Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
[KonoxSetsu fic] I can feel it
#1
Posted 30 December 2009 - 09:47 AM
ออกจะน้ำเน่ามากๆ
ตัวละครจะค่อนข้าง OOC (out of character)
เรื่องนี้จะค่อนข้างเครียดออกไม่เหมือนภาคก่อนๆ จะไปในแนว Drama/Romance
ยังไงก็ฝากผลงานเรื่องนี้เอาไว้ด้วยนะคะ เหอๆ
Chapter 1 : First day we meet
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!
“อือ...” มือบางๆโผล่ออกมาจากผ้าห่ม คลำไปตามหัวเตียง และจัดการกดนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงดังลั่นทะลุโสตประสาท สาววัย 16 ผมสีดำขลับ นัยน์ตาสีรัตติกาล ดันตัวให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน และเอามือขยี้ดวงตาทั้งสองข้างของตน
“ฮ้าวววว.....” ซากุระซากิ เซ็ตซึนะหาวอ้าปากกว้างและบิดขี้เกียจไปมา วันนี้ก็เป็นวันแรกที่โรงเรียนของเธอเปิดเทอมแล้ว เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะนี่จะเป็นวันแรกของการเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายของเธอ เธอจะได้ไปอยู่ที่ห้องใหม่ เพื่อนใหม่ๆ ในโรงเรียนใหม่ที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วนชื่อ มาโฮระ
“เซ็ตซึนะจัง ตื่นรึยัง” เสียงของหญิงวัย 35 ซึ่งหน้าตาก็ดูเหมือนเซ็ตซึนะไม่มีผิด ตะโกนมาจากข้างล่าง
“ค่า ตื่นแล้วค่ะ คุณแม่...”
“เซ็ตซึนะจัง ถ้าอาบน้ำแล้วก็ลงมากินข้าวนะลูก”
สาวน้อยผมดำพยักหน้าและเดินเข้าไปที่ห้องอาบน้ำ พร้อมทั้งหยิบชุดนักเรียนใหม่ไปด้วย
..................................
.......................
..............
.........
.
20 นาทีผ่านไป เซ็ตซึนะก็เดินลงมาข้างล่างในชุดนักเรียนสีแดงใหม่เอี่ยม พร้อมทั้งกำดาบคู่ใจชื่อ ยูนางิ ที่เธอได้มาเป็นของขวัญวันเกิดจากคุณพ่อที่ให้เธอเมื่อเธออายุครบ 7 ขวบ ทำให้หลังจากนั้นเซ็ตซึนะก็เข้าชมรมฝึกฟันดาบตลอด และกลายเป็นว่าเธอหลงรักการฟันดาบไปเสียแล้วด้วย
“อ้าวเซ็ตซึนะจัง..ไหนขอแม่ดูสิจ๊ะ”
เซ็ตซึนะหันหน้าให้แม่ของเธอได้เห็นเธอเต็มตา ซึ่งใบหน้าของหญิงที่แก่กว่าก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ลูกดูน่ารักมากเลยจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่...” นักฟันดาบยิ้มเล็กน้อย
“ถ้าพ่อได้มาเห็นก็คงพูดแบบเดียวกับแม่แหละจ๊ะ”
เซ็ตซึนะพยักหน้า “เสียดายนะคะ ที่ตอนนี้พ่อไปอยู่ต่างประเทศ”
ผู้เป็นแม่ใบหน้าเศร้าหมองเล็กน้อย “ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ ก็กิจการของเรากำลังรุ่งเรืองอย่างนี้ พ่อเขาก็ต้องยุ่งเป็นธรรมดาละนะ”
ตระกูลของเซ็ตซึนะเป็นตระกูลที่มีฐานะมั่นคง เพราะเปิดกิจการค้าขายของหลายประเภท จนกลายเป็นตระกูลที่ติดท๊อป 10 ตระกูลที่รวยที่สุดในญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้นบ้านที่เซ็ตซึนะอยู่ก็เป็นเพียงบ้านหลังธรรมดาๆ ไม่ใหญ่โตมาก เพราะแม่ของเซ็ตซึนะต้องการชีวิตที่เรียบง่าย และปฏิเสธที่จะมีคนรับใช้ในบ้าน ซึ่งถึงแม้พ่อของเซ็ตซึนะจะเคยพูดเรื่องที่จะจ้างคนรับใช้มาก็ตาม
“ตายแล้ว เซ็ตซึนะจัง นี่มันจะเจ็ดโมงครึ่งแล้ว รีบกินข้าวเช้าเร็วเดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทันนะลูก” แม่เซ็ตซึนะเอ่ยขึ้น ทำให้สาวผมดำรีบจัดแจงกินข้าวอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปใส่รองเท้าทันที
“หนูไปก่อนนะคะ!”
“จ้า เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ อะ! แม่ลืมบอกไปอย่างหนึ่งลูก...”
เสียงประตูปิดลง ทำให้ผู้เป็นแม่ถอนหายใจ เพราะเธอยังคงพูดไม่จบ สาวนักดาบก็ไปเสียก่อนแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เดี๋ยวเซ็ตซึนะจังก็คงรู้แล้วละเมื่อถึงโรงเรียน”
.....................................
.............................
........................
...............
........
.
นักดาบสาวยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน เธอกลืนน้ำลาย และก้าวเข้าประตูโรงเรียนอย่างตื่นเต้น ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกแปลกๆเพราะมีแต่คนมองเธอเป็นแถว ตอนแรกเซ็ตซึนะไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงต้องมองเธอ เธอรู้สึกอึดอัด เพราะเธอไม่ค่อยชอบให้ใครมองเธอมากนัก หลังจากนั้นสาวผมดำก็ได้ยินเสียงเด็กนักเรียนสาวหลายคนกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น
“นั่น คุณซากุระซากินี่นา ว้าว สวยจังเลย...”
“แต่ฉันว่าเขาเท่มากกว่าเนอะ เธอดูสิ ยิ่งเวลาเขาฟันดาบเนี่ย เท่สุดๆเลย”
“บ้านก็มีฐานะร่ำรวยมากเลย ช่างเป็นคนที่เพอร์เฟคอะไรอย่างนี้เนอะ”
“เหมือนสวรรค์เลยเนอะที่ได้เรียนที่เดียวกับคุณซากุระซากิ”
“ว้ายยย คุณซากุระซากิมองมาทางนี้แล้ว ทำไงดีๆ..”
เซ็ตซึนะได้แต่ถอนหายใจ เธอเริ่มเคยชินกับการถูกมองด้วยสายตายกย่องแบบนี้ เธอจึงเดินไปที่ป้ายแปะรายชื่อห้อง ซึ่งทุกคนก็หลีกทางให้เธอ ราวกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่ใครๆต่างก็ต้องเคารพ
อืมมม....เซ็ตซึนะมองหารายชื่อตัวเองก็พบว่าได้อยู่ห้อง 4-a หืมมม อยู่อันดับที่ 15 ด้วย แสดงว่าเราเลขที่ 15 สินะ ดูเสร็จปุ๊ปเซ็ตซึนะก็เดินออกจากฝูงชนแล้วเดินตรงไปที่ห้องทันที
..........................................
...................................
........................
...............
......
.
ห้อง 4-a
สาวนักดาบเปิดประตูออก ก็พบว่ามีสายตาหลายคู่จ้องมาที่เธอสักพัก ก่อนที่สาวผมส้มคนหนึ่งจะเดินเข้ามากอดด้วยความดีใจ
“เซ็ตซึนะ!”
“อุหวา!!” เซ็ตซึนะที่ถูกกอดเต็มๆก็ตกใจ พยายามผลักร่างนั้นออกด้วยความเขิน ท่ามกลางสายตาของคนทุกคนในห้อง
“ว้าววว ไม่นึกว่าจะเป็นเธอ เซ็ตซึนะ ฮ่าๆๆๆ ดีใจจริงๆ นึกว่าจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าแล้ว!”
