บทที่ 3 เลือด
3.30 น.
“คุณเซ็ตซึนะค่ะ ” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากบุคคลที่ท่านปลุก
“คุณเซ็ตซึนะค่ะ ตื่นได้แล้วค่ะ เดี๋ยวมาสเตอร์จะโกรธเอานะคะ” หุ่นยนต์สาวพยายามปลุกร่างที่หลับใหลอยู่
“อือ..” องครักษ์สาวตื่น และดันตัวลุกขึ้นด้วยความงังเงียเลยทำให้เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าการลุกขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หน้าเธอกับชาชามารุห่างกันไม่กี่มิล ทำเอาหุ่นยนต์สาวหน้าแดง ก็ใบหน้าของเซ็ตซึนะ
ยามปล่อยผมนั้นทำให้เจ้าตัวไม่ต่างจากชายหนุ่มที่จัดว่าหล่อมากๆคนนึง
“..ขอบคุณมากนะ..ที่มาปลุกนะ”เซ็ตซึนะที่น่าจะยังคุมสมองไม่ได้เท่าที่ควร ยิ้มหวานๆให้ชาชามารุและชิงจุ๊บที่ริมฝีปากของหล่อน ทำเอาหุ่นยนต์สาวลุกลี้ลุกลน รีบผละออกแล้วเร่งให้องครักษ์สาวไป
จัดการตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนไปหาเอวาจาลีน แต่พบว่าเธอนอนต่อไปแล้ว เลยรีบปลุกขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้ทันซ่อนรอยแดงบนใบหน้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณชาชามารุ อ้าว ทำไมหน้าแดงอย่างนั้นล่ะคะคุณชาช่า เป็นอะไรรึเปล่าค่ะ”ตอนนี้องครักษ์สาวตื่นเต็มตา แล้วดูท่าจะจำอะไรไม่ได้เลย พอเห็นผู้ปลุกหน้าแดงเลยถามด้วยความเป็นห่วง
“อ่า///… มะ..ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ระ ระ รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ” ชาชามารุรีบเบือนหน้าหนี และบอกให่เซ็ตซึนะเร่งแทน
“ค่ะ อย่าหักโหมนะค่ะ”เซ็ตซึนะยิ้มให้ด้วยความห่วงใย ยิ่งทำให้หุ่นยนต์สาวหน้าแดงขึ้นเป็นร้อยเท่าทวีคูณ และรีบเดินไปอาบน้ำ หลังจากเซ็ตซึนะออกไปจากห้องหุ่นยนต์สาวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
>ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน/// หรือว่า...ว้าย!<
เธอไม่รู้จะไปลงกับอะไรเลยหันไปทุบหมอนที่น่าสงสารของเซ็ตซึนะเพื่อลดความเขิน
4.00น.
เซ็ตซึนะในชุดเคนโดที่มีรูค้านหลัง (เผื่อว่าต้องเธอใช้ปีก) เดินเข้าไปที่ลานฝึก(me/ลืมบอกไปว่าเรื่องทั้งหมดยังเกิดขึ้นในรีสอร์ตเอวา) และเจอกับแวมไพร์สาวที่ยืนกอดอกอยู่ ทำให้องครักษ์สาว
แทบไม่เชื่อตาตัวเอง เพราะเธอเห็นแวมไพร์สาวในร่างผู้ใหญ่ที่สุดจะเซ็กซี่ยืนกอดอก จนมิ๊วมิ้ว(milk)มันย้อยลงมา เซ็ตซึนะเห็นอย่างนั้นก็หน้าแดงมาก ไม่กล้ามองไปที่เอวาจาลีนตรงๆ
“โอ้โห มาจริงๆด้วยแหะ คิดว่าจะหนีไปซะแล้ว”
“ทะ ทะ///ทำไมถึงใช้ร่างนั้นล่ะค่ะ///”เซ็ตซึนะถาม แล้วเผลอหันขึ้นไปมองเอวา เจ้าตัวเลยรับหันหน้าหนี
“ร่างนี้นะเหรอ ชั้นมีเหตุผลของชั้นย่ะ แล้วก็เลิกมองชั้นด้วยสายตาสัปดนได้แล้วด้วย/// เจ้าเด็กลามก”เอวาจาลีนต่อว่าเซ็ตซึนะ
