- Negima!th ~ Magicus ~
- → Viewing Profile: -?ตื๊ดตื๊ด\`(Y).
Toggle shoutbox Houkago Teatime by ศอร. (ศูนย์อำนวยการร้านน้ำชา)
|
Installed a brand new version of Negima!th Community |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Community Stats
- Group Ministra
- Active Posts 266 (0.26 per day)
- Submitted Links:
- 0
- Most Active In Negima Art & Fiction Research Club (198 posts)
- Profile Views 4,086
- Member Title Discens
- Age 16 years old
- Birthday August 30, 1995
-
Gender
Male
-
ตัวละครที่ชอบ
ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ
Posts I've Made
In Topic: ขำๆกับเนกิมะ Mahou Sensei Negima
13 April 2012 - 05:03 PM
ไอ้เนกิ!!แกเป็นสึคิซากิรึไง!?แต่ถ้าเจ้าสึคิซากิมาเห็นเข้าคงอิจฉาตาร้อนแหงๆ เจ้านั่นแค่4ก็จะตายแล้วแต่เจ้าเนกิล่อไป32+
In Topic: Negima! Duelist Generation Drie
13 April 2012 - 02:11 PM
Plus Phase ตอนสั้นดองตอนหลัก
ตอนที่1:หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว
โทมะ“ไม่คิดเลยนะว่าหัวหอกทีมโรงเรียนฝ่ายตรงข้ามจะมาอยู่ตรงนี้ แต่ไม่ออมมือให้หรอก เรามาตัดสินกันเลยดีกว่า!”
เนกิ“ไร้สาระจริงๆนะครับ พวกอ่อนหัดน่ะไม่มีทางแตะตัวผมได้แน่นอนฟันธง”
คาโอระ“งั้นก็ขอหวดคำนั่นกลับคืนให้เลยแล้วกันนะไอ้คุณหอมหื่น ยังไม่เข้าใจอีกหรือครับว่าพวกคุณน่ะมันก็หนูติดจั่นดีๆนั่นแหละ”
คิระ“อย่าได้ใจเกินไปหน่อยเลยเพราะอีกไม่นานพวกนายจะกลายเป็นเนื้อบดแล้ว แต่ก่อนอื่นเรามีเรื่องอื่นที่ต้องทำนะ.....”
“ใครก็ได้เอากระดาษมาให้ที!!!!!” ที่ทั้ง4คนนี้พูดจริงจังไปข้างบนนี่ไม่ใช่เรื่องดูเอลหรืออะไรพรรค์นั้นหรอกครับ แต่กลายเป็นว่าทั้ง4คนติดแหง็กอยู่ในห้องน้ำในสภาพแก้เตี่ยวแถมดวงซวยทิชชู่หมดกันทั้ง4ห้อง แล้วที่ซวยกว่านั้นดันเป็นห้องน้ำไกลปืนเที่ยงเพราะห้องน้ำอื่นเต็มหมด
“ล้อเล่นใช่มั้ย!?หัวหอกทีมโรงเรียนตรงข้ามอยู่ข้างๆแท้ๆแต่ทำอะไรไม่ได้แบบนี้!!แล้วคุณคิระหรืออะไรซักอย่างนี่แหละทำสากกะเบืออะไรอยู่ฟระ!!?เมื่อกี้ยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ไม่ใช่รึไง!!?”โทมะที่เสียอารมณ์จากการที่ติดแหง็กอยู่ในห้องน้ำเริ่มพาลใส่คิระที่อยู่ห้องริมอีกฝั่งกั้นกลางด้วยห้องของเนกิกับคาโอรุ
“พอดีถือไพ่ไม่ไหวแล้วล่ะ โอ้ว่าไปรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ”คิระที่ทำหน้าเครียดเพราะตัวเองท้องเสียเหมือนกันพูดออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆแต่พอซักพักก็ทำหน้าบูดเพราะ “มันมาอีกแล้ว”
“พวกคุณรู้มั้ยว่าทำไม่คนเราถึงมีสองมือ ก็เพราะว่า....”
“อย่าคิดสั้นน่ะเฟร๊ย ไอ้อาจารย์เด็กฮาเร็มมัธยม!!”โทมะตะโกนใส่เนกิที่กำลังจ้องมือตัวเองด้วยหน้าซีดๆ
“ไม่พูดอะไรหน่อยล่ะคาโอรุ ไม่ได้นะอย่าไปติดกับแผนของศัตรู!”
“พอเถอะครับนี่มันไม่ใช่เวลาจะแยกมิตรศัตรูนะครับ ในที่แบบนี้ชัยชนะก็ไม่ต่างอะไรกับอุน-”
“อย่าพูดคำว่าอุนจินะเฟ๊ย!!ตูรับรู้มามากพอแล้ว!!”คิระรีบขัดคอเพื่อนรักก่อนที่จะพูดคำว่าอุนจิจบแต่ดันพูดออกไปซะเองง่ะ
“ยังไงเป้าหมายของเราคือทิชชู่นะ พวกเรามาร่วมมือกันจนกว่าจะเช็ดก้นได้ก่อนดีกว่ามั้ยครับ” เนกิเสนอความคิดดีๆทั้งที่นั่งอยู่ในส้วมแบบไม่เข้ากันเลย แถมพูดเสื่อมเกินเด็กอีก
“ร่วมมือกับศัตรูเหรอ?คิดว่าชั้นจะไม่ทันแผนของนายรึไง”
“จะบ้าเรอะ!?อยากจะอุนจิอีกนานแค่ไหนเนี่ยคิระ!?”
“น่าๆคุณคิระ พักเรื่องรบแล้วมาสนใจเรื่องเช็ดก้นก่อนเถอะ”เมื่อคิระกับเนกิจะทะเลาะกับคาโอรุจึงพูดปรามไว้ก่อน
“จะให้ร่วมมือกันนี่นายมีแผนรึไงเนกิ?”
“ถึงจะไม่มีกระดาษแต่พวกเราก็มีสมองนะครับ ผู้ใหญ่4คนระดมสมองกันล่ะก็ต้องหาทางออกได้แน่ๆ”
“ถึงจะเป็นผู้ใหญ่แต่ก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีอุนจิติดก้นอยู่นะว้อย ผู้ใหญ่แบบนี้จะทำอะไรได้เล่า!?ว่าแต่รั่วๆอย่างพวกเรานี่เรียกว่าผู้ใหญ่ได้รึ?”
