดาบชินเมริวเสียหมด
“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ??ไม่ได้ยินอ่ะ” อาซึนะถาม
“ของดีมีหนเดียวค่ะ” เซ็ตซึนะพูด แล้วเดินตามคุณหนูจอมวีนไป ปล่อยให้อาซึนะมัวแต่ยืนงงเต็กอยู่คนเดียว
“เมื่อกี้พูดอะไรของเค้าว้า~~~”
******************************************************************
“โซระ...ยัยหลาน ผอ.นั่นออกมาแล้ว จะเอายังไง?” เด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มคู่ปรับสำคัญของคุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯกล่าวขึ้น พลางพยักเพยิดไปยังเด็กสาวร่างเล็กที่เดินออกจากโรงยิมมาพร้อมนักดาบสาและเพื่อนผมส้ม
“เอาให้มันเจ็บตัวหนักไปเลยก็ดี เมื่อกี้ก็ดันมีคนมาขวางซะได้” โซระตอบ พร้อมยิ้มแค่นๆ ดวงตาสีฟ้าสดมองเด็กสาวหน้าหวานด้วยสายตามาดร้าย “คราวหลังมันจะได้ไม่ต้องมาปากดีกับเราอีก”
*******************************************************************
“คุณเซ็ตซึนะพักอยู่ห้องไหนล่ะ” อาซึนะเอ่ยถาม ขณะที่เด็กสาวทั้งสามกำลังเดินเอ้อระเหยลอยชายลงบันไดไปช้าๆ
“หกสี่เก้า...ห้องเยื้องกับห้องของคุณกับคุณหนูน่ะค่ะ”
“วันนี้ไปทานข้าวที่ห้องพวกเราไหม วันนี้ยัยโคโนกะจะทำสปาเก็ตตี้ล่ะ...สนใจรึเปล่า คุณเซ็ตซึนะ??”
“ดิฉันคิดว่า...” เด็กสาวผมสีดำขลับพูดเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีรัตติกาลเสมองคนตัวเล็กที่ยังทำหน้าบูดบึ้งไม่เลิก “ดิฉันไม่ไปดีกว่าค่ะ...ดิฉันเกรงใจ...แล้ว...คุณหนูเองก็คงไม่ปรารถนาจะให้ดิฉันร่วมโต๊ะอาหารด้วยหรอกกระมังคะ”
“เธอไม่อยากให้คุณเซ็ตซึนะไปเหรอ โคโนกะ” เด็กสาวผมส้มร่างสูงโปร่งหันไปถามเพื่อนสาวร่างเล็ก
“ฉันเปล่า...โอ๊ะ!!?” โคโนกะที่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธร้องออกมาเบาๆด้วยความตกใจ เมื่อรับรู้ถึงแรงผลักที่กระแทกหลังเธออย่างเต็มเหนี่ยว เท้าคู่เล็กที่ยืนขอบบันไดถึงกับลื่นพรืด ภาพทิวทัศน์รอบด้านกลับตาลปัตรตีลังกาพร้อมกับหัวของเธอที่ทิ้งดิ่งลงอย่างเชื่องช้าราวภาพสโลวโมชั่น
“คุณหนู!!!!” เซ็ตซึนะยืนอยู่ไม่ไกลนั้นร้องออกมาดังลั่น แล้วรีบพุ่งตัวออกไปทันที มือบางทั้งสองข้างอ้าออกไปรวบตัวของเด็กสาวภายใต้อารักขาแล้วกระชับกอดแน่น
ร่างสูงสง่าของเด็กสาวเรือนผมสีดำขลับที่ยังคงกอดร่างของคุณหนูจอมวีนไว้ในอ้อมแขนนั้นเริ่มจะยืนโงนเงนอยู่ริบขอบบันได แล้วค่อยๆเสียหลักลื่นล้มกลิ้งลงไปตามขั้นบันไดท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอาซึนะและคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด องครักษ์สาวที่ใช้ร่างของตนเองเป็นเกราะคุ้มกันเพื่อหมายจะไม่ให้ส่วนใดของร่างเล็กต้องกระแทกพื้นล้มลงไปนอนจุกที่พื้นซีเมนต์ด้านล่าง
“คุณ...หนู...ไม่...เป็นอะไร...ใช่ไหมคะ?” เซ็ตซึนะถามเด็กสาวในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
“เป็นไงบ้างคุณเซ็ตซึนะ!!” อาซึนะถาม แล้วสบถเสียงดังเมื่อเห็นเพื่อนสาวผมดำจุกจนแทบตอบไม่ไหว “บ้าเอ๊ย!!ใครมันบังอาจมาลอบกัดวะเนี่ย!!”
“ดิฉัน...โอเคค่ะ...โอ๊ย!!!” องครักษ์สาวร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ขณะที่เธอค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง มือบางข้างที่ไม่ได้โอบเอวเล็กของคุณหนูจอมวีนยกขึ้นนวดไหล่ที่เริ่มมีอาการชาหนึบและเจ็บปวดจนร้าวไปทั้งแขน “แต่...สงสัย...แขนจะหัก...”
“ส...สมน้ำหน้า!!ใครใช้ให้แส่เอาตัวเข้ามารับล่ะ!!!เธอมันโง่!!โง่เอง...ช่วยไม่ได้!!” โคโนกะตวาดเสียงดัง ทั้งที่ใบหน้าหวานนั้นซีดเผือด ดวงตาสีโกโก้นั้นมีแววกังวลและเป็นห่วงอย่างชัดเจน
“โคโนกะ!!พูดบ้าอะไรของเธอน่ะ!!คุณเซ็ตซึนะเขาช่วยเธอนะ!!” สาวผมส้มตะคอกใส่เพื่อนสาว
“ดิฉัน...ไม่...เป็นไร...” องครักษ์สาวพึมพำเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีนิลคู่คมเริ่มจะปรือปิดอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกจากบันไดบวกกับความเจ็บแสบที่โดนกระแทกจากลูกบอลก่อนหน้านี้ทำเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดเริ่มเหือดหายไปเรื่อยๆ
เซ็ตซึนะที่ตอนแรกใช้เรี่ยวแรงยันตัวขึ้นนั่งได้สำเร็จเริ่มล้มลงนอนแผ่หลากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บที่ปวดหนึบที่ลำแขนทั้งสองรวมกับความเจ็บที่แผ่นหลังเริ่มดึงสติของเธอให้ค่อยๆดับวูบอย่างช้าๆ ดวงตาสีนิลมองร่างเล็กอย่างห่วงใยเป็นครั้งสุดท้าย ภาพของดวงหน้าหวานที่ซีดเผือด กับดวงตาสีโกโก้ที่รื้นด้วยน้ำตานั่นเป็นภาพสุดท้ายที่เธอได้เห็นก่อนโลกทั้งโลกจะดำมืด..
“คุณเซ็ตซึนะ!!”
“ยัยน้ำแข็งๆฟื้นสิ!!” โคโนกะร้องเรียกองครักษณ์สาวที่บัดนี้นอนหมดสติอย่างไร้เรี่ยวแรงเสียงดังลั่น มือน้อยตบใบหน้าสวยเบาๆ
“สลบไปแล้ว...เราต้องรีบพาคุณเซ็ตซึนะไปส่งโรงพยาบาลนะ โคโนกะ” อาซึนะพูดละล่ำละลัก
“ไม่ต้อง....”
“หา?เธอจะบ้าหรือไง คุณเซ็ตซึนะต้องเจ็บตัวเพราะเธอ!!แต่เธอกลับตอบแทนเขาโดยไม่พาเขาส่งโรงพยาบาลเรอะ!!”