“อ้าว//ไหงว่ากันงี้ล่ะค่ะ..แล้วเราจะเริ่มซ้อมกันเลยใช่มั๊ยค่ะ”เซ็ตซึนะเปลี่ยนเรื่อง
“ใช่แล้วล่ะ”
แวมไพร์สาวพุ่งเข้ามา พร้อมกวัดแกว่งหอกน้ำแข็ง เตรียมแทงเซ็ตซึนะอย่างกะทันหัน เซ็ตซึนะรีบหลบ พอตั้งตัวได้อีกที เอวาก็หายไปแล้ว
“คอยระวังการโจมตีโดยไม่ได้ตั้งตัวเสมอ ไม่ทุกคนนะที่สู้อย่างแฟร์ๆ เกือบทุกคนนั่นแหละที่สู้แบบสกปรก”เสียงอันเย้ายวนกระซิบข้างหูเธฮจากข้างหลัง เซ็ตซึนะแกว่งยูนางิไปเพื่อฟาดฟันทันที แต่เอวา
จาลีนก็หายไปอีกแล้ว
“ฟุ่บ”แวมไพร์สาวมาปรากฏตัวหน้าเซ็ตซึนะอีกครั้ง
“เข้ามาเลยเซ็ตซึนะ ถ้าเธอไม่คิดจะฆ่าชั้น เธอก็จะตายเองนะ!”หล่อนแสยะยิ้ม แล้วเรียกแท่งน้ำแข็งมากมายมาล้อมเซ็ตซึนะไว้ เซ็ตซึนะกำยูนางิไว้แน่นแล้วฟันแท่งน้ำแข็งเหล่านั้นแตกเป็นเสี่ยงๆในดาบ
เดียว เธอพุ่งตัวไปยังเอวาจาลีนที่ยืนเท้าเอวมองเธออยู่ ฟันไปที่หัวของแวมไพร์สาว แน่นอนว่าต้องหลบได้ เซ็ตซึนะเลยใช้วิชาเหยียบเวหาไปโผล่หลังเอวาแล้วแทงไปที่หลัง
ซึ่งก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่แล้วว่าการที่อยู่มาเป็นพันปี ทำให้เอวารู้ว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ก่อนดาบจะถึงเธอ เธอก็หายตัวไปอีกรอบ เซ็ตซึนะตกใจมาก รีบหันมองหารอบๆ แต่ก็พบเพียงพื้นที่กลายเป็นน้ำแข็งไปหมด
แล้ว พอเธอก้าวออกไปก็เกือบลี่นล้ม แต่เธอกางปีกออกมาปรับสมดุลได้ทัน
“รู้แล้วใช่มั๊ยว่าต้องคอยระวังสภาพแวดล้อม”เอวาจาลีนที่ลอยอยู่เหนือหัวเธอสอน องครักษ์สาวรีบหันขึ้นไปมอง
“วิวดีสินะ เจ้าเด็กลามก///”เอวาพูดพร้อมกับใบหน้าแดงๆ แต่ก็ยิ้มให้เซ็ตซึนะ
“อะไรล่ะค่ะ ยังไม่ทันทำอะไรละ..เลอ...ย////”
เซ็ตซึนะเพิ่งรู้ตัวว่าจากที่ๆเธอยืนอยู่ทำให้มองเห็นกางเกงในเอวาจาลีน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว รีบเบือนหน้าหนีไปมองพื้นสีขาวเหราะน้ำแข็งรวมกับหิมะทันที
>สีดำ// สีดำ///ยังงั้นเหรอ/// สีดำ< หัวของเซ็ตซึนะเต็มไปด้วยเรื่องนี้ ความจริงมันไม่ได้หน้าประหลาดใจหรอกที่เอวาจาลีนจะใส่สีดำ แต่เพราะว่าเธอใส่แบบลูกไม้บางๆเลยทำให้เซ็ตซึนะเห็นอะไร
ไปมากกว่านั้น///(อย่าว่าหนูหื่นนะ-///-)
“อย่าละสายตาจากศัตรูเด็ดขาด”เอวาจาลีนพูด ตอนนี้เธอมาอยู่ข้างหลังเซ็ตซึนะแล้ว ในมือของเธอก็ถือแท่งน้ำแข็งที่แหลมคมจ่อที่คอของเซ็ตซึนะ
“ดูท่าเธอจะชอบพลาดเพราะอะไรพรรค์นี้สินะ ต๊าย ลามกจริงๆ” แวมไพร์สาวเย้ย
“ปึด”เสียงของฟางเส้นสุดท้ายของเซ็ตซึนะที่ขาดออก เธอกระพือปีกออกทำให้เอวาต้องถอย เซ็ตซึนะแกว่งดาบออกมา พยายามลืมสัมผัสอันน่าหลงใหลของร่างแวมไพร์สาววัย20ที่หลังของเธอเมื่อสัก
ครู่
“ฮึ้ย! อะไรอะไรก็ลามก คอยดูเถอะ” เซ็ตซึนะพูดเพราะฉุนขาด