“อย่าดูถูกตัวเองสิครับคุณคามิโจ ในเวลาแบบนี้เราควรจะรักษาสติไว้ มนุษย์เราไม่ควรจะปล่อยให้อารมณ์ครอบงำได้ง่ายๆนะครับ”
“ถ้าไม่มีเต้าเจี้ยวติดอยู่ที่ก้นคงเป็นสุนทรพจน์ระดับโลกเลยนะครับคุณคาโอรุ
“งั้นก่อนอื่นมาวิเคราห์สถานการณ์ก่อนเถอะ แน่นนอนว่าทุกห้องทิชชู่ดันหมดพร้อมกัน แถมดันมาเข้าห้องน้ำไกลปืนเที่ยงแบบนี้ย่อมไม่ใครเข้ามาให้ขอทิชชู่แน่ๆ แถมพวกเราก็ใส่กางเกงออกไปขอทิชชู่ไม่ได้อีก”คิระทำหน้าเคร่งเครียดวิเคราะห์สถานการณ์จนไม่เข้ากับสถานที่ แล้วยังมีเนกิเสริมอีกว่า“สรุปก็คือพวกเราต้องพึ่งตัวเองกันสินะ งั้นใครมีอะไรก็คายออกมาให้หมดเลย” เมื่อสิ้นเสียงเนกิคิระก็ตะโกนกลับเลยว่า”จะให้อ้วกข้าวเช้าออกมารึไง!?”เลยโดนเนกิสวนว่า“ไม่ใช่คายแบบนั้น!”
ในสมองของโทมะคิดว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมีกระดาษ ถ้ามีป่านนี้ตูคงชิงออกไปแข่งต่อชิลๆแล้ว เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่เต็มอก แล้วยังจะหยิบมาพูดอีก ชั้นพอจะรู้แผนนายแล้วล่ะเนกิ
ในขณะที่คิระคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้การกระทำเดียวกันเพื่อบรรลุจุดประสงค์เดียวกันจะได้ผลลัพธ์เป็นมิตราภาพที่ดีต่อกัน หมอนั่นคิดจะใช้ความสามัคคีจอมปลอมนี้ทำให้เราคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรแล้วเปิดโอกาสให้พวกเดียวกันหนีไปซะ ใช่แล้ว!แค่ล่อให้เราเปิดช่องโหว่ให้โดนสอย และดูท่าว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่คิดจะร่วมมือกันแต่แรกแล้ว ใครเปิดช่องเมื่อไหร่ก็ถึงคราวจบเห่ถ้าหมอนั่นชิงเช็ดก้นได้สำเร็จล่ะก็ หมอนั่นเองก็ต้องจบเห่เหมือนกัน
ถึงจะบรรยายมาซะยาวเหยียด แต่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในสมองทุกคนคือคำเดียวกันที่ว่า“ทำไมกระดาษทิชชู่มันหายากจังฟระ ใครก็ตามที่ได้กระดาษไปก่อนจะได้เป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้!”
“เจอของที่ใช้ได้บ้างมั้ยครับ”
“จะมาแผนไหนล่ะเนี่ย”
“ไม่มีเลย!”
“เหมือนกันฟระ”
จะเล่นละครตามแผนอีกฝ่ายแล้วรอสอยตอนจบดีมั้ยเนี่ย
“เจอแล้วครับ พอจะใช้ได้รึเปล่าไม่รู้นะครับ”เสียงของคาโอรุเป็นดั่งเสียงสวรรค์ ทุกคนที่ได้ยินต่างร้องเสียงเดียวกันว่า“มันคืออะไร!?”
“มันคือกระดาษทรายอย่างหยาบเลยครับ”เมื่อได้ยินคำตอบแล้วคิระกับโทมะก็คิดตามเหมือนกันว่า“กระดาษทรายเรอะ!?ไม่ขำนะว้อย!ก้นได้ร้องไห้เป็นสายเลือดแน่!”แต่ถึงจะพูดแบบนั้น เป็นกระดาษทรายก็ยังดีเพราะมันเหมือนกระดาษทิชชู่ราคาแพงแถมแห้งเร็วลิบ ทำให้ทั้งสองคนร้องออกมาในใจเลยว่า“อยากได้สุดๆไปเลยว้อย!!”
“จะบ้าอะป่าวคุณคาโอรุ ขืนใช้มันล่ะก็ก้นได้ร้องไห้เป็นสายเลือดแน่”คำพูดของเนกิทำให้คิระกับโทมะเหวอแล้วคิดไปว่า“สต็อปก่อนเด้เนกิ!อย่าถูกคำว่าทรายหลอกสิฟะ!ถึงจะมีคำว่าทรายแต่ก็เป็นกระดาษนะเฟ้ย!มันคือกระดาษที่พวกเราถวิลหานะเฟ้ยพี่น้อง!!”
“จะบ้าเรอะ!?เอากระดาษทรายนั่นไปขัดสมองแกเถอะ”
“คิดว่าตูไม่รู้เรอะคาโอรุที่พวกเราหาน่ะมันทิชชู่นะ ของแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับอุนจิหรอก ทิ้งลงชักโครกไปพร้อมตัวนายนั่นแหละโคโนกะกับเซ็ตสึนะจะได้พ้นเวรพ้นกรรมซักที”
“เวลาแบบนี้อย่าพาดพิงถึงสองคนนั้นได้มั้ยครับ!?อีกอย่างตอนนี้กระดาษทรายมีค่าพอๆกับกระดาษทิชชู่ราคาแพงแถมแห้งเร็วลิบเลยนะครับ”
“เก็บไว้ใช้เองเถอะเจ้าบ้า!ถึงจะมีคำว่ากระดาษแต่พวกเราก็ไม่ใช้ว้อย!”
“น่าๆพอเถอะครับทั้งสองคน บางทีมันอาจจะมีประโยชน์อะไรบ้างก็ได้ ส่งมาหน่อยสิครับคุณคาโอระ”อีกครั้งที่คำพูดของเนกิทำให้คิระกับโทมะช็อคกินแล้วคิดไปพร้อมกันอีกครั้งว่า“ซึนเดเระหรอกเรอะ!?”
