Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
[Fic-Kono-Setsu] องครักษ์ พิทักษ์น้องเหมียว
#1
Posted 09 March 2010 - 12:12 AM
(แต่ก็ไม่ได้เม้นให้ใครเพราะยังไม่ได้เป็นสมาชิก ต้องขอโทษด้วย)
อยู่ๆก็รู้สึกอยากแต่งขึ้นมาบ้าง และยังไม่ทันจะหายอยากก็แต่งขึ้นมาซะและ (จะแต่งจบป่าวก็ไม่รู้...กำ)
ภาษา สำนวน การบรรยาย ตัวละคร เนื้อเรื่อง ฯลฯ อาจไปซ้ำกับฟิคของหลายๆท่านได้ต้องขออภัยด้วย เพราะข้าพเจ้าเล่นมั่วถั่วหยิบหลายๆฟิคมาปนๆกัน แล้วจับใส่เข้าไปในเรื่องนี้ (เวรกรรม) แต่ก็ขอบอกว่าเนื้อเรื่องหลักก็ไม่ได้ซ้ำกับใคร (มั้ง)
อ่อ เราเป็นเด็กใหม่ที่พึ่งสมัครเข้ามาในบอร์ด ก็ขอฝากตัวด้วยแล้วกันค่ะ
[Fic-Kono-Setsu] องครักษ์ พิทักษ์น้องเหมียว
ตอนที่ 0 ปฐมบท
ในสมัยโบราณกาลที่ทั้งมนุษย์ และเหล่าอสูรยังอยู่ร่วมโลกกัน
.....ลึกเข้าไปในป่าทึบแห่งหนึ่ง ณ ที่ห่างไกลชุมชน ที่นั้นมีหมู่บ้านของเหล่าอสูรปักษาตั้งอยู่ และ ในวันที่ 5 เดือน 5 ปี XXX เวลาเที่ยงคืน
“อุแว้ อุแว้ แว้…” อสูรปักษาเพศเมียผู้หนึ่งได้ตกลูกออกมา 1 ตน
“ท...ท่านคะ ท่านได้...ล...ลูกสาวค่ะ” นางผู้ซึ่งทำคลอดให้อสูรเพศเมียตนนั้น ได้วิ่งออกมาจากห้อง และคุกเข่าลงต่อหน้าอสูรหนุ่มผู้หนึ่ง พร้อมกับบอกผู้เป็นนายของตนที่กำลังรอคอยอยู่ด้านนอก
“จ...จริงรึ ที่ข้าได้ลูกสาว” อสูรหนุ่มผู้นั้นร้องออกมาด้วยความดีใจ และกำลังจะก้าวเข้าไปในห้องเพื่อดูหน้าลูกสาวและภรรยา แต่ก็ต้องหยุดชะงัก และหันไปมองหน้าบ่าวของตนด้วยความงุนงง เมื่อบ่าวผู้นั้นได้เอ่ยรั้งตนเอาไว้
“ด...เดี๋ยวก่อนค่ะ น...นายท่าน” สีหน้าของบ่าวผู้นั้นซีดลง ด้วยความวิตกกังวล และความกลัว
“เจ้ามีอะไร” อสูรหนุ่มกล่าวด้วยเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ
“ค...คือ น...นายหญิง น...นายหญิง...” บ่าวผู้นั้นกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ และยังไม่ทันจะจบประโยคดี...
“อะไร! เมียข้าเป็นอะไร” ด้วยความโกรธที่บ่าวของตนพูดอ่ำอึ้ง ไม่ยอมพูดอะไรให้ชัดเจน และความวิตกกังวลที่มีต่อภรรยา อสูรตนนั้นจึงได้ตะคอกใส่บ่าวของตนออกไป พร้อมกับเข้าไปบีบที่ไหล่ทั้งสองของบ่าวผู้นั้น และเขย่าไปมาอย่างแรง
“น...นายหญิง เสียชีวิตแล้วค่ะ” ผู้เป็นบ่าวได้กล่าวออกไปจนจบประโยค ทำให้ผู้เป็นนายยืนอึ้งแทบทรุดลงกับพื้น
.....................................................................................................................
เนื่องจากการเกิดมามีตัวตนของเด็กน้อยผู้นั้นได้แลกชีวิตของผู้ที่เรียกว่ามารดาไป อีกทั้งปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่ห่อหุ้มตัวเด็กไว้เมื่อเกิด ซึ่งเปรียบเสมือนโล่ที่จะคอยปกป้องเด็กเอาไว้ให้พ้นจากอันตรายใดๆ ทำให้เหล่าปักษาทั้งหลายเกิดความตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีปักษาตนใดที่เกิดมาแล้วมีปีกที่ขาวบริสุทธิ์เช่นนี้ “เจ้าเด็กนี่เป็นกาลกิณีของเผ่าเรา ต้องกำจัดทิ้งซะ” นั่นคือคำกล่าว และข้อสรุปของผู้นำสูงสุดของเผ่าอสูรปักษา.....
“ฟุ่บ ฟุ่บ....แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงฝีเท้า และเสียงหอบหายใจของอสูรปักษาตนหนึ่งที่กำลังเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกำลังระวังภัยอยู่นั้นได้เล็ดลอดออกมาอย่างแผ่วเบา ในสภาพป่าที่เงียบสงบ ด้วยร่างกายที่อาบไปด้วยโลหิต และในมือทั้งสองข้างของเขากำลังถือสิ่งๆหนึ่งที่มีห่อผ้าสีดำหุ้มเอาไว้
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายเด็ดขาด” เสียงกระซิบอันแผ่วเบาได้เอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบสงัด…
“นั่นใครน่ะ” เสียงหญิงสาวนางหนึ่งได้เปล่งออกมาจากด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้อสูรปักษาถึงกับสะดุ้ง และหันไปแผ่จิตสังหารให้กับนางนางนั้น
“โอ่ นึกว่าอะไร ที่แท้ก็เผ่าปักษา ...บาดเจ็บมาไม่ใช่หรอนั่น” หญิงสาวเอวบางร่างสูงในชุดนักดาบเอ่ยออกมา โดยไม่กลัวเกรงเจ้าอสูรที่ส่งจิตอาฆาตอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
“ก๊าซซซซ...” เสียงคำรามได้แผ่ออกมาแม้จะไม่ดังมาก แต่ก็แฝงไปด้วยน้ำหนักที่แน่วแน่ และหวาดกลัวคนตรงหน้าไปพร้อมกัน ซึ่งเจ้าอสูรรู้ดีอยู่แล้วว่าร่างกายของตนตอนนี้ไม่อาจที่จะไปสู้รบกับใครได้
“ฮึ ถ้าเจ้าอยากตายนักก็เตรียมตัว เจ้าปักษา” พูดจบหญิงสาวไม่รอช้าเธอย่อเอวลงตั้งท่า โดยมือขวาเอื้อมไปแตะดาบที่เหน็บไว้ที่เอวด้ายซ้ายพร้อมกับพุ่งเข้าหาปักษาตนนั้นด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ซึ่งเหมือนกับว่าเธอหายไปจากจุดที่ยืนอยู่และมาปรากฏกายตรงหน้าของอสูรในพริบตา พร้อมกับดาบที่หันคมขึ้นชี้ฟ้าหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว
“แอะ แอะ แอออออ...” ก่อนที่คมดาบจะปักลงที่กลางศีรษะของอสูรเพียงแค่ 2 เซน เสียงน้อยๆของเด็กทารกก็ได้ดังขึ้น ทำให้นักดาบสาวหยุดชะงักและลดดาบลง พร้อมกับความตกใจที่เกิดขึ้นของอสูรปักษา
“เจ้า...นั้นเจ้าอุ้มเด็กไว้หรอ” นักดาบสาวถามออกมา พร้อมกับมองไปที่ห่อผ้าสีดำ
“.....” เจ้าอสูรไม่ตอบอะไร มีเพียงแค่การพยักหน้าเป็นการตอบรับ พร้อมกับกระชับห่อผ้าเข้าหาตัว
“แล้วนั่นลูกมนุษย์หรือไม่ เจ้าคิดจะทำอะไร” นักดาบสาวถามด้วยความสงสัย และจ้องไปที่หน้าของอสูรตนนั้นอย่างต้องการคำตอบ
“....เด็กคนนี้เป็นลูกของข้า เผ่าของข้าต้องการกำจัดเขาทิ้ง” อสูรนิ่งไปสักพัก ก่อนจะกล่าวออกไปพร้อมกับยื่นห่อผ้าสีดำไปให้กับนางผู้นั้นได้แลเห็น เด็กน้อยในห่อผ้าได้ยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้นักดาบสาวอดยิ้มตามไม่ได้
“ทำไมเผ่าของเจ้าต้องการกำจัดเขาทิ้ง... เพราะปีกนี่หรอ” นักดาบสาวถามออกมา พร้อมกับมองไปยังปีกสีขาวของเด็กน้อยที่อยู่กางหลัง ซึ่งอสูรไม่ได้ตอบกลับด้วยคำพูดใดๆมีเพียงแค่การพยักหน้าตอบรับเท่านั้น…..
.....และแล้วหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าลึกนั้น นักดาบสาวก็ได้รับเลี้ยงทารกน้อยไว้ในสำนักดาบชินเมริวของตน ท่ามกลางการคัดค้านของเหล่าน้องสาว และศิษย์ในสำนัก โดยที่เธอไม่ฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น และมอบนามให้กับเด็กน้อยผู้นี้ว่า “ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ”
.....................................................................................................................
จบตอนที่ 0
ปล. แม้ในตอนนี้จะดูซีเรียสเครียดจัด ไม่เข้ากับชื่อเรื่อง และดูเหมือนมันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับน้องเหมียวเลยซักกะติ๊ดก็เถอะ เหอๆๆ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาตอนนี้ไปเชื่อมต่อกับตอนไหนดี แต่เขียนมาแล้วก็แล้วกันละกัน ถ้าไม่มีที่เชื่อมหรือเชื่อมไม่ติดก็ปล่อยมันไว้อย่างงั้นแหละ
เอาเป็นว่า...ช่างมันเตอะ นะ... (อ้าวเฮ่ย)
#2
Posted 09 March 2010 - 12:23 AM
ตอนที่ 1 ค่ำคืนที่เงียบสงัดก่อนออกเดินทาง
ณ โรงฝึกดาบชินเมริว
เด็กสาวผมดำยาวซึ่งมัดรวบไว้ทางด้านซ้าย นัยน์ตาสีดำสนิท วัย 15 ปี กำลังตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ไปที่ปลายดาบ เพื่อหมายจะพิชิตนักดาบตรงหน้าซึ่งเป็นคู่ซ้อมของเธอ และแล้วพริบตาเดียวเธอก็หายไปต่อหน้าต่อตานักดาบผู้นั้น และมาปรากฏอยู่ที่ด้านหน้าของนักดาบผู้นั้นในทันที พร้อมกับจ่อปลายดาบไปที่คอของนักดาบอีกคนจนทำให้เขาต้องยกมือยอมแพ้
“ฟู่...ท่านพี่นี่ เก่งจังเลยนะคะ” นักดาบสาวที่ยกมือยอมแพ้ได้กล่าวขึ้น พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีระรื่นของเธอ เมื่อมองไปยังใบหน้าที่ขาวคมของท่านพี่ของเธอที่อยู่ตรงหน้า
“ฮึ...” ทันใดนั้นนักดาบสาวที่เป็นฝ่ายชนะก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับยกมือขึ้นและลูบไล้ไปตามใบหน้าของผู้ที่อยู่ตรงหน้าเธอ นิ้วเรียวของเธอไล่ไปจนกระทั้งถึงริมฝีปากบางของคนตรงหน้า เธอเชยคางของศิษย์น้องขึ้น พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ศิษย์น้องของตน และกระซิบที่ข้างหูเบาๆ
“เจ้าแพ้ข้าแล้ว เพราะฉะนั้นตามสัญญานะ” พูดจบเธอก็ไม่รอช้า หมายจะเข้าไปสัมผัสริมฝีปากบางนั่นทันที ศิษย์น้องที่ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ได้เคลิ้มไปกับเสียงและลมหายใจของอีกฝ่ายที่มากะทบที่ข้างหู และซอกคอ เธอได้หลับตาของเธอลง แล้วกล่าวตอบท่านพี่กลับไปเบาๆด้วยเสียงที่สั่นๆว่า “ค...ค่ะ ท...ท่านพี่” และแล้วริมฝีปากของทั้งสองก็เริ่มประกบเข้าหากัน
“เซ็ตซึนะ!!!” เสียงตะโกนด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นมาจากทางประตูของโรงฝึก พร้อมกับร่างบางของหญิงสาวที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ ทั้งเซ็ตซึนะ และศิษย์น้องของเธอก็ต้องสะดุ้งโหยงไปตามๆกัน ทำให้ริมฝีปากของนักดาบทั้งคู่ที่กำลังจะประกบกันนั้นต้องหยุดชะงักลงอย่างช่วยไม่ได้
“โธ่ ท่านพี่โมโตโกะ อย่ามาขัดจังหวะในเวลาแบบ น...” ก่อนที่เซ็ตซึนะจะกล่าวจนจบประโยค ร่างบางของหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูก็หายแว้ปเข้ามาโผล่อยู่ตรงหน้าของนักดาบทั้งสองและจ้องมองทั้งสองด้วยสายตาพิฆาต (มาร) ทำให้นักดาบที่เป็นศิษย์น้องต้องยิ้มแหยๆและวิ่งจากไป ส่วนเซ็ตซึนะที่ทำท่าจะคว้าตัวศิษย์น้องของตนกลับมาก็ต้องซะดุ้งโหยงและตัวหดลงไปอีกหนึ่งระลอกเมื่อเสียงของโมโตโกะแว่ดเข้ามาอีกครั้ง
“เซ็ต-ซึ-นะ” โมโตโกะมองดูน้องสาวของตน ที่ตอนนี้ทำหน้าหงอยๆอยู่ อย่างระอา
“เฮ่อ...เซ็ตซึ ข้าบอกเจ้าตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำตัวแบบนี้ ถ้าอยากได้เมียนักก็หาให้มันเป็นตัวเป็นตนไปสักคนสิ” (โอ่ เจ๊มาแรง)
“แบบนี้น่ะ แบบไหนหรอท่าน พ...โอ้ย” เซ็ตซึนะได้ทีก็พูดตอบแบบกวนๆพร้อมทำหน้าตาท่าทางจิ้มลิ้มกวนประสาท แต่ก็ยังพูดไม่ทันจบประโยคอีกเช่นเคย ก็โดนโมโตโกะเขกกะโหลกเข้าให้
“ตามข้ามา ท่านเจ้าสำนักมีเรื่องด่วนจะคุยกับเจ้า” พูดจบโมโตโกะก็หันหลังให้ และสาวเท้าก้าวย่างออกไปจากโรงฝึก พร้อมกับชำเลืองมองมาที่เซ็ตซึนะและส่งยิ้มบางๆให้ด้วยความเอ็นดู
“จริงเหรอท่านพี่ ที่ท่านพี่ใหญ่เรียกพบข้า” เซ็ตซึนะร้องออกมาด้วยความดีใจ เพราะคนที่เธอเคารพและรักมากที่สุดในชีวิตของเธอก็คือท่านพี่ใหญ่แห่งสำนักชินเมริว ผู้ซึ่งเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เธอยังเป็นทารก สั่งสอนในสิ่งต่างๆให้ (ความเจ้าชู้ด้วยอ๊ะป่าวหว่า ฮา) และยังถ่ายทอดเคล็ดวิชาของสำนักให้กับเธอจนหมด เซ็ตซึนะเดินตามโมโตโกะออกไปด้วยความดีใจที่จะได้พบกับท่านพี่ใหญ่ของเธอ ซึ่งเธอไม่ได้พบมาเป็นเวลานานแล้ว
.....................................................................................................................