“งั้นก็เข้ามาสิเจ้าเด็กลามก”
ในตอนจบ เอวาจาลีนก็ชนะเซ็ตซึนะ แต่องครักษ์สาวก็ยังภูมิใจที่ฟันโดนแวมไพร์สาวแม้มันจะแค่ครั้งเดียวก็เถอะ
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ของโต๊ะน้ำกาแฟตรงข้ามกับเอวาจาลีน
“เซ็ตซึนะ เธอทำได้ดีนะ”
เซ็ตซึนะมองหน้าเอวาจาลีนอย่างงงๆ เธอก็ประหลาดใจที่แวมไพร์สาวชมเธอ
“นี่เป็นครั้งแรกสินะที่เธอสู้กับชั้นแบบจริงจัง...ถึงชั้นจะโดนคาถาของเจ้าบ้านากิทำให้พลังมันน้อยจากปกติไปมากก็เถอะ แต่เธอก็สู้ได้นานมากเลยนะ” เอวาจาลีนจ้องไปที่โต๊ะที่ว่างเปล่า เธอเลยดีดนิ้ว
ไม่กี่อึดใจชาชามารุก็ปรากฎตัวออกมาข้างๆมาสเตอร์ของเธอ
“มีอะไรค่ะมาสเตอร์”ชาชามารุพยายามเก็บอารมณ์ ไม่มองหน้าเซ็ตซึนะ เพราะกลัวมาสเตอร์สงสัย
“ขอชาให้พวกเราหน่อยซิ”
“ค่ะ มาสเตอร์”
ไม่นานนักเธอก็กลับมา และวางแก้วชาลง ระหว่างที่วางแก้วให้เซ็ตซึนะก็เผลอสบตากับเซ็ตซึนะจนได้ หุ่นยนต์สาวถึงคราวหน้าแดงอีกครา เธอรีบวางแก้วชาให้เซ็ตซึนะ แล้วรีบเดินจากไป
แน่นอนว่าอาการนั้นไม่ได้พ้นสายตาเอวากับเซ็ตซึนะ
“มาสเตอร์ค่ะ พักนี้คุณชาชามารุดูแปลกไปนะค่ะ” เซ็ตซึนะที่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยพูดขึ้น
“อื้อ..ดูท่าจะ..”เอวาจาลีนที่รู้แล้วว่าอะไรแสยะยิ้ม แต่พูดไม่ทันจบก็หงุดกึก เมื่อพบว่าหน้าขององครักษ์สาวมันห่างจากหน้าเธอไม่ถึงเซ็นต์
“ดูท่าจะอะไร เหรอค่ะ”เซ็ตซึนะถามขึ้น เธอไม่รู้เลยว่าการยื่นหน้าเข้าไปใกล้แวมไพร์สาวเพราะความสงสัยของเธอ ทำให้มาสเตอร์ของเธอหวั่นไหวแค่ไหน
“เอ่อ///..ดูท่าจะ..มีปัญหาทางกลไกนิดหน่อยนะ///”เอวาจาลีนโกหกเซ็ตซึนะไป เธอไม่ต้องการให้หุ่นยนต์สาวสติแตกถ้ารู้ว่าองครักษ์สาวรู้ว่าเธอคิดยังไง ..หรือเพราะว่าเธอหวงเซ็ตซึนะกันแน่
“อืม งั้นก็แย่สิค่ะ”เซ็ตซึนะกลับไปนั่งแบบเดิมแล้ว
“..ชั้นว่าเดี๋ยวต้องให้ยัยซาโตมินั่นมาดูแล้วล่ะ” เอวาบอกปัด และหยิบแก้วชามาดื่ม และถอนหายใจ
แวมไพร์สาวมองเซ็ตซึนะที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมดื่มชา
“นี่ ชั้นไม่ได้ใส่ยาพิษในนั้นสักหน่อยนะยะ”
ถึงตาเซ็ตซึนะหน้าแดงบ้างแล้ว
“เอ่อ..///คือว่าฉันแค่สงสัยน่ะค่ะว่าทำไมคุณเอวาจาลีนถึงช่วยชั้นน่ะค่ะ”
แวมไพร์สาวสังเกตว่าเธอลืมเรียกเธอว่า”มาสเตอร์” แต่เธอก็ยอมปล่อยมันไป..ก็แค่ครั้งนี้แหละ คราวนี้เธอแสยะยิ้ม
“อา..ชั้นเกือบลืมบอกไปเลยว่า นี่ชั้นไม่ได้ช่วยเธอเลยล่ะ เพราะว่ามันต้องมี ค่า-ตอบ –แทน เล็กน้อย” เธอพูดพร้อมกับเลียริมฝีปากของเธอ
เซ็ตซึนะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอไม่รู้ว่าอย่างนี้มันดีแล้วเหรอ
แวมไพร์สาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ พอเซ็ตซึนะรู้ตัวอีกทีก็พบว่าแวมไพร์สาวที่อยู่ข้างหลังเอาคอมาพิงที่ไหล่ของเธอเสียแล้ว