ในสมองคิระ“พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ลื่นไหลปานปลาไหล เสือผู้หญิงยังต้องอาย บ้าน่า!?นี่เพื่อนตรูคิดได้แบบนี้เลยเรอะ!?”
ในสมองโทมะ“ตูว่าแล้วว่าต้องมาไม้นี้ ซวยจริงๆตู”
ในสมองคิระ“อย่าบอกนะว่าชั้นเล่นไปตามบทที่เจ้าเนกิมันเขียนไว้หมดเลยเหรอฟระ!?ตูเป็นหงอคงที่บินไม่พ้นฝ่ามือพระยูไลเลยรึไง!?”แต่ในคณะที่กำลังสิ้นหวังอยู่ ก็มีกระดาษทรายร่อนมาที่เท้าของคิระกับโทมะจากห้องข้างๆ ทั้งสองคนจึงหยิบมันขึ้นมา
“โอเคเท่านี้ก็ไดกันครบแล้วสินะครับ”
ในสมองคิระ“หมายความว่าไงฟระเนี่ย?!”
ในสมองโทมะ“เฮ๊ยๆๆพวกนายรวมหัวกันจริงๆเหรอเนี่ย แถมนี่มันหนากว่ากระดาษทรายทั่วไปสามเท่าแถมยังสีแดงอีก หนาพอจะถูเสาตึกจนหายไปยันโครงเลยนะนั่น แถมยังมีสองด้านอีก!!ขืนใช้มันเช็ดมีหวังก้นแหกแหงๆ” แต่ในระหว่างที่โทมะกำลังคิดอะไรบ้าๆอยู่ก็ได้ยินเสียงกระดาษทรายถูๆไถๆกับอะไรซักอย่างก็เลยคิดต่อว่า“ใช้จริงดิ!?ก้นมันหนาจนทนกระดาษทรายที่ขัดกันดาเรี่ยมจนเหลือแค่ผงได้ด้วยเหรอฟระ!?ขนาดขนตูดชั้นที่มั่นใจว่าหนาชั้นยังไม่กล้าใช้เลยนะเฮ๊ย!?”
ในสมองคิระ“มันก็คงเอาไปถูกำแพงล่ะว้า ก้นนายไม่มีทางทนได้หรอก!”แต่ยังไม่ทันคิดจบ ก็ได้ยินเสียงกระดาษทรายถูๆไถๆกับอะไรซักอย่างทำให้ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปหมด พร้อมทั้งเสียงเนกิที่ร้องครางแบบแฮปปี้“ถ้าใช้จริงนายไม่ได้นั่งอีกแน่นอนะมันจะแสบตูดโคตรๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นในสมองของโทมะกับคิระก็มีแต่ความคิดว่าต้องเช็ดเท่านั้นอย่างสิ้นหวัง ทั้งที่จริงๆแล้วคาโอรุเอากระดาษทรายถูผนังห้องส่วนเนกิเอาไปถูพื้นเป็นเสียงดังแกรกๆ
ทั้งคิระและโทมะต่างสิ้นหวังและหยิบรูปของคนที่รักออกมาดูเหมือนตอนที่ทหารจะไปออกรบแล้วตาย ทำให้ทั้งสองคนเอะใจว่า“นี่มันกระดาษนี่หว่า!!!!?”
“จะบ้าเรอะ!?จะให้เอาหน้าบิริบิรมาเช็ดก้นนี่.......มันก็น่าลองอยู่นะ เอ๊ยไม่ใช่!!ตูไม่ใช่ชิราอินะเฟ๊ยที่จะมีความคิดแบบนี้อ่ะ!!!!!!”
“โอ้ยยยยยยย ขืนตูใช้รูปเอวากับมิโคโตะเช็ดก้นตรูมีหวังตายตอนโดนรู้เข้าแหงๆ แต่ตูไม่อยากทำอยู่แล้วเฟ้ย!!ถ้าทางกลับกันตูยังพอทนได้!!”
“มิโคโตะ....กระดาษทราย....”
“เอวานเจลีน....กระดาษทราย.....”
ไม่นานนักหลังจากนั้นก็มีเสียงกดชักโครกดังสองเสียง ประตูห้องน้ำถูกถีบกระเด็นพร้อมกับการออกมาของคิระและโทมะ เมื่อเจอหน้ากันทั้งสองคนก็พุ่งหมัดขวาเข้าหาหน้าอีกฝ่ายแล้ววิ่งทะลุไปที่อีกฝั่งราวกับการ์ตูน
“ชั้นต้องชนะการแข่งนี้ให้ได้ ชั้นต้องช่วยมิโคโตะจากชิราอิให้ได้ ถึงจะเป้นการใช้กระดาษทรายก็ไม่เอา....คร่อก”เมื่อพูดจบโทมะก็ลงไปนอนกองกับพื้นเพราะแรงหมัด
“ยกโทษให้ด้วยนะเอวา ที่ชั้นมาที่นี่ก็เพื่อจะได้ดวลกับเธอตัวต่อตัวอีกครั้ง.....”พูดไม่ทันจน เลือดสีแดงเถือกก็โพยพุ่งออกมาจากก้นของคิระราวกับเกตเตอร์บีมแล้วล้มลงไป
..........
“คุณคาโอรุ.....ทิชชู่ล่ะครับ?”
คาโอรุแอบหยิบทิชชู่ที่เก็บไว้แล้วยื่นให้เนกิที่อยู่อีกห้อง เมื่อออกมาก็สำรวจสภาพของคิระกับโทมะที่นอนจมกองเลือดที่ทะลักออกมาจากตูดแล้วเรียกรถพยาบาลมารับสองคนไปรักษาตัว
“สงสัยคราวนี้......จะแกล้งแรงไปหน่อยแฮะ.......”
จบตอนสั้นดองตอนหลักตอนที่1
ตอนที่1:หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว
โทมะ“ไม่คิดเลยนะว่าหัวหอกทีมโรงเรียนฝ่ายตรงข้ามจะมาอยู่ตรงนี้ แต่ไม่ออมมือให้หรอก เรามาตัดสินกันเลยดีกว่า!”