ณ ห้องกว้างห้องหนึ่งแห่งสำนักชินเมริว
หญิงสาววัย 37 ปี (สาวหรอนั่น) ผมดำสยาย นัยน์ตาคมสีดำคล้ายกับใครบางคน กำลังนั่งเอนหลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องของตน พร้อมกับ (นางสนม) คนรับใช้อีกสองนางที่คอยนั่งเฝ้านายของตนอยู่ข้างๆ
“ก๊อก ก๊อก...” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“โมโตโกะค่ะ ข้าได้พาเซ็ตซึนะมาพบท่านแล้ว...” โมโตโกะกล่าวอยู่อีกด้านของฝั่งประตู ในท่านั่งคุกเข่าพร้อมกับเซ็ตซึนะที่นั่งลงในท่าเดียวกันอยู่ด้านหลัง
“....” หญิงสาวผมดำได้ให้สัญญาณมือ กับคนรับใช้ทั้งสองว่าให้ออกไปก่อน นางทั้งสองจึงยืนขึ้นและโค้งคำนับให้กับผู้เป็นนายก่อนจะหายวั้ปไปจากบริเวณนั้น
“เข้ามาสิ” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เรียบนิ่งให้กับคนทั้งสองที่รอคอยอยู่หน้าประตูห้อง จากนั้นประตูห้องก็ได้เปิดออกพร้อมกับการย่างกายเข้ามาของคนทั้งสองที่รออยู่หน้าประตูเมื่อสักครู่ โดยโมโตโกะและเซ็ตซึนะได้เข้ามานั่งคุกเข่าลงต่อหน้านางผู้นั้น
“โมโตโกะ ข้าอยากจะคุยกับเซ็ตซึนะสักหน่อย” เมื่อได้ยินดังนั้นโมโตโกะจึงลุกขึ้นทำความเคารพและเดินออกไปจากห้อง โดยที่เซ็ตซึนะยังก้มหน้านิ่งอยู่
“เซ็ตซึ...เจ้าโตขึ้นมากเลยนะ” หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้เซ็ตซึนะ ซึ่งยังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาของเธอ พร้อมกับเชยคางของเด็กสาวขึ้น เธอจ้องเข้าไปในดวงเนตรของเด็กสาวที่กำลังทำสายตาอย่างโหยหาเธออยู่ เนื่องจากเธอไม่ได้เจอท่านพี่ของเธอมาเป็นแรมปี เพราะถูกส่งตัวไปฝึกดาบที่สำนักย่อยของชินเมริว หญิงสาวยิ้มให้เซ็ตซึนะอย่างอ่อนโยนพร้อมกับเข้าไปสวมกอดเด็กสาวเอาไว้และมอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้ที่หน้าผาก เซ็ตซึนะกอดตอบเธอด้วยความคิดถึงพลันน้ำตาก็ไหลออกมา “ท...ท่านพี่...โยมิ” (โยมิ : อิซายามะ โยมิ ตัวละครจากเรื่อง Ga-Rei นึกภาพที่โยมิอายุ 37 กันเองและกันนะ...ซะงั้น...เหตุที่เอาตัวละครนี้มาเพราะโยมิ ตอนที่คุณเธอแกว่งดาบไล่ฟันชาวบ้านไปทั่วนี่อย่างเท่เลย)
“ฮึ เจ้าโตขนาดนี้แล้วยังมาร้องไห้คิดถึงพี่อยู่อีกรึ เห็นใครๆเค้าก็ว่าว่าเจ้าน่ะกะล่อนนัก แล้วไหงตอนนี้กลับเป็นเด็กขี้แยแบบนี้ไปได้หล่ะ” หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของเซ็ตซึนะให้อย่างแผ่วเบา จากนั้นเซ็ตซึนะก็ยิ้มออกมาแล้วเข้าไปซุกอยู่ที่อกของท่านพี่ของตนพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “ก็ข้าคิดถึงท่านพี่นี่นา”.....และบรรยากาศก็เงียบสงัดลง
“เซ็ตซึ...ตอนนี้เจ้าก็อายุ 15 ถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางไปฝึกฝนด้วยตนเองแล้วนะ...” หญิงสาวกล่าวขึ้นทำลายความเงียบลง
“....” เซ็ตซึนะเงยหน้ามองท่านพี่ของตน ซึ่งเธอเองรู้ดีว่านักดาบสำนักชินเมริวทุกคนเมื่ออายุครบ 15 ปีต้องออกเดินทางไปจากสำนักเพื่อฝึกฝนตนเองในโลกภายนอกด้วยการทำภารกิจที่ถูกมอบหมายให้สำเร็จจึงจะสามารถกลับเข้าสำนักได้ เธอพยักหน้าตอบหญิงสาวด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย เพราะเธอที่พึ่งจะเจอหน้าท่านพี่ที่แสนคิดถึงของตนได้ไม่นานก็ต้องมาแยกจากไปอีก แต่ก็ไม่มีการปฏิเสธแต่อย่างใด ทำให้หญิงสาวได้ยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจในตัวของเด็กน้อย หญิงสาวขยี้หัวของเซ็ตซึนะอย่างเอ็นดูพร้อมกับยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้
“นี่เป็นภารกิจที่เจ้าต้องทำให้สำเร็จ รับไปสิ” เซ็ตซึนะทำหน้าฉงนเล็กน้อย ก่อนจะรับจดหมายฉบับนั้นไป หญิงสาวพยักหน้าและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเซ็ตซึนะ เซ็ตซึนะยิ้มตอบแล้วเข้าไปสวมกอดหญิงสาวอีกครั้ง เธอนำปลายจมูกของเธอไปแตะที่แก้มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา และกระซิบที่ข้างหูว่า “ข้าจะทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็ว และจะรีบกลับมาหาท่านพี่ในเร็ววัน” จากนั้นเธอก็ออกจากห้องไปในทันที ทำให้หญิงสาวอดที่จะยิ้มกับกริยาของเซ็ตซึนะไม่ได้เธอจึงส่ายศีรษะไปมาอย่างเอ็นดู.....
“พรุ่งนี้แล้วซินะ....เซ็ตซึนะ” หญิงสาวพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมนึกถึงวันที่เซ็ตซึนะจะต้องเดินทางจากไป
.....................................................................................................................
“โมโตโกะหรอ” หญิงสาวมองออกไปทางหน้าต่างพร้อมกล่าวทักผู้มาเยือนในเงามืด
“ค่ะ ท่านพี่โยมิ” โมโตโกะกล่าวตอบพร้อมกับเข้ามาในห้อง
“....ทำไมท่านพี่จึงส่งเด็กคนนั้นออกไปจากสำนักล่ะคะ คราวก่อนที่ส่งไปสำนักย่อยก็ทีนึงแล้ว...” แม้โมโตโกะจะกล่าวออกไปเช่นนั้น แต่โยมิก็ไม่ได้มีทีท่าจะตอบอะไรและยังคงนิ่งเฉย ทำให้โมโตโกะต้องกล่าวต่อไป
“ท่านพี่ก็ทราบไม่ใช่หรอคะ เพราะท่านพี่เป็นคนเก็บเด็กคนนั้นมาเลี้ยงไว้เอง และเด็กคนนั้นก็ไม่ใช่มนุษย์อย่างเรา อีกทั้งยังถูกพวกปักษาตามล่าอีก ปีกที่พวกเราสะกดไว้ก็ไม้รู้ว่าจะปรากฏขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ ถ้ามันเกิดปรากฏขึ้นมา เขาต้องไม่รอดจากเงื้อมมือของพวกปักษาแน่ ท่านพี่ไม่ห่วงเด็กคนนั้นหรือไงคะ และที่ข้าไม่ได้คัดค้านในครั้งก่อน ก็เพราะเห็นว่ายังอยู่ในความดูแลของชินเมริวอยู่ แต่ว่าคราวนี้...” สิ้นเสียงคำกล่าวโมโตโกะก็ต้องตกใจเมื่อเห็นน้ำตาที่หลั่งรินออกมาจากดวงเนตรของผู้เป็นพี่
“ทำไมข้าจะไม่เป็นห่วงล่ะ เจ้านั่น...ข้าเลี้ยงมากับมือ สำหรับข้าเขาก็เหมือนกับลูกของข้า แต่ที่ข้าส่งเขาไปเพราะอยากให้เขาแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวของเขาเอง และดูแลตัวเองได้เมื่อพี่สาวอย่างพวกเราไม่ได้อยู่เคียงข้างกับเขาแล้ว ข้าเชื่อนะ เชื่อใจในตัวเด็กคนนั้นเชื่อในจิตใจของเขา ว่าจิตใจของเขาจะไม่ตกอยู่ในความชั่วร้ายจนถึงกับทำให้เวทสะกดมารต้องคล้ายออก .....แล้วเจ้าล่ะเชื่อในตัวเด็กคนนั้นรึเปล่า โมโตโกะ....” โมโตโกะถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก และหลังจากนั้นความเงียบก็เข้าครอบคลุมไปทั่วบรรยากาศในค่ำคืนนั้น
.....................................................................................................................
จบตอนที่ 1
ปล. อ่าตอนนี้ก็ยังไม่ได้เข้าถึงเนื้อหาแหะ เขียนไปเขียนมามันไปตามอารม มันไม่ยอมไปตามเนื้อหาที่คิดไว้อ่ะ
ไปๆมาๆกลายเป็นบทเกริ่นไปอีกและ ขออภัยด้วยจ้า
ใครที่กะลังรอโคโนะจังปรากฏโฉม ก็....รอต่อไปก่อนนิ...