“อาซึนะ ปล่อยฉันนะ ยัยบ้า ฉันจะขาดอากาศหายใจตายอยู่แล้ว”
สาวตาสองสีทำตามคำบอก ก่อนจะแลบลิ้นออกมา “ฮ่าๆ ขอโทษๆ ดีใจจนลืมตัว ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นเธอยัยเซ็ตซึนะ”
สาวผมดำลุกขึ้นและปัดกระโปรงตัวเอง “อือ ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”
“ตอนแรกฉันก็เห็นชื่อเธออ่านะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่เธอจริงๆรึเปล่า”
เซ็ตซึนะหยิบดาบขึ้นมา และเดินไปหาที่นั่ง ซึ่งก็เจอที่โต๊ะคู่หนึ่งที่อยู่หลังสุดซึ่งว่างพอดี
“เออนี่ เธอยังฝึกฟันดาบอยู่อีกเหรอ” อาซึนะเดินตามมาที่โต๊ะที่เซ็ตซึนะจับจองเป็นที่นั่ง
“ก็นะ คนมันชอบนี่นา แล้วเธอละอาซึนะ ยังฟันดาบอยู่รึเปล่า”
ใช่แล้ว พวกเธอสองคนรู้จักกันตั้งแต่เด็ก เพราะทั้งคู่เข้าชมรมฟันดาบพร้อมกัน จึงทำให้รู้จักกันและสนิทสนมกัน แต่แล้ววันหนึ่งอาซึนะต้องย้ายบ้านกะทันหันตอนอายุ 12 ทำให้อาซึนะและเซ็ตซึนะไม่ได้เจอกันอีก
“อือ ยังฟันอยู่สิ เอาไว้ว่างๆเรามาฝึกด้วยกันอีกนะ ได้ข่าวที่นี่ก็มีชมรมฟันดาบเหมือนกัน เธอสนใจเข้าไหมละ” สาวผมส้มพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“เอาสิ ว่าแต่อาซึนะ เธอจะนั่งด้วยกันไหม”
สาวตาสองสียกมือขอโทษ “อ่า ขอโทษนะเซ็ตซึนะ แต่ฉันได้ที่นั่งแล้วละ”
สาวผมดำส่ายหน้า “ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่เธอนั่งไหนน่ะ”
อาซึนะหน้าแดงและชี้ไปที่โต๊ะคู่หนึ่งซึ่งอยู่หน้าเธอประมาณ 2 แถว ซึ่งที่หนึ่งว่างและอีกที่ก็พบสาวผมทองยาวสลวย นัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเล ผิวขาวผุดผ่อง นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ
เซ็ตซึนะเห็นก็ยิ้มกริ่มๆ เพราะเธอรู้ว่าอาซึนะชอบแต่ผู้หญิงมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะผู้หญิงแบบนั้น คือสเปกของอาซึนะเลยทีเดียว
“ฮั่นแน่...นั่งกับเขาหวังอะไรรึเปล่า”
อาซึนะใบหน้าแดงก่ำ โบกไม้โบกมือเป็นการใหญ่ “ไม่ใช่นะ คือยัยนั่นน่ะ อยู่แถวบ้านใหม่ฉันเองแหละ แล้วพวกเราก็เรียนที่เดียวกันมาตลอด ก็เลยสนิทกัน...”
“จ้าๆ ว่าแต่เขาชื่ออะไรเหรอ”
“ชื่ออายากะน่ะ...กะ...ก็เงี้ยแหละ ขอโทษด้วยนะเซ็ตซึนะ แต่ฉันตกลงนั่งคู่กับเขาไปแล้วละ”
นักดาบสาวส่ายหน้า และหัวเราะเบาๆ เธอก็ไม่ได้เครียดอะไรอยู่แล้วหากต้องนั่งคนเดียว เธอชอบด้วยซ้ำเพราะมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีพื้นที่ว่างสำหรับเธอ
เสียงออดดังขึ้น บ่งบอกว่าเป็นเวลาเริ่มเรียน นักเรียนทุกคนนั่งตามที่นั่งของคนเอง เซ็ตซึนะที่อยู่หลังสุดนั่งนับจำนวนนักเรียนแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ ‘เราจำได้ว่าเราเห็นว่ามีรายชื่อ 30 คน แต่เรากลับนับได้ 29 คน หรือว่าอีกคนจะไม่มา’
เสียงประตูเปิดออกเผยให้เห็นอาจารย์หนุ่มผมสีแดง ซึ่งตามมาด้วยสาวน้อยผมสีช๊อกโกแลตที่ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกัน เอวบาง ดูไม่สูงมาก หน้าตาก็ดูใช้ได้ ไม่สิ ต้องเรียกว่าดูดีเลยทีเดียว แต่กลับใส่แว่นกันแดดในห้องเรียน ทำเอานักเรียนทุกตนงงเป็นไก่ตาแตก
“เอาละ สวัสดีทุกคน ฉันเป็นครูประจำฉันของพวกเธอ ชื่อ นากิ สปริงฟิลด์”
“สวัสดีค่ะ คุณครูสปริงฟิลด์” ทุกคนพูดพร้อมกัน
อาจารย์หนุ่มหัวเราะเล็กน้อย “ไม่ต้องเรียกอย่างนั้นก็ได้ เรียกครูนากิก็พอ”
“ค่า คุณครูนากิ”
“อะแล้วนี่คือนักเรียนโครงการพิเศษ ชื่อโคโนเอะ โคโนกะนะ คือเธอเป็น...”
“สวัสดีค่ะ ดิฉันโคโนเอะ โคโนกะ เลขที่ 13 ค่ะ ถึงแม้ดิฉันจะมองไม่เห็น แต่ดิฉันก็จะพยายามให้เต็มที่นะคะ” สาวน้อยผมสีโกโก้โค้งคำนับลงตรงที่เธอคิดว่าเพื่อนร่วมห้องจะอยู่ทางด้านนั้น ซึ่งเธอก็โค้งไปผิดทาง ทุกคนจึงรู้ว่าเธอตาบอดจริงๆ
.........................................
...............................
.........................
..................
............
.....
.
ทุกคนเงียบสนิท ไม่อยากจะเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครทำท่ารังเกียจออกมา
“เอาละนักเรียน เอาเป็นว่าช่วยทำตัวเป็นมิตรและคอยช่วยเหลือคุณโคโนเอะเมื่อเธอต้องการด้วยนะ”
“ค่า” ทุกคนขานรับ
“หืม ไหนดูสิ อะใช่แล้ว ใครชื่อ ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ โชว์ตัวหน่อยสิ”
นักดาบสาวเมื่อได้ยินชื่อของตนเองก็ตกใจ รีบลุกขึ้นยืนทันที “ดิฉันเองแหละค่ะ”
“คุณแม่เธอบอกแล้วใช่ไหม ว่านับแต่นี้ไปคุณโคโนเอะจะไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเธอน่ะ”
“หา!”
End of Chapter 1 TBC
และแล้วก็ขอดองไหต่อไปนะจ๊ะ หึหึหึ
เจอกันอีกทีชาติหน้า
/me ขอโทษคิดตอนต่อไปไม่ออก

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
#2
Posted 30 December 2009 - 10:11 AM
วางโครงเรื่องได้ดีมาก แล้วจะติดตามต่อไปนะ
(ได้กลิ่นดราม่าด้วยแฮะ...)

[Blog] http://tamerqueen.exteen.com
[Exteen Hogwart] [Exteen Wizard] [Delilah Life] [Exteen Edinburg] [Exteen Mafia]
#3
Posted 30 December 2009 - 02:01 PM
อยากอ่านตอนต่อไปซะแล้วสิ..
อืม..อดใจรอ..
อย่าให้เกินชาติหน้านะ..ไรเตอร์ เอาเป็นว่า..ชาตินี้เถอะ.. ก่อนหมดลมก็ยังดี..(55 ล้อเล่น)

“The way to love anything is to realize that it might be lost,” –G.K. Chesterton
"เมื่อรักสิ่งใด...ให้ระลึกไว้ด้วยว่า...อาจจะมีการสูญเสีย"
<Credit : ShayP/Mai Hime fanfiction/Monster>
Mai-Hime fanfiction.
#4
Posted 30 December 2009 - 08:47 PM
#5
Posted 30 December 2009 - 08:52 PM
แต่ก็สนุกดีค่ะ แหวกมากๆเลย 555

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#6
Posted 31 December 2009 - 01:57 AM
#7
Posted 31 December 2009 - 10:15 AM
โคโนจังเป็นสาวน้อยในความมืดเหรอเนี่ย..
อา...กลิ่นอายความดราม่าลอยมาเต๊ะจมูก...
เห็นทีต้องเตรียมตัวเตรียมใจรออ่านอีกที "ชาติหน้า" ซะแล้ว...
ว่าแต่...ชาติหน้าไรเตอร์ยังจะจำเราได้อยู่อีกมั้ยเนี่ย...ฮ่าๆๆๆ...

"Maybe God wants us to meet a few wrong people before meeting the right one,
so that when we finally meet the person, we will know how to be grateful."
Everything for Shiznat
#8
Posted 31 December 2009 - 02:20 PM
ดราม่าาาา~!!!
เซ็ตซึนะคาแรกเตอร์นี้ แตกต่างจากคาแรกเตอร์ปกติจริงๆด้วย
แต่โคโนกะนี่~! ตาบอด - -* กลายเป็นสาวน้อยในความมืดไปแล้ว
แต่เซ็ตซึนะคงจะเป็น แสงสว่าง สำหรับโคโนกะสินะ เคี๊ยกๆๆๆๆ - -+
#9
Posted 11 January 2010 - 04:23 PM
เพราะคนแต่งลืมว่าได้ทำการแต่งเรื่องนี้เอาไว้ O-o
ก็มาต่อกันเลยดีกว่าค่ะ
Chapter 2 : What?!?
