Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Kono-setsu fanfic: The truth in mind
#1
Posted 29 March 2010 - 02:46 PM
หวังว่าฟิคนี้คงทำให้ทุกท่านสนุกไม่มากก็น้อย
มีอะไรก็แนะนำติชมได้นะคะ เพราะมันเป็นฟิคเรื่องแรกที่แต่งเลย เชื่อว่าคงมีจุดผิดพลาดอยู่เยอะ ช่วยชี้แนะด้วยละกันคะ
ขอบคุณนะคะ
...............
............
..........
........
......
....
..
.
Kono-setsu fic: The truth in mind.
Chapter1: Life must go on.
...กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง...
เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นอยู่นาน พร้อมกับการตอบรับด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมของผู้ที่มีตาสองสีที่อยู่ในห้อง ซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการแต่งตัวและจัดเตรียมของที่ต้องนำติดตัวไปด้วยก่อนออกจากบ้าน ต่อมาไม่นานสาวตาสองสีก็เดินออกมาด้วยอาการเร่งรีบ และเปิดประตูห้องอพาร์ทเม้นท์ซึ่งเป็นที่พำนักของตนออกมา หญิงสาวผมสีช็อกโกแลตที่เป็นผู้กดกริ่งเรียกอยู่นั้น ก็ยิ้มทักทายให้กับสาวตาสองสีที่เดินจ้ำอ้าวออกมาอย่างรีบร้อน โดยที่สาวตาสองสีที่มีผมสีส้มยังคงวิ่งเข้าออกห้องหลายครั้งเพื่อทำการหยิบข้าวของที่ตนลืมและเพิ่งนึกขึ้นได้
“สวัสดีตอนเช้าจ้ะ อาซึนะ”
หญิงสาวผู้มีนัยย์ตาสีเดียวกับสีผมช็อกโกแลตของตนเอ่ยทักเพื่อนผู้รีบร้อนอย่างอารมณ์ดี ภาพความวุ่นวายที่เห็นไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับเธอแต่อย่างใด เนื่องจากทุกเช้าวันทำงาน เธอต้องมารออาซึนะซึ่งตื่นสายเป็นประจำ ก่อนที่ทั้งสองจะไปทำงานด้วยกัน
“โทษทีนะ โคโนกะ...แหะๆ คือชั้นตื่นสายน่ะ” อาซึนะยิ้มแห้งๆ พร้อมกับบอกเหตุผล (สากล) ของตนไป
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ ฉันก็เลยมาเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงไง ที่นี้พวกเราก็ไม่ต้องไปทำงานสายแล้วเนอะ...อา-ซึ-นะ-จัง” โคโนกะตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับแลบลิ้นใส่อาซึนะอย่างกวนๆ
ในขณะที่อาซึนะได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ว่าตนถูกหลอกจึงเริ่มมีอาการโมโหขึ้นมาทันที อาซึนะจ้องโคโนะกะเขม็งด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ “โธ่เอ๊ย...ฉันก็รีบแทบตาย มานี่เลย ยัยโคโนกะมาให้ฉันทุบสักทีเดียวนี้เลย”
พูดจบอาซึนะก็วิ่งไล่โคโนกะที่วิ่งนำหน้าตนไปก่อนแล้วอย่างสนุกสนาน
--------------------------------------------------------
“โคโนกะ!!!!!!!!!!!!”
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของอาซึนะ ทำเอาโคโนกะและผู้ที่อยู่ในห้องถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจและผละออกจากกันในทันที
เนื่องจากห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ไม่มีประตู มีแค่ฉากทึบกั้นห้องกับทางเดินไว้เท่านั้น ทำให้อาซึนะสามารถเข้ามาได้ในทันทีโดยที่โคโนกะไม่รู้ตัว
“นี่ๆ โคโนกะเสร็จแล้วรึยัง ฉันหิวจะแย่แล้วน้า”
หลังจากที่พูดจบ อาซึนะพึ่งรู้ว่าตนมาผิดเวลา เพราะในขณะนี้โคโนกะกำลังอยู่กับสาวคนหนึ่งในห้องเพียงลำพัง บุคคลผู้นั้นกำลังนอนอยู่บนเตียง ส่วนโคโนกะก็กำลังยืนก้มตัวลงข้างๆ ผู้นั้นโดยที่มือทั้งสองข้างของโคโนกะกำลังสัมผัสกับหน้าท้องของบุคคลนิรนามนั้นอยู่ บุคคลผู้นั้นถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย พร้อมกับนำเสื้อของตนมาปิดบังร่างกายท่อนบนที่มีเพียงชุดชั้นในสวมใส่อยู่
“ก่อนเข้ามา ก็ขออนุญาตหรือบอกให้รู้ก่อนสิ อาซึนะ...ทำแบบนี้ มันไม่เหมาะสมนะจ้ะ” โคโนกะหันไปตำหนิเพื่อนของตนอย่างอ่อนโยน ก่อนหันกลับไปทางบุคคลนิรนามที่นอนเขินอายอยู่บนเตียง
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ...แต่เท่าที่ดูแผลของคุณหายดีแล้วล่ะค่ะ ต่อไปก็น่าจะทำงานได้เป็นปกติ” โคโนกะพูดพร้อมกับยิ้มให้บุคคลที่นอนอยู่ตรงหน้า
“ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณหมอโคโนเอะ” หญิงสาวพูดพลางลุกขึ้นใส่เสื้อจนเรียบร้อยแล้วโค้งให้กับโคโนกะน้อยๆ เป็นการขอบคุณก่อนเดินออกจากห้องไป
“วันนี้เสร็จงานเร็วเหรอ อาซึนะ” โคโนกะพูดพลางเก็บของไปด้วย
“อืม วันนี้ไม่มีอุบัติเหตุเลยน่ะ พยาบาลประจำรถฉุกเฉินอย่างฉันเลยได้ออกเวรเร็วขึ้น” อาซึนะตอบอย่างอารมณ์ดีที่ไม่ต้องทำงานหนัก
“วันนี้ เราไปกินข้าวที่ร้านเปิดใหม่ข้างโรงพยาบาลกันไหม โคโนกะ? ...เห็นว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ราคาถูกด้วยนะ เผอิญว่าเงินเดือนมันยังไม่ออกอ่ะ”
“ได้สิจ้ะ งั้นไปกันเลยนะ”
โคโนกะตอบรับอย่างง่ายดาย เพราะตนรู้ดีอยู่แล้วว่าอาซึนะมีปัญหาทางด้านการเงิน ซึ่งโคโนกะก็เคยเอ่ยปากชวนให้อาซึนะมาพักอยู่ที่บ้านของตนเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของอาซึนะมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากบ้านของโคโนกะก็กว้างขวางและมีหลายห้องนอนทั้งที่เธออาศัยอยู่เพียงคนเดียว อีกทั้งก็อยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นท์ของอาซึนะและโรงพยาบาลซึ่งเป็นที่ทำงานของทั้งคู่ การให้อาซึนะมาอยู่ด้วยจึงไม่ได้สร้างความอึดอัดให้กับโคโนกะเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามการมีอาซึนะมาอยู่ด้วยน่าจะทำให้เธอหายเหงาจากการที่ต้องอยู่คนเดียวซะอีก แต่ด้วยความที่อาซึนะเป็นคนขี้เกรงใจและไม่ชอบให้ใครช่วยเหลือ จึงทำให้โคโนกะเลิกล้มความคิดในการรบเร้าให้อาซึนะมาอยู่ด้วยกันไป เพราะรู้ดีว่าคงเปลี่ยนใจเพื่อนที่ดื้อหัวชนฝาอย่างอาซึนะไม่ได้อยู่ดีนั่นเอง
--------------------------------------------------------
ณ ร้านอาหารที่อยู่ข้างโรงพยาบาล
“โคโนกะ เธอจะทำงานที่นี่อีกนานไหม ไม่ต้องกลับไปเกียวโตเพื่อรับตำแหน่งแทนพ่อของเธอแล้วเหรอ ได้ข่าวว่าตอนนี้คุณเซ็ตซึนะก็อยู่เกียวโตด้วยนะ” อาซึนะถามทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าก้มตากินราเม็งชามโตอยู่
โคโนกะนิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นปกติว่า “ไม่รู้เหมือนกันนะ...แต่คิดว่ายังหรอก ฉันเองก็ยังอยากใช้ชีวิตของตนเองไปอีกสักพักก่อนที่จะต้องไปทำอะไรตามที่ท่านพ่อและท่านตาต้องการน่ะ เรื่องตำแหน่งหัวหน้าสมาพันธ์อะไรนั่นน่ะ”
โคโนกะเลือกตอบอาซึนะเฉพาะคำถามเรื่องการกลับไปเกียวโต โดยเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงเรื่องเซ็ตซึนะ
“ฉันรู้ว่ายังไงๆ เธอก็ไม่กล้าขัดพ่อและตาของเธออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วเธอก็คงต้องกลับไปอยู่ดี ฉันก็แค่เป็นห่วงนะ ตอนแรกเห็นว่าเธอได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วกลับมาเป็นหมอ ฉันก็คิดว่าเธอไม่ต้องกลับไปเกียวโตแล้วซะอีก” อาซึนะพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองโคโนกะที่ขณะนี้มีสีหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“นั่นเป็นเพราะฉันขอร้องท่านพ่อเพื่อไปเรียนแพทย์ โดยอ้างว่าน่าจะช่วยเสริมเวทย์รักษาของฉันมากขึ้นน่ะ ถึงได้ไปไง แล้วที่มาทำงานที่นี่ได้ก็อ้างเหตุผลเดิมนั่นแหละ...ว่าไปมันก็เป็นแค่การยืดเวลากลับไปเกียวโตเท่านั้นแหละ...แต่ยังไงฉันก็เต็มใจทำตามที่ท่านพ่อและท่านตาต้องการอยู่แล้วนะ” โคโนกะตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่แสร้งขึ้นมาเพื่อทำให้อาซึนะสบายใจ
อาซึนะมองเพื่อนของตนพร้อมกับยิ้มตอบกลับไปให้น้อยๆ เพราะตนก็รู้ว่าโคโนกะเป็นคนหัวอ่อนและไม่มีทางขัดใจบุพการีอย่างแน่นอน ไม่ว่าความต้องการหรือใจของโคโนกะจะต้องการเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม อาซึนะจึงทำได้แต่เปลี่ยนเรื่องพูดคุยเพื่อไม่ให้โคโนกะกังวลใจไปมากกว่านี้
End of Charter1 TBC
----------------------------------------------------------------------
#2
Posted 29 March 2010 - 04:41 PM
สำหรับการใช้ภาษาถือว่าดีนะ ^^ ถ้ามีบรรยายเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงจะดี
แนะนำอีกหน่อยอาจจะสรรพนามอื่นๆแทนชื่อตัวละครก็ได้ เช่น โคโนกะ - สาวผมสีน้ำตาลเข้ม สาวน้อยร่างเล็ก บลาๆๆๆ ว่ากันไปตามที่เราคิด
คงให้เคำแนะนำได้เท่านี้ รอคนอื่นมาคอมเมนต์ให้เพิ่มล่ะกัน
ตอนนี้สงสัยจังว่าทำไมโคโนกะถึงไม่ยอมพูดเรื่องเซ็ตซึนะ แล้วที่ยืดเวลาไปเกียวโตก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม? น่าติดตามๆ
สู้ๆ เป็นกำลังให้

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#3
Posted 30 March 2010 - 10:06 AM
ในฐานะของคนเขียนก็ไม่รู้จะแนะอะไร - - (ง่ายดีนะเอ็ง)
ในฐานะของผู้อ่าน อ่านแล้วรื่นดี สามารถมองภาพตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ใช้การเว้นช่วงของเนื้อเรื่องได้น่าสนใจทำให้คนอ่านลุ้นตามได้ <<< ยังไงล่ะนั่น <<< ก็ตอนที่โคโนกะอยู่ในห้องกับใครคนหนึ่งน่ะ ใช่เซ็ตจังป่าวฟระ อ่านไปๆอ้าวผู้ ญ ที่ไหนกันล่ะ (โคโนจังแอบมีกิ๊กหรอ) อ่านไปๆ กำคนไข้ของเจ้าหล่อนนี่เอง เป็นการค่อยๆเผยให้เห็นว่าเนื้อเรื่องจริงๆเป็นยังไง สำหรับเราๆว่าการแต่งลักษณะแบบนี้ค่อนข้างยากนะถ้าเพิ่งเริ่มเขียนน่ะ (ตอนเราเขียนเราก็อยากให้มันเป็นแบบนี้มั่ง แต่ไปๆมาๆมันก็ดันไปแบบทื่อๆซะงั้น = =)