“ก็เพราะยัยนี่ต้องเจ็บตัวเพราะฉัน!!ฉันถึงต้องตอบแทนด้วยวิธีของฉันเอง...พาไปที่ห้องของยัยนี่...เร็ว!!” โคโนกะออกคำสั่ง “ก่อนหน้านั้น...เธอต้องสัญญากับฉันก่อน..ว่าจะไม่บอกเรื่องวิธีการรักษาของฉันกับใคร...โดยเฉพาะยัยน้ำแข็งนี่”
#8
Posted 13 September 2009 - 12:36 PM
ในห้องพัก หกสี่เก้า ร่างเล็กของโคโนกะค่อยๆทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ที่มีร่างสูงในสภาพที่หมดสตินอนอยู่ ดวงหน้าหวานจ้องใบหน้าสวยที่นอนสลบสไล ริมฝีปากเล็กตั้งต้นร่ายคาถาเบาๆ แสงสีม่วงและวงเวทปรากฏขึ้นบนพื้นห้อง “จริงๆฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ...แต่เป็นการตอบแทนที่เธอช่วยฉัน...ฉันจะปล่อยให้เธอเป็นอะไรไม่ได้...เพราะฉะนั้นรีบๆกลับมาทะเลาะกับฉันนะ เซ็ตซึนะ” โคโนกะพูด เหลือบมององครักษ์ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างลังเล ดวงตาสีโกโก้จับจ้องที่กลีบปากบางของคนที่นอนเจ็บอย่างตื่นๆ เสียงหัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวอย่างชัดเจนท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่เงียบกริบ....
อา...หัวใจหนอ~~หัวใจ...ทำไมเจ้าถึงเต้นแรงนักนะ??.....
เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตส่ายหน้าแรงๆเพื่อไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัวสมอง ร่างเล็กเคลื่อนกายเข้าไปใกล้กับร่างสูงบนเตียงนอนช้าๆ...และตื่นเต้น... ก้อนเนื้อในทรวงอกเต้นโครมครามอย่างรุนแรงและรัวเร็วขณะที่เธอค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปชิดกับองครักษ์สาว เด็กสาวหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจ แล้วก้มลงไปทาบกับริมฝีปากบางของนักดาบสาวชินเมริวอย่างเนิ่นนาน....
ชั่ววินาทีที่ริมฝีปากเล็กทาบทับกับกลีบปากบาง แสงสว่างสีม่วงส่องแสงวาบทั่วทั้งห้องและอาบไล้ไปทั่วร่างของเซ็ตซึนะชั่วขณะหนึ่ง...ก่อนจะดับวูบกลับกลายเป็นเช่นเดิม...
โคโนกะนอนฟุบหน้ากับเตียงนิ่มหลังจากถอนริมฝีปากเล็กออก มือน้อยยกขึ้นแตะริมฝีปากที่ร้อนผ่าวของตนเองเบาๆ ใบหน้าหวานสวยนั้นแดงระเรื่ออย่างน่ารัก ‘เรา...เราจูบยัยนี่ไปซะแล้ว’ เธอคิด ...แล้วสั่นหัวแรงๆ “ไม่ใช่ๆๆๆ!!นี่เป็นการรักษา...เป็นการรักษา ไม่ใช่จูบเสียหน่อย”
“อึก...อืมม”
เสียงทุ้มแผ่วเบาที่หลุดครางออกมาจากริมฝีปากบางของคนนอนหมดสตินั้น ปลุกให้เด็กสาวผมสีช็อคกี้หลุดจากภวังค์ในทันใด ใบหน้าหวานผันสายตาไปมององครักษ์สาวที่ขยับตัวน้อยๆทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิท ดวงตาสีโกโก้มองร่างสูงบนเตียงอย่างตื่นๆ ...ยัยนี่จะรู้สึกตัวหรือเปล่านะ...เรื่องจูบ... แต่แล้วเธอก็ต้องถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกเมื่อเด็กสาวผมดำหยุดขยับตัวแล้วไปนอนนิ่งเช่นเดิม....
“เฮ้อ~~นึกว่ายัยนี่จะรู้สึกตัวซะแล้ว” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯพึมพำกับตนเองอย่างโล่งอก “เอาล่ะ...ไปหาอะไรให้ยัยน้ำแข็งนี่กินดีกว่า”
พูดจบ เจ้าหล่อนก็ผุดลุกขึ้นยืน เท้าเล็กก้าวเดินมุ่งตรงไปยังครัวเล็กๆภายในห้องพัก โดยที่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า คนที่เธอกลัวหนักหนาว่าจะรู้สึกตัวกับเรื่องจูบ แอบหรี่ตามองแผ่นหลังของเธอพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แล้วหลับตานอนพักอีกรอบ
******************************************************************************
“ฮืมมม...” เสียงทุ้มครางในลำคอเบาๆ เด็กสาวผมดำเจ้าของเสียงขยับตัวเล็กน้อย แพขนตากระพริบถี่แล้วค่อยๆปรือตาลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ มือทั้งสองยันตัวจากเตียงนิ่มเพื่อลุกขึ้นนั่งแล้วใช้ดวงตาสีนิลดำเย็นชากวาดตามองหาร่างเล็กของคุณหนูจอมวีน
“ตื่นแล้วเหรอ??” เสียงหวานใสคุ้นหูเอ่ยถาม พร้อมกับร่างเล็กในชุดกันเปื้อน(ที่เจ้าตัวไม่รู้ไปขุดมาจากส่วนไหนของห้อง)เดินออกจากครัว มือน้อยทั้งสองถือถาดใส่ข้าวต้มร้อนๆควันฉุยมาด้วย
“คุณหนู???”
“เออ...ฉันเองแหล่ะ” โคโนกะตอบเชิดๆ พลางทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงนอนข้างคนตัวสูง
“คุณหนูยังไม่กลับห้องอีกหรือคะ??แล้วนี่...ทานอะไรหรือยังคะ??” เซ็ตซึนะรัวคำถามอย่าง(แสร้ง)งุนงง ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองคุณหนูจอมวีนที่เริ่มชักสีหน้าหงุดหงิด
“จะถามให้มากความทำไมห๊ะ!!?รำคาญ!!” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตตวาดเสียงแข็ง เล่นเอาคุณองครักษ์สาวหุบปากฉับ เด็กสาวร่างเล็กถอนใจเซ็ง ก่อนจะเสือกถาดข้าวต้มให้คนตัวสูงที่มองเธอไม่หยุด “กินซะ...เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ”
“เอ่อ...ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณหนู” เซ็ตซึนะกล่าวขอบคุณเบาๆ ยื่นมือไปรับถาดข้าวต้มจากมือเล็ก แต่กลับไม่ตักเข้าปาก ได้แต่จ้องมองข้าวต้มร้อนๆควันฉุยอยู่อย่างนั้นเงียบๆ
ฝ่ายเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองชามข้าวต้มเงียบๆจึงอดแขวะไม่ได้ว่า “ทำไมไม่กิน?ต้องให้ฉันป้อนด้วยมะ”
ด้านนักดาบสาวชินเมริว เจ้าของฉายา นักดาบน้ำแข็ง(หรือ ยัยน้ำแข็งเดินได้ ของโคโนกะ)ที่ได้ยินดังนั้น แทนที่จะรีบออกปากปฏิเสธ เธอกลับตอบอย่างรวดเร็วว่า “ถ้าคุณหนูอยากจะป้อนดิฉัน...ดิฉันก็ยินดีค่ะ”
“ใครจะอยากป้อนเธอกัน ห๊ะ!?ฉันพูดประชดย่ะ!!” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯแหวใส่คนตัวสูงที่ทำหน้าตาย ใบหน้าหวานแดงเรื่อน้อยๆ(อีกครั้ง) ดวงตาสีโกโก้แอบเหลือบมองเด็กสาวผมดำที่บัดนี้ก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนเขี่ยข้าวต้มในชาม(คล้ายกับการเรียกคะแนนสงสารกลายๆ)[เห็นไหมล่ะ เซ็ตจังเจ้าเล่ห์ขนาดไหน ^O^] สุดท้าย...เจ้าหล่อนก็ทนกับท่าทาง(น่ารักๆ)ของเซ็ตซึนะไม่ไหว จึงเอ่ยปากเสียงแข็งว่า “เอามานี่มา...”
“??????”
“ก็บอกให้เอามานี่ไงเล่า!!”