เซ็ตซึนะทำหน้าไม่อยากจะเชื่อมาก่อน ทำไมเธอถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย คนๆนี้ คนที่ตาบอดนี่จะมาอยู่ที่บ้านของเธออย่างนั้นเหรอ “มะ...ไม่รู้ค่ะ...”
“อ้าวเหรอ งั้นตอนนี้เธอก็รู้แล้ว ก็โอเค ฮ่าๆ” อาจารย์ผมแดงหัวเราะอย่างขบขัน
สาวผมดำพูดอะไรไม่ออกอีกจึงนั่งลง และคิดว่ากลับบ้านไปคงต้องให้แม่อธิบายแล้วละ
“อืมม ไหนๆที่ของคุณซากุระซากิก็ว่าง งั้นคุณโคโนเอะไปนั่งที่คุณเซ็ตซึนะละกันนะครับ”
สาวผมโกโก้พยักหน้าน้อยๆ หยิบไม้เท้าและเดินไปตามทาง ซึ่งทำให้เพื่อนหลายคนเดินมาช่วยพยุงเธอด้วยความสงสาร จนเธอถึงที่นั่งข้างๆนักดาบสาว
“ขอบคุณนะคะทุกคน” โคโนกะพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ทุกคนก็ส่งยิ้มให้ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่นั่งของตนเอง
“เอาละ วันนี้เป็นวันแรกของการเรียนเพราะฉะนั้นเรามาแนะนำตัวกันก่อนนะครับ เรียงตามเลขที่..”
เมื่อทุกคนแนะนำตัวเสร็จแล้ว นากิก็ปล่อยให้เพื่อนๆทำความรู้จักกัน โดยตนเองปล่อยก่อนเวลา ทำให้พวกนักเรียนต่างพูดคุยกันมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์กันมากขึ้น
“สวัสดีค่ะ คุณซากุระซากิ” สาวตาบอดเริ่มต้นทักก่อนเพราะทั้งคู่นั่งเงียบอยู่นาน
“อะ..เอ่อ...สวัสดี คุณโคโนเอะ..” เซ็ตซึนะทักตอบ
“เสียงของคุณไพเราะจัง คุณต้องเป็นคนที่หน้าตาดีแน่ๆเลย คุณซากุระซากิ” โคโนกะยิ้มน้อยๆ
“มะ..ไม่หรอก..ก็ ธรรมดาแหละ..” เซ็ตซึนะส่ายหน้าด้วยความเขิน ก่อนจะรู้สึกว่าใบหน้าของตนถูกมือนุ่มนวลคู่หนึ่งขึ้นมาลูบและสัมผัสไปมาอย่างอ่อนโยน ทำเอาหัวใจของสาวผมดำเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
“อืม...จากการสัมผัสแล้ว ดิฉันว่าคุณซากุระซากิเป็นคนหน้าตาดีเลยทีเดียวค่ะ”
เซ็ตซึนะหน้าแดงก่ำ และนั่งตัวแข็งปล่อยให้สาวผมสีโกโก้สัมผัสไปแบบนั้น “งะ..งั้นเหรอ ขอบใจนะ”
โคโนกะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงมือกลับ และพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณซากุระซากิคะ จากนี้ไปฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าดิฉันจะเป็นภาระให้กับคุณ”
เซ็ตซึนะได้ยินอย่างนั้นก็ตะลึง “เอ่อ ไม่หรอก”
โคโนกะยิ้มออกมา แต่แฝงไปด้วยความเศร้า “ขอโทษนะคะ ที่คุณต้องมาอยู่ร่วมกับคนแปลกหน้าอย่างดิฉัน”
“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง...” เซ็ตซึนะพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหงุดหงิด ยัยนี่ ชอบโทษตัวเองเป็นประจำรึไงนะ
“แต่ว่า...”
“เธอรู้สึกไม่สบายใจที่จะมาอยู่กับฉันเหรอ” นักดาบสาวเอ่ยถาม ทำเอาโคโนกะส่ายหัวยกใหญ่
“ไม่ใช่นะคะ ดิฉันเพียงแต่...” แล้วเสียงของเธอก็เบาลง “ดิฉันมักจะเป็นภาระให้คนอื่นเสมอน่ะค่ะ..”
เซ็ตซึนะเข้าใจในทันที เพราะคนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าพวกคนพิการนั่นมักจะทำอะไรได้ไม่มาก โคโนกะก็คงเคยมีประสบการณ์ถูกผู้อื่นต่อว่ามาสินะ นักฟันดาบจึงกุมมือสาวตาบอดไว้แน่น จนโคโนกะเองก็ร้องด้วยความตกใจที่ถูกสัมผัสอย่างรวดเร็ว
“คุณโคโนเอะ จากนี้ไปคุณจะมาอยู่ที่บ้านฉันแล้ว ฉันจะดูแลคุณเอง และสัญญาว่าจะปกป้องคุณจากทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
โคโนกะได้ยินดังนั้นก็หัวใจเต้นแรง เพราะเธอรู้สึกเหมือนถูกขอแต่งงานยังไงยังงั้น ขณะที่เซ็ตซึนะก็งุนงงกับการกระทำของตนเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป แต่เธอก็รู้สึกคุ้มค่าที่ได้ทำ เพราะเธอได้เห็นรอยยิ้มสดใสโผล่มาจากใบหน้าของสาวข้างๆ
และแล้ววันเปิดเทอมวันแรกก็จบลง เซ็ตซึนะจัดแจงเก็บกระเป๋าทั้งของตัวเองและของโคโนกะให้ ถึงแม้โคโนกะจะคัดค้านก็ตาม เมื่อเสร็จเรียบร้อยสาวผมดำก็ลุกขึ้น หยิบยูนางิมาเหน็บไว้ข้างกายและดึงมือสาวตาบอดที่นั่งอยู่ให้ลุกตาม
“เอ้า ไปกันเถอะคุณโคโนเอะ”
“ค่ะ...” โคโนกะหยิบไม้เท้า และลุกขึ้น
“อ้าว เซ็ตซึนะจะกลับแล้วเหรอ ไม่ไปสมัครเข้าชมรมฟันดาบก่อนเหรอ?” เสียงเจื้อยแจ้วจากสาวผมส้มดังขึ้นเมื่อเห็นสาวนัยน์ตารัตติกาลทำท่าจะกลับบ้าน
“ออ อืม วันนี้ขอกลับบ้านก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้จะไปสมัคร” สาวนักดาบส่งสายตาสื่อความหมายให้รู้ว่าเธอมีเรื่องต้องทำเกี่ยวกับสาวน้อยที่อยู่ข้างๆเธอ
“ออ เข้าใจแหละ เอางี้มะ เดี๋ยวฉันสมัครให้ พรุ่งนี้เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไง” อาซึนะพูดต่อ
“อืม ขอบใจมากอาซึนะ”
“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรๆ ไปเถอะ”
“งั้นไปก่อนนะอาซึนะ”
“อือ เจอกันพรุ่งนี้ เซ็ตซึนะ คุณโคโนเอะ”
สาวตาบอดโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะพูดตอบกลับ และเดินตามเซ็ตซึนะที่ตอนนี้กำลังจูงเธออยู่
“เอาละถึงแล้วละบ้านฉัน” เซ็ตซึนะเปิดประตูให้สาวผมสีโกโก้เข้าไปก่อน
“กลับมาแล้วค่ะ” นักดาบสาวตะโกนบอกให้คนในบ้านของเธอได้ยิน
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะลูก อะ” ผู้เป็นแม่เมื่อเห็นสาวตาบอดก็เดินเข้าไปกอดทันที ทำเอาทั้งเซ็ตซึนะและโคโนกะตกใจ
“อะ..เอ่อ...” โคโนกะที่มองไม่เห็นตื่นตกใจ เพราะไม่รู้ว่าถูกใครกอด
“โคโนกะจังนี่อาเอง จำได้ไหม อาซาเอโกะไง” (เหอๆแต่งแม่มาตั้งนานพึ่งตั้งชื่อให้)
โคโนกะยืนนึกอยู่นานก็ยิ้มออกมาและกอดหญิงตรงหน้าตอบ “ท่านอาซาเอโกะ สวัสดีค่ะ!”