ในฐานะของคนอ่านอีก (เฉพาะเราคนเดียวมั้ง) ภาษาที่ใช้ คำ สำนวน รึอื่นๆ เราไม่ค่อยสนใจนะ อ่านแล้วคิดภาพตามได้ไม่งงก็โอเคเรื่องนั้นสนุกแล้ว แต่ถ้ามองในฐานะคนเขียนตอนที่เราเขียนเราเองก็เป็น ถ้าเขียนแบบง่ายๆถึงมันจะโอเคแต่มันก็ดูไม่ดีเลยทำให้ต้องไปสันหาคำที่ดูดีกว่ามาใช้แทน ดังนั้นการใช้คำ รึการเล่นคำ เราก็ไม่รู้จะแนะยังไงเพราะตัวเองก็ยังงูๆปลาๆอยู่
อีกเรื่อง ในฐานะคนอ่านอีก เวลาอ่านฟิคใครที่ตอนหนึ่งมันสั้นๆ จะรู้สึกว่าอ้าวจบแล้วหรอ น้อยจัง กะลังมัน เค้าอยากอ่านต่ออ่า แต่ในฐานะของคนเขียน อ่าเราเข้าใจค่ะว่ากว่ามันจะเขียนออกมาได้แต่ละบรรทัดมันช่างแสนยากลำบากจริงๆ 5555
#4
Posted 31 March 2010 - 12:00 PM
และนี่ก็เป็นตอนต่อที่เขียนมาหลังจากได้รับคำแนะนำและคำติชมของท่านๆ แล้ว หวังว่าคงดีขึ้นจากตอนแรกบ้างไม่มากก็น้อย
และหวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงอ่านรู้เรื่องเนอะ
ยังไงคงต้องรบกวนให้ทุกท่านแนะนำต่อไป
ปล. 1 แรกๆ อาจดูเศร้าๆ ไปนิดแต่ตอนต่อๆ ไปจะหวานขึ้นแน่นอน พยายามหาสรรพนามอื่นๆ มาใช้แต่มันยากเหลือเกินเลยท่าน someone
2 ความยาวของฟิคแต่ละตอนเป็นอุปสรรคจิงๆ เนอะท่าน snoopy
------------------------------------------------------------------------------
Chapter2: The Memory never goes away
“มาแต่เช้าเชียวนะ ทัตสึมิยะ”
หญิงสาวสวมชุดนักดาบผมดำสนิทในลักษณะรวบไว้ด้านข้างพูดขึ้นทั้งๆ ที่ยังหลับตานั่งคุกเข่าในท่าสงบนิ่งอยู่กลางห้องกว้างโล่งที่มีลักษณะเหมือนโรงฝึก
โดยข้างตัวของสาวผมดำมีดาบยูนางิวางอยู่ ภายในห้องกว้างนั่นว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดนอกจากผู้ที่นั่งอยู่กลางห้องเพียงผู้เดียว
ชั่วอึดใจต่อมา สาวผมดำก็ลืมตาขึ้นมองตรงไปยังประตูที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนซึ่งอยู่ด้านหน้าของตน
พลันปรากฏภาพของสาวผิวสีแทนผมยาวในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกางเกงสีดำสนิทโดยที่เอวมีสายคาดปืนที่มีปืนสั้นกระบอกโตเหน็บอยู่
เดินออกมาจากหลังกำแพงแล้วมายืนพิงที่ขอบประตู
“ฉันไม่เคยมาโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยนะ เซ็ตซึนะ...นี่ก็เจ็ดปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกันเลย ยังจำฉันได้อยู่อีกเหรอเนี่ย”
สาวผิวสีแทนร่างสูงใหญ่ ซึ่งมีนามว่า ทัตสึมิยะ มานะ เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาสาวผมดำที่มีดวงตาสีเดียวกับสีผมซึ่งนั่งอยู่ในห้อง
“มีธุระอะไรรึเปล่า” เซ็ตซึนะไม่ตอบคำถามนั้น แต่ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เผอิญมารับงานแถวๆ นี้เลยแวะมาหาเธอน่ะสิ”
สาวร่างสูงพูดพร้อมกับนั่งลงตรงหน้าผู้ตั้งคำถามซึ่งกำลังสบสายตากับเธออยู่ในเวลานี้
“…………………” เจ้าของสถานที่นิ่งเงียบไม่ตอบอะไร
……………………………………
……………………………
……………………
………………
……………
…………
……
…
“ว่าแต่ช่วงนี้ว่างอยู่รึเปล่า ฉันมีงานที่อยากชวนเธอไปทำด้วยน่ะ” ผู้มาเยือนเอ่ยถามต่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร
“เธอก็รู้ว่าฉันไม่รับงานแบบนั้นแล้ว ไม่เห็นต้องถามเลย...หรือว่าเธอไม่รู้?”
คำพูดสุดท้ายทำให้มานะรู้สึกเหมือนถูกท้าทายในความสามารถด้านการข่าวของตน จึงสวนตอบสาวผมดำที่มีผิวขาวราวหิมะไปว่า
“หึ...ฉันรู้ว่าตั้งแต่จบจากมาโฮระ เธอก็กลับไปชินเมริวแล้ว ต่อมาไม่นานเธอก็ออกเดินทางโดยไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำอะไรอยู่ที่ไหน
หลังจากนั้นอีกห้าปี เธอจึงกลับมาชินเมริวพร้อมกับรับตำแหน่งรองเจ้าสำนักด้วยอายุที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสำนัก
...ฉันรู้มาไม่มากหรอกเนอะ เซ็ตซึนะ”
มานะพูดด้วยรอยยิ้มอย่างรู้ทันพร้อมกับมองหน้าของนักดาบสาวอย่างผู้ชนะ หลังจากนั้นก็พูดต่อไปอีกว่า
“...แถมการกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ของเธอ ยังมีใครคนหนึ่งติดตามมาด้วยอีกนี่สิ”
ประโยคนี้ถึงกับทำให้เซ็ตซึนะที่มีสีหน้าเรียบเฉยมาตลอดถึงกับตกใจ และผงกหัวในเชิงยอมรับข้อมูลของเพื่อนเก่าตนว่าถูกต้อง
ในขณะที่สาวผิวสีแทนก็ยิ้มรับออกมาเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
“เธอก็ไม่เคยพลาดเลยนะ ทัตสึมิยะ...ไม่มีเรื่องอะไรของฉันที่เธอไม่รู้เลยจริงๆ”
“แล้วจะไม่แนะนำคนผู้นั้นให้ฉันรู้จักบ้างเลยเหรอ เซ็ตซึนะ...ได้ข่าวว่าสวยมากเลยนี่” มานะแซวต่อ ซึ่งเซ็ตซึนะก็ไม่ว่าอะไร
เนื่องจากเธอและมานะเคยร่วมกันทำงานให้กับโคโนเอมอนซึ่งเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนมาโฮระและเป็นคุณตาของโคโนกะอยู่หลายครั้ง
ทั้งสองจึงสนิทกันทั้งในฐานะเพื่อนร่วมชั้นเรียนและเพื่อนร่วมงาน
แม้หากเทียบกับความสัมพันธ์ของคนทั่วๆ ไป แล้วก็อาจมองว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองน่าจะเป็นแค่เพื่อนทั่วไป
แต่สำหรับคนที่เก็บตัว เงียบขรึมและไม่ค่อยสุงสิงกับใครอย่างทั้งคู่ ก็ต้องถือว่าเป็นเพื่อนสนิทของกันและกันเลยทีเดียว
โดยมานะเองก็เป็นคนไม่ค่อยพูด จะพูดมากที่สุดก็คงจะเป็นตอนที่อยู่กับเซ็ตซึนะนี่แหละ
ในขณะที่เซ็ตซึนะเองก็มักจะได้รับคำแนะนำเรื่องของตนกับโคโนกะอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ในอดีต
เพราะมานะมักรู้เรื่องต่างๆ โดยที่ตนไม่ต้องบอกและไม่ต้องขอเสมอ
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร...ว่าแต่เธอมาถึงที่นี่คงไม่แค่เผอิญแวะมาเยี่ยมชั้นหรอกมั้ง...มีอะไรก็ว่ามาเถอะ ทัตสึมิยะ”
นักดาบสาวกลับมาพูดเข้าประเด็นอีกครั้งหนึ่ง
“ก็ได้ๆ...เธอได้รู้เรื่องคุณโคโนกะรึยัง” อาคันตุกะรู้ดีว่าตื้อถามต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ จึงพูดเข้าเรื่องตามที่สหายเก่าเอ่ยถาม
“ยัง...มีอะไรเหรอ” เซ็ตซึนะนิ่งไปแว่บหนึ่งก่อนตอบกลับไปด้วยท่าทีที่เรียบเฉย แต่ก็หาได้พ้นสายตาของมานะไม่
เธอเห็นอาการตกใจของอีกฝ่ายที่ได้ยินชื่อของโคโนกะ ก็ยิ้มกรุ่มกริ่มพร้อมตอบกลับไปว่า
“อ้าว ยังไม่รู้เหรอ...งั้นเด่วท่านเอชุนคงบอกเธอเอง”
“ท่านเอชุน?”
เซ็ตซึนะทวนคำพูดออกมาอย่างงงๆ และไม่เข้าใจความหมาย
…ฟึ่บ...
ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาอีกจากปากของทั้งสอง เพราะขณะนี้ทั้งสองต่างพร้อมกำลังจ้องไปทางประตูห้องโรงฝึกที่ว่างเปล่าแม้ไม่มีผู้ใดอยู่ในระยะสายตา
แต่ก็ไม่พลาดจากการรับรู้ของทั้งคู่ไปได้ว่าตอนนี้มีคนอยู่บริเวณหน้าประตู
...ใช่แล้ว เพราะสัญชาตญาณของนักดาบและนักแม่นปืนจึงทำให้สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวต่างๆ รอบๆ ตัวได้เป็นอย่างดี
...ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ภายหลังจากเสียงเคาะเป็นเชิงขออนุญาตที่บานประตูซึ่งกำลังเปิดอยู่ ก็มีหญิงสาวนางหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ทำให้ทั้งเซ็ตซึนะและมานะที่หยุดการสนทนาไปแล้วนั้นมองไปยังบุคคลที่พึงมาใหม่
หญิงสาวผู้นี้มีเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยาวปล่อยสยายอยู่กลางหลัง ดวงตาสีฟ้า ใบหน้าอ่อนหวาน และผิวขาวนวล กิริยามารยาทดูสำรวมและเรียบร้อยเข้ากันกับชุดกิโมโนสีฟ้าอ่อนลายน้ำทะเล
นักแม่นปืนสาวพิจารณาผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามาตรงหน้า
...ดูไปหน้าตาก็มีส่วนคล้ายโคโนกะอยู่ไม่น้อย จะต่างกันก็แค่สีผมที่อ่อนกว่าและนัยน์ตาคนละสี กับท่าทางที่ดูสำรวมและเป็นผู้ใหญ่กว่าโคโนกะเท่านั้นเอง...
มานะรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวผู้นี้คือคนที่เธอแซวเซ็ตซึนะอยู่นั่นเอง
เมื่อหญิงสาวผู้นั้นเดินมาถึงจุดที่ทั้งคู่นั่งอยู่ก็เอ่ยขึ้นว่า
“ขออภัยที่ข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของท่านซากุระซากิกับแขกของท่านค่ะ...ดิฉันมีเรื่องจะมาแจ้งให้ท่านรองเจ้าสำนักฯ ทราบว่า คนของสมาพันธ์มหาเวทคันไซนำหนังสือจากท่านเอชุนมามอบให้ท่านค่ะ”
พูดจบนางก็ส่งหนังสือให้กับผู้ที่ถูกเรียกว่าท่านรองเจ้าสำนักฯ
เซ็ตซึนะจึงเอื้อมไปรับหนังสือ ในขณะที่รับหนังสือมาจากหญิงสาวผู้นั้น มือของเซ็ตซึนะก็ถูกมือของหญิงคนดังกล่าวสัมผัสอย่างจงใจ
สาวร่างสูงนัยน์ตาสีดำไม่แสดงออกซึ่งอาการไม่พอใจใดๆ เพียงแค่รีบชักมือของตนกลับไปอย่างรวดเร็ว
แต่การกระทำนี้ก็ไม่รอดพ้นสายตาของสหายผิวสีแทนที่เคยร่วมงานด้วยกันมาก่อนอยู่ดี
ผู้ที่รับหนังสือมาทำการเปิดหนังสือออกและอ่านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดหนังสือลงในทันที ราวกับไม่ต้องการให้ผู้ใดรับรู้ข้อความในหนังสือดังกล่าว
…………………………………
……………………………
………………………
…………………
……………
………
…
“เจ้าออกไปได้แล้ว นานามิ...และฝากเจ้าไปสั่งคนรถของข้าให้เตรียมพร้อมออกเดินทางไปยังสมาพันธ์ฯ ด้วย”
เซ็ตซึนะสั่งการโดยไม่มองหน้าของหญิงสาวซึ่งเป็นผู้รับคำสั่งนั้นเลยแม้แต่น้อย
ทำให้หญิงสาวมีสีหน้าตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัดและก็ทำได้แต่เพียงโค้งน้อยๆ ก่อนลุกออกไป
เนื่องจากรู้ดีว่ามิอาจขัดคำสั่งของบุคคลตรงหน้าซึ่งเป็นถึงรองเจ้าสำนักชินเมริวได้
“ชื่อนานามิเหรอเนี่ย สวยและน่ารักอย่างที่ได้ยินคนกล่าวถึงจริงๆ ด้วย...