#3
Posted 09 March 2010 - 12:32 AM
เช้าวันใหม่ สดใสซาบซ่า กับรุ่งอรุณที่เจิดจ้า และสุริยันที่โผล่พ้นฟ้าในบัดดล (สำนวนช่างน่าแหวะอ๊ะป่ะเนี่ย)
เด็กสาวผมยาวดำคลับ เส้นผมพลิ้วไหวสลวยไปมาตามแรงลมแม้จะรวบเก็บไว้ทางด้ายซ้ายมืออย่างเป็นระเบียบ ร่างบางสูงสง่าแต่ดูแข็งแกร่งในชุดนักดาบ ดวงหน้าขาวคม นัยน์ตาสีดำเข้มดุจนิล กำลังย่างกายอยู่บนทางราดของดินแดนๆหนึ่ง แขนซ้ายที่ยกขึ้นและมือเรียวที่หงายพาดไปบนบ่าซ้ายของตนพร้อมกับนิ้วมือที่กำชับเชือกบางที่ผูกติดกับม้วนผ้าสีม่วงเข้มที่พาดยาวจรดเข่าอยู่ด้านซ้ายของแผ่นหลัง มือขวาถือกระดาษสีขาวยกขึ้นมาในระดับสายตา นัยน์ตาของเธอเพ่งจดจ่ออยู่ที่ตัวอักษรบนกระดาษอย่างใช้ความคิด สร้างความเขินอายบนดวงหน้าแก่หญิงสาวทั้งหลายที่เดินสวนทางไปมาได้อย่างล้นหลาม
“เฮ้อ...” เซ็ตซะนะถอนหายใจออกมาเบาๆพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสัก 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมาก่อนที่เธอจะมาเดินหลงทางอยู่ใน ณ ที่นี้
.....................................................................................................................
ณ ลานกว้างหน้าประตูใหญ่แห่งสำนักดาบชินเมริว
“เซ็ตซึ เจ้าต้องคอยดูแลตัวเองให้ดีนะคราวนี้จะไม่มีใครคอยช่วยเจ้าเหมือนแต่ก่อนแล้ว ส่วนภารกิจในครั้งนี้ข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดนัก ยังไงซะเจ้าก็ลองเดินทางไปตามจดหมายดูและเข้าพบท่านผู้นั้นซะ เขาจะเป็นผู้มอบภารกิจที่แท้จริงให้กับเจ้า” โยมิพูดพลางขยี้หัวเซ็นซึนะอย่างอ่อนโยน และรักใคร่ เซ็ตซึนะก็ยิ้มตอบด้วยความรู้สึกที่เคารพรักในตัวท่านพี่ของเธอเช่นกัน
“ค่ะ แล้วข้าจะกลับมาพร้อมกับความแข็งแกร่งที่มากยิ่งกว่าท่านพี่ทั้งสองให้ดู ฮี่ๆ” เซ็ตนะพูดพลางหัวเราะคิกคักพร้อมทำหน้ากวนๆ และหันไปมองหน้าท่านพี่ทั้งสองกลับๆไปกลับมา ทำให้ทั้งโยมิ และโมโตโกะที่ยืนอยู่ข้างๆต้องส่ายหัวไปมาให้กับความทะเร้นของน้องสาว
“ฮึ ปากดีนักนะเรา แล้วข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะเอาตัวรอดได้แค่ไหน อย่าโดนใครจับลากไปตีหัวเพราะไปแย่งผู้หญิงของเขาเข้าซะก่อนล่ะ” โมโตโกะพูดพลางยักคิ้ว และยิ้มกริ่มๆที่มุมปาก พลางสายตาเหล่มาทางเซ็ตซึนะ
“โธ่ ท่านพี่ ข้าไม่ได้มั่วถั่วขนาดเลือกหญิงไม่ดูหน้าหรอกน่า”(พูดงี้ก็เท่ากับว่าถ้าสวยนู๋ขอหมดมะช่ายเหรอ เซ็ตจาง) เซ็ตซึนะกล่าวพร้อมหน้าตาที่บึ้งตึงอย่างงอนๆ พลางมองหาตัวช่วยมาแก้ต่างโดยหันไปทางท่านพี่โยมิของเธอ แต่สิ่งที่เธอแลเห็นก็คือ ท่านพี่โยมิของเธอทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้และหันมองไปทางอื่นแทน
.....................................................................................................................
“เฮ่อ...” เซ็ตซึนะถอนหายใจอีกรอบอย่างเซ็งๆ
“ถอนหายใจบ่อยๆไม่ดีต่อสุขภาพนะเจ้าคะ” เซ็ตซะนะสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าวดังมาจากทางด้านหลังของตน เสียงนั้นมาจากคนๆหนึ่งที่มายืนอยู่ด้านหลังของเธอเพียงไม่กี่เซน ทำให้เซ็ตซึนะต้องถอยกรูดไปตั้งหลักห่างออกไป พร้อมกับเตรียมตั้งท่าต่อสู่ ‘ทำไมยัยนี่ถึงได้เข้ามาประชิดเราได้โดยที่เราไม่รู้ตัวนะ’ เซ็ตซึนะมองจ้องไปยังเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธออย่างไม่ไว้ใจ
“โอ่ ข้าน้อยทำให้ท่านต้องตกใจหรือนี่ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่เสียมารยาท ว่าแต่ลดดาบของท่านลงก่อนได้ไหมข้าน้อยไม่ใช่ศัตรูของท่านหรอก” เด็กสาวอายุราว 17-18 ปี ที่มีเส้นผมสีเขียวอมเหลืองซอยสันไว้หางเต่ายาวจรดขาในชุดนินจาสีม่วงเข้มออกดำคล้ายสีเปลือกมังคุด นัยน์ตา (...เอ่อ...ไม่มีอ่ะ) ปิดสนิท ร่างกายสูงใหญ่ซึ่งดูแล้วน่าจะมากกว่าเซ็ตซึนะสักประมาณ 7-8 เซน เธอได้กล่าวขึ้นกับนักดาบสาวที่กำลังจองเธอเขม็งอยู่ด้านหน้า พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นในเชิงว่าให้อีกฝ่ายใจเย็นลงก่อน
“เจ้าเป็นใคร” เซ็ตซึนะถามขึ้นด้วยความฉงน แต่ก็ยอมลดดาบลงแต่โดยดี (ว่าแต่ชักดาบออกมาตอนไหนล่ะนั่น)
“อ่า ข้าน้อยมีนามว่า นางาเซะ คา...”
“เน่ คาเอเดะ ไปกังล่ายแล่วหน่อ” ยังไม่ทันที่นินจาสาวจะแนะนำตัวเสร็จ ก็มีเสียงหนึ่งดังตะโกนขัดจังหวะออกมาทางด้านหลังของเซ็ตซึนะที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 100 เมตร ทำให้ทั้งนินจาและนักดาบสาวต้องหันไปตามเสียงเรียก
“อ่า แล่วนั่งคาเอเดะกาลังคุยกะคายอยู่น่อ” เด็กสาวผิวสีแทน เส้นผมสีเหลืองอ่อนซอยสั้นมัดแกะไว้สองข้าง ในชุดจีนกระโปงยาวสีเหลืองผ่าข้าง พร้อมทำท่ายกมือขึ้นไว้ที่หน้าผากในเชิงส่องกล้องเพื่อมองระยะไกล ได้พึมพำกล่าวขึ้นเปรยๆกับตัวเอง
.....................................................................................................................
ณ ร้านน้ำชากลางทางแห่งหนึ่ง
“งั้น เจ้าก็เป็นนินจาฝึกหัดสินะคาเอเดะ ส่วนเพื่อนของเจ้า...” เซ็ตซึนะว่าพลางยิ้มแหยๆเหมือนว่าไม่เคยเจอะเคยเจอคนประเภทนี้ในขณะที่มองไปทางเด็กสาวผมสีเหลืองที่กำลังนั่งกินโมจิอยู่ตุ้ยๆอย่างเต็มปากจนแก้มป่องแบบไม่สนใจใคร
“อ่าอื้ออูเอยอ่ะ เอ็นออมอุ๊ดอีนอึกอัก แอ้วเอ้าอ่ะ” (ข้าชื่อคู เฟย น่ะ เป็นจอมยุทธ์จีนฝึกหัด แล้วเจ้าหล่ะ) คูเฟยหันมาให้คำตอบกับเซ็ตซึนะที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับพร้อมๆกับคาเอเดะ ที่ทำหน้าไม่ต่างกันอยู่ข้างๆ เมื่อสาวน้อยผมสีเหลืองหันมาพูดด้วยพร้อมทั้งที่มีโมจิไม่รู้กี่ลูกเคี้ยวอยู่เต็มปาก ทำให้โมจิบางส่วนหลุดลอดวิ่งหนีออกมาเดินเล่นนอกปากของคูเฟยกันอย่างสนุกสนาน
“....ข้า ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ ข้าเองก็ไม่ต่างจากพวกเจ้าหรอก ยังเป็นแค่นักดาบฝึกหัดจากสำนักชินเมริวน่ะ” เซ็ตซึนะกล่าวออกมา ทำให้สหายใหม่ทั้งสองต้องนิ่งอึ้งกันไปพักหนึ่ง ถึงหยั่งงั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งสองคนจะนิ่งอึ้งกันไปเพราะใครๆต่างก็รู้ว่าสำนักชินเมริว คือสำนักดาบที่ใหญ่และเก่งที่สุดถึงขนาดมีบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
‘อื่ม...ถึงจะฟังชื่อแล้วดูหน้ากลัว แต่ก็คงไม่เท่าไหร่หรอกมั้ง’ คาเอเดะคิดพลางนั่งนึกถึงตอนที่ตนอ้อมไปทางด้านหลังเซ็ตซึนะได้อย่างสบายๆ (อ้าว...ซะงั้น อาเจ๊เองก็ฝีมือใช่ย่อยซะเมื่อไหร่เหล้า...)
“งั้น ข้าไปก่อนล่ะนะ ขอบคุณที่ช่วยบอกทางให้ข้า” เซ็ตซึนะกล่าวลาพร้อมกับโค้งคำนับให้เป็นการขอบคุณให้แก่เด็กสาวทั้งสองที่ช่วยบอกเส้นทางในการเดินทางไปยังจุดหมายของเธอ แล้วจึงเดินหันหลังจากไป
“ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะเจ้าคะ” “เลินทางลีลีน่อ” สหายใหม่ทั้งสองก็ตะโกนกล่าวลาเซ็ตซึนะไล่หลังไป
.....................................................................................................................
ยามโพล้เพล้ สุริยันใกล้หลับ และแล้วพระจันทร์เจ้าเอยก็ลอยเด่นอย่างแจ่มแจ๋วให้เชยชม
“อ่า มืดจนได้สิน่า นี่ข้าต้องนอนกลางป่ารึนี่ เฮ่อ...” เซ็ตซึนะบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างเซ็งๆ พลางเดินไปหาพื้นที่ที่ตนจะสามารถพักยามได้
“ซ่า ซ่า ซ่า...” เซ็ตซึนะเดินมาได้สักระยะหนึ่งก็พลันได้ยินเสียงซ่า จากเสียงของน้ำตกที่ดังแว่วมาแต่ไกล นักดาบสาวจึงย่างกายฝ่าดงพงหญ้าที่รกชันเข้าไปยังต้นกำเนิดเสียงอย่างไม่รอรี แม้ท้องจะอิ่มแป้ร และคอจะไม่มีความกระหายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยากลงเล่นแช่น้ำอยู่ดี....
.....เมื่อนักดาบสาวแหวกผงหญ้ามายังดงสุดท้ายก่อนจะถึงสายธารของน้ำตกที่รออยู่ตรงหน้า ร่างกายของเธอก็ต้องเย็นเฉียบนิ่งสงัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อดวงเนตรดุจสีนิลของเธอได้เบิกโพลงขึ้นและจับจ้องมองไปยังใจกลางของสายธาร ที่ซึ่งสาวน้อยร่างบาง ผิวขาวดุจหิมะ เส้นผมยาวจรดกลางหลังที่ดูบางเบาสีน้ำตาลเข้มปลิวไสวไปมาตามแรงลมยามค่ำคืน ดวงเนตรของเธอเป็นสีน้ำตาลเข้มเฉกเช่นเดียวกับสีผม ซึ่งเด็กสาวผู้นั้นกำลังชโลมกายอันเปลือยเปล่าของเธอ โดยมีเพียงอาภรณ์ชิ้นเดียวประดับอยู่ที่คอซึ่งมีรูปร่างที่คล้ายกับกระดิ่งห้อยคอแมว เด็กสาวผู้นั้นได้แหวกว่ายอยู่กลางสายธารพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเธอ.....
.....ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าส่งผลให้ใบหน้าของนักดาบสาวที่ขาวคมต้องร้อนผ่าวพร้อมกับขึ้นสีระรื่นไปทั่วทั้งใบหน้า น้ำลายที่กลืนลงคออย่างยากลำบาก และ ‘ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก’ เสียงหัวใจที่ดังถี่ขึ้นไปมาอย่างยากที่จะหยุด เซ็ตซึนะยกมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของเธอ สายตายังคงจับจ้องไปที่ดวงหน้า และเรือนร่างของเด็กสาวกลางสายธาร แม้จะเห็นได้ไม่ชัดนักเนื่องจากเป็นเวลายามราตรี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เนื่องจากแสงของจันทราที่กลมดิ๊กนวลเด่นอยู่กลางท้องฟ้านั่นเอง..... (เฮ่ย เซ็ตจังนั่นมันถ้ำมองไม่ใช่หรอนั่น แถมน้ำลายหกอีก)
.....ไม่นานนักคิ้วเรียวของนักดาบสาวก็ต้องขมวดเป็นปมเข้าหากันเล็กน้อยพร้อมกับสีหน้าที่งุนงง เมื่อสาวน้อยกลางสายธารได้ย่างกายขึ้นมาบนฝั่งทางด้านซ้ายที่อยู่เยื้องออกไปจากบริเวณที่นักดาบสาวอยู่ ซึ่งเธอได้แลเห็นอะไรที่ดุ๊กดิ๊กไปมาที่สะโพกด้านหลัง และที่บริเวณศีรษะของเด็กสาว.....