“...ค่ะ”
โคโนกะถอนหายใจเซ็งๆเมื่อคนตัวสูงยื่นชามข้าวต้มส่งคืนให้อย่างว่าง่าย มือน้อยรับชามต้มร้อนๆจากมือบางมาถือไว้ พลางขยับตัวขึ้นไปนั่งบนเตียงนิ่ม แล้วตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าเพื่อให้หายร้อน ก่อนจะส่งข้าวต้มเข้าปากอีกฝ่ายที่อ้าปากรอ “รีบๆกินเข้าไปสิ”
“............”
“รสชาติเป็นไงบ้าง” คนตัวเล็กถามลุ้นๆ เมื่อองครักษ์สาวกลืนข้าวต้มอร่อยๆนั้นลงคอ
“....อืม...ค่ะ อร่อยดีค่ะ” นักดาบสาวตอบ และคำตอบนั้นก็ทำให้โคโนกะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “ไปซื้อมาจากไหนเหรอคะ?”
“ฉันทำเองแหละ” เด็กสาวร่างเล็กยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“อึก!!แค่กๆๆ!!” เซ็ตซึนะสักลักพรวด พร้อมไอค่อกแค่กด้วยอารามรีบร้อนกลืนข้าวต้มเข้าไปคำใหญ่ ดวงตาสีนิลคู่คมมองคุณหนูจอมวีนที่จ้องตอบด้วยสายตาท้าทายปนกรุ่นโกรธอย่างแปลกใจ “ค...คุณหนูทำเองหรือคะ”
“ใช่!!มีปัญหาเรอะ!!” โคโนกะถามอย่างท้าทาย ดันชามข้าวต้มใส่มือบาง “กินเองก็แล้วกัน...ไม่ป้อนแล้ว คนอะไร ฉันอุตส่าห์ทั้งทำให้กินแล้วทั้งป้อนแล้ว ยังจะมากวนประสาท”
“เดี๋ยวสิคะ คุณหนู!ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทคุณหนูเลยแม้แต่นิดเดียวนะคะ ดิฉันก็แค่แปลกใจเท่านั้นล่ะค่ะ” เซ็ตซึนะพูด พลางคว้าข้อมือเล็กของอีกฝ่ายที่ทำท่าจะลุกออกไปไว้แน่น “ที่สำคัญ...ข้าวต้มฝีมือของคุณหนูอร่อยกว่าข้าวต้มที่ดิฉันเคยกินมาอีกนะคะ”
~~ฉ่า~~ (-//-) << หน้าโคโนจี้
“พ...พูดดีๆก็เป็นนี่นะ” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตกล่าวเก้อๆ รอยสีแดงจางๆขึ้นเป็นปื้นบนพวงแก้มเนียน “ฉันจะป้อนให้ละกัน...ถือว่าสงเคราะห์คนป่วย”
คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯยังคงป้อนข้าวต้มที่เธอ(อุตส่าห์)ทำอย่างสุดฝีมือให้คนเจ็บทานเงียบๆจนหมดชาม มือน้อยวางชามข้าวต้มที่บัดนี้ว่างเปล่าลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียง แล้วผันไปหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับริมฝีปากบางๆขององครักษ์สาวเบาๆ ดวงตาสีโกโก้ช้อนสายตามองประสานกับดวงตาสีนิลดำคู่คมที่จับจ้องเธอตั้งแต่เมื่อครู่ แล้วถามเบาๆว่า “มองอะไรไม่ทราบ??”
“.....เปล่าค่ะ”
“แล้ว...เป็นยังไงบ้างล่ะ” เด็กสาวร่างเล็กเอ่ยถาม เสมองไปทางอื่นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งประสานตากับคนตรงหน้า
“ก็....ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ......”
“...............”
“บาดแผลภายนอกก็หายหมดแล้ว พวกแผลช้ำในก็ดูจะเป็นปกติดี แม้ว่าจะยังมีปวดนิดๆตามกล้ามเนื้อ แต่รวมๆแล้วก็...ดีขึ้นกว่าเดิมมากเลยค่ะ แล้วก็ดูเหมือนว่า...” เซ็ตซึนะตอบ พลางขยับแขนที่หักไปมา “กระดูกส่วนที่หักก็...สมานแล้วล่ะค่ะ แทบเรียกได้ว่ากลับเป็นปกติเลยก็ว่าได้”
“.......เหรอ”
“ทั้งนี้ก็เป็นเพราะคุณหนู.....”
“???????”
“เพราะคุณหนูใช้เวทย์มนตร์รักษาจนดิฉันหายดี แล้วยังจะคอยพยาบาลดิฉัน แม้ว่าคุณหนูจะเกลียดและไม่ชอบหน้าดิฉัน แต่คุณหนูก็เป็นคนที่มีเมตตา จิตใจดี อุตส่าห์ช่วยคนต่ำต้อยอย่างดิฉัน....” นักดาบสาวชินเมริวก้มหน้าก้มตาพูด
“............”
“แม้ว่า...การที่คุณหนูรักษาดิฉัน โดยการใช้เวทมนตร์นั้นจะทำให้คุณหนูอ่อนแรงลงมากก็ตาม ดิฉันถึง...” คนพูดน้อยนิ่งไปพักนึง ก่อนจะเงยหน้ามองโคโนกะแล้วระบายยิ้มน้อยๆที่มุมปาก “อยากจะขอบคุณคุณหนูมากๆ หากมีสิ่งใดที่พอจะทดแทนบุญคุณนี้ได้ ดิฉันก็ยินดีค่ะ”
“ของพรรค์นั้น่ะ ช่างมันเหอะ ถือซะว่าช่วยเพื่อนร่วมโลกแล้วกัน” โคโนกะพูด ผันใบหน้าหวานที่แดงซ่านไปทางอื่น เมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองก้มลงไปถ่ายพลังเวทย์รักษาแก่นักดาบสาว “อีกอย่าง...เธอก็อย่าได้ใจนักล่ะ”
“......?”
“ฉันเอง...ก็ไม่อยากจะมานั่งรักษาเธอให้เปลืองแรงหรอกนะ แต่...ไหนๆท่านตาก็มอบหมายให้เธอมาเป็นบอดีการ์ดให้ฉันแล้ว...ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอหาเรื่องอู้งานก็เท่านั้นล่ะ...” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯกล่าว “อย่าเข้าใจผิดว่าฉันเป็นห่วงเธอล่ะ”
“......ค่ะ” องครักษ์สาวรับคำเบาๆ พลางหวนคิดไปถึงภาพของเด็กสาวร่างเล็กที่มองเธออย่างห่วงใยพร้อมน้ำตาที่รื้นคลอเบ้าก่อนหน้าที่เธอจะสลบไป ริมฝีปากบางยิ้มมุมปากนิดๆด้วยความขบขัน
“ยิ้มอะไรเล่า!?ตลกนักหรือไง ห๊ะ!??” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตถามห้วนๆปนเขิน เมื่อดวงตาสีโกโก้แอบเหล่เห็นรอยยิ้มขบขันของอีกฝ่าย ทำเอาเซ็ตซึนะถึงกับสะดุ้งรีบหุบยิ้มในทันใด
“...........”
“แต่ก็ขอบใจนะ”
“หืม??” เด็กสาวผมสีดำขลับเลิกคิ้ว ดวงตาสีรัตติกาลฉายแววสนเท่ห์นิดๆ เมื่อคนตัวเล็กหันใบหน้าหวานๆและแดงจัดมามองเธอ
“ขอบใจ...ที่ปกป้องฉัน...เจ็บตัวแทนฉัน...ทั้งตอนวิชาพละ แล้วก็...ที่หน้าบันไดโรงยิม” โคโนกะกล่าวเสียงเบา ริมฝีปากเล็กสีกุหลาบอมยิ้มน้อยๆทำเอาคนมองถึงกับใจเต้นแปลกๆในทันใด “ทั้งๆที่...ฉันเองก็ร้ายกาจกับเธอไว้ตั้งเยอะ...ขอบคุณนะ”
นักดาบสาวชินเมริวที่มัวแต่มองหน้าและรอยยิ้มของคุณหนูจอมวีนอย่างอึ้งๆ มุ่นคิ้วอย่างแปลกใจ เมื่อตัวเธอสัมผัสความรู้สึกประหลาดบางอย่างในร่างกายของเธอ มือบางที่วางบนเตียงนอนเลื่อนขึ้นมาทาบหน้าอกด้านซ้ายของตนเองนิ่ง ...ทำไม...ถึงได้เต้นแปลกๆ...เหมือนตอน...ที่อยู่กับพี่โมโตโกะ...แต่นี่...เต้นแรงกว่า...หรือเราจะ...