นี่ๆ เซ็ตซึนะ ว่าแต่หล่อนเป็นคนพิเศษของเธอด้วยรึเปล่าเนี่ย...เอ๋ หรือว่าแค่หล่อนคิดไปเองคนเดียวว่าเธอพิเศษน่ะ”
ผู้ที่นั่งเฝ้ามองการกระทำทุกอย่างที่พึงเกิดขึ้นแซวขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวเดินออกไปจากห้อง
“............”
“เรื่องที่เธอพูดถึงว่าเกี่ยวกับคุณหนูโคโนกะ ก็คือเรื่องนี้สินะ แต่ในจดหมายนี้ ท่านเอชุนยังไม่ได้พูดถึงว่าเป็นเรื่องอะไร...เธอพอรู้ไหม ทัตสึมิยะ”
สาวนักดาบผู้มีฐานะเป็นรองเจ้าสำนักชินเมริว ไม่ยอมพูดถึงเรื่องของหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่ แต่เลือกที่จะพูดถึงธุระที่ตนพึงทราบมามากกว่า
“ฉันรู้มานิดหน่อยเอง เอาเป็นว่าเธอไปรอฟังจากท่านเอชุนเองดีกว่า...แล้วเจอกันใหม่นะ ท่านรองเจ้าสำนักฯ”
พูดจบมานะก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกลับหันหลังและเดินออกไปจากห้องดังกล่าว
แต่ก่อนที่ผู้มาเยี่ยมเยือนจะเดินออกจากประตูไป ได้หันหน้ากลับมายังผู้เป็นเจ้าของสถานที่ซึ่งยังคงนั่งอยู่กลางห้อง
โดยเธอหันหน้าเพียงเล็กน้อยพอให้เห็นแค่ด้านข้างของเธอเท่านั้น และพูดขึ้นว่า
“เราไม่มีทางเอาใครมาแทนคนอีกคนได้หรอกนะ เพราะมันไม่ใช่คนๆ เดียวกัน และไม่มีทางที่จะเป็นคนๆ เดียวกันได้
ดังนั้น ถ้าเราไม่เลือกที่จะกลับไป ก็ต้องมองไปข้างหน้าเท่านั้น...ถ้าเธอทิ้งความรู้สึกที่มีต่อคนๆ นั้นได้น่ะนะ เซ็ตซึนะ”
มานะได้พูดประโยคทิ้งท้ายไว้ก่อนที่เธอเดินพ้นประตูออกไป แม้เธอจะพูดโดยไม่ออกเสียง..เพียงแค่ขยับปาก
เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดได้ยินนอกจากสาวนักดาบเท่านั้น ซึ่งเซ็ตซึนะก็เข้าใจได้ทุกถ้อยคำที่สหายเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เฉียบคมและการอ่านปากที่แม่นยำของตน
...นี่เธอกำลังให้คำแนะนำกับฉันเรื่องของคุณหนูโคโนกะอีกแล้วใช่ไหม ทัตสึมิยะ...
เซ็ตซึนะที่ยังนั่งอยู่กลางห้องที่เหมือนโรงฝึก ก็ยังคงนั่งอย่างสงบนิ่งอยู่อย่างนั้น พร้อมกับหลับตาลงก่อนที่จะนึกถึงภาพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันสดใสของหญิงสาวผมสีช็อกโกแลตที่มีดวงตาสีน้ำตาลที่มีนามว่า โคโนเอะ โคโนกะ แม้จะเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ผ่านมาแล้วหลายปี โดยเธอเก็บมันเอาไว้ที่ส่วนลึกของหัวใจและไม่เคยเอามันออกมาอีกนับแต่จากมา ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันสาวน้อยผู้นั้นจะมีรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปอย่างไร แต่ภาพในความทรงจำดังกล่าวก็สร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของเซ็ตซึนะที่ยังหลับตาอยู่โดยไม่รู้ตัวเลย มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครได้เห็นจากรองเจ้าสำนักชินเมริวผู้เงียบขรึมและเย็นชามาก่อน ทำให้นานามิที่กำลังแอบยืนมองเธออยู่ที่หน้าต่างห้องในขณะนั้นถึงกับตกตะลึงกับรอยยิ้มที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก ส่วนสาวที่สวมชุดนักดาบก็ไม่ทราบว่ามีผู้จ้องมองดูการกระทำดังกล่าวของเธออยู่เนื่องจากในเวลานี้สติของเธอได้ล่องลอยในโลกแห่งความทรงจำราวกับตกอยู่ในภวังค์
...ไม่น่าเชื่อว่า ท่านจะไม่รู้ว่าข้ายืนอยู่ตรงนี้
......ท่านกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ทำไมถึงทำให้เหม่อได้ขนาดนี้
.........ในความห้วงแห่งความคิดของท่านขณะนี้ มันมีข้าเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วยรึไม่
............แล้วรอยยิ้มที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ มันเป็นรอยยิ้มที่มีไว้ให้กับผู้ใดและด้วยความรู้สึกเช่นไร
นี่เป็นครั้งแรกของหญิงสาวชุดกิโมโนสีฟ้าลายน้ำทะเลรู้ดีว่ารอยยิ้มที่ตนเห็นนั้นเป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากความสุขในใจของผู้ที่นั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องอย่างแท้จริง
...รอยยิ้มที่ออกมาจากใจ รอยยิ้มที่ปราศจากการแสร้งทำใดๆ
ในเวลานั้นเอง กำแพงในใจที่ปิดกั้นความรู้สึกและความทรงจำของเซ็ตซึนะเริ่มปรากฏรอยร้าวให้เห็น
แต่ก่อนที่รอยร้าวนั้นจะขยายกว้างไปมากกว่านี้ คำพูดประโยคสุดท้ายของมานะก็ดังแทรกขึ้นมาในหัวของนักดาบสาว
พร้อมกับภาพของนานามิก็ปรากฏเข้ามาแทนที่ภาพคุณหนูโคโนกะของเธอ รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปในบัดดล
เซ็ตซึนะลืมตาขึ้นในทันที และกระโดดลอยตัวขึ้นไปอยู่กลางอากาศพร้อมทั้งดึงดาบยูนางิที่อยู่ในมือของตนออกจากฝักอย่างรวดเร็ว
...ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...
เสียงดาบที่เกิดจากการกวัดแกว่งตามทวงทำนองเพลงดาบบทนึงของสำนักชินเมริวเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นักดาบสาวกลับลงมายืนอยู่บนพื้นห้องพร้อมกับหลับตาลงอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นไม่นานเซ็ตซึนะก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับสายตาที่หนักแน่น (/ไรท์เตอร์ กะว่าให้ดูเท่โคตรๆ เลยทีเดียว) โดยหวังว่าการออกแรงเมื่อกี้จะทำให้เธอสลัดความคิดถึงสาวหวานผมสีช็อกโกแลตผู้นั้นไปได้
...ไม่ได้ๆ ฉันเลือกที่จะเดินไปข้างหน้าแล้วนี่ เพราะฉะนั้นฉันต้องไม่หันหลังกลับไปและทิ้งความทรงจำทุกอย่างนั้นซะ...แม้ว่าก่อนที่เธอจะเข้ามาพบฉันนะ ทัตสึมิยะ...ฉันยังคิดถึงคนๆ นั้นอยู่เลยก็ตาม...
…………………………………
……………………………
………………………
…………………
……………
………
…
ภายในห้องนอนส่วนตัวของนักดาบสาวรองเจ้าสำนักชินเมริว
ในขณะนี้ เจ้าของห้องกำลังทำการแต่งตัวและจัดความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายของตนเพื่อเตรียมที่จะเข้าพบหัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทคันไซตามหนังสือเชิญที่ตนได้รับมาเมื่อเช้า
แต่สาวผู้มีนัยน์ตาสีนิลกาฬซึ่งเป็นเจ้าของห้องหาได้อยู่ภายในห้องแต่เพียงลำพังผู้เดียวไม่
ข้างกายของนักดาบสาวยังมีหญิงร่างสันทัดผู้มีสีผมสีน้ำตาลอ่อนซึ่งเป็นผู้นำหนังสือเชิญชวนมาให้เธออยู่ด้วย
โดยสาวคนดังกล่าวกำลังช่วยจัดเครื่องแต่งกายของผู้ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา
ด้วยสายตาและการกระทำที่นุ่มนวลอ่อนหวานของเธอแสดงออกถึงความรู้สึกที่มีให้แก่ผู้ที่เธอกำลังปรนนิบัติอย่างชัดเจน
“ท่านเซ็ตซึนะคะ...ท่านประสงค์จะให้ข้าติดตามไปรับใช้ในขณะที่ท่านไปที่สมาพันธ์มหาเวทคันไซด้วยไหมคะ”
นัยน์ตาสีฟ้ามองไปยังใบหน้าของนักดาบสาวอย่างคาดหวังในคำตอบด้วยต้องการติดตามบุคคลอันเป็นที่รักของเธอไปยังสถานที่ที่ตนพึงเอ่ยถาม
“ไม่ต้องหรอก ลำบากเจ้าเปล่าๆ นานามิ...เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่แหละ”
นัยน์ตาสีดำสนิทมองตอบด้วยท่าทีเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความอ่อนโยน พร้อมกับยกมือขึ้นลูบใบหน้าของสาวร่างเล็กที่มีความสูงเพียงระดับไหล่ของตนอย่างแผ่วเบา
ส่งผลให้ใบหน้าของผู้ที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาในทันที แม้ว่าเธอจะมีท่าทีที่เขินอายแต่ก็ไม่ได้ละสายตาไปจากร่างสูงที่มอบสัมผัสอันนุ่มนวลให้เธอแต่อย่างใด
ทั้งสองสบตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สาวร่างเล็กจะหลับตาลงและตัดสินใจเคลื่อนใบหน้าของตนเข้าไปหาใบหน้าของนักดาบสาวโดยเขย่งปลายเท้าเพื่อลดระยะห่างระหว่างความสูงของทั้งคู่
จนกระทั่งริมฝีปากของเธออยู่ห่างจากคนร่างสูงแค่ปลายนิ้วคั่น สาวร่างสูงก็ขยับตัวออกและส่งมอบสัมผัสแสนหวานจากริมฝีปากของตนที่หน้าผากของหญิงสาวในชุดกิโมโนสีฟ้าดุจเดียวกับนัยน์ตาของหล่อนแทน
หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องไปในทันทีทิ้งให้ร่างเล็กหันมองตามด้วยความเสียดา
“ถือเป็นการลงโทษสำหรับการแสดงความเป็นเจ้าของข้าต่อหน้าผู้อื่น เพราะฉะนั้นข้าจะไม่ให้สัมผัสที่เจ้าปรารถนาในเวลานี้” รองเจ้าสำนักชินเมริวทิ้งท้ายก่อนเดินลับสายตาไป
End of chapter 2 TBC
--------------------------------------------------------------------
#5
Posted 31 March 2010 - 02:16 PM
นานามินี่ใช่จาก MH รึเปล่าหว่า 555+
เซ็ตสึนะเย็นชาใช้ได้ 555+ แบบนี้พี่ชอบ...
อยากให้เย็นชากับโคโนกะบ้างจัง

[Blog] http://tamerqueen.exteen.com
[Exteen Hogwart] [Exteen Wizard] [Delilah Life] [Exteen Edinburg] [Exteen Mafia]
#6
Posted 31 March 2010 - 08:11 PM
สงสัยจะุยุให้เขาเลิกกันมากกว่ารักกัน/me โดนรุมกระทืบ
อ่า... ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#7
Posted 01 April 2010 - 04:28 PM
เสียดายนานามิ นิดๆแหะ=w="
#8
Posted 01 April 2010 - 09:17 PM
เซ็ตจังของเขาคนเดียวนะ!!
/me โดนแฟนคลับโคโนเซ็ตซึกระทืบ
อ๊อก เค้าขอโต๊ดดด

ถ้าเป็นชิซึรุละก็ ได้ทุกเมื่อ
#9
Posted 02 April 2010 - 01:37 PM
ไม่รุ้ว่าแยกแล้วสั้นเกินไปรึป่าว แต่ยังไงจะรีบลงอีกตอนน้า
แต่ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกว่าเดินเรื่องช้าไปรึป่าว (เข้าใจความรู้สึกของท่าน raychan ใน two hearts เลย)
ถ้าช้าไปก็บอกได้นะ ยินดีปรับปรุงจ้า
ว่าแล้วก็ลองอ่านดูนะ และติชมได้ตามอัธยาศัย
----------------------------------------------------------
Chapter 3: The fate brings us together again.
“ทำไมต้องเป็นดิชั้นละคะ ท่านเอชุน”
เสียงของนักดาบสาวชินเมริวผู้มีนามว่า ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ ดังขึ้นในห้องรับรองของสมาพันธ์มหาเวทคันไซ ซึ่งเธอได้รับหนังสือเชิญให้มาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้
“สถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก นอกจากเธอแล้ว ฉันก็ไม่เชื่อใจใครอีก เซ็ตซึนะคุง” ชายวัยกลางคนผู้มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทคันไซ กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“แต่ว่าท่านก็มีคนของท่านอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือทั้งนั้น นอกจากนี้หากท่านประสงค์จะได้ตัวนักดาบแล้วละก็
ชินเมริวก็มีนักดาบที่มีมากฝีมืออยู่เช่นกัน ซึ่งทุกคนล้วนแต่เชื่อมือได้ทั้งสิ้น.....ในเมื่อท่านมีตัวเลือกที่หลากหลายขนาดนี้ ทำไมท่านจึงยังอยากให้ข้าเป็นผู้รับภารกิจนี้ด้วย”
นัยน์ตาสีดำจดจ้องคู่สนทนาเพื่อขอความเห็นใจจากการถูกร้องขอให้ทำในสิ่งที่ตนพยายามหลีกหนีมาตลอด ก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า
“........อีกอย่าง...ท่านก็ทราบดีนี่คะว่า ดิฉันกับคุณหนูไม่ได้...”