“เฮ่ย นั่นมันหูกับหางแมวไม่ใช่หรอ” เซ็ตซึนะพึมพำออกมาด้วยความตกใจเมื่อได้แลเห็นร่างกายของเด็กสาวอย่างชัดๆ ในขณะที่เด็กสาวยังคงนั่งอยู่บนโขดหินโขดหนึ่งเพื่อซับกายให้แห้งหลังจากที่ขึ้นมาจากธารน้ำเมื่อสักครู่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีพวกโรคจิตแอบจ้องอยู่ห่างๆ (เปรี้ยง !! me โดนถีบกระเด็น)
“....” ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง เซ็ตซึนะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ลงไปอีกหนึ่งระลอก พร้อมกับการตัดสินใจที่จะเข้าไปทักสาวน้อยมีหางหูกระดิ๊กคนนั้น แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อแลเห็นเงาดำสองร่างเดินเข้ามาหาสาวน้อยนั่น.....
“หวัดดีจ่ะสาวน้อย เจ้าเป็นอสูรแมวเผ่าไหนหรอ มาอยู่กับเผ่าของพวกข้าดีกว่าไหม” อสูรแมวเพศผู้สองตนได้ปรากฏกายขึ้นมาต่อหน้าสาวน้อยบนโขดหิน พร้อมกับมองด้วยสายตาโลมไล้ไปทั่วเรือนร่าง อารามตกใจทำให้สาวน้อยยกแขนขึ้นมาปกปิดร่างกาย และก้าวถ้อยออกมาจะวิ่งหนีแต่ก็ต้องถูกอสูรหนุ่มตนหนึ่งคว้าข้อมือไว้ “จะไปไหนล่ะสาวน...”
“ปล่อยมือออกจากนางซะ เจ้าแมวโสโครก” ยังไม่ทันที่เจ้าอสูรหนุ่มจะกล่าวจบ เสียงตวาดของหญิงสาวนักดาบก็ดังขึ้นพร้อมกับใบดาบที่หันคมจ่ออยู่ที่คอของเจ้าแมวอสูร ทำให้เจ้าอสูรต้องยอมปล่อยมือจากเด็กสาวพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นในเชิงร้องขอชีวิต เมื่อตนได้หันไปเห็นเพื่อนร่วมทางได้ลงไปกองนอนแผ่อยู่กับพื้นอย่างไม่ได้สติ
“ว...ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ ท...ท่านนักดาบ ข...ข้าไม่รู้ว่านางผู้นี้เป็นของท่าน” หลังจากอสูรกล่าวจบ ทั้งนักดาบสาว และสาวน้อย (ที่ก็ไม่รู้ว่ายืนรออะไรอยู่) ต่างก็ต้องหน้าแดงไปตามๆกัน เซ็ตซึนะจึงลดดาบลง
“ไปซะ ลากเพื่อนของเจ้ากลับไปด้วย และอย่ามาให้ข้าเห็นอีก” เซ็ตซึนะกล่าวไล่พวกอสูร ทำให้เจ้าอสูรที่ถูกใบดาบจ่อคออยู่เมื่อสักครู่ต้องรีบวิ่งไปลากเพื่อนของตนที่นอนกองอยู่แทบไม่ทัน แล้วเจ้าอสูรทั้งสองตนก็หนีหายลับไปพร้อมกับความมืดในยามค่ำคืน พร้อมกับความเงียบสงบที่มาเยือนอีกครั้ง.....
.....................................................................................................................
จบตอนที่ 2
#5
Posted 09 March 2010 - 01:09 PM
เพราะอ่านแล้วเหมือนคนที่แต่งฟิคหรือนิยายมานาน
ทั้งสำนวน ภาษา การบรรยาย เรียกได้ว่า..โอเคเลย
ชอบเซ็ตซึนะเจ้าชู้อ่ะ ได้ใจ!
สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ จะรออ่านตอนต่อไปๆ
ปล.แนะนำว่าแต่งได้เท่าไหร่ไม่จำเป็นต้องเอามาลงเลยก็ได้ เก็บไว้เป็นสต็อกก็ดี เผื่อถ้าอยากดองจะได้มีมาลง ยกเว้นขยันๆ(ไม่เหมือนเรา - -)

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#6
Posted 09 March 2010 - 01:27 PM
สนุกมากกกก>w<
โคโนจังเป็นแมวเรอะ..../me กำลังจิ้นพร้อมเลือดกำเดาที่ไหลเป็นท่อปะปาแตก 555+
#7
Posted 09 March 2010 - 04:54 PM
เซ็ตสึนะเจ้าชู้ - - สงสัยมีแต่โคโนกะที่เอาอยู่ =w='' กับความเจ้าชุ้แบบที่ไม่เคยเจอของเซ็ตสึนะ
_______________________________________________________________________________________
#8
Posted 09 March 2010 - 06:15 PM
Quote
เพราะอ่านแล้วเหมือนคนที่แต่งฟิคหรือนิยายมานาน
ทั้งสำนวน ภาษา การบรรยาย เรียกได้ว่า..โอเคเลย
เป็นฟิคเรื่องแรกค่ะ ไม่ใช่คนที่แต่งฟิคมานาน แต่กลับกันคืออ่านฟิคมายาวนาน - -” เลยครูพักลักจำเอาสำนวน การบรรยายของหลายๆท่านมาผสมแบบรวมๆกันอย่างที่กล่าวไปครั้งแรก แต่ก็ขอบอกว่าลำบากมาก กว่าจะหาคำพูดให้ลงล็อกกับภาพที่เราจิ้นอยู่ในหัวได้ คิดว่าหลายๆท่านก็คงจะเป็น ^ ^
และก็ ขอบคุณค่ะในทุกๆคอมเม้น
ตอนที่ 3 ข้าจะพาเจ้าไปด้วย.....
ในค่ำคืนที่เงียบสงัด เด็กสาวทั้งสองคนที่จะต้องมีชะตากรรมรวมกันอย่างที่ไม่มีใครรู้ตัว ก็ได้พาลมาพบกันด้วยความบังเอิญ (รึจงใจ?)
“....เอ่อ....จ...เจ้าชื่ออะไร ล...แล้วมาทำอะไรแถวนี้ บ้านเจ้าอยู่ที่ไหนหรอ ร..หรือเจ้าเป็นแมวป่าที่อาศัยอยู่ในป่าแถบนี้...ข...ข้าชื่อ ซ...ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ...” คำถามที่ยืดยาวพร้อมกับการแนะนำตัวที่ตะกุกตะกักของนักดาบสาวที่ตอนนี้กำลังหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก และกำลังก้มหน้ามองพื้นด้วยความขัดเขินได้กล่าวต่อหน้าเด็กสาวร่างเปลือยที่ยังคงยิ้มกริ่มอยู่ต่อหน้าตน..... (เฮ่ย ยังไม่ใส่เสื้อผ้าอีกหรอเจ๊)
“......” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากสาวน้อย ‘บ้าจริง ทำไมข้าถึงได้พูดอึกๆอักๆอยู่แบบนี้นะ ปกติข้าไม่เคยเป็นแบบนี้นี่ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหญิงคนไหน แถมนางผู้นี้ก็ไม่ใช่มนุษย์ด้วย’ เซ็ตซึนะคิดพลางก็เหงื่อตกทั้งๆที่ใบหน้าขาวคมของเธอยังคงแดงระรื่น และก้มมองพื้นอยู่เช่นเคย
“กรุ้งกริ้งๆ” เสียงกระดิ่งจากอาภรณ์ซึ่งประดับอยู่ที่คอของเด็กสาวดังขึ้น ทำให้ร่างของนักดาบสาวกระตุกเล็กน้อย มือเรียวเล็กนิ่มบางทั้งสองข้างของเด็กสาวตรงหน้าเธอได้มาสัมผัสที่ใบหน้าของนักดาบสาวให้หันมามองคนตรงหน้า นัยน์ตาสีนิลที่สั่นระริกได้ประสานเข้ากับดวงเนตรสีน้ำตาลเข้ม เด็กสาวได้เขย่งเท้าขึ้นพร้อมกับใบหน้าขาวนวลที่ยื่นมาใกล้นักดาบสาวจนทั้งคู่สามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ริมฝีปากอิ่มเอิบของสาวน้อยก็ได้สัมผัสเข้าที่ริมฝีปากบางของนักดาบสาว เซ็ตซึนะรู้สึกซ่านไปทั่วกายพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจ ร่างกายแข็งทื่อจนไม่สามารถขยับไปไหนได้.....
“องค์หญิงเจ้าคะ องค์หญิง กลับกันได้แล้วเจ้าค่ะดึกมากแล้ว....” เสียงของหญิงสาววัยกลางคนได้ดังขึ้นมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ ทำให้ทั้งเด็กสาวและเซ็ตซึนะต้องผละออกจากกัน สาวน้อยร่างบางได้โค้งคำนับให้เป็นการขอบคุณที่นักดาบได้ช่วยเธอไว้เมื่อสักครู่ เธอหันหลังให้และกำลังจะวิ่งจากไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อหูแมวของเธอได้กระดิ๊กไปมาตามปฏิกิริยาจากเสียงเรียกของคนด้านหลัง เธอจึงหันไปตามเสียงเรียกนั่น.....
“ด...เดี๋ยวสิ ข้ายังไม่รู้จักชื่อของเจ้าเลย....” เซ็ตซึนะกล่าวขึ้นพร้อมยกมือเรียกคนตรงหน้า
“.....” ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆของเด็กสาวอีกเช่นเคย มีเพียงแค่การโค้งศีรษะให้เล็กน้อยเหมือนเป็นการทักเพื่อกล่าวลา เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับนักดาบ และวิ่งจากไปตามเสียงเรียกที่เรียกเธอว่าองค์หญิงเมื่อสักครู่ ทำให้นักดาบต้องยืนทำหน้าจ๋อยด้วยความเสียดาย
.....................................................................................................................
รุ่งเช้าวันใหม่ กับดวงตะวันที่ยังคงยิ้มกริ่มได้ไม่มีจาง แต่ทว่า...
“เฮ่อ...ง่วงเป็นบ้าเลย...” เสียงบนพึมพำดังออกมาจากนักดาบสาวผมดำยาวสลวยที่มัดรวบไว้ทางด้ายซ้ายมือ กำลังเดินห่อเหี่ยวเหมือนคนหมดแรงอยู่ในเมืองๆหนึ่งซึ่งมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา ก็จะอะไรซะอีกล่ะในเมื่อคุณเธอเล่นคิดถึงแต่ลูกแมวน้อยคนนั้นจนไม่ได้นอนเลยแม้แต่งีบเดียว แถมตอนนี้ยังรู้สึกอยากเจอแบบสุดๆอีก (ฮา)
“นี่ ท่านนักดาบ ทำไม่ถึงดูอิดโรยหยั่งงั้นล่ะ หิวอยู่หรอ ซื้อเนื้อย่างจากร้านข้าไปกินไหม อร่อยนะ” หญิงสาวร่างบางดวงหน้าขาวคมผมรอนยาวสลวยจรดกลางหลังสีเหลืองอ่อน ดวงเนตรเป็นสีของท้องฟ้ายามรัตติกาล ริมฝีปากอิ่มเอิบ ในชุดจีนสีแดงสดดูรัดรูปจนสามารถเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงาม เธอได้เอ่ยเรียกนักดาบขึ้นมา ทำให้เซ็ตซึนะต้องหยุดเดินและหันไปตามเสียงนั้น ‘อ่า สวยชะมัดยาดเลย หาอะไรกินสักหน่อยก็ดีแหะ’ เซ็ตซึนะคิดพลาง (น้ำลายหก) และสั่นหัวไปมาเพื่อสลัดภาพของลูกแมวน้อยเมื่อคืนออกไปพร้อมกับเดิมเข้าไปตามเสียงเรียกนั้นอย่างตื่นตัวและหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง.... (เฮ่ย ที่จะกินน่ะ เนื้อย่างหรือคนขายฟระ)
“กริ้งๆ แง๊ว...ฟุ่บ ก๊าซซซซซ.....” เซ็ตซึนะยังไม่ทันจะเดินไปถึงร้านก็มีอะไรบ้างอย่างมาตัดหน้าเธอพร้อมกับเสียงตะโกนของชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่ดังเข้าหู “เฮ้ เจ้าแมวบ้าแกกล้าดียังไงมาขโมยปลาของข้าไปกินน่ะ... อ่อ นี่คิดจะหลบอยู่หลังแม่สาวนั้นเรอะ ถึงยังไงซะแกก็ไม่รอดหรอก” ชายร่างใหญ่นั้นกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเจ้าลูกเหมียวตัวน่อยไปหลบอยู่บริเวณด้านหลังขาซ้ายของนักดาบสาว เซ็ตซึนะเมื่อได้ยินคำว่าแมวก็ต้องหูผึ่งและหันขวับไปทางด้านหลังของตนทันที
.....................................................................................................................