เนกิ“ไร้สาระจริงๆนะครับ พวกอ่อนหัดน่ะไม่มีทางแตะตัวผมได้แน่นอนฟันธง”
คาโอระ“งั้นก็ขอหวดคำนั่นกลับคืนให้เลยแล้วกันนะไอ้คุณหอมหื่น ยังไม่เข้าใจอีกหรือครับว่าพวกคุณน่ะมันก็หนูติดจั่นดีๆนั่นแหละ”
คิระ“อย่าได้ใจเกินไปหน่อยเลยเพราะอีกไม่นานพวกนายจะกลายเป็นเนื้อบดแล้ว แต่ก่อนอื่นเรามีเรื่องอื่นที่ต้องทำนะ.....”
“ใครก็ได้เอากระดาษมาให้ที!!!!!” ที่ทั้ง4คนนี้พูดจริงจังไปข้างบนนี่ไม่ใช่เรื่องดูเอลหรืออะไรพรรค์นั้นหรอกครับ แต่กลายเป็นว่าทั้ง4คนติดแหง็กอยู่ในห้องน้ำในสภาพแก้เตี่ยวแถมดวงซวยทิชชู่หมดกันทั้ง4ห้อง แล้วที่ซวยกว่านั้นดันเป็นห้องน้ำไกลปืนเที่ยงเพราะห้องน้ำอื่นเต็มหมด
“ล้อเล่นใช่มั้ย!?หัวหอกทีมโรงเรียนตรงข้ามอยู่ข้างๆแท้ๆแต่ทำอะไรไม่ได้แบบนี้!!แล้วคุณคิระหรืออะไรซักอย่างนี่แหละทำสากกะเบืออะไรอยู่ฟระ!!?เมื่อกี้ยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ไม่ใช่รึไง!!?”โทมะที่เสียอารมณ์จากการที่ติดแหง็กอยู่ในห้องน้ำเริ่มพาลใส่คิระที่อยู่ห้องริมอีกฝั่งกั้นกลางด้วยห้องของเนกิกับคาโอรุ
“พอดีถือไพ่ไม่ไหวแล้วล่ะ โอ้ว่าไปรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ”คิระที่ทำหน้าเครียดเพราะตัวเองท้องเสียเหมือนกันพูดออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆแต่พอซักพักก็ทำหน้าบูดเพราะ “มันมาอีกแล้ว”
“พวกคุณรู้มั้ยว่าทำไม่คนเราถึงมีสองมือ ก็เพราะว่า....”
“อย่าคิดสั้นน่ะเฟร๊ย ไอ้อาจารย์เด็กฮาเร็มมัธยม!!”โทมะตะโกนใส่เนกิที่กำลังจ้องมือตัวเองด้วยหน้าซีดๆ
“ไม่พูดอะไรหน่อยล่ะคาโอรุ ไม่ได้นะอย่าไปติดกับแผนของศัตรู!”
“พอเถอะครับนี่มันไม่ใช่เวลาจะแยกมิตรศัตรูนะครับ ในที่แบบนี้ชัยชนะก็ไม่ต่างอะไรกับอุน-”
“อย่าพูดคำว่าอุนจินะเฟ๊ย!!ตูรับรู้มามากพอแล้ว!!”คิระรีบขัดคอเพื่อนรักก่อนที่จะพูดคำว่าอุนจิจบแต่ดันพูดออกไปซะเองง่ะ
“ยังไงเป้าหมายของเราคือทิชชู่นะ พวกเรามาร่วมมือกันจนกว่าจะเช็ดก้นได้ก่อนดีกว่ามั้ยครับ” เนกิเสนอความคิดดีๆทั้งที่นั่งอยู่ในส้วมแบบไม่เข้ากันเลย แถมพูดเสื่อมเกินเด็กอีก
“ร่วมมือกับศัตรูเหรอ?คิดว่าชั้นจะไม่ทันแผนของนายรึไง”
“จะบ้าเรอะ!?อยากจะอุนจิอีกนานแค่ไหนเนี่ยคิระ!?”
“น่าๆคุณคิระ พักเรื่องรบแล้วมาสนใจเรื่องเช็ดก้นก่อนเถอะ”เมื่อคิระกับเนกิจะทะเลาะกับคาโอรุจึงพูดปรามไว้ก่อน
“จะให้ร่วมมือกันนี่นายมีแผนรึไงเนกิ?”
“ถึงจะไม่มีกระดาษแต่พวกเราก็มีสมองนะครับ ผู้ใหญ่4คนระดมสมองกันล่ะก็ต้องหาทางออกได้แน่ๆ”
“ถึงจะเป็นผู้ใหญ่แต่ก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีอุนจิติดก้นอยู่นะว้อย ผู้ใหญ่แบบนี้จะทำอะไรได้เล่า!?ว่าแต่รั่วๆอย่างพวกเรานี่เรียกว่าผู้ใหญ่ได้รึ?”
“อย่าดูถูกตัวเองสิครับคุณคามิโจ ในเวลาแบบนี้เราควรจะรักษาสติไว้ มนุษย์เราไม่ควรจะปล่อยให้อารมณ์ครอบงำได้ง่ายๆนะครับ”
“ถ้าไม่มีเต้าเจี้ยวติดอยู่ที่ก้นคงเป็นสุนทรพจน์ระดับโลกเลยนะครับคุณคาโอรุ
“งั้นก่อนอื่นมาวิเคราห์สถานการณ์ก่อนเถอะ แน่นนอนว่าทุกห้องทิชชู่ดันหมดพร้อมกัน แถมดันมาเข้าห้องน้ำไกลปืนเที่ยงแบบนี้ย่อมไม่ใครเข้ามาให้ขอทิชชู่แน่ๆ แถมพวกเราก็ใส่กางเกงออกไปขอทิชชู่ไม่ได้อีก”คิระทำหน้าเคร่งเครียดวิเคราะห์สถานการณ์จนไม่เข้ากับสถานที่ แล้วยังมีเนกิเสริมอีกว่า“สรุปก็คือพวกเราต้องพึ่งตัวเองกันสินะ งั้นใครมีอะไรก็คายออกมาให้หมดเลย” เมื่อสิ้นเสียงเนกิคิระก็ตะโกนกลับเลยว่า”จะให้อ้วกข้าวเช้าออกมารึไง!?”เลยโดนเนกิสวนว่า“ไม่ใช่คายแบบนั้น!”