เซ็ตซึนะมิทันได้กล่าวจนจบประโยค ก็ถูกชายคนดังกล่าวพูดแทรกขึ้นมาในทันทีว่า
“สิ่งสำคัญ...สำหรับภารกิจนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในเชิงต่อสู้หรือฝีมือที่มากล้นเพียงอย่างเดียว...เพราะนอกจากจะปกป้องกายของผู้ถูกอารักขาได้แล้ว
ข้ายังต้องการให้คุ้มครองใจของผู้รับการดูแลด้วยเช่นกัน......ข้าจึงเชื่อว่าภารกิจนี้...มีเจ้าเพียงผู้เดียวที่จะทำให้บรรลุผลตามประสงค์ของข้าได้”
หัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทคันไซกล่าวอย่างหนักแน่น และจ้องกลับไปยังผู้ถูกร้องขอด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
“...ถือว่านี่เป็นคำร้องจากฉันในฐานะหัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทฯ...และในฐานะพ่อละกัน....ขอร้องล่ะ เซ็ตซึนะ”
เอชุนพูดพร้อมกับมองไปที่สาวร่างสูงผู้มีเรือนผมและนัยน์ตาสีดำสนิทอย่างแน่วแน่ เซ็ตซึนะหลบสายตาดังกล่าวเพราะจนด้วยคำพูด
พร้อมกับเบือนหน้าไปมองยังหญิงสาววัยกลางคนในชุดนักดาบที่เหมือนกับชุดของตนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เอชุนเพื่อหาตัวช่วย
...ใช่แล้ว หญิงสาวผู้นี้คือเจ้าสำนักชินเมริวของเธอนั่นเอง...
เจ้าสำนักชินเมริวพยักหน้าให้เซ็ตซึนะเล็กน้อยราวกับจะสื่อความนัยอะไรบางอย่างให้เธอรับรู้ ซึ่งสาวนักดาบที่มีตำแหน่งเป็นรองเจ้าสำนักฯ
ก็ทราบดีว่า เธอควรรับคำร้องขอจากท่านเอชุนที่มีฐานะเป็นหัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทฯ เพราะสมาพันธ์มหาเวทฯ และสำนักชินเมริวต่างเป็นไมตรีและเกื้อกูลกันมาหลายชั่วอายุคน
การกระทำใดๆ เพื่อช่วยเหลือสมาพันธ์มหาเวทฯ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าสำนักชินเมริวยินดีที่จะกระทำตาม
“ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ดิฉันจะทำตามที่ท่านเอชุนต้องการ” นักดาบสาวโค้งรับคำสั่งเมื่อเห็นว่าคงไม่มีทางที่จะปฏิเสธไม่รับทำภารกิจดังกล่าวได้อีกต่อไป ซึ่งสร้างความสบายใจให้แก่ชายผู้ร้องขอเป็นอย่างมาก
สำหรับเซ็ตซึนะแล้ว แม้ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรทั้งสองจะเป็นเรื่องสำคัญก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจตกลงรับทำการตามคำขอ
เป็นเพราะท่านเอชุนคือผู้มีพระคุณสำหรับเธอ และเธอก็ไม่เคยเห็นบุรุษตรงหน้าร้องขอให้เธอช่วยเหลืออะไรมาก่อนเลยสักครั้ง
แม้ว่าคำขอนั่นจะทำให้กำแพงในใจที่เธอพยายามสร้างขึ้นตลอดเวลาหลายปีมานี่ต้องสั่นคลอนและอาจถูกทำลายลงก็ตาม
แต่ลึกๆ แล้วในใจของเธอก็อยากที่จะทำด้วยเช่นกัน เนื่องจากคำร้องขอนี้ก็เป็นการทำเพื่อคนๆ หนึ่งที่เป็นคนสำคัญของเธอ เป็นคนที่เธอ (เคย) ปกป้อง และเป็นคนที่เธอ (เคย) รัก
.........................................
...............................
......................
.............
.....
..
เมื่อยามราตรีมาเยี่ยมเยือน แต่ยังมีการเคลื่อนไหวภายในห้องนอนในเรือนพำนักของรองเจ้าสำนักชินเมริว หญิงสาวในชุดกิโมโนกำลังจัดแจงเตรียมที่นอนให้กับเจ้าของห้องที่พึงกลับเข้ามาถึงห้องพัก
“ขอบใจมากนะ นานามิ ที่ช่วยจัดเตียงให้ข้า...เจ้าก็ไปพักเถอะ ข้าจะจัดการที่เหลือต่อเอง” นัยน์ตาดำวาวมองนัยน์ตาฟ้าเจ้าของชุดกิโมโนด้วยท่าทีเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเอ็นดู
พร้อมกับประทับริมฝีปากบนหน้าผากขาวนวลของร่างเล็กเพื่อเป็นการขอบคุณ ก่อนขยับตัวเพื่อหลีกทางให้นางเดินกลับไปยังที่พักของเธอซึ่งอยู่อีกเรือนหนึ่ง
“อืม เดี๋ยวก่อน นานามิ...ช่วงต่อจากนี้ข้าต้องไปทำภารกิจที่ต่างเมือง ยังไม่แน่ว่าจะกลับมาหรือไม่และเมื่อใด เพราะฉะนั้น ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ คงต้องรบกวนเจ้าช่วยดูแลเรือนของข้าด้วย”
นักดาบชินเมริวพูดขึ้นพลางยกมือเรียวของตนขึ้นลูบหัวผู้ถูกไหว้วานอย่างแผ่วเบา ส่งผลให้ร่างเล็กที่หน้าแดงอยู่แล้วจากสัมผัสเมื่อครู่เพิ่มดีกรีความเข้มของสีมากขึ้นไปอีก
“ไม่รบกวนหรอกค่ะ ท่านก็รู้...หากเป็นเรื่องของท่านแล้วละก็ ไม่ว่าท่านประสงค์สิ่งใด ข้าก็จะทำทั้งหมดทั้งสิ้นอย่างไม่บ่ายเบี่ยง............เพื่อท่านคนเดียวเท่านั้น ท่านเซ็ตซึนะ”
คนที่ยังหน้าแดงอยู่กล่าวตอบเพื่อแสดงให้ผู้ที่กำลังฟังอยู่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ตนมีต่อคนตรงหน้า
“ขอบใจเจ้าอีกครั้งนะ...นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้าก็ควรไปนอนได้แล้วล่ะ” พูดจบก็ขยับตัวอีกครั้งเพื่อหลีกทางให้นางเดินกลับไปยังที่พัก แต่ทว่าหน้าหวานก็ไม่ได้ก้าวเดินออกไปแต่อย่างใด
“เอ่อ ก่อนที่จะไปข้าขอมากกว่านั้นได้รึไหม” นัยน์ตาฟ้าเอ่ยถามตามความต้องการที่ใจของตนปรารถนา
“จากเรื่องวันนี้...ข้าเชื่อว่าเจ้ายังอยู่ในช่วงที่ถูกลงโทษอยู่นะ นานามิ” นักดาบสาวพูดด้วยท่าทีเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
“...แต่โทษของเจ้าจะสิ้นสุดเมื่ออรุณรุ่งพรุ่งนี้” เสียงห้าวพูดปลอบใจ
“ถ้าเช่นนั้นก็ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ท่านเซ็ตซึนะ”
ผู้เอ่ยถามยิ้มตอบก่อนที่จะจำใจเดินออกไปอย่างมิอาจขัดขืนได้ด้วยรู้ดีว่าบุคคลตรงหน้าเป็นคนเด็ดขาดเพียงใด
เซ็ตซึนะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตนแล้วมองท้องฟ้าภายนอกผ่านทางหน้าต่างที่เปิดอยู่
พร้อมกับทบทวนเรื่องราวที่ได้รับฟังมาจากการเข้าพบหัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทคันไซเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้....เรื่องราวเกี่ยวกับคนๆ นั้น
...ในที่สุดเรากำลังจะได้พบกันอีกครั้งแล้วนะคะ โคโนจัง...
---------------------------------------------------------------------
เช้าวันต่อมา
“ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ท่านพ่อ
...ท่านพ่อก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”
หญิงสาวผมสีช็อกโกแลตในชุดกาวน์สีขาวบริสุทธิ์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหลังจากที่ตนพึงได้สนทนากับผู้เป็นบิดาซึ่งอยู่ปลายสายไปก่อนหน้านี้ พร้อมกับนึกถึงสิ่งที่ตนเองต้องทำตามที่บุพการีสั่งมา
.................................................
.....................................
........................
............
..
“โคโนกะ ว่างอยู่ป่าว”
เสียงที่ฟังดูกระตือรือร้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องของผู้ถูกถามที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเธอ
“นี่ๆ โคโนกะได้ยินฉันพูดรึเปล่า” เพื่อนสาวผมส้มเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับโบกมือผ่านไปมาที่หน้าเจ้าของห้องเพื่อเรียกร้องความสนใจ
เมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบสนองจากผู้ที่ยังนั่งเหม่อ ตาสองสีก็หรี่เล็กลงพลางเอามือข้างที่โบกไปมาอยู่เมื่อกี้ตบลงไปที่โต๊ะทำงานตรงหน้าดังปัง
“ว้ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!”
การกระทำครั้งนี้ได้ผล แพทย์สาวหลุดจากภวังค์ด้วยอาการตกใจ และผงะจนหงายหลังตกเก้าอี้ไปในทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อเห็นสภาพของสาวผมสีช็อกโกแลตที่กำลังขาชี้ฟ้าอยู่
“ขอโทษนะ โคโนกะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจเยาะเย้ย.......แต่ว่ามันห้ามไม่อยู่จริงๆ ....ฮ่า ฮ่า...” ผู้แกล้งยังคงหัวเราะอย่างต่อเนื่องแม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างก็ตาม
“เธอนี่ ซุ่มซ่ามเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” อาซึนะพูดพลางเดินอ้อมโต๊ะไปช่วยเพื่อนที่ยังหงายหลังอยู่กับพื้นโดยมีเก้าอี้รองรับตัวเจ้าหล่อนไว้
“ก็เธอนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ แล้วยังจะมาหัวเราะเยาะฉันอีก” ไม่พูดเปล่าร่างเล็กก็ใช้มือบางของตนเขกหัวเจ้าเพื่อนตัวแสบไปเบาๆ หนึ่งทีเป็นการเอาคืน
“ก่อนฉันเข้ามาเธอคุยกับใครอยู่เหรอ” สาวผมส้มทักในขณะที่มือข้างหนึ่งยังกุมหัวของเธอเองอยู่
“อืม ท่านพ่อของฉันเองแหละ...ว่าแต่แล้วเธอล่ะ มาหาฉันมีอะไร อย่าบอกนะว่ามาเพื่อแกล้งฉันเฉยๆ น่ะ” นัยน์ตาสีน้ำตาลพูดพร้อมทำปากบึ่งและเอามือกอดอก
“อ๋อ ฉันจะมาบอกเธอว่าวันนี้พวกรถฉุกเฉินเขานัดกินเลี้ยงกัน ฉันจึงมาบอกให้เย็นนี้เธอกลับบ้านไปได้เลยไม่ต้องรอฉันน่ะ” ผู้มาเยือนที่ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ที่อยู่หน้าโต๊ะบอกถึงสาเหตุการมาของตน
“นี่ๆ ว่าแต่เมื่อกี้ที่พ่อของเธอโทรมา มีอะไรหรือเปล่า โคโนกะ” สาวผมสีส้มซึ่งมีดวงตาคนละสีกล่าวถามอย่างสงสัยขณะที่ตนกำลังหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่เล่นอย่างอารมณ์ดี
“อ๋อ...ก็ท่านพ่อน่ะสิ จู่ๆ ก็โทรมาบอกว่าจะส่งคนมาดูแลฉัน โดยไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไมต้องส่งคนมา ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีบอดี้การ์ดมาตั้งนานแล้ว...คนที่จะมาเป็นใครก็ไม่รู้ แถมจะมาในวันนี้ด้วยเลยอีกต่างหาก”
โคโนกะพูดพร้อมกับยืนมองออกไปนอกหน้าต่างห้องพักแพทย์ของเธอในโรงพยาบาล เธอเหม่อมองออกไปไกลราวกับต้องการจะหนีจากความวุ่นวายและอยากล่องลอยอย่างเสรีในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ซึ่งอยู่ด้านนอก ในขณะที่ความคิดของเธอกลับจมอยู่กับประโยคที่เธอพึงพูดออกไป
...คนดูแล
......บอดี้การ์ด
...........องครักษ์
................ไม่ว่าจะเรียกอะไรก็ตาม
......................คนดูแลคนแรกของฉัน บอดี้การ์ดคนเดียวของฉัน องครักษ์คนสุดท้ายของฉัน
.............................สำหรับฉันแล้ว ก็มีแค่เธอเสมอ.................เซ็ตจัง...............เธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น
...ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันนะ แล้วเธอลืมฉันแล้วไปรึยัง...