....เจ้าเหมียวน้อยตัวอ้วนท้วมสมบูรณ์แต่ไม่ใหญ่จนถึงกับอ้วนพุงกางกำลังขู่ฟ่อด้วยความกลัว ขนสีน้ำตาลเข้มทั้งตัวลุกชัน ลำตัวโก่งงอพร้อมกับหางที่ตั้งขึ้นชี้ฟ้าเป็นแนวตรง กับเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่ห้อยอยู่บริเวณคอ กำลังจ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่ไล่ตามมันมา...
“เอ่อ ช่วยใจเย็นก่อนนะท่าน เจ้าแมวนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเลวร้ายมากมายนัก เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าจะจ่ายค่าปลาให้ท่านเองแล้วกัน” เซ็ตซึนะหันกลับไปยกมือปรามชายร่างใหญ่ และหยิบถุงผ้าเล็กๆที่เหน็บไว้กับเอวขึ้นมาล้วงสิ่งที่อยู่ในถุงผ้าและมอบให้กับชายคนนั้น จากนั้นเขาก็เดินหันหลังกลับไป พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งโบกไปมาคล้ายๆกับว่าลาก่อน และตะโกนออกมาแบบเปรยๆว่า “ฮึ เป็นคนดีจริงนะแม่หนู” ทำให้เซ็ตซึนะได้ยิ้มออกมาที่มุมปากบางๆ และก้มหัวหันกลับไปหาเจ้าเหมียวตัวปัญหาที่กำลังไซ้หน้าของมันคลอเคลียอยู่ที่ขาของเธอ
“นี่ เจ้านะทีหลังอย่าไปหาเรื่องใครเขาแบบนั้นล...โอ๊ย...กัดข้าทำไมเนี่ย” เซ็นซึนะย่อเอวลงนั่งยองๆมือข้างหนึ่งท้าวคางโดยที่ข้อศอกวางอยู่บนลำขาของตน มืออีกข้างยื่นไปโดยใช้นิ้วชี้เรียวบางของเธอจิ้มแบบเขี่ยๆไปที่หัวของเจ้าลูกเหมียวไปมา ทำให้มันรู้สึกหงุดหงิด และ งับเข้าให้
“คิก คิก...ท่านนักดาบเอานิ้วไปจิ้มแบบนั้นแมวมันก็ต้องโกรธสิคะ” (เหรอ) สาวผมรอนสีเหลือง แม่ค้าสุดเซ็กซี่ชวนยั่ว (ยังอยู่อีกหรอนั่น) ได้เอ่ยขึ้นอย่างขบขัน ในท่าทางของกุลสตรี ทำเอาเซ็ตซึนะต้องหันกลับไปสนใจอีกครั้ง
“อื่ม สงสัยข้าต้องให้เจ้าสอนในเรื่องของแมวให้ซะแล้ว” เซ็ตซึนะไม่พูดเปล่ามือเรียวของเธอเอื้อมไปสัมผัสมือของแม่ค้าคู่สนทนาในทันที สายตาเจ้าเล่ห์มองจ้องเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อหมายจะสัมผัสเรียวปากที่เอิบอิ่มนั้น ทำให้ดวงหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นทันใดเธอหลับตาพริ้มอย่างเชื้อเชิญให้เรียวปากของคนตรงหน้าได้สัมผัสตน ทิ้งให้เจ้าเหมียวต้องทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับอยู่เมื่อถูกเมิน
“โอ๊ย...เฮ้เจ้า...อีกแล้วหรอ” เจ้าเหมียวน้อยขนปุกปุยสีน้ำตาลเข้ม ได้กระโดดขึ้นไปบนบ่าของนักดาบ แล้วงับเข้าให้ที่ใบหู ทำให้เซ็ตซึนะต้องร้องเสียงหลงด้วยเลือดอาบพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหูข้างนั้น และทำท่าเสียดายที่ตนยังไม่ได้สัมผัสเรียวปากของคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังทำท่าตกใจเพราะเสียงร้องของเธอ
“เอ่อ เอาเป็นว่าข้าขอตัวก่อนแล้วกัน” เซ็ตซึนะกล่าวลาหญิงสาวตรงหน้าพร้อมหันไปมองเจ้าเหมียวตัวปัญหาที่กำลังนั่งเลียเท้าของมันอยู่บนบ่าซ้ายของเธออย่างสบายอารมณ์และไม่สนใจสิ่งใดๆ ‘ทำไมข้าต้องมาเจอกับเจ้าแมวตัวนี้นะ น่าจะเป็นเด็กสาวเมื่อคืนมากกว่า’ “เฮ่อ...” เธอคิดพลางถอนหายใจออกมาเบาๆและใช้มือเรียวของตนอีกข้างเอื้อมมาที่บ่าด้านซ้ายพร้อมกับนิ้วเรียวบางของเธอที่กางออกไป และจับมับเข้าไห้ที่ต้นคอของเจ้าเหมียวในทันที เธอยิ้มให้กับแม่ค้าหน้าสวยที่ยิ้มรับตอบเธอเช่นกันแล้วเดินจากไปพร้อมกับมือขวาที่หิ้วเจ้าเหมียวซึ่งตอนนี้กำลังดิ้นด๊อกแด๊กไปมาอยู่ข้างลำตัวด้านขวาของเธอ.... (หิ้วแบบที่แม่แมวคาบคอลูกแมวน่ะ)
.....................................................................................................................
“จะดีหรอ ปล่อยไปแบบนั้นน่ะ เจ้านักดาบนั่นกำลังมุ่งหน้าไปที่วังนะ” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าคลุมสีดำได้ปรากฏกายขึ้นในเงามืดของมุมตึก พร้อมกับคำพูดที่กล่าวให้กับคู่สนทนา
“หึ เดี๋ยวก็ต้องเจอกันอีก ไม่จำเป็นต้องลงมือตอนนี้หรอก อีกอย่างข้ามีวิธีจัดการกับแม่นักดาบนั้นโดยที่ไม่ต้องเปลืองแรง รับรองไม่ทำให้พวกเราต้องเสียงานแน่” หญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเฉกเช่นเดียวกับสีของท้องฟ้ายามราตรี ผมสีเหลืองอ่อนเป็นรอนยาวสลวยพลิ้วไหวไปมา และรอยยิ้มมุมปากที่เหี้ยมเกรียมปนเจ้าเล่ห์ได้เปื้อนขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
“.....แล้วข้าจะรอดู” ทันทีที่กล่าวจบชายหนุ่มร่างใหญ่ก็ได้หายไปจากเงามืดของซอกตึกในบัดดล.....
.....................................................................................................................
ณ ลำธารแห่งหนึ่ง
“แง๊ว แง๊ว... กรุ๊งกริ๊งๆ” เจ้าเหมียวขนปุกปุยสีน้ำตาลเข้มก็ยังคงดิ้นด๊อกแด๊กไปมาพร้อมกับเสียงกระดิ่งที่คอของมัน ในขณะที่ถูกหิ้วอยู่ที่มือของนักดาบสาว
“เฮ้ เมื่อไหร่เจ้าจะหยุดดิ้นสักทีเนี่ย....คิกคิก” (เอ็งก็ปล่อยสักทีสิฟระ) เซ็ตซึนะยกเจ้าเหมียวชูขึ้นเหลือศีรษะของตนในท่าหิ้วแบบเดิม และมองดูท่าทางของลูกแมวน้อยด้วยความขบขัน ทำให้เจ้าเหมียวน้อยที่มองมาต้องทำหน้ามุ่ย และ...ดิ้นหนักกว่าเดิม
“ฮ้าๆๆ ตกลงๆ ข้าจะปล่อยเจ้าไปก็ได้” เซ็ตซึนะวางลูกแมวที่อยู่ในมือลงกับพื้นอย่างเบามือ (หิ้วในท่าเดิมแล้วจับวางนะ - -” ตามความเป็นจริงแมวที่ถูกหิ้วในลักษณะนี้จะไม่มีการกระดุกกระดิกเลย)
“เอ้า เจ้าไปได้แล้ว....” นักดาบสาวกล่าวจบก็ต้องทำท่าฉงนเล็กน้อย เพราะเจ้าแมวเหมียวนั่นไม่ยอมกระดิกไปไหนเลย แถมยังจ้องมองมาที่นัยน์ตาของเธออีก
“เฮ้ ข้าปล่อยเจ้าแล้วนี่ ไปสิ ชิ้วๆ...” เซ็ตซึนะกล่าวพลางนั่งลงยองๆมองหน้าเจ้าแมวน้อยพร้อมกับยกมือไล่ไปมา แต่ก็ไล้ผลเมื่อเจ้าแมวนั้นไม่กระดิกไปไหนและยังคงจองหน้าเธออยู่เช่นเคย....
“โอเคๆ ถ้าเจ้าไม่ไป งั้น...ข้าไปเอง” กล่าวจบเซ็ตซึนะก็ลุกพรวดแล้วเดินจากไป แต่เมื่อก้าวเดินไปได้ราวๆ 10 ก้าว เธอก็ต้องหยุดชะงักแล้วหันหลังกลับมามองดูเจ้าแมวน้อยที่ยังอยู่นะจุดเดิมพร้อมกับมองด้วยสายตาละห้อยมาที่เธอ เซ็ตซึนะก็ไม่รู้ตัวเองว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้ไม่อยากจากกับเจ้าแมวเหมียวตัวนี้นัก เธอเดินกลับมาและนั่งลงในท่าเดิมลูบหัวเจ้าแมวน้อยไปมาอย่างเบามือพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเอ็นดูที่มุมปาก และอุ้มมันขึ้นมาวางไว้บนบ่าของตน (ท่าอุ้มแบบใหม่ แบบที่คนรักแมวเขาอุ้มกัน บรรยายไม่ถูกอ่ะ แหะๆๆ)
“เอาเป็นว่าข้าจะให้เจ้ามากับข้าสักระยะแล้วกัน” เซ็ตซึนะกล่าวพลางหันคอเล็กน้อยไปมองหน้าเจ้าเหมียวที่เกาะอยู่บนบ่าของตน พร้อมกับใช้นิ้วชี้ที่เรียวบางของเธอแตะไปที่จมูกของเจ้าขนปุกปุยสีน้ำตาลเข้มเบาๆ และรอบยิ้มออกมา
“ฮ้าๆ อย่าสิมันจักกะจี้นะ” เสียงหัวเราะร่าของเด็กสาวนักดาบดังไปทั่วบริเวณนั้น เมื่อเจ้าเหมียวได้เอาหน้าของมันไปซุกไซ้ตามใบหน้าอันขาวคมของเด็กสาว อีกทั้งลิ้นที่เลียไปมาตามใบหน้าของเธออีก
“เมี๊ยว”.......
.....................................................................................................................
จบตอนที่ 3
ปล. จบตอนนี้แล้วข้าพเจ้าอาจจะชแว๊ปหายไปอีกยาวไกล เนื่องจากติดภาระกิจเข้าสอบ
มาใหม่อีกทีก็อีกราว 2 อาทิตย์ แต่ถ้าเกิดเบื่อจากการอ่านหนังสือก็จะมาลงให้ - -"
ขอบคุณค่ะ
#9
Posted 09 March 2010 - 07:52 PM
แต่เซ็ตจังเจ้าเล่ห์แฮะ....อีกไม่นานเดี๋ยวก็หายใช่มั้ย
#10
Posted 10 March 2010 - 09:33 AM

#11
Posted 10 March 2010 - 11:45 AM
ขอลักมาเลี้ยงที่บ้านได้ไหม (ฮา)

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#12
Posted 10 March 2010 - 12:09 PM
เซ็ตจังเป็นคนเจ้าชู้เนี่ย น้องแมวเหมียงนี่ใช่โคโนกะรึเปล่าคะ ไรเตอร์
จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ
ไม่เข้าแวบเดียวอัพไปหลายตอนแล้ว เหอๆ
ดีจัง ไรเตอร์ ขยันอัพๆนะ xD

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
#13
Posted 10 March 2010 - 02:20 PM
แต่.... แมว...หนูจะเอากลับบ้าน~~~~!!!>w<!!!!!!