ในสมองของโทมะคิดว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมีกระดาษ ถ้ามีป่านนี้ตูคงชิงออกไปแข่งต่อชิลๆแล้ว เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่เต็มอก แล้วยังจะหยิบมาพูดอีก ชั้นพอจะรู้แผนนายแล้วล่ะเนกิ
ในขณะที่คิระคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้การกระทำเดียวกันเพื่อบรรลุจุดประสงค์เดียวกันจะได้ผลลัพธ์เป็นมิตราภาพที่ดีต่อกัน หมอนั่นคิดจะใช้ความสามัคคีจอมปลอมนี้ทำให้เราคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรแล้วเปิดโอกาสให้พวกเดียวกันหนีไปซะ ใช่แล้ว!แค่ล่อให้เราเปิดช่องโหว่ให้โดนสอย และดูท่าว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่คิดจะร่วมมือกันแต่แรกแล้ว ใครเปิดช่องเมื่อไหร่ก็ถึงคราวจบเห่ถ้าหมอนั่นชิงเช็ดก้นได้สำเร็จล่ะก็ หมอนั่นเองก็ต้องจบเห่เหมือนกัน
ถึงจะบรรยายมาซะยาวเหยียด แต่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในสมองทุกคนคือคำเดียวกันที่ว่า“ทำไมกระดาษทิชชู่มันหายากจังฟระ ใครก็ตามที่ได้กระดาษไปก่อนจะได้เป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้!”
“เจอของที่ใช้ได้บ้างมั้ยครับ”
“จะมาแผนไหนล่ะเนี่ย”
“ไม่มีเลย!”
“เหมือนกันฟระ”
จะเล่นละครตามแผนอีกฝ่ายแล้วรอสอยตอนจบดีมั้ยเนี่ย
“เจอแล้วครับ พอจะใช้ได้รึเปล่าไม่รู้นะครับ”เสียงของคาโอรุเป็นดั่งเสียงสวรรค์ ทุกคนที่ได้ยินต่างร้องเสียงเดียวกันว่า“มันคืออะไร!?”
“มันคือกระดาษทรายอย่างหยาบเลยครับ”เมื่อได้ยินคำตอบแล้วคิระกับโทมะก็คิดตามเหมือนกันว่า“กระดาษทรายเรอะ!?ไม่ขำนะว้อย!ก้นได้ร้องไห้เป็นสายเลือดแน่!”แต่ถึงจะพูดแบบนั้น เป็นกระดาษทรายก็ยังดีเพราะมันเหมือนกระดาษทิชชู่ราคาแพงแถมแห้งเร็วลิบ ทำให้ทั้งสองคนร้องออกมาในใจเลยว่า“อยากได้สุดๆไปเลยว้อย!!”
“จะบ้าอะป่าวคุณคาโอรุ ขืนใช้มันล่ะก็ก้นได้ร้องไห้เป็นสายเลือดแน่”คำพูดของเนกิทำให้คิระกับโทมะเหวอแล้วคิดไปว่า“สต็อปก่อนเด้เนกิ!อย่าถูกคำว่าทรายหลอกสิฟะ!ถึงจะมีคำว่าทรายแต่ก็เป็นกระดาษนะเฟ้ย!มันคือกระดาษที่พวกเราถวิลหานะเฟ้ยพี่น้อง!!”
“จะบ้าเรอะ!?เอากระดาษทรายนั่นไปขัดสมองแกเถอะ”
“คิดว่าตูไม่รู้เรอะคาโอรุที่พวกเราหาน่ะมันทิชชู่นะ ของแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับอุนจิหรอก ทิ้งลงชักโครกไปพร้อมตัวนายนั่นแหละโคโนกะกับเซ็ตสึนะจะได้พ้นเวรพ้นกรรมซักที”
“เวลาแบบนี้อย่าพาดพิงถึงสองคนนั้นได้มั้ยครับ!?อีกอย่างตอนนี้กระดาษทรายมีค่าพอๆกับกระดาษทิชชู่ราคาแพงแถมแห้งเร็วลิบเลยนะครับ”
“เก็บไว้ใช้เองเถอะเจ้าบ้า!ถึงจะมีคำว่ากระดาษแต่พวกเราก็ไม่ใช้ว้อย!”
“น่าๆพอเถอะครับทั้งสองคน บางทีมันอาจจะมีประโยชน์อะไรบ้างก็ได้ ส่งมาหน่อยสิครับคุณคาโอระ”อีกครั้งที่คำพูดของเนกิทำให้คิระกับโทมะช็อคกินแล้วคิดไปพร้อมกันอีกครั้งว่า“ซึนเดเระหรอกเรอะ!?”
ในสมองคิระ“พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ลื่นไหลปานปลาไหล เสือผู้หญิงยังต้องอาย บ้าน่า!?นี่เพื่อนตรูคิดได้แบบนี้เลยเรอะ!?”
ในสมองโทมะ“ตูว่าแล้วว่าต้องมาไม้นี้ ซวยจริงๆตู”
ในสมองคิระ“อย่าบอกนะว่าชั้นเล่นไปตามบทที่เจ้าเนกิมันเขียนไว้หมดเลยเหรอฟระ!?ตูเป็นหงอคงที่บินไม่พ้นฝ่ามือพระยูไลเลยรึไง!?”แต่ในคณะที่กำลังสิ้นหวังอยู่ ก็มีกระดาษทรายร่อนมาที่เท้าของคิระกับโทมะจากห้องข้างๆ ทั้งสองคนจึงหยิบมันขึ้นมา
“โอเคเท่านี้ก็ไดกันครบแล้วสินะครับ”
ในสมองคิระ“หมายความว่าไงฟระเนี่ย?!”