End of chapter 3 TBC
--------------------------------------------------------------------------------
ถ้าสั้นไปก็โทดทีนะคะ
เขียนเสร็จแล้วจึงรีบลงเพราะวันเสาร์ไม่ว่าง ต้องไปเข้าเวรงานกาชาดซะงั้น ถ้าไรท์เตอร์หายไปไม่มาต่อฟิคแสดงว่าสาบสูญไปแล้ว อิอิ เพราะงานนี้คนเยอะจิงๆ ทั้งคนอยู่คนเที่ยว
แต่ไม่แน่อย่างช้าภายในวันสองวันนี้จะมาลงเพิ่มนะ
สุดท้ายขอขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์ที่มีให้น้าาาาาา
#10
Posted 02 April 2010 - 09:27 PM
ถึงจะสั้นไปนิดแต่ก็รับได้ เข้าใจว่าการแต่งตอนนหนึ่งมันลำบาก 555+
สู้ๆ มาต่อไวไวนะ ^^

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#11
Posted 02 April 2010 - 11:07 PM
#12
Posted 03 April 2010 - 02:14 PM
แซวเนื้อเรื่องดีก่า ^ ^
เซ็ตจังไปฉกยัยนานามิมาจากไหนเนี่ย แถมเจ้าหล่อนยังทำตัวเป็นศรีภรรยาอีก
ท่านมานะแนะนำยังงัยล่ะนั่นเหมือนจะยุให้เลิกมากกว่ากลับไปหาแหะ
ข้าจะไม่ให้สัมผัสที่เจ้าปรารถนาในเวลานี้ <<< พูดงี้เวลาอื่นเจ๊จะทำหรอ แล้วก่อนหน้าทำไปยังอ่ะ แหะๆ น้ำลายหกหยดไป 3 แหมะ
แล้วทะไมต้องก่ออิฐสร้างกำแพงด้วยอ่ะเซ็ตจัง ถูกเขาทิ้งมาหรอ ทะไมรักแล้วต้องมี “เคย” นำหน้า เปลี่ยนเป็น “กุ้ง” แทนได้แปะ (หลบอยู่หลังกำแพงของเซ็ตจัง รอดูก่อนไรเตอร์ตามมาตืบอ๊ะป่าว เผื่อโชคดีเซ็ตจังทุบกำแพงมาหา หุหุ)
#13
Posted 03 April 2010 - 05:41 PM
นานามิ...อื่มมมม จะเป็นคนยังไงเนี่ย
เพราะจะรุกเลยก็ไม่ใช่ เหมือนกล้าๆกลัวๆแฮะ - -*
งงๆ ว่าทำไมบรรทัดมันตกๆหว่า - -* สงสัยเป็นที่ระบบแฮะ(หรือเปล่า?)
เช่นอันนี้อ่ะค่ะ
>>>“แต่ว่าท่านก็มีคนของท่านอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือทั้งนั้น นอกจากนี้หากท่านประสงค์จะได้ตัวนักดาบแล้วละ
ก็
ชินเมริวก็มีนักดาบที่มีมากฝีมืออยู่เช่นกัน ซึ่งทุกคนล้วนแต่เชื่อมือได้ทั้งสิ้น.....ในเมื่อท่านมีตัวเลือกที่หลากหลาย ขนาดนี้ ทำไมท่านจึงยังอยากให้ข้าเป็นผู้รับภารกิจนี้ด้วย”<<<
งงว่าบรรทัดมันตกเพราะระบบหรือว่ายังไงอ่าคะ? ^^"a ถ้าเป็นที่ระบบ นัทว่าใช้ Firefox อ่ะค่ะ ระบบมันจะไม่เอ๋อ บรรทัดจะได้ไม่ตกค่ะ
อีกอย่างหนึ่ง ในความเห็นของนัทนะคะ พอดีนัทเองเคยโดนคอมเมนต์ตรงนี้มาเหมือนกัน เลยอยากบอกนิดนึง
“........อีกอย่าง...ท่านก็ทราบดีนี่คะว่า ดิฉันกับคุณหนูไม่ได้...”<<< เวลาใช้จุดไข่ปลา ใช้แค่สามจุดก็พอค่ะ ... เพราะความหมายของมันก็เหมือนเดิม ถ้าเพิ่มจุดมันจะเหมือนรกๆอ่่ะค่ะ
อ่า ความจริงแล้วว่าจะพูดอีกอย่างหนึ่งด้วย...แต่อื่มมมม มันเป็นเหมือนสไตล์การแต่งแฮะ ไว้ถ้ามีโอกาสพูดนอกรอบจะดีกว่า
แต่เห็นด้วยกับความเห็นของท่านสนูปปี้
"ไปฉกยัยนานามิจากไหนเนี่ย!?! " ทำตัวเกินหน้าเกินตามากค่ะ ฮึ่ม...อยากจะไปคว้าตัวออกมาจากห้อง มีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเป็นศรีภรรยาคะ =[]="
#14
Posted 04 April 2010 - 12:55 AM
จึงรีบมาลงตอนต่อไป ในตอนนี้เน้นอธิบายพื้นเรื่องเยอะอยู่เหมือนกันเลยทำให้เนื้อเรื่องหลักยังไม่ค่อยไปไหนเหมือนเดิม
---------------------------------------------------------
Chapter 4: Finally we meet each other.
บนท้องถนนที่แสนวุ่นวาย รถยนต์สีดำคันหนึ่งกำลังแล่นเพื่อมุ่งไปยังจุดหมายปลายทางซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
“ทำไมฉันต้องไปกับเธอด้วยล่ะ เซ็ตซึนะ”
น้ำเสียงหงุดหงิดดังออกมาจากปากของสาวนักแม่นปืนที่กำลังนั่งกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์
“เอาน่า ถือว่ามาเป็นเพื่อนฉันไง...แล้วฉันก็อยากคุยกับเธอ...อืม เกี่ยวกับเรื่องที่เธอพูดไว้เมื่อวันก่อนน่ะ ทัตสึมิยะ” นักดาบสาวผู้ขับรถเอ่ยขึ้นทั้งๆ ที่ยังขับรถอยู่ด้วยความเร็ว
“ฉันรู้ว่าเธอเข้าใจว่ามันคือเรื่องอะไร” เซ็ตซึนะพูดต่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงเงียบอยู่
“แปลกนะ ฉันคิดว่าเธอกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูดไม่จา ไม่มีความรู้สึกไปแล้วซะอีก” สาวผิวสีแทนเอ่ยพลางขยับตัวหันมามองคนที่กำลังขับรถอยู่ให้ถนัดตา
“รึว่า...เป็นเพราะเรื่องของคุณโคโนกะใช่ไหม ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้”
“.......................”
ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ จากบุคคลซึ่งยังคงมองเส้นทางข้างหน้าอย่างไม่วางตา
“ฉันบอกตรงๆ นะ ฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเธอจู่ๆ จึงหายตัวไปจากโรงเรียนทันทีที่เรียนจบโดยไม่บอกให้ใครรู้ และแถมยังไม่ติดต่อกลับมาหาใครอีก โดยเฉพาะคุณโคโนกะดูเสียใจมากที่เธอหายไปแบบนั้น...เท่าที่ฉันเห็นนะ การไปเรียนต่อเมืองนอกของคุณโคโนกะก็เป็นเพราะเรื่องนี้ด้วยแน่นอน...ถามจริงเถอะ เซ็ตซึนะทำไมถึงทำอย่างนั้นล่ะ ถ้าฉันเดาไม่ผิดละก็ เธอน่าจะช....”
“ฉันมีเหตุผลของฉัน ทัตสึมิยะ” เซ็ตซึนะรีบพูดตัดบท
“...เอาเป็นว่าฉันไม่ชอบสิ่งที่ควบคุมไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของฉันเอง และในเวลานั้นการเดินออกมาเป็นทางเดียวที่ฉันคิดว่าจะแก้ปัญหานั้นได้” นักดาบร่างบางเสริม
“...เธอชอบคุณโคโนกะใช่ไหม...”
เพื่อนร่วมทางที่นั่งอยู่ข้างๆ คนขับพูดออกมาตรงๆ ตามสไตล์ของเธอ ทำเอาเซ็ตซึนะถึงกับอึ้งและพยายามเก็บอาการให้เป็นปกติที่สุด ทั้งๆ ที่มือกำลังกำพวงมาลัยซะแน่นอย่างไม่รู้ตัว พร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าและมือทั้งสองอย่างไม่อาจห้ามได้
“...ว่าแต่ในช่วงที่ผ่านมานี้ คุณหนูเป็นยังไงบ้าง ทัตสึมิยะ” สาวผมดำถามต่อ เพื่อกลบเกลื่อนอาการลุกลี้ลุกลนที่เกิดขึ้นของตน
ผู้มีผิวสีแทนอ่านอาการสหายเก่าของตนได้อย่างง่ายดาย
“เอ่อ...อืม หลังจากที่เธอหายไป คุณโคโนกะก็ตัดสินใจไปเรียนแพทย์ที่อังกฤษ นี่ก็พึงกลับมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลได้เกือบปีโดยมีคุณอาซึนะทำงานอยู่ที่นั่นด้วย แต่คุณโคโนกะก็คงอยู่ได้ไม่นานนักหรอก เพราะท่านเอชุนและท่านโคโนเอมอนก็วางแผนที่จะให้คุณโคโนกะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าสมาพันธ์ฯ ในเร็วๆ นี้อยู่เหมือนกัน” สาวร่างใหญ่กว่าพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาหลายปีให้ผู้ตั้งคำถามที่กำลังฟังอย่างตั้งใจ
..............................
......................
...............
........
...
ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมรถสีดำคันโตที่กำลังแล่นอยู่บนถนนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
.....................
..............
........
...
“ไม่”
คำพูดลอยๆ ที่พูดขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบของเซ็ตซึนะ ทำเอาเพื่อน (จำใจ) ร่วมทางถึงกับงงด้วยความไม่เข้าใจ สีหน้าที่แสดงออกถึงความสงสัยนั้นกระจ่างชัดบนใบหน้าของนักแม่นปืนสาวที่โดยปกติแล้วมักจะเป็นคนหัวไวและเข้าใจอะไรได้อย่างรวดเร็ว
ผู้พูดที่เหลือบเห็นคิ้วบางขมวดเข้าหากันของคนผิวสีแทนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ตน ส่งยิ้มน้อยๆ ให้ก่อนพูดขยายความเพื่อให้ผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอได้เข้าใจ
“ฉันไม่ได้ชอบคุณหนูหรอก ทัตสึมิยะ”
...................
............
......
“ฉันไม่ได้ชอบคุณหนูโคโนกะ
...แต่ว่าฉัน...รักเขาต่างหาก”
หน้าตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของมานะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ตื่นตกใจอย่างสุดขีดกับสิ่งที่ได้ยิน และแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง เพราะไม่คิดว่าคนอย่างเซ็ตซึนะจะพูดเรื่องแบบนี้กับเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สาวผมดำจอมเย็นชาก็คอยพูดบ่ายเบี่ยงเรื่องทำนองนี้มาโดยตลอด ยิ่งเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แล้ว โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับคุณหนูที่เป็นถึงบุตรสาวทายาทเพียงคนเดียวของหัวหน้าสมาพันธ์มหาเวทคันไซ ยิ่งทำให้มานะคิดว่าชาตินี้ตนคงไม่มีทางได้ฟังการสารภาพรักจากคนตรงหน้าเป็นแน่
“มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สมควร และฉันก็ควบคุมมันไม่ได้ ฉันเลยต้องจากมา...ฉันจึงต้องหนีเขาไปให้ไกล...”
ใบหน้าของผู้ที่พึงสารภาพความในใจฉายแววเศร้าลงเมื่อได้เอ่ยเอื้อนประโยคนี้ออกจากปากของตน
“...เพื่อให้ฉันสามารถกลับมาควบคุมร่างกายและจิตใจของฉันให้ได้ทั้งหมด...อีกครั้ง”
..........................
..................
...........
นักแม่นปืนสาวมองสหายเก่าที่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าหมองอย่างเงียบๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าเซ็ตซึนะมีความรู้สึกเช่นใดต่อโคโนกะ โดยไม่จำต้องให้ใครหรือแม้กระทั่งเจ้าตัวเองมาบอก เพียงแค่เธอไม่คิดว่าเซ็ตซึนะจะกล้ายอมรับกับเธอตรงๆ แต่ขณะเดียวกันเธอก็เข้าใจความอึดอัดใจของเพื่อนสาวที่มีต่อเรื่องเกิดขึ้นเช่นกัน
...ความรู้สึกต้องห้ามอันไม่สมควร เนื่องด้วยสถานะ ภาระหน้าที่ และฐานันดร...
...จึงกลายเป็นความต้องการที่มิอาจได้รับการเติมเต็ม...