#14
Posted 10 March 2010 - 02:25 PM
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากเรย จะรออ่านตอนต่อไปนะ
#15
Posted 11 March 2010 - 01:03 AM
เซ็ตซึนะยังคงไม่เลิกเจ้าชู้ ฮ่าๆ
#16
Posted 16 March 2010 - 10:56 AM
เป็นการแต่งครั้งแรกที่เจ๋งไปเลยนะคะเนี่ย สมกับการที่อ่านนิยายมานาน เลยสั่งสมการใช้ภาษาได้ดี
แต่ยังเดาแนวเรื่องไม่ถูกแฮะ ว่าตกลงมันจะหวานหรือผสมดราม่ากันแน่
เห็นด้วยค่ะกับคำพูดที่ว่า "กว่าจะหาคำพูดให้ลงล็อกกับภาพที่เราจิ้นอยู่ในหัวได้" 5555+
แถมกว่าจะบรรยายให้สละสวยอีกต่างหาก
สำหรับเรื่องนี้ชอบเพราะมีแมว 5555+ เป็นคนรักแมวมากๆเลย แต่รู้สึกแปลกๆเล็กน้อยนะคะเนี่ย ที่เอาโคโนกะมาเป็นแมว ^^"
แถมเซ็ตซึนะยังเป็นคนม่อหญิงไม่เลือกหน้า พลิกคาแรกเตอร์กันเลย 555+
#17
Posted 20 March 2010 - 10:57 PM
ตอนนี้รู้สึกเนื้อเรื่องมันจะมีแต่น้ำแหะ เนื้อไม่มีอ่ะ แต่ช่างเตอะ... ซะงั้น
ตอนที่ 4 ณ จุดหมาย
ณ ลานกว๊างกว้างหน้าวังหลวงแห่งกรุงโคโนเอะ ช่วงสุริยันใกล้จะหลับ
นักดาบสาวร่างบาง สูงสง่า นัยน์ตาดำขลับ ผมยาวสลวยสีเฉกเช่นนัยน์ตา ที่มัดรวบไว้ทางด้านซ้ายของตน ดวงเนตรที่เบิกโตมาพร้อมกับใบหน้าที่เป๋อเหรอเอ๋อสุดขีด ขณะที่สายตามองตรงไปยังด้านหน้า เมื่อขาของตนได้มาหยุดอยู่ ณ ที่แห่งนี้ พร้อมกับเจ้าแมวน้อยที่นอนแผ่หลาหลับปุ๋ยอยู่บนหัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ทำไมมันกว้างใหญ่หยั่งงี้ล่ะเนี่ย !! นี่เหรอวังหลวง” เซ็ตซึนะที่ยังคงทำหน้าเหวออยู่นั้นได้สบถออกมา
“ว่าแต่แก่นี่สบายจริงนะ” นักดาบสาวได้เหลือบสายตาขึ้นไปยังด้านบนของศีรษะเธอ และทำหน้าเซ็งจิตหน่อยๆ ‘เอาฟระไปก็ไป’ เธอคิดพลางพร้อมก้าวเดินต่อไปยังด้านหน้าเพื่อหมายมุ่งจะพบกับคนผู้หนึ่ง และ เมื่อถึงกลางทางเท้าของเธอได้หยุดชะงักลงกับพื้น ลำตัวนิ่งตรงมาพร้อมกับสายตาที่เฉียบคมขึ้นดังเหยี่ยวที่กำลังสอดส่ายไปมาทางด้านซ้ายขวา ทันใดดาบยูนางิของเซ็ตซึนะก็ได้ถูกตวัดขึ้นจากฝักที่เหน็บเอวอยู่ด้านซ้ายมือ เพื่อใช้รองรับคมดาบที่ใหญ่โตและหนาหนักซึ่งถูกเหวี่ยงมาทางด้านขวามือข้างลำตัว ในท่าจับที่ด้ามดาบชี้ขึ้นเหนือฟ้า ปลายดาบตวัดลงล่าง และคมดาบที่หันออกสู่ด้านนอก ทำให้เกิดรอยเปื้อนยิ้มที่มุมปากของฝ่ายรุกขึ้น ซึ่งกลับกันกับอีกฝ่ายที่ยังคงมีใบหน้าที่เรียบนิ่งดุจหินผาอยู่
“กริ๊งๆ” เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นพร้อมกับการกระโดดถอยหลังของฝ่ายรุกซึ่งล่าถอยไปตั้งหลักในระยะที่ไม่ห่างมากนัก เผยให้เห็นหญิงสาวที่มีร่างกายสูงสง่า เส้นผมยาวสลวยสีส้มที่ผูกเป็นแกะด้วยกระดิ่งทั้ง 2 ข้าง นัยน์ตาสีน้ำเงินที่คมเข้ม (ใช้ต้นแบบจากอนิเมะเวอร์ชั่น 2) ในชุดนักรบสีแดงเสื้อแขนยาวกระโปงจรดเข่า พร้องเกราะเหล็กที่หุ้ม ณ บ่า ลำตัว ข้อมือด้านซ้าย และยังบูทเหล็กที่สวมใส่อยู่ทั้ง 2 ข้างซึ่งสูงขึ้นมาเกือบถึงข้อเข่า พร้อมกับดาบด้ามโตที่ตอนนี้ถูกปักอยู่บนพื้นดินทางด้านขวาของลำตัว
.....................................................................................................................
“เจ้าเป็นใคร” นักดาบฝ่ายรับเปรยออกมาในน้ำเสียงและท่าทางที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความดุดันเล็กน้อย พร้อมกับเจ้าแมวเหมียวขนสีน้ำตาลเข้มตัวปุ้มปุ้ยที่กำลังยืนขู่ฟ่ออยู่บนหัวเธอ ซึ่งตอนนี้ได้ตื่นจากนิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความตกใจ (อย่าถามนะว่าหัวเซ็ตจังมีพื้นที่กว้างขนาดให้แมวยืนขู่ด้วยเหรอ)
“หึหึ ฮ้าๆๆๆ จ..เจ้า เจ้าเป็นนักดาบแน่เหรอ คิกๆ ข...ข้าพึ่งจะเคยเห็นนักดาบพกแมวไปไหนมาไหนก็คราวเนี้ย ฮ้าๆๆๆ” หญิงสาวในชุดนักรบได้ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ชี้มายังบริเวณเหนือศีรษะของนักดาบ กับอีกมือที่กำลังกุมท้องจากการหัวเราะแบบกลั้นไม่อยู่ ทำให้นักดาบสาวใบหน้าแดงแป๊ด พร้อมกับรอยแห่งความหงุดหงิดที่ปุดขึ้นบนหน้าผาก ร่างกายสั่นเท่าไปด้วยความโกรธและอายผสมกัน
“ว่าแต่เจ้าก็มีฝีมือไม่เลวนี่ เพียงแต่...” สาวชุดนักรบได้ยืนแน่นิ่งไป และแสยะยิ้มออกมา พร้อมกับการดีดนิ้วมือในเชิงให้สัญญาณกับใครบางคน
“....” เสียงท่องมนต์ได้ดังขึ้นออกมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ ไม่ทันไรก็เกิดวงแหวนเวทสีเหลืองขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของนักดาบ สร้างความตกใจให้เซ็ตซึนะไม่น้อย แต่แล้วก็มีวงเวทสีฟ้าอีกวงเกิดขึ้นตามมาทันทีเหนือศีรษะของเธอ และมัน ทำให้วงเวทสีเหลืองค่อยๆจางไปในที่สุด ทำให้เซ็ตซึนะเกิดความงุนงงเป็นอย่างมาก...
“แปะๆๆๆ” เสียงปรบมือดังขึ้นมาจากนักรบฝ่ายตรงข้าม และหลังพุ่มไม้ เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวอีกคนที่มีเส้นผมยาวสลวยสีทอง นัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเล ในชุดกระโปงยาวสีน้ำเงินเข้ม เดินยิ้มกริ่มออกมาหยุดอยู่ข้างสาวนักรบ ด้วยหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดู ทำให้เกิดความงงงันเป็นอย่างยิ่งกับเซ็ตซึนะ อีกทั้งวงเวทสีฟ้าอีกวงที่มาช่วยเธอไว้ให้รอดพ้นจากวงเวทสีเหลืองนั่นอีก แต่เซ็ตซึนะเองก็ไม่คิดที่จะกล่าวอะไรออกไป และยังเจ้าเหมียวน้อยอีกหนึ่งตัวที่ตอนนี้นั่งแปะหาววอดอยู่บนหัวของเธออย่างไม่ทุกไม่ร้อน
“คิกๆ ท่านเก่งสมเป็นนักดาบชิมเมริวเลยค่ะ เป็นนักดาบแท้ๆแต่กลับมีเวทติดตัวด้วย” “คึกๆๆๆ” สาวผมทองกล่าว พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ยังคงดังไม่หยุดจากคนข้างๆเธอ ทำให้มีรอยแห่งความหงุดหงิดปุดขึ้นมาอีกหนึ่งรอยบนหน้าผากของเซ็ตซึนะ จนสาวผมทองต้องหันไปปรามคนข้างๆ “เงียบได้แล้ว เสียมารยาทน่า อาซึนะ” “จ้าๆ หยุดแล้วๆ” เนื่องจากเสียงปรามของคนข้างๆทำให้เสียงหัวเราะค่อยๆหยุดลง
“ต้องขออภัยด้วยค่ะ ที่พวกเราเสียมารยาทเข้าโจมตีท่านเมื่อครู่นี้ แต่นั่นก็พื่อทดสอบความสามารถของท่าน ข้า ยูกิฮิโระ อายากะ เป็นจอมเวทแห่งวังหลวงนี้ ส่วนนี่คู่หูข้า คากุระซาก..กะ...” สาวนักเวทกล่าวแนะนำตัวเอง พร้อมกับคู่หูเธอ แต่ยังไม่ทันจะกล่าวจบก็ต้องหน้าแดงก่ำ เนื่องจากมือทั้งสองข้างของเธอ ถูกกุมด้วยมือเรียวใหญ่ทั้งสองข้างของนักดาบสาวที่ยกขึ้นมาแนบอกของตน สร้างความเหวอขึ้นบนใบหน้าให้กับนักรบชุดแดงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“อ่า วงเวทเมื่อกี้เป็นของเจ้าหรอกเหรอ ฝีมือเจ้าช่างเยี่ยมนักข้าเกือบพลาดท่าไปแล้ว ไม่ใช่แค่ฝีมือ ใบหน้า และแววตาของเจ้าก็ช่างงามยิ่งนัก ไม่ลองรับข้าเป็นคู่หูเจ้าดูรึ” เซ็ตซึนะไม่พูดเปล่า เธอยกมือเรียวของเธอขึ้นสัมผัสกับใบหน้าที่เรียบเนียนของคนตรงหน้าและลูบไล้ไปมาอย่างเบามือ สร้างรอยปุดแห่งความหงุดหงิดขึ้นบนใบหน้าของนักรบในชุดแดงที่กำลังตัวสั่นระริกด้วยความโกรธ อีกทั้งเจ้าเหมียวที่ทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับในท่าเตรียมพร้อมกัด (หู) อีกเช่นเคย เซ็ตซึนะเมื่อรู้สึกได้ถึงจิตสังหารทั้ง 2 จิต ก็ต้องกระโดดถอยมาตั้งหลัก และ...
“อ่า ข้าขอโทษๆ แค่แหย่เล่นนิดหน่อยน่ะ นะ แหะๆๆ” เธอกล่าวขึ้นพร้อมยกนิ้วเรียวยาวขึ้นมาเกาหน้าแกรกๆในเชิงขอยุติสงคราม แต่สายตายังคงจับจ้องอย่างเจ้าเล่ห์ไปยังสาวผมทองที่ยังคงใบหน้าแดงก่ำ และจิตหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เอ่อ เอาเป็นว่าพวกเรากลับเข้าไปพักผ่อนในวังกันก่อนเถอะค่ะ นี่ก็มืดแล้วด้วย ทางเราได้เตรียมห้องพักไว้ให้ท่านแล้ว ท่านซากุระซากิ” สาวผมทองที่ตอนนี้เรียกจิตของตนกลับมาได้แล้วได้กล่าวขึ้น และเดินนำหน้านักดาบสาวไปพร้อมกับคู่หูตน ที่กำลังหน้าบูดบึ้งและหงุดหงิดอย่างเป็นที่สุด....
.....................................................................................................................
“เฮ้ เจ้าจะไปไหนน่ะ เจ้าเหมียว” เมื่อทั้งอายากะและเซ็ตซึนะมาถึงหน้าห้องพักที่ถูกจัดขึ้นเพื่อนักดาบแล้ว เจ้าแมวน้อยก็ลุกขึ้นกระโดดลงจากหัวของเซ็ตซึนะ และวิ่งหายลับไป
“อ่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ต้องได้เจอกันอีก” สาวจอมเวทผมทองกล่าว ทำให้นักดาบต้องทำหน้างงเล็กน้อย
..........อ๊ะ หลายๆท่านคงสงสัยว่าอาซึนะหายไปไหน งั้นก็ย้อนเวลากลับไปดูกันเลยแล้วกันสัก 10 นาทีที่แล้ว..........