ในสมองโทมะ“เฮ๊ยๆๆพวกนายรวมหัวกันจริงๆเหรอเนี่ย แถมนี่มันหนากว่ากระดาษทรายทั่วไปสามเท่าแถมยังสีแดงอีก หนาพอจะถูเสาตึกจนหายไปยันโครงเลยนะนั่น แถมยังมีสองด้านอีก!!ขืนใช้มันเช็ดมีหวังก้นแหกแหงๆ” แต่ในระหว่างที่โทมะกำลังคิดอะไรบ้าๆอยู่ก็ได้ยินเสียงกระดาษทรายถูๆไถๆกับอะไรซักอย่างก็เลยคิดต่อว่า“ใช้จริงดิ!?ก้นมันหนาจนทนกระดาษทรายที่ขัดกันดาเรี่ยมจนเหลือแค่ผงได้ด้วยเหรอฟระ!?ขนาดขนตูดชั้นที่มั่นใจว่าหนาชั้นยังไม่กล้าใช้เลยนะเฮ๊ย!?”
ในสมองคิระ“มันก็คงเอาไปถูกำแพงล่ะว้า ก้นนายไม่มีทางทนได้หรอก!”แต่ยังไม่ทันคิดจบ ก็ได้ยินเสียงกระดาษทรายถูๆไถๆกับอะไรซักอย่างทำให้ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปหมด พร้อมทั้งเสียงเนกิที่ร้องครางแบบแฮปปี้“ถ้าใช้จริงนายไม่ได้นั่งอีกแน่นอนะมันจะแสบตูดโคตรๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นในสมองของโทมะกับคิระก็มีแต่ความคิดว่าต้องเช็ดเท่านั้นอย่างสิ้นหวัง ทั้งที่จริงๆแล้วคาโอรุเอากระดาษทรายถูผนังห้องส่วนเนกิเอาไปถูพื้นเป็นเสียงดังแกรกๆ
ทั้งคิระและโทมะต่างสิ้นหวังและหยิบรูปของคนที่รักออกมาดูเหมือนตอนที่ทหารจะไปออกรบแล้วตาย ทำให้ทั้งสองคนเอะใจว่า“นี่มันกระดาษนี่หว่า!!!!?”
“จะบ้าเรอะ!?จะให้เอาหน้าบิริบิรมาเช็ดก้นนี่.......มันก็น่าลองอยู่นะ เอ๊ยไม่ใช่!!ตูไม่ใช่ชิราอินะเฟ๊ยที่จะมีความคิดแบบนี้อ่ะ!!!!!!”
“โอ้ยยยยยยย ขืนตูใช้รูปเอวากับมิโคโตะเช็ดก้นตรูมีหวังตายตอนโดนรู้เข้าแหงๆ แต่ตูไม่อยากทำอยู่แล้วเฟ้ย!!ถ้าทางกลับกันตูยังพอทนได้!!”
“มิโคโตะ....กระดาษทราย....”
“เอวานเจลีน....กระดาษทราย.....”
ไม่นานนักหลังจากนั้นก็มีเสียงกดชักโครกดังสองเสียง ประตูห้องน้ำถูกถีบกระเด็นพร้อมกับการออกมาของคิระและโทมะ เมื่อเจอหน้ากันทั้งสองคนก็พุ่งหมัดขวาเข้าหาหน้าอีกฝ่ายแล้ววิ่งทะลุไปที่อีกฝั่งราวกับการ์ตูน
“ชั้นต้องชนะการแข่งนี้ให้ได้ ชั้นต้องช่วยมิโคโตะจากชิราอิให้ได้ ถึงจะเป้นการใช้กระดาษทรายก็ไม่เอา....คร่อก”เมื่อพูดจบโทมะก็ลงไปนอนกองกับพื้นเพราะแรงหมัด
“ยกโทษให้ด้วยนะเอวา ที่ชั้นมาที่นี่ก็เพื่อจะได้ดวลกับเธอตัวต่อตัวอีกครั้ง.....”พูดไม่ทันจน เลือดสีแดงเถือกก็โพยพุ่งออกมาจากก้นของคิระราวกับเกตเตอร์บีมแล้วล้มลงไป
..........
“คุณคาโอรุ.....ทิชชู่ล่ะครับ?”
คาโอรุแอบหยิบทิชชู่ที่เก็บไว้แล้วยื่นให้เนกิที่อยู่อีกห้อง เมื่อออกมาก็สำรวจสภาพของคิระกับโทมะที่นอนจมกองเลือดที่ทะลักออกมาจากตูดแล้วเรียกรถพยาบาลมารับสองคนไปรักษาตัว
“สงสัยคราวนี้......จะแกล้งแรงไปหน่อยแฮะ.......”
จบตอนสั้นดองตอนหลักตอนที่1
In Topic: Negima! Duelist Generation Drie
14 February 2012 - 09:40 PM
ลงตอนใหม่ฉลองวาเลนไทน์แล้วจ้า!!!!!!