“แล้วตอนนี้เธอควบคุมมันได้ทั้งหมดแล้วรึยังล่ะ” ร่างใหญ่เอ่ยถามขึ้น
นัยน์ตาสีดำสนิทนิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“มันผ่านมาเจ็ดปีแล้วนะ...ฉันว่ามันนานพอแล้วล่ะ”
ร่างใหญ่พยักหน้าเล็กน้อยเหมือนรับรู้ความหมายในสิ่งที่ร่างบางพึงพูดออกไปอย่างเข้าใจ
“...ที่ฉันตัดสินใจพูดเรื่องนี้ให้เธอฟัง เพราะฉันรู้ว่าฉันคงจะปิดเธอไม่ได้ และฉันก็ไม่ต้องการที่จะพูดถึงเรื่องนี้อีก ฉันจึงอยากพูดกับเธอเสียตั้งแต่วันนี้....หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ ทัตสึมิยะ” เซ็ตซึนะอธิบายถึงเหตุผลที่เธอพูดในเรื่องที่ผู้ฟังไม่คาดคิดว่าจะได้ยินให้อีกฝ่ายฟัง ทั้งๆ ที่ในตอนแรกเธอก็ปฏิเสธที่จะพูดถึงไว้...ซึ่งส่วนหนึ่งที่กล้าพูดมันออกมาก็มาจากความสนิทและความไว้ใจที่เธอมีต่อมานะด้วย
สาวผิวสีแทนผู้มีอาวุธคู่กายเป็นปืนสั้นกระบอกโตพยักหน้าอีกครั้งเป็นเชิงเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนสาวนักดาบของเธออธิบาย
..........
.......
....
“แล้วอย่างนี้แฟนของเธอไม่หึงเหรอ ที่ต้องเห็นเธอมาทำภารกิจนี้น่ะ”
เจ้าของปืนกระบอกโตแซวอีกฝ่ายเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพราะต้องการลดความตึงเครียด
“แฟนของฉัน???” คิ้วดำเรียวสวยขมวดเข้าหากันก่อนจะเข้าใจความหมายของผู้ตั้งคำถาม
“นานามิไม่ใช่แฟนของฉัน ฉันว่าเธอเข้าใจผิดแล้วแหละ ทัตสึมิยะ”
“แน่ใจเหรอ...แล้วตอนที่หล่อนจับมือเธอ และไหนจะตอนที่เธอเกือบจะถูกหล่อนจูบอีก นั่นหมายความว่าไงล่ะ”
มานะถามอย่างรู้ทันเพราะตนได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้ แม้อย่างหลังจะมาจากการแอบดูก็ตาม
“ที่ว่าเกือบ...ก็เพราะฉันเลือกที่จะทำอย่างอื่นแทนไง ฉันคิดกับนานามิแค่น้องสาว ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ มันก็แค่นั้น” สาวผมดำตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและมั่นใจ
“แต่เด็กนั่นไม่ได้คิดกับเธอแค่น้องสาวนะ เซ็ตซึนะ...เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว เธอก็ไม่ควรทำอะไรที่จะทำให้เขาเข้าใจผิด และทำไมเธอไม่บอกเขาให้เข้าใจล่ะ”
“ฉันพูดไปหลายครั้งแล้วล่ะ...แต่ตัวนานามิเองบอกว่า ในเมื่อฉันไม่ได้มีใคร เขาก็จะรอจนกว่าฉันจะตอบรับเขา...”
“งั้นเธอก็ทำให้เด็กนั่นมาแทนที่คนๆ นั้นของเธอสิ จะได้ลืมได้ไง...ฉันเห็นเธอก็เอ็นดูเด็กคนนั้นจะตายไป เพราะถ้าเป็นคนอื่นที่คิดแบบนี้กับเธอ เธอคงเย็นชาใส่ไปแล้วเป็นแน่” ร่างใหญ่เสนอความเห็น
“เรื่องให้มาแทนที่ใคร...ก็รู้อยู่ว่าฉันเป็นคนยังไง ฉันยังไม่ได้คิดกับนานามิแบบนั้นในตอนนี้ ฉันจึงไม่มีทางที่จะทำอะไรเกินเลยกับคนที่ฉันยังไม่ได้รัก และฉันก็ไม่คิดจะเอาเปรียบนานามิโดยอาศัยความรู้สึกที่เธอมีต่อฉันด้วย...อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะรู้สึกอย่างเดียวกันกับเด็กคนนั้น...ส่วนที่ฉันเอ็นดูเขา เพราะเขาเป็นเด็กดี และฉันรับปากที่จะอุปการะเขาไว้ นั่นจึงเป็นความรับผิดชอบของฉัน” นักดาบสาวส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกล่าวถึงจุดยืนและเหตุผลของตน
..........
....
“เซ็ตซึนะ ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน ทั้งในเรื่องของคุณโคโนกะและเด็กนั่น...แต่การตัดสินใจสิ่งต่างๆ ในชีวิตของเรา การใช้สมองนำทางมันก็ดีนะ แต่สำหรับบางเรื่องแล้วการใช้หัวใจนำทางมันน่าจะดีกว่า...เพราะในบางครั้งการยอมรับและทำตามความรู้สึกจริงๆ ที่อยู่ในใจก็ให้คำตอบที่ถูกต้องแก่เราเหมือนกัน...อย่างเช่นในเรื่องนี้”
เมื่อพูดจบมานะก็ขยับตัวกลับไปนั่งหน้าตรงตามเดิม ปล่อยให้เซ็ตซึนะที่ยังคงนิ่งเงียบอยู่ด้วยท่าทีที่กำลังครุ่นคิดกับคำพูดเมื่อครู่ของเธอขับรถต่อไป
หลังจากนักดาบสาวผมสีดำสนิทใช้ความคิดอยู่นาน ก็เอ่ยคำพูดทำลายความเงียบลง ด้วยเพราะตนมีคำตอบในใจให้กับตัวเองตามที่สหายเก่าแนะนำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“อืม ขอบใจนะ ทัตสึมิยะ”
-------------------------------------------------------------------------------
...ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“เชิญค่ะ”
เสียงสดใสของหญิงสาวผมหน้าม้าสีน้ำตาลดุจเดียวกับนัยน์ตาของเธอเอ่ยปากอนุญาตให้ผู้มาเยือนเข้ามาในห้องของเธอ
อันเป็นห้องพักส่วนตัวของผู้เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งนี้
ผู้มาเยือนเข้ามาหยุดยืนนิ่งในห้องพักของแพทย์หญิงที่แลดูเป็นสาวสวยวัยแรกแย้ม ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการค้นหาเอกสารวิชาการที่ตู้หนังสือที่ถูกจัดวางอย่างมีระเบียบตรงด้านหลังของโต๊ะทำงานของเธอ
“คุณพยาบาลเอาผลเอ็กซเรย์คนไข้ห้องหมายเลขสามศูนย์สี่มาให้ฉันใช่ไหม...ขอบใจมากนะ วางไว้ที่โต๊ะได้เลยค่ะ...เผอิญฉันกำลังยุ่งอยู่พอดี”
เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยคใดๆ หลุดออกมาจากปากของผู้ที่พึงขออนุญาตเข้ามาห้องตน โคโนกะจึงหยุดการกระทำพร้อมกับหมุนเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ให้หันกลับมายังโต๊ะทำงานเพื่อจะได้สนทนากับผู้ที่บัดนี้ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตนด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ทันทีที่เธอหันกลับมามองผู้มาเยือนที่อยู่ตรงหน้า แพทย์สาวร่างเล็กถึงกับชะงัก ร่างกายของเธอไม่ขยับเขยื้อนราวกับต้องมนต์สะกดไร้เรี่ยวแรงที่จะเคลื่อนไหว นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าเธอคือใคร
...คนที่ทิ้งเธอให้อยู่อย่างเดียวดายตั้งแต่เจ็ดปีก่อน องครักษ์ของเธอ คนสำคัญของเธอ...
“เซ็ตจัง!?!?”
End of chapter 4 TBC
----------------------------------------------------------------------
ตั้งใจเขียนตอนนี้ขึ้นมาเพื่อเอาใจสาวก ks โดยเฉพาะ...ว่าเซ็ตจังยังมิได้ปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครเลยจริงๆ ตอนนี้จึงเป็นความรู้สึกของเซ็ตซึนะล้วนๆ
(/me เค้าก็เป็นสาวก ks เหมือนกัน เห็นท่านทรมานใจจากตอนก่อน เค้าก็ทนไม่ได้)
เดี๋ยวตอนหน้าจะให้รู้ความคิดในส่วนของโคโนกะบ้าง
ถ้าตอนนี้เนื้อเรื่องยังไม่ไปไหน และสั้นไปหน่อย ก็โทษทีน้าาาาา
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและทุกคอมเม้นท์เลยน้าา
ขอยอมรับกับท่าน cdr ชื่อนานามิ เรามั่วมา ตอนเขียนนึกชื่อไหนได้ก็เอามาซะงั้น
ท่าน raychan แนะนำได้เต็มที่เลย (เพราะเป็นเรื่องแรกที่เคยแต่ง มันเลยยังมีข้อบกพร่องอยู่)และเราไม่ได้ใช้ firefox จริงแหละ ต้องเปลี่ยนซะแล้ว
ส่วนท่าน snoopy เค้าอยากตืบจริงๆ ด้วย แซวจนเค้าจนมุมไปต่อไม่ถูกเลยนะเนี่ย (/me กรี๊ดแล้ววิ่งหนีออกไป)
มาต่อตามคำเรียกร้องแล้วนะท่าน someone และท่านปราศจากหัวใจ (/me จริงๆ แล้วกลัวโดนบีบคออ่ะ)
Edited by lookgolf, 03 May 2010 - 02:07 PM.