“นี่!!เหม่ออะไรน่ะ?ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ??”
“ค...คะ??” เซ็ตซึนะสะดุ้งโหยง เมื่อมือน้อยของคุณหนูสะกิดเข้าที่แขนของเธอแรงๆ
“ฉันบอกว่าขอบใจ ขอบใจ ขอบใจ ขอบใจ ที่ช่วยฉัน...พอใจหรือยัง” เด็กสาวผมสีช็อคกี้กล่าว ก่อนจะทำแก้มป่องอย่างน่ารักน่าเอ็นดูเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีใส่ใจกับคำพูดของเธอ พลางบ่นกับตัวเองเบาๆ “คนอุตส่าห์พูดซึ้ง...แต่กลับไม่ฟัง...มัวคิดถึงใครอยู่นะ”
“อา...ค่ะ”
“ท...ทำอะไรของเธอน่ะ!!” คุณหนูจอมวีนร้องถาม ขณะที่คนตัวสูงนั้นยื่นมือมากุมมือเธอแล้วบีบเบาๆ ดวงหน้าสวยเลื่อนเข้ามาใกล้
“การปกป้องคุณหนูคือสิ่งสำคัญอับดับหนึ่งของดิฉัน...ไม่ว่าคุณหนูจะตกอยู่ในอันตรายแค่ไหน...ดิฉันจะรีบไปหาคุณหนูอย่างไม่ลังเล...” องครักษ์สาวพูด ยกมือลูบใบหน้าหวานของคนตัวเล็กเบาๆด้วยความทะนุถนอม “และตราบใด...ที่ฉันยังอยู่กับคุณหนู...ดิฉันจะไม่ให้ใครมาทำอันตรายกับคุณหนูได้เด็ดขาด...ขอให้คุณหนูโปรดเชื่อมั่นในตัวดิฉัน...ว่าดิฉันจะปกป้องคุณหนูอย่างสุดความสามารถ...แม้ว่าตัวดิฉันจะต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม...เพื่อคุณหนู...ดิฉันทนได้เสมอ...”
ฝ่ายเด็กสาวผมสีช็อคโกแลตที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไป ดวงตาสีโกโก้มองประสานกับดวงตาคู่คมนิ่ง สติที่มีอยู่เริ่มหลุดลอยออกจากร่าง คล้ายกับว่า...ถูกสายตาคมๆขององครักษ์สาวนั้นสูบเรี่ยวแรงไปจนหมด “ฉัน...เธอ...พูดจริงเหรอ...ที่ว่า...จะปกป้อง...” เซ็ตซึนะยิ้มน้อยๆเป็นคำตอบ ดวงตาสีนิลดำยังคงจ้องเข้าไปในดวงตาสีโกโก้อย่างหลงใหล
“ฉัน...สำคัญกับเธอมากขนาดนั้นเลยเหรอ...เป็นห่วงฉัน...ขนาดนั้นเลยเหรอ...แล้ว...เธอจะอยู่กับฉันตลอดไปใช่ไหม??” เด็กสาวร่างเล็กถามเสียงเบาหวิว ขณะที่ถูกสองมือของนักดาบสาวดึงขึ้นไปนั่งบนเตียงด้วยกัน
“ดิฉัน...เป็นห่วงคุณหนูทุกฝีก้าว...ไม่ว่าคุณหนูจะอยู่ที่ไหน...ทำอะไร...ขอจงเชื่อมั่น...ว่าดิฉันจะไม่มีวันจากคุณหนูไป...หากแม้จะอยู่ห่างกันสุดปลายฟ้า...เพียงแค่เรียกชื่อ...และอนุญาตให้ดิฉันอยู่เคียงข้าง...ดิฉัน...ก็จะตามหา...และคอยปกป้องคุ้มครองคุณหนูตลอดไป...”
สิ้นคำคล้ายคำมั่นสัญญาของนักดาบสาวชินเมริวจอมเย็นชา คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯก็ถึงกับหน้าแดงน้อยๆกับคำหวานนั่น ดวงตาสีโกโก้ที่จับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีรัตติกาลลึกลับ แล้วเคลื่อนใบหน้าหวานเข้าไปใกล้กับใบหน้าสวยคมของอีกฝ่าย คล้ายกับต้องมนตร์สะกดจากดวงตาคู่คม...
แต่แล้ว...โคโนกะกลับสะดุ้งสุดตัว มือน้อยผลักอกของคนตัวสูงซะแทบกระเด็นติดกำแพง เมื่อสัมผัสเข้ากับลมหายใจร้อนๆของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วกลับแดงหนักกว่าเก่าจนเกรงว่าคนตรงหน้าจะสัมผัสกับไอร้อนจากใบหน้าของเธอได้ มือน้อยยกทาบอกอย่างตกใจ “หลอกให้ฉันพูดอะไรออกไป ห๊ะ!!”
“เปล่านี่คะ” องครักษ์สาวไหวไหล่ ดวงตาสีนิลมีแววแปลกใจนิดๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่แดงก่ำอย่างน่ารักของคุณหนูจอมวีน ...น่ารักแฮะ... กลีบปากบางสีแดงสดยิ้มกับตนเองด้วยความเอ็นดูปนขบขัน ก่อนจะรีบทำหน้าตายเมื่อเจอสายตาค้อนๆของคนตัวเล็ก จึงแกล้งถามว่า “คุณหนูไม่สบายหรือเปล่าคะ?หน้าแดงเชียว...ให้ดิฉันวัดไข้ให้ไหมคะ??”
“ม...ไม่ต้อง!!!!” เสียงหวานใสตะโกนดังลั่นคับห้อง แล้วรีบผลุนผลับวิ่งออกไป โดยมีเสียงประตูปิดดังปังทิ้งท้าย
เด็กสาวผมดำขลับที่ยังคงทอดสายตามองแผ่นหลังเล็กที่วิ่งหายออกไปจากห้องด้วยสายตาเอ็นดูและรอยยิ้มที่หาดูได้ยากประดับบนใบหน้าสวย มือบางยกขึ้นลูบไล้กลีบปากบางของตน แล้วนึกถึงสัมผัสนุ่มๆจากริมฝีปากของร่างเล็ก...
ร่างสูงค่อยๆเอนกายลงบนเตียงนิ่ม ใช้ท่อนแขนหนุนต่างหมอน เปลือกตาบางปรือปิด แล้วเริ่มฝังตนเองไว้กับความสับสนที่เริ่มจะก่อตัวขึ้นช้าๆ ...รอยยิ้มที่มีไว้เพื่อพี่โมโตโกะ...รอยยิ้มที่มีแค่พี่โมโตโกะที่ได้เห็น...คนๆเดียวที่ทำให้เรายิ้มได้...คนๆเดียวที่สำคัญ...แต่ทำไมตอนนี้ถึง...มีคุณหนูเข้ามาเป็นคนสำคัญด้วยนะ??...แค่ได้สบตากับดวงตาสีโกโก้คู่สวยนั้น...หัวใจของเราก็เริ่มเต้นแรงเหมือนกับตอนที่อยู่กับพี่โมโตโกะ...
คุณหนูโคโนกะ...คนที่เราว่าเกลียดหนักหนา...แต่ทำไม...อะไร...ที่ดลใจให้เราพูดแบบนั้น...ทั้งๆที่เราเกลียดการผูกมัด...แต่ทำไม...เราถึง...สัญญาว่าจะคอยปกป้องคุ้มครอง...และเคียงข้างคุณหนูตลอดไป...แค่สบตากับคุณหนูเนี่ยนะ...แค่สบตา...ก็ทำให้เราพูดออกไปอย่างไม่รู้ตัวเลย...
“ทำไมกันนะ...ไม่เห็นจะเข้าใจความรู้สึกนี่เลย....”