“ไม่เจอกันนานหนูโคโนกะเนี่ยโตเป็นสาวน่ารักจริงๆเลยนะ เอ้าเข้ามาก่อนสิจ๊ะ” ซาเอโกะพาโคโนกะไปนั่งที่เก้าอี้ห้องรับแขกและหยิบของไปเก็บให้
“ขอบคุณค่ะ”
เซ็ตซึนะยืนอึ้งอยู่ตั้งนาน นี่แม่เรารู้จักเด็กคนนี้มาก่อนเหรอ ทำไมเราถึงไม่รู้ นี่มันอะไร เกิดอะไรขึ้น
แม่ของนักดาบสาวเห็นลูกสาวตัวเองยืนอยู่ตรงหน้าประตูนานแล้วก็สงสัย “เอ้า เซ็ตซึนะจัง จะยืนอยู่ตรงนั้นไปถึงเมื่อไร เข้ามาได้แล้ว”
เมื่อนักดาบสาวได้สติ ก็จับข้อมือซาเอโกะเพื่อให้เธอหันมาสนใจตน “แม่คะ หนูมีเรื่องจะถาม”
หญิงวัย 30 กว่า ยิ้มก่อนจะตอบ “เรื่องของโคโนกะจังใช่ไหมจ๊ะ เดี๋ยวเราค่อยพูดกันได้ไหม ตอนนี้เราต้องต้อนรับแขกเราก่อนนะ เซ็ตซึนะจังพาโคโนกะจังไปที่ห้องของลูกสิจ๊ะ แม่จัดของของหนูโคโนกะเอาไว้ที่ห้องลูกแล้ว เพราะโคโนกะจังจะนอนห้องเดียวกับลูกนะ เซ็ตซึนะจัง”
“หา ห้องหนูเหรอคะ??” ของทุกอย่างที่อยู่ในมือของเซ็ตซึนะร่วงลงที่พื้นทันที
“อ้าว ก็ใช่น่ะสิ แล้วจะให้โคโนกะจังไปนอนที่ไหนละหือเซ็ตซึนะจัง อย่าลืมสิว่าโคโนกะจังเขาต้องการคนมาช่วยดูแลนะ”
ขณะที่สาวฟันดาบกำลังจะเถียงก็นึกได้ว่าที่แม่ตนพูดมันก็จริง ถ้าหากโคโนกะเกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ จึงถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า
“เข้าใจแล้วค่ะ คุณแม่”
“อืม และก็นะเซ็ตซึนะจัง แม่มีเรื่องจะบอกแหละ”
“คะ?”
“เมื่อหนูโคโนกะมาอยู่ที่บ้านเราแล้ว เซ็ตซึนะจังจะต้องดูแลเขา อย่าปล่อยให้เขาคลาดสายตา คอยช่วยเหลือเขาเวลาเขาต้องการอะไร ห้ามบ่นนะ ถ้าแม่รู้แม่จะตัดเงินค่าขนมและจะไม่ให้ฟันดาบหนึ่งอาทิตย์ เข้าใจไหม”
นักดาบสาวได้แต่พยักหน้ายอมจำนน
“เออ และก็เซ็ตซึนะจัง พยายามเก็บของที่อยู่บนพื้นให้หมดด้วยนะ หนูคงไม่อยากให้โคโนกะจังต้องสะดุด หกล้มหรอกนะใช่ไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะแม่ หนูจะพยายาม”
“ดีมากจ๊ะ เอาละเราไปดูแลแขกกันเถอะนะ”
สาวตาบอดเมื่อนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกอยู่นานก็รู้สึกเกร็งๆ เพราะเธอไม่รู้จะทำอะไรดี จะเดินก็ไม่กล้า เพราะกลัวชนของโน้นของนี้ เสียหายหมด
“มาแล้วจ้าๆ โคโนกะจัง” เสียงของหญิงมีอายุดังขึ้น ทำให้โคโนกะได้สติ ก่อนจะยิ้มออกมา
“ท่านอาซาเอโกะ..”
“นี่ ท่านเทิ่นอะไร ไม่ต้องใช้หรอกนะ เรียกว่าอาซาเอโกะก็พอจ๊ะ”
“แต่ว่า...”
“เถอะน่า เรียกอาเหมือนตอนหนูยังเด็กไง”
โคโนกะเงียบเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ อาซาเอโกะ”
“ดีมากจ๊ะ เอาละเดี๋ยวเซ็ตซึนะจังจะพาหนูไปที่ห้องนอนของหนูนะจ๊ะ ห้องอยู่ชั้นสองเดินระวังๆด้วยนะจ๊ะ”
โคโนกะพยักหน้าหยิบไม้เท้าและลุกขึ้น เซ็ตซึนะเดินเข้ามาและจูงสาวตาบอดให้เดินตามตน
การเดินขึ้นชั้นสองทำได้ยากลำบากสำหรับโคโนกะ ทำให้การเดินล่าช้า แต่ถึงอย่างนั้นเซ็ตซึนะก็ไม่บ่นสักคำ จนกระทั่งทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้อง
“เอ้าถึงแล้วละ ห้องฉัน
“เอ๋ เหรอคะ แต่คุณอาบอกว่าให้คุณซากุระซากิพาดิฉันไปที่ห้องนอนของดิฉัน..”
“อืม ก็ห้องนี่แหละ คุณแม่บอกว่าให้เธอนอนกับฉัน”
สาวตาบอดหัวใจเต้นเร็ว ใบหน้าแดงก่ำ “งั้นเหรอคะ ขอโทษนะคะ คงทำให้คุณไม่สบายใจ”
“จะบ้าเหรอไง ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย เอ้าเข้ากันเถอะ” เซ็ตซึนะตัดบท รู้สึกรำคาญกับนิสัยที่ชอบโทษตนเองของโคโนกะ
ขณะที่กำลังเดินเข้าไปนั้น เท้าของโคโนกะก็เหยียบกับตุ๊กตาหมีที่อยู่บนพื้นจนสะดุดทำท่าจะล้มลงบนพื้น แต่สาวนักดาบรับตัวไว้ได้ทัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหงายหลังลงไปที่พื้น โดยเป็นโคโนกะนอนอยู่บนตัวเซ็ตซึนะ
“คุณโคโนเอะ เป็นอะไรรึเปล่า!” เซ็ตซึนะหน้าซีดทันที
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะ เพราะดิฉันซุ่มซ่าม...”
เซ็ตซึนะได้ยินโคโนกะโทษตัวเองอีกก็โมโหเอามือทั้งสองข้างจับใบหน้าสาวตาบอดให้หันมาทิศเดียวกับตน ก่อนจะตะคอกออกมา
“เธอจะโทษตัวเองไปถึงไหน คุณโคโนเอะ! หยุดโทษตัวเองได้แล้ว เธอไม่ผิดนะ”
โคโนกะที่ถูกตะคอกน้ำตาก็ไหลผ่านแว่นตากันแดดออกมา “ขะ...ขอโทษค่ะ ขอโทษ..”
สาวนักดาบเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอแพ้น้ำตาเป็นที่สุด จึงถอนหายใจ ก่อนที่จะเอามือไปกดหัวของสาวผมสีช๊อกโกแลตให้ฟุบลงบนอกตน และลูบหัวเบาๆเชิงปลอบโยน สร้างความประหลาดใจให้กับโคโนกะมาก
“อ่า...ขอโทษคุณโคโนเอะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตะคอกเธอ คือฉันหงุดหงิดนิดหน่อย อย่าร้องนะ”
สาวผมสีโกโก้หัวใจเต้นตึกตักอีกแล้ว โคโนกะจึงหยุดร้องไห้และยิ้มออกมา เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมอกนี้ ก่อนจะกระซิบออกมาเบาๆให้สาวเบื้องล่างได้ยิน
“ขอบคุณค่ะ คุณซากุระซากิ”
เซ็ตซึนะยิ้มบางๆใบหน้าแดงระเรื่อ มือที่ลูบผมสีโกโก้ไปมาสักพักก็หยุดและก็พูดขึ้นมาลอยๆ
“เซ็ตซึนะ..”
“คะ?” โคโนกะที่ได้ยินสาวนักดาบพูดชื่อของตัวเองก็งง
“เรียกฉันว่าเซ็ตซึนะ”
โคโนกะใบหน้าแดงก่ำก่อนที่จะทำตาม “ค่ะ คุณเซ็ตซึนะ”
“เซ็ตซึนะเฉยๆ โคโนกะ...”
สาวเบื้องบนพยักหน้าและยิ้มออกมาด้วยความเขิน เมื่อถูกเรียกชื่อยังไม่ทันตั้งตัว ทำไมกันนะ แค่ได้ยินคนเบื้องล่างเรียกชื่อของตนแบบนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
End of Chapter 2 TBC
จบแบบห้วนๆต้องขออภัย คนแต่งตันแล้ว...

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
#10
Posted 11 January 2010 - 04:53 PM

“The way to love anything is to realize that it might be lost,” –G.K. Chesterton
"เมื่อรักสิ่งใด...ให้ระลึกไว้ด้วยว่า...อาจจะมีการสูญเสีย"
<Credit : ShayP/Mai Hime fanfiction/Monster>
Mai-Hime fanfiction.
#11
Posted 11 January 2010 - 09:34 PM
ทำไมไม่ให้เรียก "เซ็ตจัง" ไปเลยล่ะ!