ณ สถานที่แห่งหนึ่งภายในวัง
“อาซึนะ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปส่งท่านซากุระซากิที่ห้องเอง” อายากะหันไปกล่าวกับคู่หูของตน ที่ยืนทำหน้ามู่อยู่ด้านหลังของเธอ
“ไม่เอา ข้าจะไปด้วย” สาวนักรบยืนกราน ขณะที่จ้องมองไปยังนัยน์ตาสีเขียวของมาสเตอร์ของตน และสายตาที่เหล่ไปทางนักดาบตาสีนิลที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังอยู่ พร้อมน้องเหมียวที่นอนแผ่หลาอยู่บนที่ประจำของมันคือบนศีรษะของนักดาบ
“เฮ้อ...” นักเวทสาวจึงต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของนักรบชุดแดง “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ แล้วคืนนี้ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ ตกลงไหม อาซึนะ”
วกกลับมา ณ ปัจจุบัน
“วันนี้ท่านซากุระซากิพักที่นี่นะคะ แล้วพรุ่งนี้จะมีคนมารับเพื่อไปเข้าเฝ้าองค์ราชา อ่อ ถ้าจะอาบน้ำก็ตรงไปด้านหลังแล้วเลี้ยวซ้ายนะคะ จะมีบ่อน้ำร้อนอยู่ ราตรีสวัสค่ะ” กล่าวจบนักเวทสาวก็ทำท่าจะเดินกลับไป แต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยมือมือหนึ่งที่เอื้อมมาจับข้อมือของเธอไว้
“อ่า แล้วเจ้าจะไม่อยู่อาบน้ำเป็นเพื่อนข้าสักหน่อยหรอ” เซ็ตซึนะมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่กะลิ้มกะเหลี่ย (อาการอยากได้) เป็นที่สุด (น่าไว้ใจไหมเนี่ยยัยคนเนี้ย - -”)
“ข...ข้าขอโทษด้วย คือ ข...ข้ายังมีงานต้องทำอยู่…” นักเวทสาวกล่าวออกมาในเชิงขอร้องด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ และพยายามแงะมือกาวของคนตรงหน้าออก เซ็ตซึนะจึงยอมปล่อยแต่โดยดีพร้อมทำหน้าจ๋อยเพราะตนเองก็ไม่ได้มีนิสัยที่ชอบฝืนใจใคร ด้วยก็ไม่ลืมที่จะพยักหน้าตอบกลับเป็นสัญญาณให้เธอไปได้ (อ๊ะ เซ็ตจังแห้วอีกและ ฮา)
.....................................................................................................................
ณ ทางเดินแห่งหนึ่งในเขตวังที่เด็กสาวจอมเวทกำลังย่างกายอยู่
“ว้า...ย...” ได้มีมือมือหนึ่งเอมมาปิดปากเธอ มืออีกข้างสวมกอดไว้ที่เอวจากทางด้านหลัง และลากเธอเข้าไปยังห้องๆหนึ่ง
“อ..อือ...” ริมฝีปากเอิบอิ่มได้ประทับเข้ามาอย่างเฉียบพลันเพื่อปิดปากของสาวนักเวทเมื่อมือเรียวที่แข็งแกร่งและร่างกายของผู้ที่อยู่เบื้องได้ดันตัวเธอให้ติดผนังห้อง นักเวทสาวพยายามที่จะผลักไสคนตรงหน้าออกไป แต่ก็ไร้ผลเพราะเรี่ยวแรงที่น้อยนิดของเธอ รสจูบได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปลายลิ้นที่สอดส่ายล้วงลึกเข้าไปซึ่งกันและกัน แขนเรียวทั้งสองข้างที่เคยผลักไสตอนนี้กลับกลายเป็นโอบกอดไปที่ต้นคอของอีกฝ่าย เรียวปากของทั้งคู่เริ่มผละออกจากกัน
“แฮ่กๆ...” เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ที่ลดใส่กัน มือเรียวทั้งสองข้างของสาวนักเวทได้สัมผัสลูบไล้ไปตามใบหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังโอบกอดเอวเธออยู่ ใบหน้าที่ใกล้ชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
“เป็นอะไรไป...อาซึนะ หงุดหงิดอะไรอยู่เหรอ” สายตาที่ประสานเข้าหากันและเสียงอันห่วงใยที่เอ่ยถามออกมา
“เจ้าก็รู้นี่...ว่าเรื่องอะไร” ..........
“...เจ้าไม่ไว้ใจข้าหรือไร” สาวผมท้องยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่แปลกใจปนดีใจ ที่คนตรงหน้าเธอทำท่าหวงเธอเป็นครั้งแรก
“ไว้ใจสิ แต่...อ...อือ...” อาซึนะกล่าว พลางนึกถึงสายตาเจ้าเล่ห์ของใครบางคนที่มองคนของเธอ แต่แล้วภาพของคนที่เธอกำลังคิดก็ได้หลุดลอยหายไป เมื่อคนตรงหน้าเธอใช้มือเรียวทั้งสองข้างของเขาโน้มต้นคอของเธอลงมา และประทับริมฝีปากเข้าให้.....
..........ปิดม่าน !!! 2 คนนี้ช่างไปก่อน ย่องไปหาเซ็ตจังกันดีกว่า..........
ณ ห้องพักของนักดาบสาว
“เฮ่อ...” เสียงถอนหายใจของเซ็ตซึนะที่ไม่รู้ดังเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวัน กับใบหน้าที่ดูจะหงอยสุดๆ เนื่องจากเพิ่งจะเคยโดนสาวปฏิเสธเป็นครั้งแรก (โห) ในท่านอนหนุนแขนทั้งสองข้างของเธอที่ใช้แทนหมอนอยู่กลางห้อง และกำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเพื่อระบายความหงุดหงิด พลันก็นิ่งหยุดลงในท่านอนหงาย เมื่อภาพของสาวน้อยร่างบางมีหูหางกระดิก นัยน์ตาและเส้นผมยาวสีน้ำตาลเข้มได้แว้ปเข้ามาในหัว ‘เจ้าอยู่ที่ไหนกันนะ และข้าจะได้พบเจ้าอีกไหม’ เซ็ตซึนะคิดพลาง ทันใดก็มีภาพอีกภาพหนึ่งมาซ้อนทับภาพของสาวน้อยร่างบางผู้นั้น และภาพนั้นก็คือภาพของเจ้าเหมียวตัวน้อยขนสีน้ำตาลเข้ม ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งและลุกขึ้นนั่ง
“จริงสิ เจ้าลูกแมวนั่นหายไปไหนกันนะ” เธอสบถออกมาพลางลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตูเพื่อที่จะออกไปตามหาเจ้าเหมียว
“ฟุ่บ...เงี๊ยว...เฮ่ย!!...” ทันใดที่เสียงเปิดประตูดังขึ้น เจ้าแมวเหมียวขนสีน้ำตาลเข้มตัวน้อย ก็กระโดดเข้าไปหาร่างของนักดาบสาวทันที ทำให้นักดาบที่ไม่ได้ระวังตัวต้องเซหงายหลังลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น
“เฮ้ เจ้า อือ...หายไปไหนมาเนี่ย” เซ็ตซึนะกล่าวกับเจ้าเหมียวน้อยที่กำลังเลียหน้าเลียตาและซุกไซ้แก้มขาวๆอยู่ในอ้อมกอดของเธอ “เมี๊ยว” แต่เสียงที่ตอบกลับมาก็มีเพียงเสียงร้องของแมวเท่านั้น
“อ่า ช่างเถอะๆ เจ้าปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว” เธอลูบหัวเจ้าแมวน้อยอย่างเบามือด้วยความเอ็นดู
และแล้วค่ำคืนนี้ก็เข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ในสภาพที่เจ้าแมวน้อยนอนซุกหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของนักดาบสาวที่เข้าสู่นิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน.....
.....................................................................................................................
จบตอนที่ 4
#18
Posted 21 March 2010 - 03:24 PM
*2 คนนั้นน่ะ ไม่ต้องปิดม่านก็ได้ !!*
#19
Posted 21 March 2010 - 05:43 PM
ขอย้ำคำเดิม!! จะเอาน้องแมวกลับบ้าน!!!!~~~

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#20
Posted 24 March 2010 - 02:51 PM
อีกอย่างไม่รู้ว่ายิ่งแต่งยิ่งดีขึ้น หรือยิ่งแต่งยิ่งต่ำลง ยังไงก็ขออภัยไว้ก่อนแล้วกัน
ขอบคุณค่ะ
ตอนที่ 5 หา!! เนี่ยนะภาระกิจของข้า
เริ่มเช้าวันใหม่กับท้องฟ้าที่มืดสลัว เมื่อดวงตะวันตื่นสาย
เซ็ตซึนะที่นอนหงายแผ่หลาอยู่กลางห้องค่อยๆขยับเปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่ จนกระทั่งเผยให้เห็นถึงดวงเนตรสีนิลอันน่าหลงไหล เธอขยับร่างลุกขึ้นนั่งช้าๆและมองสำรวจไปรอบๆห้องเมื่อรู้สึกได้ว่าเจ้าตัวนุ่มนิ่มที่เธอนอนกอดอยู่เมื่อคืนได้หายไป ‘เจ้าหายไปไหนอีกแล้วหล่ะเนี่ย’ เธอคิดพลางลุกขึ้นหยิบดาบคู่กายที่วางอยู่ข้างตัวแล้วเดินออกไปจากห้อง
นักดาบได้เดินสำรวจเส้นทางมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่บ่อน้ำร้อนซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ‘อาบน้ำสักหน่อยก็ดีเหมือนกันแฮะ’ เธอคิดพลางเปลื้องผ้าออกแล้วเดินลงไปแช่ในบ่อน้ำ “กริ๊งๆ” เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งเธอกระชับดาบคู่กายเข้าหาตัวและลุกยืนขึ้นจากน้ำมองไปรอบๆทันที “นั่นใครน่ะ” พลันสายตาก็ได้มองเห็นเจ้าแมวน้อยขนน้ำตาลเข้มยืนตกใจหลบอยู่หลังโขดหินเมื่อมันเห็นเธอ
“อ่า นึกว่าใครเจ้าเองหรอกเหรอ ทำซะข้าตกใจหมด มานี่มาเจ้าเหมียว” เธอกล่าวพลางพร้อมยื่นมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าในเชิงให้สัญญาณกับเจ้าเหมียวว่าให้เข้ามาหาเธอได้ ทางฝ่ายแมวน้อยเมื่อเห็นดังนั้นก็ทำท่าถอยหนีและหันหลังวิ่งทันที
“อ้าว เฮ้ แล้วเจ้าจะหนีไปไหนน่ะ” เซ็ตซึนะเมื่อเห็นแมวน้อยวิ่งหนีตน เธอจึงวิ่งไล่ตาม “หึ เล่นงี้ใช่มั้ย เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีข้าพ้นเหรอ” ทันใดเธอก็หายไปจากจุดที่เธออยู่ทันที และมาปรากฏยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแมวน้อยในบัดดลในท่ายืนกอดอกยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะมองลงมายังเจ้าเหมียวที่อยู่เบื่องล่างที่ตั้งท่าจะหนีอีกรอบ (เฮ้ย เจ๊ ยังโล่งโจ้งเปลือยทั้งล่างทั้งบนอยู่ไม่ใช่หรือนั่น)
“มานี่มา ยังไงเจ้าก็หนีข้าไม่พ้นหรอก” เซ็ตซึนะลงนั่งคุกเข่ากับพื้นและยกเจ้าเหมียวที่กำลังคิดหนีมาอุ้มกอดไว้แนบอกอันเปลือยเปล่าของเธอ และลูบหัวมันเบาๆ ส่วนแมวน้อยที่โดนกอดอยู่นั้นก็เล่นหน้าแดงก้มหน้างุดๆอยู่ในอ้อมแขนของนักดาบอย่างจำยอม ทำให้เซ็ตซึนะเห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ (แมวหน้าแดงนี่เป็นไงอ่ะ)
“ฮ่าๆ เจ้าเขินด้วยหรอที่โดนข้ากอดน่ะ เจ้าเป็นแมวนะเจ้าเหมียว” นักดาบสาวพูดพลางขยี้หัวเจ้าแมวน้อยนั่นเล่นอย่างหมั่นเขี้ยวและยกมันขึ้นมาจูบไปที่หน้าผากหนึ่งที เล่นเอาเจ้าเหมียวแทบหมดแรง เธอลุกขึ้นเดินลงไปแช่ในบ่อน้ำร้อนอีกครั้งพร้อมลากเจ้าเหมียวลงไปด้วย
“ว่าแต่ข้าจะเรียกเจ้าว่าอะไรดีหล่ะเนี่ย หืม ตาของเจ้าเป็นสีน้ำตาลเหรอเนี่ย” เซ็ตซึนะอุ้มชูเจ้าเหมียวขึ้นและมองเข้าไปในดวงตาที่บ้องแบ๊วของมัน “เมี๊ยว” เสียงร้องของเจ้าแมวน้อยและท่าทางของมัน ทำให้นักดาบรู้สึกว่าเจ้าตัวนุ่มนิ่มที่อยู่ต่อหน้าเธอนี่มันช่าง....น่ารักน่ากอดเสียนี่กระไร เธอจึงอุ่มมันมากอดไว้แนบอกอีกครั้งพร้อมขยี้หัวเล่นอย่างรักใคร่.....