....................................................................................
อุโฮะ....ในบอร์ดเก่าค้างไว้แค่ตอนนี้
กระผมก็ต้องขออนุญาติค้างไว้ก่อนนะขอรับ
แล้วกระผมจะรีบปั่นตอนที่6มาให้ทุกท่านได้อ่านกันเร็วๆนี้
ไม่นานเกินรอแน่ขอรับ
#9
Posted 13 September 2009 - 03:35 PM
มาต่อเร็วๆนะคะ สนุกมากค่ะ

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
#10
Posted 14 September 2009 - 04:00 PM
ต่อไวๆนะคะ ค้างไว้จนลืมหมดแล้ว - -*
#11
Posted 15 September 2009 - 10:50 PM
ไม่เป็นไร แรนด์ยังอยู่ในช่วงดอง
ให้อภัยได้...เหอๆๆๆ
...คนมาทีหลังก็ได้แต่ฝืนยิ้มทั้งน้ำตาเท่านั้นเอง...

ช้านมันเลววววววววววววววววว
#13
Posted 08 October 2009 - 01:39 PM
วันเวลาที่ล่วงเลยไปช้าๆได้เดินทางไปพร้อมกับความรู้สึกในหัวใจของเซ็ตซึนะและโคโนกะที่แปรเปลี่ยนไปทีละน้อย แม้จะทะเลาะกันเหมือนทุกวัน แต่ทว่าก็น้อยลงไปตามวันเวลา... แม้จะไม่มีใครพูดอะไร แต่โคโนกะและเซ็ตซึนะก็ดูเหมือนจะรู้อยู่แก่ใจว่า...ตอนนี้...ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้รังเกียจหรือหาเรื่องชวนทะเลาะเหมือนเก่า กลับเริ่มสนิทและผูกพันกันด้วยซ้ำไป...
.
.
.
“นี่!!ยัยน้ำแข็ง” โคโนกะร้องเรียกชื่อของคนตัวสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลในเช้าวันหยุด “คือ...ฉันรู้มาว่า...มีร้านไอติมเปิดใหม่แถวนี้น่ะ เราไปกินด้วยกันไหม??”
“คะ??...เอ่อ...”
“สิบเอ็ดโมงเจอกันที่ลานต้นไม้โลกนะ” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตพูดรวบรัด(แกมบังคับ)
องครักษ์สาวเลิกคิ้วในทันใดเมื่อร่างเล็กจัดการนัดเวลาเสร็จสรรพทั้งๆที่เธอยังไม่ได้ตอบตกลงซักแอะ เด็กสาวเตรียมอ้าปากเพื่อจะปฏิเสธ แต่เมื่อเจอคนตัวเล็กมองมาด้วยสายตาบังคับจึงต้องพยักหน้าตกลงอย่างเสียไม่ได้
...เฮ้อ~~ไม่เคยขัดใจได้เลยสิน่า~~...
“ดีมาก...งั้นเจอกันสิบเอ็ดโมงนะ ห้ามสายนะ เข้าใจไหม???” คุณหนูจอมวีนออกคำสั่ง
“ค่าๆ...งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ต้องไปธุระก่อน” เซ็ตซึนะถอนใจแรงๆ
“อื้อ!!งั้นไว้เจอกันนะ คุณองครักษ์”
นักดาบสาวไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มน้อยๆให้ มือบางกระชับห่อดาบคู่กายให้มั่นแล้วสาวเท้าจากไป โดยที่ยังมีดวงตาสีโกโก้มองตามไม่ห่าง จนอาซึนะที่ยืนหัวโด่จนกลายเป็นคนไร้ตัวตนอดกระแอมไอเตือนสติเพื่อนสาวร่างเล็กไม่ได้
“แฮ่ม!!เคลิ้มเลยนะ โคโนกะ” สาวผมส้มยิ้มเจ้าเล่ห์ ถองสีข้างเพื่อนสาวเบาๆ
“ฮึ!!เปล่านะ เค้าก็แค่มอง”
“จริงเร้อ~~”
“อึก...” โคโนกะถึงกับสะอึก หลบหน้าแดงๆให้พ้นสายตาเจ้าเล่ห์ของอาซึนะ “ไปซื้อของกันเหอะ ฉันอยากได้เสื้อผ้าใหม่”
“เฉไฉๆๆๆๆๆ”
“ไปๆๆๆๆ” คุณหนูแห่งสมาพันธ์มหาเวทฯตัดบท มือเล็กดึงแขนของเพื่อนสาวผมส้มแล้วลากให้ไปด้วยกัน....
******************************************************************************
“ขอประทานอภัยที่มาช้าค่ะ ท่านผู้อำนวยการ...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ พร้อมกับการปรากฏกายของร่างสูงสง่าของเด็กสาวเรือนผมสีดำขลับก้าวเข้ามาในห้อง
“มาแล้วรึ เซ็ตซึนะคุง”
“ท่านผู้อำนวยการมีอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือคะ” เซ็ตซึนะถาม ดวงตาสีนิลดำไร้อารมณ์มองชายชราที่นั่งลูบเครายาวสีขาวด้วยสายตานิ่งสงบ
“เธอคงทราบดีสินะ ว่าในร่างกายของทายาทสมาพันธ์มหาเวทฯอย่างโคโนกะมีพลังเวทย์มนต์มหาศาลไหลเวียนอยู่ในร่าง...” โคโนเอม่อนพูดเกริ่น “และเธอก็คงทราบดีว่าพลังของโคโนกะนั้นไม่เพียงแต่จะสามารถครอบครองสมาพันธ์มหาเวทฯได้เท่านั้น...แต่พลังนั่นยังจะสามารถดึงดูดเหล่าปีศาจหลายเผ่าพันธุ์ให้เข้ามาหาหมายจะครอบครองพลังนั้นไว้...”
“ค่ะ ดิฉันทราบดี”
“นอกจากสิ่งที่ฉันต้องการจากเธอ...คือการคุ้มครองแล้ว ฉันอยากให้เธอคอยระวังภัยให้โคโนกะทุกฝีก้าวและถ้าเป็นไปได้...ฉันอยากให้เธอปกป้องหลานสาวของฉันด้วยชีวิต...” ชายชรากล่าวได้เท่านั้นก็เงียบไป... ดวงตาเล็กรีมององครักษ์สาวที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะผ่อนลมหายใจแรงด้วยความหนักใจปนลำบากใจ “ฉันรู้...ว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากจะทำสิ่งที่ฉันขอนัก แต่หลังจากที่สำนักชินเมริวของเธอมาเข้าพวกกับทางสมาพันธ์...พวกสำนักโฮกังที่ยังคงราวีพวกเราก็พุ่งเป้าหมายไปที่สำนักโฮคุเอ็น....”
“..............”
“แล้วฉันยังได้ข่าวมาว่าเจ้าสำนักคนใหม่ นอกจากมีฝีมือด้านดาบที่เก่งไม่แพ้เจ้าสำนักชินเมริวแล้ว เรื่องไสยเวทย์...เจ้าสำนักคนใหม่ก็เก่งไม่แพ้กัน...ฉันจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าแผนที่เจ้าพวกนั้นวางไว้จะเป็นยังไงและส่งผลร้ายแรงต่อโคโนกะและสมาพันธ์แค่ไหน”
“................”
“ดังนั้น...ฉันจึงอยากขอร้องเธอ...เพราะเธอเป็นคนเดียว...ที่จะสามารถคุ้มครองโคโนกะให้รอดพ้นจากอันตรายได้...”
“....ท่านผู้อำนวยการไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ...” นักดาบสาวชินเมริวพูดแทรกขึ้น ดวงตาสีรัตติกาลคู่คมที่แม้จะยังคงเรียบเฉย แต่ทว่ามีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าแฝงอยู่ “ดิฉัน...จะปกป้องคุณหนูเองค่ะ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ดิฉันจะขอคุ้มครองคุณหนูจนสุดความสามารถ...หรือไม่...ก็จนกว่าดิฉันจะตาย....”