#15
Posted 04 April 2010 - 11:29 AM
รักเขาก็บอกเขาไปสิ ไม่ต้องอายหรอก /me โดนไรท์เตอร์กระทืบ ถ้าบอกไปตั้งแต่แรกแล้วมันจะมีฟิคเรื่องนี้ไหม!?!/ไรท์เตอร์
จำเอาไว้ ฐานะหน้าที่ไม่สำคัญ เพียงแค่ใจเรารักกันก็พอ(เน่า~) /me ฟุ้งซ่านไปแ้ล้ว สงสัยอยู่บ้านมากไป
ปล.อัพไวจริงๆแฮะ - - เมื่อไหร่จะอัพได้ไวขนาดนี้มั้งหว่า... (ป่านนี้ดองถึงไหนแล้วก็ไม่รู้)

"เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นเธออยู่ในนั้นไหม รู้ใจกันบ้างไหม ว่าฉันนั้นคิดอะไร"
"เห็นเธอมานานรู้ไหม ไม่เคยมองใครที่ไหน ขอเพียงสักครั้ง แค่หันมาสบตาครั้งเดียวก็พอ"
#16
Posted 04 April 2010 - 01:25 PM
ท่านมานะนี่ กลายเป็นศิราณีประจำตัวเซ็ตจังไปเลยแหะ
ฉันไม่ชอบสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ <<< ยัยนานามิควบคุมได้นะ ชอบป่าว (กำ)
งั้นเธอก็ทำให้เด็กนั่นมาแทนที่คนๆ นั้นของเธอสิ <<< อ๊ากกกกก ไหงพูดงี้อ่ะ =[]=
จบตอนได้ตามสไตคนเขียนที่คนอ่านอยากอ่านต่อแบบสุดๆไปเลย
แต่ว่าฉันรักเขาต่างหาก <<< เปลี่ยนเป็นยังงี้ดีก่าป่ะ >>> แต่ว่าฉัน...รักเขาต่างหาก เราว่าเซ็ตจังในคาเร็คเตอร์ของคุณที่อ่านมาตอนก่อนๆไม่น่าจะพูดรักได้ง่ายดาย แต่ถ้าไว้ใจเพื่อนเลิฟ (สุดๆ) อย่างมานะก็โอนะ ว่าแต่น่าจับคู่นี้มากิ๊กกันจัง > <
ที่บอกว่าตอนต่อไปจะเป็นฉากในส่วนของโคโนะจัง เราว่าน่าจะเอาฉากนั้นขึ้นมาอยู่ในตอนที่ 4 นะ ส่วนตอนนี้ก็ถัดมาอยู่ตอน 5 <<< ทะมายอ่ะ (สำหรับเรานะ) ก็เพราะตอนที่ 2-3 มันก้อมีแต่เซ็ตจังล้วนๆ ตอน 4 ก้อเซ็ตอีก แล้วโคโนจังของเขาอ่า (ของเอ็งตอนไหนฟระ) หายไปนานเลย นอกจากว่าในฉากความคิดของโคโนะจังจะมีเซ็ตจังอยู่ด้วย
#17
Posted 06 April 2010 - 03:40 PM
จะรออ่านนะขอรับ แต่มุกไม่ได้ชอบ แต่รักนี้ ใช่ได้ทุกครั้งไปจริงๆ
#18
Posted 06 April 2010 - 05:28 PM
ความจริงแล้วแอบกังวลว่าเวลาไปอ่านฟิคใครจะต้องมีการแนะเสมอ...เลยทำให้กลัวๆนิดนึงว่าเขาจะมองว่าเราเอาแต่ติหรือเปล่า =[]="
เอาเป็นว่าเลิกพร่ำเพ้อก็มาขอพูดเรื่องฟิคกันเลยละกัน แหะๆ ^^"
เห็นลูกกอล์ฟบอกว่าจะเปลี่ยนใช้ firefox นัทไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนยังนะคะ เอาเป็นว่าบอกไปก่อนละกัน เพราะถ้าัยังใช้ IE อยู่อาจจะมองไม่เห็น(แบบที่นัทเคยเป็น)
ครั้งก่อนสงสัยนัทไปมองอย่างอื่นด้วย เลยลืมเรื่องการเว้นบรรทัดไปน่ะค่ะ อย่างตัวนี้
>>>หลังจากนักดาบสาวผมสีดำสนิทใช้ความคิดอยู่นาน ก็เอ่ยคำพูดทำลายความเงียบลง ด้วยเพราะตนมีคำตอบในใจให้กับตัวเองตามที่สหายเก่าแนะนำเป็นที่เรียบร้อย แล้ว
“อืม ขอบใจนะ ทัตสึมิยะ”<<< มันเว้นบรรทัดไปตั้ง 3 บรรทัดเลยอ่าค่ะ นัทเดาว่า IE มันเอ๋อ กดเว้นเดียวแต่มันดันกดเว้นให้ตั้งสาม - -*
และตรงนี้ นั่นคือการเว้นวรรคคำ >>>เงียบลง ด้วยเพราะตน<<< นัทก็เดาว่า IE มันเอ๋ออีกเช่นกัน (หรือตัวคอมเอ๋อเองด้วย เพราะบางทีนัทก็เป็นบางครั้ง)
เวลาลูกกอล์ฟลงฟิคแล้ว ลองดูอีกครั้งเรื่องเว้นวรรคคำนะคะ เพราะเว้นวรรคผิดแล้วอ่านสะดุดกึกๆไปทั้งเรื่องเลยอ่ะค่ะ
(เพิ่งไปเจอ)ราวกับต้องมนต์สะกดไร้เรี่ยวแรงที่จะเคลื่อนไหว<<< ตรงนี้น่าจะเว้นไว้แบบนี้
ราวกับต้องมนต์สะกด ไร้เรี่ยวแรงที่จะเคลื่อนไหว ดูจะเหมาะกว่ามั้ยคะ? เพราะนัทอ่านดูในตอนแรกเหมือนหายใจไม่ทัน 5555+ (ขนาดนั้น) มันติดกันไปหน่อย
---------------------------------
ส่วนเรื่องที่นัทบอกว่าตั้งใจจะไปเมนต์หลังไมค์ เพราะนัทไม่แน่ใจว่าเมนต์ในนี้แล้วหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าสิ่งที่นัทพูดไปมันผิดหรือถูำกอะไรแบบนี้ เพราะมันเป็นคล้ายกับสไตล์ของคนแต่งอย่างที่บอกไป แต่นัทอยากลองเสนอความเห็นดูละกัน ลูกกอล์ฟไม่จำเป็นต้องเชื่อนัทนะ
ตรงนี้>>>คนที่เธอ (เคย) ปกป้อง และเป็นคนที่เธอ (เคย) รัก<<< นัทมีความรู้สึกไม่ดี(โดยส่วนตัว)กับการใช้ (-) ในการบรรยาย เพราะนัทคิดว่าตัว (-) เราจะใช้เมื่อบรรยายเสริมในคุณสมบัติของสิ่งนั้น เช่น ดอกคาซาบลังก้า(ดอกลิลลี่ใหญ่ สีขาว พันธ์คาซาบลังก้า) นัทคิดว่าลูกกอล์ฟตั้งใจจะเน้นตรงส่วน "เคย" นัทจึงอยากเสนอให้ใช้ '-' แทนจะดีกว่า เช่น คนที่เธอ 'เคย' ปกป้อง และเป็นคนที่เธอ 'เคย' รัก มันจะดูดีกว่า
เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ
อีกอย่างหนึ่งสำหรับนัท ลูกกอล์ฟใช้ภาษาได้ดีมากอยู่แล้ว ทั้งที่เป็นมือใหม่นะคะ ซึ่งนัทคิดว่าเก่งมากค่ะ แต่นัทไปสะดุดตรงนี้ง่ะ แบบอ่้านแล้วไม่สวยหรูเท่าที่ควร
>>>...ไม่น่าเชื่อว่า ท่านจะไม่รู้ว่าข้ายืนอยู่ตรงนี้
......ท่านกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ทำไมถึงทำให้ท่านเหม่อได้ขนาดนี้
.........ในความห้วงแห่งความคิดของท่านขณะนี้ มันมีข้าเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วยรึไม่
............แล้วรอยยิ้มของท่านที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ มันเป็นรอยยิ้มที่ท่านมีไว้ให้กับผู้ใดและด้วยความรู้สึกเช่นไร<<<
เข้าใจว่าใช้เว้นบรรทัดแล้วใช้...แยกเป็นบรรทัดออกมา ซึ่งตรงนี้นัทคิดว่าเป็นสไตล์การแต่ง แต่เวลาลูกกอล์ฟใช้แบบนี้ มันเหมือนจะแยกเป็นคำๆออกมา(อธิบายไม่ถูกแฮะ) มันทำให้สำนวนไม่ลื่นไงไม่รู้ อ่า ถ้าจะำพูดให้ง่ายนัทคิดว่าตรงนี้ยังใช้คำไม่เหมาะนักอ่ะค่ะ บางประโยคใช้ ท่าน มากไป >>>แล้วรอยยิ้มของท่านที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ มันเป็นรอยยิ้มที่ท่าน<<< ละ ท่าน ท่อนหลังเอาไว้น่าจะดี เป็นต้น
...สรุปว่าพูดไปพูดมากลายเป็นพูดไม่รู้เรื่อง - -* เหอะๆ
ส่วนเนื้อเรื่องของฟิค เซ็ตซึนะเย็นชามากกกกกก เงียบขรึมสุดๆ แต่คนแบบนี้มักอ่อนโยนนะ 555+ จะได้เจอโคโนกะแล้ว อย่าเพิ่งทะเลาะกันล่ะตัวเธอว์~อุตส่าได้เจอกันแล้วทั้งที ฮุๆๆๆๆ ส่วนนานามิ รอไปเถิดลูก มาทีหลังเขาก็ต้องรอจังหวะ(?)แบบนี้ล่ะ
Edited by RayChan(ナット), 06 April 2010 - 05:48 PM.
#19
Posted 06 April 2010 - 05:29 PM
Edited by RayChan(ナット), 06 April 2010 - 05:30 PM.
#20
Posted 07 April 2010 - 09:20 PM
ติชมได้เหมือนเดิมน้าาา
------------------------------------
Chapter 5: Do you know what I feel?
ร่างสูงโปร่งที่มีท่วงท่าสง่างามตามลักษณะของนักดาบที่ได้รับการอบรมและสั่งสอนมาเป็นอย่างดีนั่งก้มลงมองหญิงสาวผมสีช็อกโกแลตที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องพักแพทย์
มือเรียวยาวแต่ค่อนข้างหยาบเนื่องจากการฝึกดาบมานานค่อยๆ จับปอยผมสีน้ำตาลที่ลงมาปรกหน้าหวานซึ่งนอนอยู่เบื้องล่างอย่างเบามือเพราะเกรงว่าบุคคลผู้นั้นจะตื่นจากนิทรา สายตาที่มองร่างเล็กเต็มไปด้วยแววตาแห่งความห่วงใยซึ่งแสดงออกมาอย่างเปิดเผย เนื่องจากเวลานี้ไม่มีใครอื่นอยู่ในห้องนอกจากตัวเธอเองและสาวน้อยตรงหน้าที่ยังคงหลับไม่ได้สติอยู่เท่านั้น
เซ็ตซึนะจ้องมองผู้ที่หลับใหลไม่ได้สติอย่างพินิจพิจารณา
.........................................
.................................
.........................
.................
.........
...
...เธอดูโตและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยนะ แต่เธอก็ยังคงน่ารักและอ่อนหวานเสมอ...ไม่เคยเปลี่ยน...ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ...
...แล้วความรู้สึกของเธอล่ะ มันเปลี่ยนไปจากเมื่อเจ็ดปีที่แล้วหรือเปล่า โคโนจัง...
........................
...............
..........
.....
...ตอนนี้ฉันกลับมาแล้วนะ กลับมา...เพื่อปกป้องเธออีกครั้ง...
อดีตองครักษ์สาวที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ ผู้ที่เธอเคยอารักขา ยิ้มน้อยๆให้บุคคลตรงหน้า ก่อนที่จะค่อยๆ นำมือทั้งสองข้างของเธอมากุมมือข้างหนึ่งของผู้ที่นอนอยู่อย่างทะนุทนอมพร้อมกับบรรจงประทับริมฝีปากที่มือบางข้างนั้นอย่างรักใคร่
...ขอโทษนะที่การมาของฉันทำให้เธอเป็นแบบนี้...
-----------------------------------------------------------------------------
ก่อนหน้านั้น
“เซ็ตจัง!?!?”
สาวน้อยในชุดกาวน์สีขาวเอ่ยชื่อของบุคคลตรงหน้าออกมาอย่างตกใจ
...เซ็ตจัง
......ชื่อที่รู้กันแค่สองคน
..........ชื่อที่มีแต่เธอเท่านั้นที่ผู้มีผมดำสนิทและนัยน์ตาสีดำวาวยอมให้เรียกขาน
..............ชื่อที่แสดงถึงความผูกพันพิเศษระหว่างเธอกับบุคคลผู้ที่เป็นเจ้าของชื่อ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน องครักษ์ และคนรู้ใจ
นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีดำคู่สวยที่ไม่ได้มองเป็นเวลามานานหลายปีอย่างโหยหา สาวร่างโปร่งที่ดูสูงขึ้นมากจากตอนที่เคยเจอกันเมื่อเยาว์วัย ท่าทางที่ดูสุขุม เงียบขรึม และสงบนิ่ง แต่ยังแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน มือข้างหนึ่งถือดาบยูนางิประจำตัวที่ไม่เคยอยู่ห่างกายซึ่งในตอนนี้สวมปลอกผ้าคลุมไว้เนื่องจากอาจเป็นที่หวั่นเกรงของผู้ที่พบเห็นในโรงพยาบาล ยิ่งเจ้าของดาบสวมเชิ้ตสีขาวโดยมีชุดบอดี้สูทกางเกงขายาวสีเข้มทั้งชุดสวมอยู่ด้านนอก ก็ยิ่งเสริมบุคลิกที่สง่างามแลดูเป็นที่ยำเกรงให้ปรากฏเห็นเด่นชัดจากอดีตองครักษ์ของเธอ
แต่แล้วการสำรวจบุคคลตรงหน้าที่ไม่ได้เจอกันมาเนิ่นนานของหญิงสาวร่างเล็กก็หยุดลงในทันทีเมื่อเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตระหว่างเธอทั้งสองแทรกเข้ามาในห้วงความคิดของเธอ อารมณ์ตกใจระคนดีใจที่ได้พบพานกับคนสำคัญถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกน้อยใจเสียใจผสมปนเปไปกับคำถามที่ผุดขึ้นมากมายซึ่งต้องการคำอธิบายหรือคำตอบจากผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปี โคโนกะลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมโต๊ะของตนไปหาเซ็ตซึนะอย่างรวดเร็ว ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะที่ห่างเพียงเล็กน้อย ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากเรียวสวยของผู้ที่ตัวสูงกว่า นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองกลับมาอย่างนิ่งเฉย แต่ก็เต็มไปด้วยความคิดถึงและอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ภายใต้ดวงตาคู่นั้น ในขณะที่นัยน์ตาสีช็อกโกแลตเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่อาจห้ามไว้ได้ ความทรงจำที่มีร่วมกันกับบุคคลตรงหน้าพรั่งพรูขึ้นมาในความคิดของโคโนกะ
...การสบตากันแม้เพียงเสี้ยววินาที แต่สำหรับทั้งสองนั้นมันกลับให้ความรู้สึกที่เนิ่นนานนัก
........................................
................................
.......................
.............
....
.
“...มาที่นี่ทำไม?!?!?”
สาวร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ผู้รับฟังยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร นอกจากจ้องมองผู้ตั้งคำถามด้วยท่าทีเช่นเดิม
“เธอหายไปไหนมา?!
แล้วตอนนี้เธอมาทำอะไรที่นี่!?
เธอต้องการอะไรจากฉัน?!”
ไม่พูดเปล่าสาวน้อยผมสีน้ำตาลสยายอยู่กลางหลังใช้มือเรียวเล็กของตนทุบร่างสูงด้วยความเสียใจที่สะสมมานานนับปี ในขณะที่นักดาบสาวได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้หญิงสาวตรงหน้าได้ระบายความอึดอัดใจที่เกิดขึ้นจากกระทำของตนในอดีต
“ทำไมต้องทิ้งฉันไป?!
...ฉันเสียใจแค่ไหน...เธอรู้บ้างมั๊ย?
...เธอไม่เคยสนใจความรู้สึกของฉันเลยใช่ไหม เซ็ตจัง?!”