.........................................................................................................
ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง
ภายในห้องๆหนึ่งที่สภาพของห้องนั้นมีเสื้อผ้าที่วางกองเกลื่อนกลาดเรี่ยราดอยู่กับพื้น หญิงสาวร่างบางผมยาวสลวยสีทองค่อยๆลืมตาขึ้นจากนิทราเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวน้ำทะเลที่สดใส เธอเหลือบสายตาลงเล็กน้อยมองไปยังหญิงสาวผู้ที่นอนหลับอยู่บนกายเธอโดยที่ใบหน้าของเขาซุกอยู่ที่เนินอกอันเปลือยเปล่าของตนอยู่ เธอยิ้มออกมาที่มุมปากบางๆ และใช้มือเรียวลูบไล้ไปมาตามใบหน้าและเส้นผมที่ยาวสยายสีส้มของผู้ที่อยู่ตรงหน้าเธออย่างเบามือ
“อื่ม ตื่นได้แล้วนะ อาซึนะ” เธอเปรยขึ้นมาเบาๆแต่ดังพอที่จะทำให้คนบนกายเธอได้ยิน
“อือ ขออีก 5 นาทีนะ” อาซึนะขยับร่างกายเล็กน้อยและบ่นออกมาเบาๆในขณะที่เปลือกตายังปิดสนิทอยู่ หญิงสาวผมทองเมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็ยิ้มกริ่มอยู่ที่มุมปากเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้เพื่อที่จะทำให้ผู้ที่อยู่เบื่องหน้าเธอตื่นขึ้นมาจากนิทราเสียที
“ถ้าเจ้าไม่ตื่น งั้นเดี๋ยวข้าจะออกไปรับท่านซากุระซากิที่ห้องคนเดียวนะ” เมื่อได้ยินดังนั้นสาวผมส้มก็ถึงกับหูผึ่งและกระเด้งตัวลุกขึ้นทันทีในท่าที่ยังนั่งคร่อมหญิงสาวตรงหน้าอยู่ เผยให้เห็นร่างกายที่เปลือยเปล่าดูแล้วได้สัดส่วนของเธอ
“คิกคิก” เสียงหัวเราะดังมาจากหญิงสาวที่นอนเหยียดกายอยู่เบื้องล่าง
“โธ่ อายากะ เจ้าอย่าเล่นแบบนี้สิ ยังไงข้าก็ไม่ให้เจ้าไปอยู่กับเจ้านั่นอีกหรอก” อาซึนะนั่งกอดอกอยู่ในท่าเดิมพร้อมทำหน้ามู่หันหน้าหนีคนตรงหน้าเธอไปอีกทาง
“อ่า งอนแบบนี้ก็แย่สิ” อายากะยกมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาสัมผัสกับใบหน้าของสาวผมส้มให้หันมาสบตากับเธอ และค่อยๆโน้มต้นคอของเขาให้เขยิบลงมาใกล้ๆใบหน้าของตน จนกระทั่งทั้งคู่สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน อาซึนะใช้เตียงเป็นฐานยันแขนซ้ายไว้มือขวาสัมผัสเบาๆที่แกมนวลขาวอมชมพูของผู้ที่อยู่เบื้องล่าง แล้วค่อยๆประทับจูบลงไปอย่างอ่อนโยนที่ริมฝีปากอันเอิบอิ่มของหญิงสาวอันเป็นที่รักของตน และแล้วบทบรรเลงเพลงรักก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง
.........................................................................................................
ณ ทางเดินแห่งหนึ่งในเขตวังที่แสงอาทิตสาดส่องมา เมื่อดวงตะวันได้ตื่นขึ้นมายิ้มร่า ณ ขอบฟ้าแล้ว
“มีอะไรรึคะ ท่านซากุระซากิ” อายากะที่กำลังเดินนำทางเซ็ตซึนะอยู่กับคู่หูตนเพื่อไปเข้าเฝ้าองราชานั้นได้เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นนักดาบสาวทำท่าลุกลี้ลุกลนในการมองหาอะไรสักอย่างอยู่
“แมว... ข้ากำลังมองหาแมวตัวหนึ่งอยู่ เอ่อตัวที่พวกเจ้าเห็นตอนที่พวกเราพบกันครั้งแรกเมื่อวานน่ะ” นักดาบสาวหันมากล่าวอธิบายให้หญิงสาวตรงหน้าฟัง ในท่าทีที่ใช้นิวเรียวของตนเกาแก้มอย่างเขินๆ เล่นเอาคนถามหน้าขึ้นสีเลยทีเดียวกับบุคลิกและท่าทางของนักดาบ ทำให้นักรบสาวในชุดแดงเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาอีกหนึ่งระลอก
“เฮอะ เป็นถึงนักดาบชินเมริวยังทำตัวหน่อมแน้มน่ารักเป็นเด็กน้อยหิ้วแมวไปไหนต่อไหนอีก” เมื่อได้ยินดังนั้นเซ็ตซึนะก็วิ่งโล่เข้าไปขว้าคอเสื้อของหญิงสาวในชุดแดงทันที ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครคิดจะยอมแพ้ใคร
“อ่า เอาหล่ะๆพอแค่นี้กันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้ก็สายแล้วด้วย พวกเราต้องรีบไปเข้าเฝ้าองราชานะคะ” อายากะเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ต้องรีบเบรกทับแทบไม่ทัน ทำให้ทั้งคู่ต้องยอมเลิกลากันไปอย่างเสียไม่ได้ทั้งที่ความครุกรุ่นยังคงเหลืออยู่
“ว่าแต่ ตั้งแต่เมื่อคืนท่านยังไม่เจอแมวตัวนั้นอีกเหรอคะ” อายากะถามขึ้นมาในขณะที่พวกเขาทั้งสามคนเดินกันมาได้สักพักหนึ่งแล้วเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบจากสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
“เอ่อ ข้าเจอแล้ว เพียงแต่...เมื่อเช้ามืดนี้มันหายไป” เซ็ตซึนะกล่าวพลางนึกถึงเมื่อตอนเช้ามืดซึ่งเธอกำลังแช่น้ำอยู่กับเจ้าแมวน้อย
ย้อนกลับไปสัก 1 ชั่วโมงก่อน
หญิงสาวนักดาบที่ตอนนี้แช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำร้อนด้วยกำลังอุ้มเจ้าแมวน้อยอยู่เหนือน้ำนิดหน่อย เธอกำลังพยายามเป็นอย่างยิ่งในการที่จะกดเจ้าลูกเหมียวลงไปแช่ในน้ำด้วยกันกับเธอ
“เงี๊ยวๆๆๆ” “อ่า เจ้าอยู่นิ่งๆหน่อยสิ แบบนี้ข้าก็ทำความสะอาดเจ้าไม่ได้น่ะสิ อึ๊ก...” เจ้าแมวน้อยสู้ยิบตามันดิ้นด๊อกแด๊กๆอยู่ในมือทั้งสองข้างของนักดาบ และ ข่วนเข้าให้ที่ข้อมือทำให้เซ็ตซึนะเผลอปล่อยเจ้าเหมียว แต่ยังไม่ทันที่เจ้าเหมียวจะตกน้ำมันก็ใช้ขาหน้าทั้งสองข้างของมันขว้าข้อแขนของนักดาบไว้แล้วพยายามไต่ขึ้นไปเกาะบนบ่าแล้วถีบตัวกระโดดหนีหายไป ทำให้นักดาบได้แต่ยืนงงสลับกับมองที่ข้อมือของตัวเองที่ปรากฏรอยโดนข่วนให้เห็น
.........................................................................................................
ภายในท้องพระโรงแห่งวังโคโนเอะ (<<< เว่อไปป่าว)
ทั้งเซ็ตซึนะ อายากะ และอาซึนะ ได้มานั่งคุกเข่าเพื่อรอเข้าเฝ้าองค์ราชาเอจุนอยู่หน้าบัลลังค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่อายากะ และอาซึนะนั่งอยู่ทางด้านหลังของนักดาบสาว “ฟุ่บๆ กริ๊งๆ” สักพักก็มีเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งเดินย่างกายเข้ามาใกล้ๆเซ็ตซึนะที่นั่งก้มหน้าอยู่ พร้อมกับเสียงกระดิ่งที่คุ้นหูซึ่งทำให้เธอแปลกใจได้มิใช่น้อยแต่ก็ไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองขึ้นไป และฝีเท้าของคนผู้นั้นก็ได้มาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าเธอในระยะที่ไม่ใกล้และไม่ห่างมากนัก
“เจ้าสินะ ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ ที่ทางสำนักชินเมริวส่งมาหาข้า... เงยหน้าขึ้นเถิด” เสียงชายวัยกลางคนกล่าว ทำให้นักดาบสาวต้องเงยหน้าขึ้นไปมองตามคำสั่ง และเธอก็ต้องหน้าเหวอเอ๋อไปเลยทีเดียวด้วยความตกใจเมื่อแลเห็นเจ้าเหมียวตัวปัญหาของเธอกำลังนั่งเลียเท้าของมันอยู่อย่างไม่ทุกไม่ร้อนบนบ่าของชายผู้นั้น
“หือ เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมจึงทำหน้าเช่นนั้น” ชายวัยกลางคนได้กล่าวถามหญิงสาวนักดาบตรงหน้าเมื่อเขาแลเห็นใบหน้าของเธอที่กำลังทำหน้าไม่ถูกผ่านทางแว่นสายตาของตน
“เอ่อ ไม่มีอะไรเพคะฝ่าบาท หม่อนฉันต้องขออภัยด้วยที่เสียมารยาทไปเมื่อสักครู่” เซ็ตซึนะกล่าวขออภัยพร้อมก้มหน้างุดๆเพื่อหลบสายตาจากชายผู้นั้น และด้วยความที่ไม่เชื่อในสายตาของตัวเองที่แลเห็นเจ้าแมวน้อยนั่นนั่งเกาะอยู่บนบ่าของ...กษัตริย์ ‘ไอเจ้าแมวนั่น ขึ้นไปเกาะอยู่บนนั้นได้ไงเนี่ย’
“อ่า ช่างเถอะๆ มาคุยในสิ่งที่เจ้าต้องทำเลยดีกว่า อ่อ ข้าลืมแนะนำตัวไป ข้า โคโนเอะ เอจุน เป็นผู้ครองเมืองแห่งนี้.... อื่ม พวกเจ้าทั้งสามยืนขึ้นเถิด ไม่ต้องมากพิธีนัก”
“เพคะ ฝ่าบาท” ทั้งสามตอบรับคำและยืนขึ้นตามคำสั่ง ในขณะที่ใบหน้าของอายากะ และอาซึนะยังคงก้มมองพื้นอยู่ มีเพียงเซ็ตซึนะผู้เดียวที่เงยหน้าตอบรับการสนทนาจากผู้ครองเมือง โคโนเอะ เอจุน โดยสายตาของเธอยังคงเหลือบมองเจ้าแมวน้อยที่ตอนนี้กำลังยิ้มหน้าแป้นมองมาที่เธอและร้องเหมียว ‘มันน่าจับกดนักไอเจ้าแมวบ้านี่’ เซ็ตซึนะคิดพลางสายตายังคงเหล่ไปที่เจ้าแมวน้อยอย่างไม่วางตาในท่าทางที่ยังคงสงบเสงี่ยมอยู่
“ซากุระซากิคุง แม้ทางจ้าวสำนักชินเมริวจะส่งเจ้ามารับภารกิจจากข้า แต่ก็ถือซะว่าสิ่งที่ข้าจะให้เจ้าทำนั้นเป็นคำขอร้องจากข้าเถอะนะ”
“เพคะฝ่าบาท” เมื่อเอจุนกล่าวทำให้เซ็ตซึนะต้องสะดุ้งเล็กน้อยและหันกลับมาสนใจชายตรงหน้าเธอ
“งั้นเจ้ายื่นมือมาสิ ทั้งสองข้างเลยนะ” ถึงแม้คำพูดของราชาจะทำให้นักดาบสะกิดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี ไม่ทันไรเอจุนก็เผยยิ้มออกมาที่มุมปาก แล้วอุ้มเจ้าแมวน้อยตัวนุ่มนิ่มบนบ่าของตนยื่นใส่ให้กับมือของเซ็ตซึนะที่ยื่นมารอรับทั้งสองข้าง ยิ่งสร้างความมึนงงและตกใจให้แก่เซ็ตซึนะเป็นอย่างมาก
“อื่ม ข้าขอฝากเจ้า เอาเจ้านี่ไปเลี้ยงทีนะ สักระยะหนึ่ง เจ้านี่ชื่อ โคโนเอะ โคโนกะ เป็นลูกสาวข้าเอง”
“เห!!!!......”
.........................................................................................................
จบตอนที่ 5
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users




