“ขอบคุณที่สัญญาว่าจะยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องโคโนกะ...ถ้าเป็นไปได้...” โคโนเอม่อนพูด
....ก็สัญญา....ไว้แล้วนี่นา...กับคุณหนู...ว่าจะปกป้อง....สัญญา...ต้องเป็นสัญญาสิ...
“เอ้อ...แล้วความสัมพันธ์ของเธอกับโคโนกะล่ะ...เป็นอย่างไรบ้าง?...เลิกทะเลาะกันหรือยัง...” ชายชราเอ่ยถาม ปลุกให้องครักษ์สาวจอมเย็นชาหลุดจากภวังค์ทันที...
“คะ??...เอ่อ...ก็...ดิฉันหวังว่าจะคงดีขึ้นกว่าเดิม...มั้งคะ...”
“ดีแล้ว...ยิ่งเธอกับหลานสาวฉันดีกันเท่าไหร่...การอยู่ร่วมกันของเธอสองคนก็มีผลดีเท่านั้น...”
“ท่านผู้อำนวยการคะ...” เด็กสาวผมดำเรียกชายชราที่มีสีหน้าครุ่นคิดเบาๆ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าเหี่ยวของชายชราด้วยสายตาอ่านยาก “ทำไม...ทั้งท่าน...ทั้งท่านประธาน...ทั้งนายหญิง...และใครๆถึงอยากให้ดิฉันคุ้มครองคุณหนูล่ะคะ...ทั้งๆที่คนของสำนักชินเมริวก็มีคนเก่งกว่าดิฉันตั้งมากมาย...แต่ทำไมทุกคนถึงเลือกดิฉันล่ะคะ แล้วทำไมถึงมั่นใจกันนักล่ะคะ ว่าดิฉันจะปกป้องคุณหนูเมื่อยามมีภัยได้...”
“.....ลองถามแบบนี้ แสดงว่าซึรุโกะซังยังไม่ได้เล่าให้เธอฟังสินะ...เรื่องพิธีผูกด้ายแดงของเธอน่ะ.....”
“พิธี...ผูกด้ายแดง????”
โคโนเอม่อนมองใบหน้าคมที่บัดนี้ฉายแววงงงวยของเด็กสาวผมดำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มือเหี่ยวจะเลื่อนไปหยิบหนังสือเก่าๆเล่มหนาในลิ้นชัก แล้วยื่นส่งให้องครักษ์สาวที่ยืนทำหน้างุนงงปนเคร่งเครียด “นี่เป็นหนังสือที่ระบุพิธีกรรมต่างๆของคนในตระกูลโคโนเอะและสำนักชินเมริว ถ้าเธออ่านแล้วจะเข้าใจ....”
องครักษ์สาวจ้องมองหนังสือเก่าๆบนโต๊ะอย่างพินิจ มือบางเอื้อมไปหยิบมันไว้ในมือทั้งๆที่ดวงตายังคงจ้องมันอยู่อย่างนั้น ...หนังสือเล่มนี้...คงบอกอะไรได้บ้างแหล่ะ... ใบหน้าสวยคมเงยมองชายชราแล้วถามว่า “แล้วทำไม...ถึงให้ดิฉัน...”
“เอาเป็นว่าเธออ่านแล้วเธอจะรู้ ส่วนเหตุผลที่ฉันยกให้...เธอเองก็เป็นว่าที่เจ้าของสำนักชินเมริวรุ่นที่สามสิบห้า เรื่องของตระกูลโคโนเอะ...รู้ไว้ก็คงไม่แปลก...” ชายชรากล่าว “เอาล่ะ...ฉันว่าได้เวลาที่เธอควรจะไปพักผ่อนได้แล้ว...”
“...ค่ะ...ดิฉันขอตัว....”
******************************************************************************
ร่างสูงสง่าของเด็กสาวผมดำเคลื่อนตัวจากอาคารเรียนไปยังหอพักหญิงช้าๆ โดยที่หัวสมองยังคงเอาแต่หมกมุ่นแต่เรื่องหนังสือจนพลอยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับโคโนกะไปเสียสนิท... ใบหน้าสวยคมก้มมองหนังสือเก่าๆในมือด้วยสายตาครุ่นคิด
มือบางพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ แต่แล้วดวงตาสีนิลคู่คมกลับต้องสะดุดกับหน้ากระดาษที่ถูกคั่นไว้ราวกับว่าเจ้าของหนังสือเล่มนี้จงใจคั่นไว้เพื่อให้เธออ่านโดยเฉพาะ...
‘พิธีผูกด้ายแดง...การเลือกคู่หูของจอมเวทย์แห่งตระกูลโคโนเอะ...’
“พิธีผูกด้ายแดงเป็นพิธีที่สำคัญและศักดิ์สิทธ์พิธีหนึ่ง เนื่องจากเป็นพิธีเริ่มต้นในการเลือกคู่หูแก่ทายาทของตระกูลแต่ละรุ่น โดยทายาทของตระกูลโคโนเอะได้ทำสัญญาผูกขาดกับทายาทตระกูลซากุระซากิไว้แต่โบราณกาล
โดยพิธีผูกด้ายแดงเป็นพิธีที่ช่วยให้พลังที่หลับใหลอยู่ในตัวของทายาทของทั้งสองตระกูลตื่นขึ้นมาและเกื้อหนุนกันและกัน จึงคล้ายกับพิธีพันธะสัญญาของจอมเวทย์ฝั่งตะวันตก ซึ่งพิธีนี้จำต้องทำในวันที่ห้าเดือนห้า และทายาททั้งสองตระกูลจำต้องมีอายุห้าขวบบริบูรณ์
ทายาทของทั้งสองตระกูลที่เข้าพิธีผูกด้ายแดงจะไม่สามารถตัดขาดจากกันได้ ไม่ว่าโดยวิธีใดก็ตาม ด้ายแดงแห่งเวทมนตร์นี้จะขาดจากกันก็ต่อเมื่อคู่พันธะสัญญาคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตไปก่อน และอีกคนที่เหลือก็จะไม่สามารถผูกพันธะสัญญากับใครได้อีก...”
ดวงตาสีรัตติกาลที่หยุดตรงอักษรตัวสุดท้ายฉายแววเครียดนิดๆ เมื่อพอจะตีความคร่าวๆของพิธีนี้ออก มือบางปิดหนังสือดังฉับ แล้วระบายลมหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยหน่าย
‘ไม่สามารถตัดขาดจากกันได้งั้นหรอ...งั้นมันก็คล้ายๆกับการแต่งงานเลยน่ะสิ’ เธอคิด ‘หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตไปก่อนก็เหมือนกับว่าอีกฝ่ายกลายเป็นหม้ายสินะ...พิธีบ้าอะไร...มัดมือชกชะมัด’
“คุณซากุระซากิคะ”
เสียงใสที่ออกจะเอนเอียงไปทางหยิ่งยโสและวางมาดคุ้นๆหูดังขึ้นจากด้านหลังขององครักษ์สาว ชักชวนให้ใบหน้าสวยคมนั้นหันกลับไปตามเสียงเรียกนั้นทันที
ดวงตาสีรัตติกาลของนักดาบสาวชินเมริวกลับฉายแววงุนงงเล็กน้อย เมื่อเด็กสาวร่างสูงโปร่งเจ้าของดวงตาสีเขียวสดและเรือนผมสีบรอนซ์วิ่งมาหยุดตรงหน้า
“...คุณหัวหน้าห้อง??มีเรื่องอะไรหรือคะ...” เซ็ตซึนะถาม
“ดิฉันทราบมาว่ามีจดหมายมาถึงคุณน่ะค่ะ จดหมายจากชินเมริว...” อายากะตอบ
“ชินเมริว???” เซ็ตซึนะร้องถาม หัวใจเต้นตึกตักด้วยความลิงโลด ...ต้องเป็นพี่โมโตโกะแน่ๆ...ต้องเป็นพี่โมโตโกะแน่นอน!!... “แล้ว...แล้วตอนนี้จดหมายอยู่ที่ไหนคะ?”