ปล.กรุณากดฟังเพลงTsuki no akari ในเรปสุดท้ายของตอนด้วยจะเข้ากับวันและบรรยากาศตอนมาก
ปล.กรุณากดฟังเพลงTsuki no akari ในเรปสุดท้ายของตอนด้วยจะเข้ากับวันและบรรยากาศตอนมาก
In Topic: Negima! Duelist Generation Drie
14 February 2012 - 09:32 PM
Quote
ราชันย์แห่งความพินาศ เซ็คเส็คซ์ ธาตุความมืด เผ่าปิศาจ LV.10 ATK:3000 DEF:2500
การ์ดใบนี้ไม่สามารถเรียกแบบพิเศษได้ การ์ดใบนี้สามารถด้วยการรีลีสมอนส์เตอร์เผ่าปิศาจบนสนาม3ตัวเท่านั้น
เมื่อการ์ดใบนี้สร้างความเสียหายจากการโจมตีได้โดยตรงให้อีกฝ่ายได้ เจ้าของการ์ดนี้จะชนะการดูเอลทันที
การ์ดใบนี้ไม่สามารถเรียกแบบพิเศษได้ การ์ดใบนี้สามารถด้วยการรีลีสมอนส์เตอร์เผ่าปิศาจบนสนาม3ตัวเท่านั้น
เมื่อการ์ดใบนี้สร้างความเสียหายจากการโจมตีได้โดยตรงให้อีกฝ่ายได้ เจ้าของการ์ดนี้จะชนะการดูเอลทันที
“เท่านี้วันเทิร์นคิลก็เป็นจริงล่ะนะ”
“อ้ากกกก!!!!”[LP:8000==>6000===>0]
Winner: Ribbons Almark
หลังจากที่สร้างความน่าตกใจให้คนดูและทุกคนในที่นั้นได้เห็น ริบบ้อนส์ก็เดินจากไปอย่างเงียบๆโดยปล่อยให้เฟตนั่งช็อคอยู่กลางสนาม
ตัดกลับมาที่ช่วงค่ำของวันนั้น มิโคโตะกับโทมะก็ได้มาดูพาเหรดกันบนระเบียงชั้น2ของร้านสตาร์บัคในยามค่ำคืน พาเหรดได้จบลงอย่างสวยงาม ต่อไปจะเป็นการแสดงดอกไม้ไฟของทางโรงเรียนร่วมกับการสนับสนุนของทางฮันเตอร์
“เฮ้~อ นึกว่าจะม่องแล้วซะอีก”หลังจากที่ผ่านอุปสรรคในวันนี้มาได้กลับมาฟุบหมดแรงคาโต๊ะน้ำชาด้วยสภาพที่แทบจะไม่มีแรงเลย ส่วนมิโคโตะก็ดูดกาแฟเย็นที่สั่งมาดับกระหายอย่างใจเย็น พลางดูดอกไม้ไฟที่ถูกจุดอย่างสวยงามในวันนี้
“ไหนๆก็มาตรงนี้ทั้งที มายืนดูด้วยกันหน่อยไม่ได้รึไง”มิโคโตะทำแก้มป่องงอนใส่โทมะจนโทมะที่เห็นเข้าต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นมายืนดูดอกไม่ไฟข้างๆมิโคโตะที่ราวกั้น
“สวยดีเนอะ”
“นั่นสินะ”
“นี่โทมะ หลับตาแล้วก้มลงมาหน่อยได้มั้ย”มิโคโตะทำสายตาออดอ้อนจนโทมะต้องเอามือเกาหัวเล็กน้อยแล้วก็ก้มลงหลับตาตามที่มิโคโตะบอก แม้จะปิดตาอยู่ก็สัมผัสได้ ถึงสัมผัสที่นุ่มนวลที่เข้ามาสัมผัสกับริมฝีปากของโทมะ ใบหน้าของทั้งสองแนบชิบติดกัน เมื่อโทมะลืมตาขึ้นมา ภาพที่เห็นคือนัยน์ตาของมิโคโตะที่อยู่ใกล้นัยน์ตาโทมะ สองสายตาสอดผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งสองคนอยู่ในสภาพนี้นานเท่าไหร่ แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้เช่นกัน เพียงแต่ความรู้สึกของทั้งคู่ตอนนี้ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างหยุดนิ่ง เหลือเพียงพวกเค้าแค่2คน
ขณะเดียวกันนั้น ที่ดาดฟ้าตึกเรียนแผนกสตรีม.ต้น คิระกับเอวาได้หลบมาหามุมสงบเพื่อชมดองไม้ไฟเช่นเดียวกับพวกมิโคโตะ ทั้งนี้ที่ไม่ดูด้วยกันเพราะเดี๋ยวจะไปขัดคอเค้าซะมากกว่า
“งั้นเหรอ?โอเคไปเดี๋ยวนี้แหละ” คิระวางหูโทรศัพท์แล้วเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“ถึงเวลาของเธอแล้วสินะ”
“ใช่ เธอกลับไปรอที่บ้านก่อนเลยก็ได้ถ้าไม่อยากไปไหนต่อ เสร็จจากงานนี้ชั้นคงดิ่งกลับไปเลยน่ะ”พูดจบคิระก็เดินไปที่ขอบระเบียง ทันทีๆเดินกลับมาเอวาก็กระชากคอเสื้อคิระลงมาและบรรจงจูบเข้าไปที่ริมฝีปากของคิระโดยไม่ทันตั้งตัว แม้จะเป็นจูบที่สั้น แต่สำหรับทั้งคู่มันเหมือนเป็นเวลาที่ยาวนานมาก
“นี่ถือเป็นมันจำนะ,ถ้าอยากเอาคืนก็กลับทำงานให้เสร็จแล้วไปเจอกันที่บ้านให้ไวเลยนะ”
“อื้ม,เจอกันที่บ้านนะ” พูดจบคิระก็กระโดดลงมาจากดาดฟ้าตึก5ชั้นอย่างไม่ลังเล เอวาวาดสายตามองไปทางคิระที่กระโดลงไปด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มของคนมีความรัก ที่ข้างล่างนั้นไม่มีใครอยู่ คิระที่มีทักษะทางร่างกายดีเพื่อทดแทนปัญหาด้านพลังเวทย์จึงลงพื้นได้อย่างนิ่มนวล เอวาที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็เดินกลับไปที่บ้านอย่างหายห่วง
วันอังคารที่21 มิถุนายน ปี2005 11.30PM ด่านตรวจการทางด่วนและเส้นทางสำหรับไรดิ้งดูเอล อิเล็กกุล่าฮันเตอร์