ถึงจะจบแบบห้วนๆ แต่ก็... โดน!!!!!!

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#12
Posted 11 January 2010 - 10:29 PM
แต่ว่านะ...ถึงโคโนะจังจะเป็นยังไง...
เซ็ตจังก็จะต้องตกหลุมรักเธอทุกเรื่องแหละนะ...อิอิ...
คราวหน้ามาต่ออีกนะ...อย่าให้รอถึงชาติหน้าอีกล่ะ...ไรเตอร์...XD

"Maybe God wants us to meet a few wrong people before meeting the right one,
so that when we finally meet the person, we will know how to be grateful."
Everything for Shiznat
#13
Posted 12 January 2010 - 08:21 PM
#14
Posted 16 January 2010 - 07:53 PM
สนุกจัง น่าเสียดายตรงที่โคโนจังตาบอด (แต่ก้อสนุกมาก)
แล้วข้าน้อยจะติดตามอีก....
#15
Posted 17 January 2010 - 05:49 PM
แต่ไม่เห็นมีใครพูดอะไรเลย รึว่าเราจำผิด O_O
แต่ไปแอบเปิด wiki เป็นวันที่ 17/01 จ้า
ก็เลยรีบแต่งฟิคอัพเป็นของขวัญให้
Happy birthday จ้า เซ็ตจัง ขอให้คงความวายกับคุณหนูตลอดไป เย้
Chapter 3 : Bath time!!!
“เอ่อ ฉันว่าเราควรลุกขึ้นได้แล้วละ” เซ็ตซึนะพูดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองสาวนอนอยู่บนพื้นเป็นเวลานาน
“ค่ะ...” โคโนกะทำท่าลุกขึ้นแต่ก็ต้องหยุดเมื่อถูกมือหนึ่งหยุดเธอเอาไว้
“เดี๋ยวฉันช่วย...”
เซ็ตซึนะค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นพร้อมช่วยอุ้มโคโนกะขึ้นมาจากพื้น ทำเอาคนที่ถูกอุ้มลนลานไปหมด
“เซ็ตซึนะจัง..คะ..คือ ดิฉันเดินเองได้ค่ะ”
“จัง?” เซ็ตซึนะได้ยินชื่อตัวเองอย่างนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ก็ยังคงอุ้มสาวตัวเล็กนั้นไปวางไว้ที่เตียงได้สำเร็จ
“อ่า ก็ถ้าเรียกเซ็ตซึนะเฉยๆมัน...แต่ถ้าเซ็ตซึนะจังไม่ชอบดิฉัน...”
สาวผมดำนั่งลงข้างๆ เอานิ้วเรียวบางมาแตะที่ริมฝีปากของสาวตาบอดเบาๆ
“อืม เธอจะเรียกฉันยังไงก็ได้ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก และก็ไม่ต้องพูดสุภาพกับฉัน เราอยู่บ้านเดียวกันแล้วนะ โคโนกะจัง”
สาวผมสีโกโก้ใบหน้าแดงระเรื่อ ทำเอาสาวนักดาบที่ได้เห็นถึงกับใจเต้นรู้สึกว่าคนตรงหน้าตนน่ารักอะไรอย่างนี้
“เอาละ จำไว้นะว่าไม่ต้องพูดคำสุภาพกับฉันอีกนะ โคโนกะจัง”
“อ่า...อืม เซ็ตซึนะจัง” โคโนกะฉีกยิ้มออกมา
“ดีมาก”
“เอ่อ...เซ็ตซึนะจัง”
“ว่าไงเหรอ” เซ็ตซึนะเอามือไปแตะบนตักสาวน้อยตรงหน้าเบาๆ
“เซ็ตซึนะจังช่วยบอกได้ไหมว่าในห้องมีของอะไรบ้าง ฉันจะได้ไม่เดินชนไง”
เซ็ตซึนะได้ยินดังนั้นก็นึกได้ จึงจูงมือสาวตาบอดให้ลุกขึ้นและพาทัวร์รอบห้อง (เหอๆ) ก่อนที่โคโนกะจะจดจำตำแหน่งของต่างๆได้หมด และใช้ไม้เท้านำทางเดินไปที่เตียงด้วยตนเอง
“เธอนี่เร็วเหมือนกันนะเนี่ย แปปเดี๋ยวจำได้แล้วว่ามีของอะไรบ้าง”
“ออ อืม ก็เซ็ตซึนะจังอุตส่าห์ช่วยฉันขนาดนี้ ฉันก็ต้องพยายามสิ”
“งั้นเหรอ...” เซ็ตซึนะยิ้มเขินๆก่อนที่จะมองไปที่ใบหน้าสาวผมสีโกโก้
“นี่ เธอจะไม่ถอดแว่นออกเหรอ”
สาวตาบอดได้ยินดังนั้นก็ยิ้มบางๆ “ขอโทษนะ คือฉันมักจะติดใส่แว่นเวลาอยู่ข้างนอกน่ะ เพราะฉันไม่อยากให้ใครมามองว่าฉันแปลก..”
นักดาบสาวลงไปนั่งข้างๆสาวตาบอด เอามือไปลูบหลังเบาๆ
“แต่เธออยู่ในบ้านแล้วนะ ไม่มีใครมองหรอก แต่ถ้าเธอไม่สบายใจก็ใส่มันเถอะนะ”
โคโนกะได้ยินดังนั้นก็ส่ายหัว “จริงด้วยสินะ ฉันอยู่ในบ้านแล้วนี่นา”
ว่าแล้วสาตาบอดก็ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นนัยน์ตาสีโกโก้เช่นเดียวกับสีผมของเธอ เพียงแต่ในดวงตาคู่นั้นมันกลับไม่มีประกายสดใส แต่ถึงอย่างนั้นนักฟันดาบก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดให้จ้องดวงตาคู่สวยนั้นอยู่
“สวยจังเลย ดวงตาของเธอ ฉันชอบนะโคโนกะจัง”
โคโนกะยิ้มออกมาอย่างเขอะเขิน “งั้นเหรอ ไม่มีใครพูดอย่างนี้กับฉันเลย”
เซ็ตซึนะรู้สึกเหมือนต้องมนต์ของดวงตาคู่สวยนั้น และร่างกายของเธอเริ่มขยับเข้าไปใกล้สาวตาบอดมากขึ้นๆ จนเธอรู้สึกว่าใบหน้าของเธอทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงเซนต์ โคโนกะถึงแม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าสาวข้างๆเธอกำลังเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ถอยกลับ เธอกลับขยับตัวเข้าใกล้มากขึ้นจนกระทั่ง
“ข้าวเย็นเสร็จแล้วจ้า ทั้งสองคนลงมากินได้แล้วนะ!” เสียงที่ขึ้นมาขัดจังหวะทำให้ทั้งคู่ดีดตัวออกห่างทันที
เซ็ตซึนะเกาแก้มด้วยความเขิน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน โคโนกะเองก็เอามือมาจับแก้มทั้งสองข้างตนเองที่ตอนนี้กำลังร้อนผ่าว
“อะ...เอ่อ เราไปกินข้าวกันเถอะนะ โคโนกะจัง” สาวผมดำพูดทำลายความเงียบ
“อืม” โคโนกะตอบพร้อมยืนขึ้น โดยมีมือของนักดาบสาวจับมือของเธอไว้แน่นไม่ปล่อย
............................
...................
..............
.........
....
..
.