“อยู่ในตู้จดหมายของห้องคุณโคโนกะน่ะค่ะ ดิฉันเห็นว่าคุณเพิ่งจะย้ายมาเรียนที่นี่ได้สองวันเลยยังไม่ได้แจ้งลุงยามให้เอาตู้จดหมายไปแขวนไว้ที่หน้าห้องคุณ ดิฉันต้องของประทานอภัยด้วยนะคะ คุณซากุระซากิ” อายากะพูดขอโทษขอโพยยกใหญ่ “ดิฉันนี่เป็นหัวหน้าห้องที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ต้องขอประทานอภัยจริงๆค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...คุณบอกว่าอยู่ในตู้จดหมายหน้าห้องคุณหนูสินะคะ”
“ค่ะ...ดิฉันคาดว่าคุณโคโนกะคงจะทราบแล้ว คงอยู่ที่มือคุณโคโนกะแล้วล่ะค่ะ” สาวผมทองเลิกคิ้วแปลกใจ เมื่อเห็นเด็กสาวผมดำจอมเย็นชานั้นมีท่าทีดีใจจนออกนอกหน้า
“ข...ขอบพระคุณมากค่ะ คุณหัวหน้าห้อง”
******************************************************************************
เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบกันอย่างต่อเนื่องปนกับเสียงหอบหายใจเป็นพักๆของเซ็ตซึนะดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน องครักษ์สาวเร่งฝีเท้าวิ่งตรงรี่ไปยังลานต้นไม้โลกเป็นอันดับแรกเมื่อนึกย้อนไปถึงประโยคที่คนตัวเล็กพูดเมื่อเช้า
และแล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อดวงตาสีนิลคู่คมของนักดาบสาวชินเมริวหยุดที่ร่างเล็กบอบบางของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีช็อคโกแลตในชุดไปรเวทที่กำลังนั่งรอเธออยู่
“มาแล้วเหรอ” โคโนกะที่เพิ่งจะละสายตาจากนาฬิกาข้อมือเอ่ยถามเสียงใส ดวงตาสีโกโก้ฉายแววดีใจสุดๆเมื่อร่างสูงของเด็กสาวผมดำยืนหอบแฮ่กตรงหน้า “มาช้าจังเลยนะเธอ...เรารีบไปกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”
“ยังค่ะ” องครักษ์สาวตอบพลางหอบหายใจแรงๆ “ดิฉันจะยังไม่ไปไหน...จนกว่าดิฉันจะได้จดหมายจากชินเมริวคืน”
“แต่ว่าฉันหิวแล้วนะ ไปกันก่อนเถอะ ส่วนเรื่องจดหมาย....”
“......ไม่ค่ะ!!” เซ็ตซึนะปฏิเสธเสียงแข็ง สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมือน้อย
“อะไรของเธอกัน ห๊ะ!!” เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตถามอย่างหัวเสีย แล้วกลับต้องสะดุ้งตกใจน้อยๆเมื่อสบตากับดวงตาที่แข็งกร้าวจนน่ากลัวของร่างสูง
“....จดหมาย....” องครักษ์สาวพูดช้าๆชัดๆ มือบางเอื้อมออกไปเพื่อรอรับของจากคุณหนูจอมวีน “จดหมาย...อยู่ไหนคะ...เอามาให้ดิฉัน”
“จดหมายบ้าบออะไร!!ฉันไม่รู้เรื่อง”
“อย่ามาโกหกดิฉัน!!คุณหนู!!เอาจดหมายคืนมาให้ดิฉัน!!” องครักษ์สาวตวาดเสียงกร้าว มือคู่บางตรึงบ่าเล็กของอีกฝ่ายแล้วบีบแน่น
“เป็นบ้าอะไรของเธอ!?ฉันบอกว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้ไงเล่า!!”
“คุณหนูจงใจแกล้งดิฉันหรือไงคะ!!”
“แกล้งบ้าอะไรเล่า!!อะไรของเธอเนี่ย!!?”
“เอา-จด-หมาย-ของ-พี่โมโตโกะ-มาเดี๋ยวนี้!!” เซ็ตซึนะสั่งเสียงแข็งกึ่งตะคอก ใบหน้าสวยดูโกรธจัด มือบางที่ตรึงบ่าเล็กบีบแน่นแล้วเขย่าตัวโคโนกะแรงๆด้วยความโมโห
“ฉันไม่รู้เรื่อง!!!แล้วฉันก็คิดว่าฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บจดหมายของยัยนั่ยไว้ให้เธอเสียหน่อย!!เธอจะถามฉันเอาอะไรกัน ห๊ะ!!!”
“คุณหนูไม่มีสิทธิเรียกพี่โมโตโกะแบบนั้น!!”
“ทำไมฉันจะเรียกไม่ได้ ห๊ะ!?ยัยนั่นสำคัญกับเธอมากหรือไง สำคัญกว่าฉันหรือไง!!”
“พี่โมโตโกะสำคัญกับดิฉัน!!เขาคือคนที่สำคัญที่สุดของดิฉัน!!เขาคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ดิฉันชอบ!!เขาเป็นคนที่สำคัญกว่าใคร!!สำคัญกว่าคุณหนู!!เข้าใจหรือยัง!!ถ้าเข้าใจก็เอาจดหมายมาให้ดิฉัน!!เดี๋ยวนี้!!!!”
“...คนที่...สำคัญกว่าฉัน...คนที่...ชอบ....งั้นเหรอ...” โคโนกะถามเสียงเบาหวิว ดวงตาสีโกโก้ที่เคยสดใสบัดนี้ดูเลื่อนลอยราวคนไร้สติ ...เหมือนโดนสายฟ้าฟาดใส่...เมื่อคนตรงหน้าบอกว่า ‘ชอบ’ ผู้หญิงคนนั้น...นี่ฉัน...เป็นอะไรไป...ทำไมเหมือนกับ...โลกทั้งโลกมันถล่มลงมาต่อหน้าแบบนี้...กับไอ้แค่คนที่ยัยนั่นชอบ...ไม่ใช่เรา...
“คุณหนู!!” องครักษ์สาวที่บัดนี้ไม่หลงเหลือเค้าแห่งความเยือกเย็นตวาดใส่คนตัวเล็กที่ยืนช็อคเสียงกร้าว ดวงตาสีนิลจ้องเขม็งอย่างดุดัน “ถ้าจดหมายไม่ได้อยู่ที่คุณหนู...แล้วมันอยู่ที่ไหน”
“...ฉัน...”
“คุณหนูเอามันไปไว้ที่ไหน!?เอาคืนมาให้ดิฉัน!!เดี๋ยวนี้!!”
“...ฉัน...ไม่...”
“ไม่ว่าคุณหนูจะเอาไปทิ้งที่ไหน!!กรุณาเอามาคืนให้ดิฉันเดี๋ยวนี้!!” องครักษ์สาวที่ไม่ใส่ใจโคโนกะที่อ้าปากจะตอบปฏิเสธตวาดเสียงดังลั่น
“ก็บอกว่าฉันไม่รู้ไงเล่า!!!”
“แต่คุณยูกิฮิโระบอกว่าจดหมายอยู่กับคุณหนู!!คุณหนูอย่ามาโกหกดิฉัน!!!” เซ็ตซึนะตะคอก
“เออ!!อยู่ที่ฉัน!!แล้วยังไง!!!” เด็กสาวผมสีช็อกโกแลตพูดประชด ดวงตาคู่สวยจ้องดวงตาสีรัตติกาลกลับด้วยสายตาท้าทาย ขอบตาร้อนผ่าวราวกับทำนบน้ำตาจะแตกอยู่ทุกเมื่อ
“...งั้น...เอามาให้ดิฉันเถอะค่ะ” นักดาบสาวชินเมริวพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เมื่อเห็นดวงตาสีโกโก้คู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความโกรธและน้อยใจ
“ไม่มี”
“ว่ายังไงนะ!?”
“ก็บอกว่าไม่มี!!ทิ้งไปแล้ว พอใจรึยัง!!”