“ไม่ต้องห่วง ชั้นจะช่วยอ่อนโยนกับเธอก็แล้วกัน”เธอกระซิบข้างหูแล้วงับหูเซ็ตซึนะเบาๆ ส่งความเสียวซ่านไปทั่วตัวองครักษ์สาว ทำให้เธอครางออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ตอนนี้แวมไพร์สาวเริ่มทำอย่างอื่นต่อแล้ว เธอเริ่มเลียที่คอของเซ็ตซึนะ นี่ทำให้องครักษ์สาวหายใจถี่และเริ่มหอบด้วยความเสียวซ่าน
เซ็ตซึนะกำลังจมไปในความสุขในสิ่งที่เอวาจาลีนทำที่คอของเธอ แต่มันก็หยุดลงเมื่อเอวาจาลีนฝังเขี้ยวลงไปที่คอของเธอ
น่าประหลาดใจที่เธอไม่ได้กัดแรงนัก เธอแค่กัดเป็นรอยเล็กๆ แค่ให้เลือดไหลออกมาก็เท่านั้น เธอเริ่มเลียอีกครั้ง เซ็ตซึนะก็จมลงไปในทะเลแห่งความสุขอีกครา หายใจหอบถี่และก็ครางออกมาเบาๆเป็น
ระยะๆ
แวมไพร์สาวครางในลำคออย่างมีความสุข เธอรวบแขนของเธอรอบเอวของเซ็ตซึนะขณะที่เธอดื่มเลือด เลือดของครึ่งปักษาสาวนั้นมีรสชาติที่แปลกมากที่เธอไม่เคยดื่มมาก่อน เธอชอบมัน ต่างจากของเนกิ
ที่มีแต่พลังเวทย์ เซ็ตซึนะมีรสชาติที่อาจเรียกได้ว่าหาได้ยาก มันทำให้เธอไม่รู้สึกเลี่ยนหรือเบื่อแม้แต่น้อย แต่เธอก็ประหลาดใจว่าทำไมเลือดของเซ็ตซึนะถึงมีพลังเวทย์มากมายขนาดนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ให้
เธอหยุดดื่ม เธอรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เล็งเลือดของเด็กคนนี้ไว้แต่แรก
ผ่านไปเนิ่นนานการหายใจของเซ็ตซึนะเริ่มสั้นแต่ถี่ ร่างกายสั่นราวกับลูกนก นั่นทำให้แวมไพร์สาวหยุด เธอเลื่อนหน้าของเธอออกจากเซ็ตซึนะ แล้วจ้องมองใบหน้าองครักษ์สาวที่ซีดเผือด ไร้ซึ่งเรียวแรง
และน่ากิน ส่วนนึงของเธอคิดอย่างนั้น เอวาหมดความคิดที่จะดื่มต่อทันที
“งั้นวันนี้พอแค่นี้ละกัน”
ดูท่าเสียงของเอวาจาลีนจะไม่ไปถึงเซ็ตซึนะ เพราะประสาทสัมผัสของเธอมันตื้อไปหมด ความเหนื่อยอ่อนเข้าโจมตีเธอ เธอหลับตาลงแล้วสลบฝุบลงไปที่โต๊ะ
เอวาจาลีนมองดูเซ็ตซึนะที่เป็นลมไป แล้วก็คิดกับตัวเองว่านี่เป็นอีกครั้งที่เธอดื่มเลือดเหยื่อจนเกือบหมดแบบนี้ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเธอยังอยากให้เซ็ตซึนะอยู่ต่อไป
เธอถอนหายใจด้วยความรำคาญนิดๆและดีดนิ้วเรียกชาชามารุ
“พาเซ็ตซึนะไปนอนที่ห้องซะ ...และก็ระวังเรื่องนั้นด้วยละกันเธอคงไม่อยากให้เด็กนี่รู้นักหรอกนะว่าเธอแอบชอบเค้าน่ะ”เอวาบอกชาชามารุ เล่นเอาเจ้าตัวหน้าแดงอายที่ว่าเอวารู้เรื่องหมดแล้ว
“ค่ะ มาสเตอร์”แล้วเธอก็อุ้มเซ็ตซึนะออกไป
“อย่าไปทำมิดีมิร้ายเข้าล่ะ”เอวาตะโกนแซวชาชามารุไล่หลัง ทำให้หุ่นยนต์สาวเดินอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยความอาย
“เฮ้อ..”เอวาถอนหายใจ เธอยังคงได้ยินเสียงครางและลมหายใจขององครักษ์สาวอยู่ในหัว