“เอ้าลงมาสักที นี่จ๊ะ โคโนกะจัง นั่งตรงนี้เลย” ซาเอโกะลากหญิงร่างบางไปนั่งเก้าอี้ที่ตนเองจัดไว้ให้
“เซ็ตซึนะจังนั่งข้างๆโคโนกะจังสิลูก”
“ค่ะ แม่” เซ็ตซึนะทำตามและลงมานั่งข้างๆสาวตาบอด
“เอาละ กินกันเถอะนะ เดี๋ยวข้าวจะเย็นหมด” ซาเอโกะหยิบตะเกียบขึ้นมาและคีบอาหารตักใส่จานข้าวของโคโนกะซึ่งตอนนี้กำลังคลำๆของบนโต๊ะอยู่
“อะ นี่โคโนกะจัง ตะเกียบจับดีๆนะ” สาวนักดาบหยิบตะเกียบไว้บนมือโคโนกะ ซึ่งสาวตาบอดก็ทำท่าจะรับเอาไว้ แต่ก็ถูกผู้เป็นแม่พูดท้วงขึ้น
“เซ็ตซึนะจัง ลูกช่วยป้อนโคโนกะจังก่อนละกันนะ เพราะเราคงไม่อยากให้หนูโคโนกะกินข้าวนานเป็นชั่วโมงหรอกนะจริงไหม แล้วเราค่อยมาช่วยสอนหนูโคโนกะให้กินข้าวเองทีหลัง”
สาวนักดาบได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ส่วนโคโนกะตอนแรกจะท้วงขึ้น เพราะเธอก็เคยกินข้าวด้วยตัวเองมาก่อน ถึงแม้จะกินเลอะบ้างช้าบ้างก็ตาม แต่สุดท้ายก็ถูกเซ็ตซึนะหนีบข้าวขึ้นมาไว้ตรงที่ปากและแย่งตระเกียบออกจากมือสาวตาบอด
“เอ้า อ้าปากสิโคโนกะจัง”
สาวผมสีโกโก้ถอนหายใจก่อนจะอ้าปากรับข้าวเข้าไปกิน และเซ็ตซึนะก็คอยป้อนให้จนข้าวหมดจาน
“เอาละเดี๋ยวแม่จะล้างจานให้เองนะ เซ็ตซึนะจัง ลูกพาหนูโคโนกะไปอาบน้ำและพาเข้านอนด้วยนะ” ซาเอโกะพูดขึ้นและเก็บจานที่ว่างเปล่าบนโต๊ะ
เซ็ตซึนะอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำว่าพาไปอาบน้ำ ใบหน้าเธอแดงก่ำ อ้าปากพะงาบๆ ส่วนโคโนกะเองก็ได้แต่นั่งนิ่งๆไม่รู้จะทำยังไงต่อดี
“เซ็ตซึนะจังมัวทำอะไรอยู่ พาโคโนกะจังไปอาบน้ำสิ”
“ตะ...แต่ว่า แม่คะ อาบน้ำนี่มัน...”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ผู้หญิงด้วยกัน หนูโคโนกะน่ะอาบน้ำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ เซ็ตซึนะจัง”
“อะ..เอ่อ คุณอาซาเอโกะคะ หนูอาบเองได้ค่ะ ไม่ต้องให้เซ็ตซึนะจังอาบให้ก็ได้ค่ะ” สาวตาบอดพูดขึ้นมาบ้างหลังจากนั่งนิ่งอยู่นาน
“ไม่ได้หรอกนะโคโนกะจัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหนูก็แย่น่ะสิ เถอะนะ อาขอร้อง”
ขณะที่โคโนกะกำลังจะแย้งเพราะเธอรู้สึกเกรงใจนั้น เซ็ตซึนะก็จัดแจงจูงมือเธอให้ลุกขึ้น
“ซะ...เซ็ตซึนะจัง?”
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะช่วยเธออาบน้ำเอง”
“ตะ..แต่..”
“หรือว่าเธอจะให้ฉันอุ้มเธอไป” เซ็ตซึนะยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ เพราะรู้ว่าโคโนกะเป็นคนขี้เกรงใจ ซึ่งก็ทำให้โคโนกะยอมลุกขึ้น และเดินตามแต่โดยดี
เมื่อมาถึงหน้าห้องน้ำสาวนักดาบก็ปล่อยมือโคโนกะ และหันมาพูดแนวกำชับว่า
“รอฉันตรงนี้นะโคโนกะจัง ห้ามไปไหนนะ เดี๋ยวฉันจะไปหยิบผ้าขุนหนูและชุดนอนมาให้เธอเปลี่ยน”
สาวตาบอดพยักหน้ารับคำ และยืนอยู่นิ่งๆราวๆ 5 นาที เซ็ตซึนะก็วิ่งมาจูงมือของโคโนกะและเปิดประตูห้องน้ำออก
“เอาละ เข้าไปกันเถอะ”
“อะ..อืม”
........................
.................
.............
...........
.......
.....
...
..
.
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำทั้งคู่ก็ใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เซ็ตซึนะยืนหันหลังให้สาวผมสีโกโก้ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำยังไงต่อดี สุดท้ายหลังจากที่ยืนนิ่งกันอยู่นานสาวฟันดาบก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหันหน้าไปหาโคโนกะที่ตอนนี้ใบหน้าแดงระเรื่อ
“อะ..เอ่อ เดี๋ยวฉันช่วยถอดให้นะ” เซ็ตซึนะเอามือไปกุมกับมือของสาวตาบอดเชิงขออนุญาต ซึ่งโคโนกะก็ได้แต่พยักหน้าน้อยๆ
นักดาบสาวจัดแจงค่อยๆถอดเสื้อผ้าของโคโนกะทีละชิ้นจนสุดท้ายเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว เซ็ตซึนะเห็นโคโนกะตัวสั่นไปหมดเพราะความเขินอาย ก็ยิ้มออกบางๆและกระซิบเบาๆข้างหูสาวตาบอดเชิงปลอบโยน
“ไม่ต้องอายหรอกนะโคโนกะจัง เดี๋ยวฉันจะถอดเป็นเพื่อนเอาไหม จะได้อาบน้ำด้วยกัน”
“ขี้โกงนี่นา เซ็ตซึนะจังน่ะเห็นของฉัน แต่ฉันไม่เห็นนี่” โคโนกะทำแก้มป่องซึ่งดูน่ารักน่าเอ็นดู
เซ็ตซึนะหัวเราะออกมาก่อนที่จะถอดชิ้นสุดท้ายที่อยู่บนตัวโคโนกะออก
“เธอสวยมากเลยโคโนกะจัง” สาวนักดาบเผลอพูดในสิ่งที่ตนเองคิด เล่นทำเอาสาวตาบอกเขินจนพูดอะไรไม่ออก และยิ่งเอามือมาปกปิดร่างกายของตนมากขึ้น นักดาบสาวหัวเราะในอาการที่น่ารักน่าเอ็นดูนั่น ก่อนที่จะช้อนตัวสาวร่างบางให้ลงไปแช่ในอ่างที่ซาเอโกะเปิดน้ำร้อนไว้ให้แล้ว
โคโนกะครางออกมาด้วยความพอใจ เธอรู้สึกดีขึ้นมาก่อนที่จะเอามือขึ้นมาโบกไปมากลางอากาศ ซึ่งเซ็ตซึนะเห็นดังนั้นก็เอามือไปจับกับมือที่โบกไปมานั้น
“มีอะไรเหรอโคโนกะจัง”
“กะ..ก็เซ็ตซึนะจังบอกว่าจะอาบด้วยกัน” โคโนกะพูดออกมาตัวบิดไปมาด้วยความเขินอาย ทำเอาหัวใจเซ็ตซึนะแทบจะเต้นทะลุอก ก่อนจะบีบมือของสาวผมสีช๊อกโก้เบาๆ
“เข้าใจแล้วโคโนกะจัง เดี๋ยวฉันจะลงไปอาบด้วยนะ”
ว่าแล้วเซ็ตซึนะก็ปล่อยมือออก และจัดการถอดเสื้อผ้าทุกชิ้น และเดินลงมาแช่ในอ่างทันที ซึ่งอ่างที่ตอนแรกดูเหมือนจะลงได้แค่คนเดียวนั้น ตอนนี้กลับสามารถจุคนสองคนได้สบายๆ เพราะสาวผมสีดำจัดการช้อนตัวสาวร่างบางขึ้น และให้ตนเองลงไปนั่งในอ่างก่อนที่จะปล่อยร่างสาวตาบอดให้เอาหลังมาผิงบนตัวของตน และตนเองก็จัดการลูบไล้ฟอกสบู่ให้โคโนกะทันที โคโนกะตกใจที่ถูกสัมผัสแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการสัมผัสนั้น
“ซะ...เซ็ตซึนะจังตรงนั้นฉันทำเองได้”
“ไม่เอาหรอก ฉันอยากช่วยนี่นา”
“มะ...อือ...ดะ..เดี๋ยวก่อน อะ..”
“ผิวโคโนกะจังนุ่มจังเลย”
“งะ..งั้นเหรอ อะ..อือ ขอบใจนะจ๊ะ แต่ถ้าเซ็ตซึนะจังทำแบบนั้นมัน..”
“อีกนิดเดียวนะโคโนกะจัง ก็จะสะอาดแล้วละ”
“อะ..อือ..ซะ..เซ็ตซึนะจัง พะ..พอก่อน ฉัน..”
“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วฮ่าๆ เอาละล้างสบู่ออกก็เสร็จแล้วละโคโนกะจัง รีบๆเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้าซะละ เดี๋ยวเป็นหวัดเอา” (/me จิ้นไกล 5 นาที กลับมาแต่งต่อ)
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าไปที่ห้องนอน เซ็ตซึนะจัดการเตะของที่อยู่บนพื้นให้ออกไปไกลๆ เพื่อที่โคโนกะจะได้ไม่สะดุดอีก ซึ่งพอถึงที่เตียงโคโนกะก็ค่อยๆคลานขึ้นไปและล้มตัวลงไปนอนทันที สาวนักดาบเห็นแล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะเอาผ้าห่มมาห่มให้สาวร่างบาง
“ราตรีสวัสดิ์ โคโนกะจัง”
“ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ เซ็ตซึนะจัง”
ขณะที่เซ็ตซึนะกำลังจะปิดไฟ ก็เหลือบไปเห็นแม่ของตนที่ประตูห้องจึงเดินไปหา
“แม่มีอะไรรึเปล่าคะ”
“เซ็ตซึนะจัง แม่มีเรื่องจะพูดกับลูก”
เซ็ตซึนะเห็นสีหน้าที่ตึงเครียดของแม่เธอก็พยักหน้าและเดินตามผู้เป็นแม่ไปที่ห้องนอนของแม่
End of Chapter 3 TBC
ห้วนอีกแล้ว เฮ้อ

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
#16
Posted 17 January 2010 - 08:02 PM
อาบน้ำแบบนี้มัน...เหอๆๆๆ...