“ทิ้งไปแล้วเหรอ...” ร่างสูงทวนถามด้วยเสียงแหบแห้ง ...จดหมายของพี่โมโตโกะ...คุณหนู...ทิ้งไปแล้วเหรอ... องครักษ์สาวขบฟันกรอดด้วยความแค้นใจ ดวงหน้าสวยคมขึ้นสีแดงก่ำเพราะแรงโทสะ
“ใช่!!ทิ้งไปแล้ว”
“โกหก!!!!”
“ถ้าโกหกแล้วฉันจะได้อะไร!!พอฉันพูดความจริงว่าไอ้จดหมายที่เธอตามหามันไม่ได้อยู่ที่ฉัน!!เธอก็ไม่เชื่อ!!แต่พอฉันบอกว่าฉันเอาจดหมายที่เธอพยายามยัดเยียดว่าอยู่ที่ฉันทิ้งไปแล้ว!!เธอก็ไม่เชื่ออีก!!เธอจะเอายังไงกันแน่ ห๊ะ!!!”
“คุณหนูทิ้งไปแล้วเหรอคะ....” เด็กสาวผมดำกดเสียงต่ำ ดวงตาสีดำสนิทรี่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่พยายามสื่อว่า ...นักดาบที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งกำลังโกรธอย่างถึงที่สุด...
“ฉันทิ้งไปแล้ว!!เอาไอ้จดหมายนั่นเผาทิ้งกับมือด้วยซ้ำ!!!พอใจรึยัง!!!”
“คุณหนูทำแบบนี้ทำไม” เซ็ตซึนะถาม ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยเรียบเฉยนั้นกลับฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน “ถึงคุณหนูจะเกลียดดิฉันมาก...แต่คุณหนูก็ไม่น่าจะทำเช่นนี้...”
“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นะ!!” โคโนกะตวาดเสียงแหลม เมื่อเห็นร่องรอยความผิดหวังในดวงตาสีนิลที่เธอนึกหลงใหลนั้น
“คุณหนู...ทำแบบนี้ทำไมคะ...ทิ้งจดหมายที่คนสำคัญของดิฉันส่งมาทำไมคะ...คุณหนูรู้ไหมคะว่าจดหมายฉบับนั้นสำคัญกับดิฉันมากแค่ไหน...แล้วรู้หรือเปล่าคะว่าคนที่ส่งจดหมายมาสำคัญกับดิฉันมากแค่ไหน....”
“เออ!!รู้แล้วว่าเขาสำคัญ!!อย่ามาย้ำมากได้ไหม!!?ฉันรำคาญ!!!” คนตัวเล็กตวาดด้วยความช้ำใจ ริมฝีปากเล็กเหยียดยิ้มแค่น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ส่อแววประชดประชันอย่างเต็มที่ว่า “อยากรู้นักใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้...”
“................”
“ก็เพราะว่าฉันรู้ไง!!ว่าถ้าฉันทิ้งไอ้จดหมายของเธอไป!!ฉันจะได้เห็นภาพที่เธอฟูมฟายแบบนี้ไงล่ะ!!”
“ทำไม....”
“เธอไม่รู้หรือไงว่าการที่เห็นคนที่เราเกลียดฟูมฟายน่ะ มันสะใจแค่ไหน”
“สะใจหรือคะ...คุณหนูจะบอกกับดิฉันว่า...การที่ได้เห็นดิฉันฟูมฟายบ้าคลั่งเช่นเดียวกับคนไร้สติแบบนี้...ทำให้คุณหนูสะใจมากหรือคะ...” นักดาบสาวชินเมริวพูดเสียงสั่น บ่ากว้างกระตุกน้อยๆด้วยแรงโทสะ “แล้วเป็นอย่างไรคะ...รู้สึกสะใจมากไหมคะ...”
“เออ!!ฉันโคตรจะสะใจเลย!!” โคโนกะตวาดเสียงกร้าว แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่พูดออกไปมันไม่ใช่ความจริง...แต่แรงโทสะที่เธอมีมันปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เธอต้องเลือกจะโกหกออกไปเพื่อประชด...มากกว่าที่จะต้องพูดความจริง
“งั้นดิฉันก็อยากให้คุณหนูทราบไว้!!ว่าสิ่งที่ดิฉันทำ!!ดิฉันก็ทำไปด้วยความสะใจเหมือนกัน!!!”
สิ้นเสียงตวาดของเซ็ตซึนะ องครักษ์สาวจองเย็นชาก็คว้าตัวโคโนกะเข้ามาจูบอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากคู่บางขององครักษ์สาวนั้นบดขยี้ริมฝีปากเล็กของร่างบางในอ้อมกอดด้วยแรงโทสะ ...แรงโทสะที่รุนแรงราวกับต้องการที่จะทำลายคนในอ้อมแขนนั้นให้เป็นผุยผง!!!... เด็กสาวผมสีช็อคโกแลตในอ้อมแขนแข็งแรงที่ถูกกอดรัดอย่างรุนแรงได้แต่ครางอู้อี้ ดิ้นขลุกขลักไปมา มือน้อยทั้งสองทั้งดึงทึ้ง ทั้งทุบแรงๆเพื่อให้เด็กสาวผมดำถอนริมฝีปากที่น่าขยะแขยงนั้นออก แต่ดูเหมือนว่าไม่จะเป็นผล...แรงโทสะที่มีมากเกินไปขององครักษ์สาวยังคงคุกรุ่น จนท้ายที่สุด...โคโนกะก็ต้องอ่อนยวบอย่างไร้ทางสู้ในอ้อมแขนของร่างสูงที่ยังคงใช้ริมฝีปากร้อนนั้นจูบเธอด้วยความโมโห
“....!!?” เด็กสาวผมสีดำขลับที่ยังคงจูบคนตัวเล็กอย่างหยาบคายนั้นสะดุ้งตกใจ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย...
..........................................................................................................................................................
อุโฮะ....หลังจากที่ดองมาไว้นานแสนนานประมาณชาติกว่าๆได้
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลงเสียที..
ต้องขออภัยที่ดองฟิคไว้นานมาก จนทุกท่านอาจจะลืมกันไปหมดแล้ว(คิดแล้วเศร้า)
เป็นเพราะซีไม่มีเวลาปั่นฟิคจริงๆ และคาดว่าอาจจะเกิดการดองขึ้นอีกรอบ
แต่คงไม่นานขนาดเท่าที่ผ่านมาหรอกครับ - - วางใจได้...
#14
Posted 08 October 2009 - 02:08 PM
ตอนนี้สะใจมากๆ แรง!!!! 555 (ดูโรคจิตแฮะ - -)
มาต่อไวไว้น้า~(กำลังมันส์)

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#15
Posted 08 October 2009 - 02:37 PM
#16
Posted 08 October 2009 - 08:26 PM
๕๕๕+ ชอบสะใจดีจัง>w<
มาต่อไวไวน้า!!!!~~~~เดี๋ยวลงแดงตายก่อน!
#18
Posted 08 October 2009 - 09:25 PM
ในที่สุดท่านก็กลับมา.....เล่นซะเราเฉาตายเลย
แหมท่าทางท่านซีจะชอบแบบตบจูบแหะตั้งแต่เรื่องที่แล้ว แล้วก็ลงเอยแบบ........(จิ้นเองล่ะกัน)
ปล.ถ้าดองคราวนี้นานอีกเดี๋ยวจะลืมจริงๆน้า55555555555(ชั่วมาก)
#19
Posted 08 October 2009 - 10:55 PM
พี่ซีกลับมาแล้วววววววววววววววววววววววววว!!!!
ไอ้เรื่องตบจูบนี่พี่มีอะีไรฝังใจรึเปล่า์? เห็นชอบจังเลย
เดี๋ยวปั๊ดแต่งมาโซมั่งเลยนี่.....
พี่ซี:เออ แต่มาซะทีสิ ดองมาตั้งชาติแล้ว
me:อึก....
...คนมาทีหลังก็ได้แต่ฝืนยิ้มทั้งน้ำตาเท่านั้นเอง...

ช้านมันเลววววววววววววววววว
#20
Posted 09 October 2009 - 02:46 PM
เป็นวิธีที่เยี่ยมมากเลย
55+
มาต่อเร็วๆนะคะ กำลังได้ที่เลย

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users



