หยดน้ำใสๆ ที่กำลังไหลออกมาเป็นทางนั้น ทำให้นัยน์ตาสีนิลรู้สึกเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเธอ เซ็ตซึนะเข้าสวมกอดโคโนกะในทันที วงแขนของนักดาบสาวแข็งแรงพอที่จะทำให้คนเบื้องหน้าไม่อาจหนีออกไปได้ แต่ในเวลาเดียวกันมันก็นุ่มนวลพอที่จะทำให้คนในอ้อมกอดนั้นสงบลงในเวลาต่อมาไม่นานนัก หญิงสาวร่างเล็กซุกหน้าลงที่หน้าอกของอดีตองครักษ์เพื่อซึมซับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นที่เธอรอคอยและคุ้นเคย แล้วเธอก็ค่อยๆ กอดตอบวงแขนแข็งแรงนั้นในที่สุด
..................
...........
...
“คือว่า...”
แต่ก่อนที่ผู้ให้ความอบอุ่นซึ่งเป็นเจ้าของวงแขนอันแข็งแรงจะทันพูดอะไรออกไป ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอก็ทรุดตัวลง ในขณะที่นักดาบสาวก็รวบตัวร่างเล็กที่ทรุดลงพร้อมกับอุ้มขึ้นมาได้อย่างทันท่วงที โดยในเวลานี้หญิงสาวที่ถูกอุ้มอยู่ได้หมดสติไปแล้วด้วยความที่เสียใจและผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักนั่นเอง
----------------------------------------------------------------------------
“อือออ...”
“ตื่นแล้วเหรอคะ”
เสียงทุ่มอันคุ้นเคยเอ่ยถามขึ้น ผู้ที่พึงตื่นจากนิทราแต่ยังมีอาการงัวเงียอยู่พยายามปรับสายตาที่พร่าเบลอให้สามารถมองเห็นได้ชัดขึ้นด้วยการกะพริบตาหลายๆ ครั้ง
เมื่อสามารถมองเห็นบุคคลตรงหน้าที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ เธอได้ถนัดตาแล้ว เธอก็ค่อยๆ ยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง หลังจากที่อีกฝ่ายเห็นเช่นนั้นก็ได้ยื่นมือมาประคองเธออย่างห่วงใย ซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดขืนหรือต่อต้านแต่อย่างใด
...นี่ฉันไม่ได้ฝันไปจริงๆ ใช่ไหม เซ็ตจัง...เธอกลับมา...เธอกลับมาหาฉันแล้วใช่ไหม...
...................................................
..........................................
................................
......................
.............
.....
..
“เธอมาที่นี่ทำไม เซ็ตจัง”
เสียงใสยังพูดตัดพ้อผู้มาเยือนอยู่ตามนิสัยของตนเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอทั้งสอง
...ใช่ แม้เธอจะดีใจที่ได้เจอเซ็ตซึนะก็ตาม แต่ก็ยังไม่พอใจกับการจากไปอย่างไม่มีเหตุผลของเจ้าตัวเช่นกัน ความรู้สึกขัดแย้งที่อยู่ในใจของร่างบางที่ปิติยินดีกับการได้มาเจอผู้ที่เป็นที่รักอีกครั้งกับความเสียใจและน้อยใจที่เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลเดียวกันนี้ ทำให้เธอรู้สึกสับสนเป็นอันมาก...ไม่รู้ว่าความรู้สึกใดนั้นมีมากกว่ากัน...ระหว่างความรู้สึกที่อยากจะผลักไสคนๆ นี้ออกไปกับความรู้สึกที่อยากจะเข้าหาด้วยความคิดถึงตามที่ใจต้องการ
“เอ่อ...คือ ดิฉันได้รับการร้องขอจากท่านเอชุนให้มาดูแลคุณหนูน่ะค่ะ”
“ธะ...เธอคือคนที่ท่านพ่อพูดถึงเหรอ แล้วทำไมท่านพ่อถึงไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ...ว่าเป็นเธอ...ขอโทษด้วยนะที่ท่านพ่อขอให้เธอมาทำแบบนี้ ฉันรู้ว่าเธอคงไม่เต็มใจและลำบากใจมากแน่ๆ”
สาวร่างเล็กกล่าวอย่างประชดประชันต่อไป...เมื่อไม่รู้ว่าในเวลานี้เธอควรทำอย่างไร เธอจึงได้เลือกที่จะแสดงอาการต่อต้านบุคคลตรงหน้าเพื่อปกป้องหัวใจของเธอเอง
“ไม่ใช่เลย...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ตอนแรกดิฉันอาจจะคิดแบบนั้น...แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ”
นัยน์ตาสีดำเต็มไปด้วยความหนักแน่น ขัดกับน้ำเสียงที่ดูเรียบเฉยเพื่อปกปิดความรู้สึกดีๆ ในอดีตที่ย้อนกลับมาอีกครั้งของตน
“ฉันไม่สน! ยังไงๆ ฉันก็ไม่ต้องการให้เธอมาดูแลฉัน ไม่อีกแล้ว...อีกอย่างตอนนี้ฉันโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้วด้วย ไม่ต้องรบกวนให้เธอต้องลำบากหรอก...เธอกลับไปเถอะ แล้วฉันจะบอกท่านพ่อให้เอง”
เซ็ตซึนะรู้ดีว่าโคโนกะยังโกรธและไม่พอใจเธอ เพราะถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอทำต่อโคโนกะนั้น การตอบโต้ของโคโนกะเพียงแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก ซึ่งเธอก็ตั้งใจที่จะยอมรับการกระทำเหล่านี้อยู่แล้วเนื่องจากมันคือสิ่งที่เธอสมควรจะต้องรับผิดชอบนั่นเอง
“คงไม่ได้หรอกค่ะ คุณหนู...ดิฉันรับปากท่านเอชุนไว้แล้ว...เพราะฉะนั้น...ไม่ว่ายังไงดิฉันก็จะอยู่ดูแลและปกป้องคุณหนูมิให้ได้รับอันตรายใดๆ แน่นอน”
ดวงตาสีดำคู่สวยที่ฉายแววมุ่งมั่นของเซ็ตซึนะที่จ้องมองนัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอและคำพูดที่จะอยู่เคียงข้างเธอ ทำให้โคโนกะรู้สึกเขินอายถึงกับหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่เธอก็พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นเพราะยังน้อยใจอดีตองครักษ์ที่ตอนนี้กลับมาเป็นองครักษ์ของเธออีกครั้งอยู่ จึงไม่อยากที่จะแสดงความดีใจที่ได้พบกันให้อีกฝ่ายรู้
... เซ็ตจัง..คนบ้า!...
คำพูดดังกล่าวของเซ็ตซึนะได้สร้างรอยยิ้มบังเกิดขึ้นภายในใจที่เปลี่ยวเหงาของโคโนกะ...คำพูดจากคนๆ นี้คนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้หัวใจของเธอเริ่มกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
......................................
..........................
.............
“งั้นก็เรื่องของเธอ...เธอจะทำอะไร ฉันไม่สน...ฉันจะกลับบ้าน!”
ว่าแล้วเจ้าของเสียงหวานก็ถอดชุดกาวน์ที่สวมอยู่ไปแขวนไว้ที่ๆ แขวนด้านหลังโต๊ะทำงานของตน เผยให้เห็นรูปร่างที่สวยงามและสัดส่วนที่น่ามอง แม้ว่าจะมีรูปร่างที่ไม่สูงมากแต่ก็สมส่วนดูแล้วน่าหลงใหลด้วยเชิ้ตสีชมพูอ่อนเข้ารูปตัดกับกระโปรงสีเข้มสั้นเสมอเข่า โคโนกะคว้ากระเป๋าถือของตนที่อยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วรีบเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหน้าไปมองนักดาบสาวที่ยังคงยืนอยู่ในห้อง เพราะไม่ต้องการให้ผู้ที่อยู่ด้วยนั้นเห็นใบหน้าที่ยังระบายไปด้วยสีแดงจากความเขินอายระคนดีใจ ที่รู้ว่าแต่นี้ต่อไปเซ็ตจังของเธอได้กลับมาอยู่เคียงข้างเธออีกครั้งหนึ่งแล้วนั่นเอง
รองเจ้าสำนักชินเมริวยืนนิ่งอยู่แวบหนึ่งเพราะยังตกตะลึงและประทับใจกับเรือนร่างของเจ้าของห้องที่พึงเดินออกไป จนเมื่อเรียกสติกลับคืนมาได้และปรับอารมณ์ของตนให้กลับมานิ่งเรียบและเย็นชาเหมือนเดิมแล้วเธอก็รีบเดินตามผู้ที่ตนต้องทำการอารักขาออกไปอย่างรวดเร็ว
............................................
..................................
...........................
...................
...........
....
หลังจากที่ประตูห้องพักซึ่งมีป้ายชื่อแพทย์เจ้าของติดอยู่หน้าประตูว่า ‘โคโนเอะ โคโนกะ’ ได้ถูกปิดลง ก็พลันปรากฏภาพของมานะสาวร่างใหญ่ผิวสีแทนที่ยืนยิ้มกอดอกพิงกำแพงอยู่ที่ลืบมุมทางเดินข้างๆ ห้องดังกล่าว จุดที่เธอยืนอยู่เป็นจุดอับที่หากคนที่อยู่ในห้องไม่สังเกตดีๆ แล้วก็คงไม่รู้ว่ายังมีใครบางคนอยู่ตรงนี้ ในขณะที่ผู้ที่ยืนอยู่ ณ จุดอับดังกล่าวกลับสามารถมองเห็นและรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในห้องพักแพทย์ห้องนั้นได้เป็นอย่างดี
...ฉันชักจะสงสัยแล้วว่า เธอกลับมาควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอได้ทั้งหมดอย่างที่เธอพูดไว้จริงๆ รึเปล่าน้า...หรือว่าเธอแค่พยายามที่จะควบคุมมันให้ได้เท่านั้นเอง...และบางทีเธออาจกำลังหลอกตัวเองอยู่ก็ได้นะ ท่านรองเจ้าสำนักชินเมริว...
----------------------------------------------------------------
ภายในสำนักดาบอันเลื่องชื่อ...ชินเมริว
“ท่านเซ็ตซึนะ...ทางนั้นเรียบร้อยใช่ไหมคะ
...ขะ..ข้าคิดถึงท่านจังเลย แล้วเมื่อไหร่ท่านจะกลับมาล่ะค่ะ
ท่านดูแลตัวเองด้วยนะคะ...เอ่อ ขะ..ข้าเป็นห่วงท่าน”
เสียงสุภาพเจ้าของใบหน้าขาวในชุดกิโมโนเอ่ยกับผู้ที่อยู่ปลายสายด้วยน้ำเสียงห่วงใยเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเธอ
“อืม...ใช่
...อีกสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ ข้าคงจะกลับไป
...เจ้าก็ดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน...ขอบใจเจ้ามาก...เจ้าดีกับข้าเสมอเลยนะนานามิ”
เสียงปลายสายที่ทุ้มเรียบแต่อ่อนโยนดังขึ้นเป็นคำตอบ
...กริ๊ก...
เมื่อเสียงปลายสายตัดไปแล้ว หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนสวมชุดกิโมโนค่อยๆ วางหูโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ ขณะที่ในหัวของเธอยังคงคิดถึงสิ่งที่เธอพึงได้ยินมา
...‘เจ้าดีกับข้าเสมอ’ งั้นเหรอ...
นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองรูปของนักดาบสาวเจ้าของคำพูดเมื่อครู่นี้พร้อมกับหยิบรูปที่อยู่บนหัวเตียงของเธอขึ้นมามองดูอย่างพินิจพิจารณา และนำมืออีกข้างของเธอมาสัมผัสบนรูปถ่ายนั้นอย่างแผ่วเบา โดยรูปดังกล่าวเป็นรูปถ่ายภาพสีใส่กรอบไม้สีขาว...ในภาพนั้นเป็นรูปของตัวเธอยืนกอดแขนหญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีดำนิลกาฬ ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลองดูสบายๆ ซึ่งมีฉากหลังเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วยน้ำมือของมนุษย์ มีลักษณะเป็นวงกลมสีขาวขนาดมหึมาคล้ายชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ และมีป้ายแสดงชื่อว่า ‘London Eye’ ติดอยู่ในภาพนั้นด้วย
...รีบๆ กลับมานะคะ ท่านเซ็ตซึนะของข้า...
End of chapter 5 TBC
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้พยายามเขียนอย่างปราณีตเป็นพิเศษ เพราะเป็นตอนที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกหลังจากแยกกันไปนาน เนื้อเรื่องก็เลยยังไม่ไปไหนสักที อดทนกันหน่อยนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำและติชมนะคะ จะนำไปใช้ปรับปรุงต่อไปอย่างแน่นอน
ถ้าว่างเมื่อไหรจะกลับมาแก้ตอนเก่าๆ ที่ท่านทั้งหลายแนะนำไว้ด้วย
เรายังใช้ ie อยู่เลย มันไม่ดีจริงแหละเพราะตอนอัพ มันค้างและ delay บ่อยมาก เด่วจะลง firefox ดีก่า
เรื่องบรรทัดแก้ไปมาหลายรอบจนเวียนหัวแล้ว เด่วจะมาแก้อีกทีละกันนะคะ
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users


