อ่านแล้วออกอาการว่าอยาก....อยาก...อยากอ่านต่อแล้วล่ะนะ...
อย่าหายนานนะไรเตอร์...ข้าพเจ้าคิดถึง...
ว่าแต่...คุณแม่ขาจะพูดอะไรกับเซ็ตจังน่ะ...ชักเป็นห่วงแล้วสิ...

"Maybe God wants us to meet a few wrong people before meeting the right one,
so that when we finally meet the person, we will know how to be grateful."
Everything for Shiznat
#17
Posted 18 January 2010 - 08:49 PM
#18
Posted 19 January 2010 - 05:29 PM
อาบน้ำเหรอ.. จิ้นไปไกลเหมือนกันนะ..
ไรเตอร์.. ทำให้เค้าหื่นได้นะ.. เหอๆๆ

“The way to love anything is to realize that it might be lost,” –G.K. Chesterton
"เมื่อรักสิ่งใด...ให้ระลึกไว้ด้วยว่า...อาจจะมีการสูญเสีย"
<Credit : ShayP/Mai Hime fanfiction/Monster>
Mai-Hime fanfiction.
#19
Posted 20 January 2010 - 10:25 PM
นึกว่าจะไปไกลกว่านี้สิอีก... (เฮ้ย!! ไม่ใช่และ)

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#20
Posted 26 January 2010 - 04:20 PM
ก็ไม่มีอะไรมาก รู้สึกตัวเองไม่ค่อยจะเข้ากับการแต่งแนวนี้
แต่ต้องการเปลี่ยนลุคโคโนเซ็ตซึใหม่ เหอๆ
ก็เอาเป็นว่าขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านผลงาน
สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับฟิคได้นะคะ จะได้นำไปแก้ไขให้ดีขึ้น
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
Chapter 4 : The truth about Konoka
“นั่งก่อนสิจ๊ะ เซ็ตซึนะจัง”
“ค่ะ ว่าแต่เรื่องที่แม่จะพูดคืออะไรคะ”
“อืม แม่มีสองเรื่องที่อยากจะพูดกับลูก เรื่องแรกคือเรื่องของหนูโคโนกะแหละ”
“โคโนกะจังทำไมเหรอคะ”
ซาเอโกะนิ่งสักพักก่อนที่จะพูดออกมา
“ความจริงแม่ก็ไม่อยากจะเล่าให้ลูกฟัง เพราะคิดว่ามันจะกระทบกระเทือนถึงจิตใจของโคโนกะจังเขา แต่ในเมื่อหนูโคโนกะจะต้องมาอยู่กับลูก แม่ก็คงต้องเล่าอดีตของหนูโคโนกะให้ลูกฟัง ลูกต้องตั้งใจฟังให้ดีนะ”
เซ็ตซึนะตีหน้านิ่งก่อนจะพยักหน้าให้ผู้เป็นแม่พูดต่อ
“ความจริงแล้วหนูโคโนกะไม่ได้ตาบอดตั้งแต่เกิดหรอกจ๊ะ”
“หา!”
ซาเอโกะพยักหน้า “แม่คงไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าความจริงแล้วพ่อของหนูโคโนกะกับพ่อของลูกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ลูกคงไม่รู้ใช่ไหม”
สาวฟันดาบพยักหน้า
“พ่อของลูกกับพ่อของหนูโคโนกะสนิทกันมาก เรียนจบที่เดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน ทั้งต่างคนต่างแต่งงานพร้อมกันและถึงขนาดมีลูกพร้อมกันอีก ซึ่งก็คือลูกกับหนูโคโนกะ”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมหนูถึงไม่เคยได้พบกับเพื่อนพ่อคนนั้นเลยละคะ และทำไมหนูถึงไม่เคยเจอโคโนกะจังสมัยเด็กๆเลยละ”
ซาเอโกะตีหน้าเศร้า “หลังจากที่เพื่อนพ่อมีหนูโคโนกะ เพื่อนของพ่อลูกเขาจึงต้องย้ายไปทำงานที่อเมริกา เขาจึงต้องพาครอบครัวของเขาไปด้วย นั่นจึงทำให้หนูไม่ได้มีโอกาสเจอพวกเขาอีกเลย...”
“งานของเขาคงยุ่งมากเลยสินะคะ”
ซาเอโกะนิ่งสักพักก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่งเครือ “เปล่าหรอกจ๊ะ พวกเขาตายต่างหาก ทั้งเพื่อนพ่อทั้งภรรยาของเขา”
เซ็ตซึนะนั่งตัวแข็งทื่อ ก่อนที่จะค่อยๆเรียบเรียงคำพูดออกมา “ทะ..ทำไมคะ แล้วโคโนกะจัง”
“ดูเหมือนพวกเขาจะตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์น่ะ แต่ตอนนั้นหนูโคโนกะจังไม่ได้อยู่ในรถคันนั้นหรอกนะจ๊ะ แต่ถึงอย่างนั้นการที่ต้องมารับรู้ว่าพ่อแม่ของตนตายจากไปตั้งแต่ตัวเองยังเด็กก็คงทำให้สาวน้อยที่เปราะบางนี้หัวใจแตกสลายได้เลยทีเดียว นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอตาบอด หมอบอกว่ามันเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่งที่โคโนกะจังต้องการหลีกหนีจากความจริงอันโหดร้ายน่ะจ๊ะ”
“ตอนนั้นโคโนกะจังอายุเท่าไรคะ”
“8 ขวบจ๊ะ”
เซ็ตซึนะหน้าซีดเผือด โคโนกะต้องมารับรู้เรื่องพ่อแม่ของตนตั้งแต่อายุยังน้อย แบบนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้วนะ “ละ...แล้ว หลังจากนั้นโคโนกะ..”
“อืม หลังจากนั้นก็มีญาติๆไปรับเลี้ยง แต่ถึงอย่างนั้นโคโนกะจังก็คงถูกพวกญาติเอือมระอา ไม่ค่อยจะเลี้ยงดู สุดท้ายคุณพ่อของลูกทนไมไหวจึงเป็นคนพาหนูโคโนกะไปเลี้ยงเอง ซึ่งตอนนั้นแม่ก็ไปด้วย จำได้ไหมที่แม่บอกว่าแม่ไปหาคุณพ่อตอนนั้น”
เซ็ตซึนะพยักหน้า เธอจำได้ดี เพราะตอนนั้นเธอถูกทิ้งให้อยู่ที่บ้านคนเดียวตั้ง 3 อาทิตย์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็สามารถอยู่ได้ เพราะเธอแทบจะทำทุกอย่างที่เป็นงานบ้านได้หมด
“แต่แม่ก็ทิ้งลูกที่อยู่ที่นี่ไม่ได้ แม่จึงกลับมา และให้พ่อเลี้ยงหนูโคโนกะอยู่ที่อเมริกา แต่ว่านะนับวันหนูโคโนกะก็ยิ่งเติบโตขึ้น ถึงแม้พ่อของลูกจะดูเป็นคนซื่อสัตย์และไม่เคยคิดกับหนูโคโนกะเกินเลยมากกว่าเป็นลูกบุญธรรม แต่ชาวบ้านก็นินทาต่างๆนานาในทางเสียๆหายๆ หาว่าพ่อเลี้ยงหนูโคโนกะเอาไว้เพื่อ..” ซาเอโกะหยุดพูดต่อ เพราะเธอรู้สึกกระอักกระอวน
“แม่คะ..”
“เอาเป็นว่าตอนหลังพ่อจึงตัดสินใจให้หนูโคโนกะมาอยู่ที่บ้านเรา และให้เข้าโรงเรียนพร้อมลูกเลยไง”
นักดาบสาวได้ฟังก็ถอนหายใจเล็กน้อยเธอไม่รู้ว่าโคโนกะจะมีอดีตที่เลวร้ายถึงขนาดนี้ สักพักก็เอะใจอะไรได้
“เออ ใช่แม่คะ แล้วอีกเรื่องที่แม่จะบอกคือ...”
“ออ อืม มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่เมื้อกี้แม่ได้รับโทรศัพท์จากพ่อมา คือ..”
“คือ?”
“แม่จะไปอยู่กับพ่อที่อเมริกาสัก 3 เดือน แม่รู้ว่าลูกคงตั้งตัวไม่ทัน แต่เนื่องจากว่าพ่อต้องการคนไปช่วยงานพ่อ ซึ่งคนนั้นก็ต้องเป็นแม่อยู่แล้วในฐานะรองประธานบริษัท”
เซ็ตซึนะยืนขึ้น แทบจะไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน “หา! แล้วหนูจะทำยังไงละคะ”
“แม่รู้จ๊ะว่ามันลำบาก แต่แม่ได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว นี่คือสมุดบัญชี แม่ใส่เงินให้อยู่ได้เป็นปีๆให้ลูกแล้ว ส่วนนี่คือสมุดจดสิ่งที่ต้องทำประจำวัน และนี่ก็คือตารางเวลาที่หนูต้องทำให้หนูโคโนกะ”
สาวผมดำเงียบกริบ ทำเอาคนเป็นแม่กังวลใจ ก่อนที่จะกอดลูกสาวตัวเองไว้ในอ้อมอก
“ขอโทษนะจ๊ะ เซ็ตซึนะจัง แต่มันจำเป็น และอีกอย่างที่แม่ไปเพราะแม่จะไปหาหมอที่สามารถรักษาอาการของหนูโคโนกะให้ได้ เพราะฉะนั้น...”
เซ็ตซึนะเมื่อได้ยินคำขอร้องของแม่เธอแบบนี้แล้วจึงได้แต่ถอนหายใจยอมจำนน “เฮ้อ ช่วยไม่ได้นะคะแม่ เอาเถอะค่ะ หนูจะพยายาม และหนูจะรอจนกว่าคุณแม่จะกลับมานะคะ”
ซาเอโกะยิ้มและลูบหัวสาวน้อยในอ้อมกอด “ดีมากจ๊ะ”
...........................
...................
.............
..........
........
......
...
..
.
หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จเซ็ตซึนะก็รีบเดินกลับห้องนอนตัวเองเพราะอดห่วงคนที่อยู่ในห้องนอนไม่ได้ ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆ นักดาบสาวหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะเดินมาที่เตียงตัวเอง จ้องไปที่ใบหน้าหวานนั่นภายใต้ห้องที่มืดสลัว
สาวผมดำเอามือของตนเองขึ้นมาลูบแก้มคนที่นอนอยู่เบาๆ แววตาของเธอฉายแววไปด้วยความเศร้า เธอรู้สึกสงสารสาวน้อยผู้นี้ขึ้นมาจับใจหลังจากที่ได้รู้เรื่องราวที่แสนจะเจ็บปวดของโคโนกะ
“โคโนกะจัง...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็จะอยู่เคียงข้าง ปกป้องเธอ...” นักฟันดาบเผลอพูดประโยคที่อยู่ในใจตนเองออกมาอีกแล้ว จึงรีบปิดปาก ส่ายหัวไปมา ในใจก็นึกว่าตัวเองเพราะไม่อยากให้สาวน้อยผู้หลับปุ๋ยนี้ตื่นแต่ก็สายไปเสียแล้ว
“เซ็ตซึนะจัง...”
“คะ...โคโนกะจัง...ขอโทษนะที่ทำให้เธอตื่น”
สาวผมสีโกโก้หาวออกมา และส่ายหัว “ไม่หรอก ความจริงฉันก็นอนไม่หลับหรอก...”
“งั้นเหรอ...ถ้างั้นฉันจะไปนอนที่ฟูกนะ ราตรีสวัสดิ์โคโนกะจัง...”
สาวตาบอดรีบพยุงตัวขึ้น เอามือคว้าไปมากลางอากาศ และก็โชคดีที่จับแขนเสื้อของคนที่กำลังจะลุกไปได้พอดิบพอดี
“โคโนกะจัง?”
“คือ...ซะ..เซ็ตซึนะจัง...”
“หือ มีอะไรเหรอ อยากได้อะไรรึเปล่า...”
ใบหน้าของสาวตาบอดตอนนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีชมพูระเรื่อ
“เอ่ออ...ถ้าเซ็ตซึนะจังไม่รังเกียจช่วย...” และเสียงก็ค่อยๆเบาลง “มานอนเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม...”
นักดาบสาวหน้าแดงเป็นลูกตำลึง อ้าปากพะงาบๆ ไม่นึกว่าจะถูกขอให้ทำแบบนี้ ซึ่งสาวผมสีโกโก้รู้สึกว่าอีกคนนิ่งอยู่นานจึงปล่อยแขนเสื้อของเซ็ตซึนะออก และก้มลงนอนตามเดิม
“ขอโทษนะเซ็ตซึนะจัง ฉันพูดเล่นน่ะจ๊ะ ราตรีสวัสดิ์นะ...”
เสียงของโคโนกะแสดงถึงความเสียดายปนความเสียใจเล็กน้อย เซ็ตซึนะรีบลงไปนั่งที่เตียงข้างกายสาวตาบอด และก้มลงกระซิบข้างหูของสาวคนนั้น
“จะ..จะดีเหรอ ให้ฉันนอนด้วยน่ะ โคโนกะจัง...”
สาวตาบอดยิ้มขึ้นมาทันที และพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “อืมๆๆ นะจ๊ะ เซ็ตซึนะจัง ฉันรู้สึกไม่ค่อยชิน นอนเกร็งๆไงก็ไม่รู้”
เซ็ตซึนะได้ยินดังนั้นก็หยิบผ้าห่มขึ้นมาและค่อยๆโน้มตัวลงนอนข้างๆโคโนกะ และนำผ้าห่มมาคลุมร่างทั้งสองได้พอดิบพอดี
“โอเคแหละ อืมว่าแต่โคโนกะจัง พรุ่งนี้ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอเยอะเลย...”
“เรื่องอะไรเหรอ เซ็ตจัง?”
“เซ็ตจัง!?!”
“อะ..ขอโทษนะ ฉันรู้สึกว่าชื่อเซ็ตซึนะจังมันยาว ฉันก็เลย...ขอโทษนะเซ็ตซึนะจัง” น้ำเสียงของสาวตาบอดขุ่นมัวลง บ่งบอกให้รู้ว่าเธอแอบเสียใจ
เซ็ตซึนะจึงรีบส่ายหน้า “เอาเหอะ เธอน่ะ...จะ..จะเรียกฉันยังไงก็ได้...”
“จริงเหรอ ดีจัง” ใบหน้าของโคโนกะดูสดใสขึ้น เซ็ตซึนะจึงได้แต่ยิ้มกริ่มๆ
“ถ้างั้นเซ็ตจังเรียกฉันว่าโคโนจังได้ไหม?”
“อืม..คะ..โคโนจัง...” สาวผมดำไม่รู้ว่าตัวเองเป็นไรถึงไม่เคยขัดคำขอของสาวตาบอดคนนี้ได้เลยนะ
“ว่าแต่เรื่องที่จะพูดน่ะ เซ็ตจัง..”
“ออ อืม เอาไว้พรุ่งนี้ละกันนะ ตอนนี้ดึกแล้ว นอนก่อนเถอะ โคโนกะ เอ้ย! โคโนจัง...”
โคโนกะรู้สึกตื้นตันที่ได้ยินเซ็ตซึนะเรียกชื่อเล่นเธอ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ
สาวตาบอดรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากคนข้างๆ จึงขยับตัวเข้าหาเขาให้มากที่สุด ซึ่งทำให้สาวผมดำนอนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก และยังรู้สึกเขอะเขินขึ้นมายังไงไม่รู้ แถมตอนหลังโคโนกะเอาหัวมาซบที่หลังของเซ็ตซึนะ และเอามือไปวางไว้ที่ไหล่ของนักดาบต่อ (หมายเหตุ เซ็ตซึนะหันหน้าไปอีกทาง ในขณะที่โคโนกะนอนหันหน้าไปเจอกับหลังของเซ็ตซึนะ)
“คะ..โคโนจัง”
“เซ็ตจัง...ขอโทษที่เห็นแก่ตัว แต่ฉันหนาว กอดฉันหน่อยได้ไหม”
ได้ยินเสียงที่ออดอ้อนขนาดนั้น เป็นใครก็ปฏิเสธไม่ลง เซ็ตซึนะหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนที่นอนข้างๆ และจัดการเอามือโอบเอวของเขาทันที ทำให้ร่างของทั้งสองคนแนบชิดกันมากเหมือนเป็นคนเดียวกันเลยก็ว่าได้
“อุ่นขึ้นไหม โคโนจัง...”
“อืม ขอบใจนะจ๊ะ เซ็ตจัง...”
“ถ้าอย่างนั้นก็ราตรีสวัสดิ์ โคโนจัง...”
“อืม...ราตรีสวัสดิ์ เซ็ตจัง”
End of Chapter 4 TBC

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users


