“ยังไม่มาอีกแฮะสองคนนั้น”เนกิจ้องมองไปที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองซึ่งเข็มสั้นชี้เลข11ส่วนเขมยาวชี้เลข6 บ่งบอกถึงเวลา5ทุ่มครึ่ง เนกิ ลอร์ร่า มาซาโตะและชาร์มายืนรอคิระกับคาโอรุที่ไปเอาดี-วิลล์มาเพื่อตรวจความสงบและกวาดล้างโกสต์บนทางด่วน ไม่นานนักทั้งสองก็มา ต่างกันที่ว่าคิระมาในสภาพกระฉับกระเฉง ส่วนคาโอรุมาในสภาพของคนอดนอน
“คุณคาโอรุไปทำอะไรมาน่ะครับ สภาพโทรมมาเลย”
“ก็นิดหน่อยนะครับ แต่แค่นี้ไม่เป็นไรมากหรอกครับ”
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะครับ”
“ไปกันเถอะ ชั้นสังหรณ์ว่ามันจะมาคืนนี้แน่ๆ”ชาร์ที่ติดเครื่องดี-วิลล์สีแดงรออยู่แล้วบอกกับพวกเนกิแล้วออกรถไป ลอร์ร่ากับมาซาโตะเห็นดังนั้นก็ออกรถตามไป
“ถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ รีบๆทำให้มันเสร็จๆไปเลยดีกว่า”เมื่อสิ้นเสียงจากคิระ ทั้งสามก็เร่งเครื่องดี-วิลล์แล้วขับขึ้นไปบนทางด่วน โดยเป้าหมายคราวนี้ไม่ใช่แค่การตัวจับและจัดการโกสต์ด้วยการดูเอล แต่เป็นการกวาดล้างด้วยกำลังอาวุธ
กลุ่มของชาร์ขึ้นไปทางตะวันตกและทางเหนือ ส่วนทางตะวันออกกับทางใต้เป็นหน้าที่ของพวกเนกิ
“เจอแล้ว!!ไปเลย!!”เมื่อคิระเจอโกสต์เข้าก็ทำการยิงปืนใหญ่บีมที่ส่วนหน้าทั้งสองข้างของเมเทโอใส่โกสต์จนระเบิดคาถนน
ทางด้านเนกิกับคาโอรุที่พบโกสต์เป็นฝูงใหญ่ก็ทำการเข้าโจมตีด้วยปืนและกระสุนเวทย์จำนวนมากจนเละคาถนนเต็มไปหมด กลิ่นน้ำมันที่เผาไหม้อยู่บนถนนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ไม่นานนักปฏิบัติการณ์ในค่ำคืนนั้นก็จบลง โกสต์ถูกกวาดล้างทั้งสิ้น128เครื่อง นับว่าเป็นไปตามที่ทุกคนคิด โกสต์จะเลือกจู่โจมช่วงงานเทศกาล แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับไปนอน ในระหว่างทาง เนกิที่เดินกลับหอพักทางเดียวกับคิระก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา
“วันนี้อารมณ์ดีเชียวนะคิระ มีอะไรดีๆไม่คิดจะบอกกันหน่อยเหรอ?”
“ก็นะ เดิมทีตัวการอย่างนายน่าจะรู้ดีที่สุดนี่เนอะ”คิระพูดเล่นจริงทีจริงตอบกลับเนกิ แต่ดูเหมือนเนกิจะไม่ขำด้วย เนกิตัวสั่นเทิ้มด้วยความกระวนกระวาย ภาพที่ปรากฏผ่านตาของเนกิคือหมัดที่พุ่งเข้ามาหยุดที่หน้า เนกิปิดตาเพื่อปัดป้องหมัด แต่เมื่อหมัดนั้นไม่พุ่งมาจึงลืมตาดู ที่เห็นคือคิระไม่ได้จะต่อย แต่ชูนิ้วโป้งให้แล้วบอกว่า “กู้ดจ็อบ แต่คราวหน้าเนียนกว่านี้หน่อยก็ดีนะ”ทำเอาเนกิคอตกด้วยความโล่งใจเลยทีเดียว พอถึงหน้าหอพัก คิระก็แยกตัวออกไป เนกิที่กลับขึ้นมาเห็นว่าทุกคนนอนกันหมดแล้วเลยปลีกตัวไปนอนที่โซฟาเงียบๆเพื่อไม่ไปรบกวนอาสึนะ แต่ตามฟอร์มเนกิอย่างนึงคือ“ไม่อาบน้ำ”นี่แหละ
ในคืนนั้น ที่ไหนซักแห่งในชานเมืองโตเกียว ริบบ้อนส์ได้เข้าไปเจรจากับชายน่าสงสัยคนเดียวในตึกร้างแห่งหนึ่ง
“เตรียมการเรียบร้อยรึยัง?”
“เรียบร้อยจนชั้นจะเบื่อตายแล้วว้อย!เมื่อไหร่ชั้นจะได้ออกลุยซักทีวะ!?”ชายคู่เจรจาพูดออกมาด้วยวาจาที่ไม่น่าฟังเท่าไหร่ใส่ริบบ้อนส์ แถมถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วกระดกเหล้าเข้าปากอีกต่างหาก
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาหรอก ปล่อยให้พวกเค้ารอซักหน่อยจะสนุกกว่านะ คุณผู้นำ[ดีพกราวด์(DeepGround)] ขอให้รอจนถึงตอนนั้นเถอะ”ริบบ้อนส์พูดเสร็จก็ทิ้งกระเป๋าไว้ใบหนึ่งแล้วเดินจากไป ชายผู้เหม็นด้วยกลิ่นเหล้าลุกขึ้นมาเปิดกระเป๋า พบไว้สิ่งที่อยู่ในนั้นคือดาบคาตานะสีดำ แม้ความยาวจะเท่าๆกับคาตานะทั่วไป แต่ตัวดาบกลับเปร่งออร่าสีดำมืนดูน่าหวาดกลัวออกมา เมื่อชายคนนั้นชักดาบออกมาจากฝักก็แสยะยิ้มราวกับมีอะไรโดนใจขึ้นมา ที่เบื้องหลังของชายคนนี้ มีเงาของใครบางคนอยู่ คนๆนั้นคือ............!
วันพุธที่22 มิถุนายน ปี2005 10.30 หน้าลานต้นไม้โลก
คาโอรุมายืนอยู่คนเดียวที่ข้างต้นไม้โลก ที่คับคั่งไปด้วยผู้คนสัญจรไปมาเพื่อเที่ยวชมงานโรงเรียน คาโอรุในวันนี้ใส่ชุดสูทเนี๊ยบเต็มสูตร เสื้อผ้ารีดจนเรียบ เน็กไทผูกอย่างเรียบร้อย
“คาโอรุ!ขอโทษนะที่ให้รอนาน”คาโอรุหันไปทางเจ้าของเสียงท่ามกลางฝูงชน เสียงนั้นมาจากเซ็ตสึนะที่เข้ามาหา ตัวเธอในวันนี้แต่งตัวด้วยชุดลำลองที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไม่นานมานี้ เสื้อยืดสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์สีเทาอ่อนซึ่งแม้จะเป็นชุดทมี่ดูธรรมดามากและไม่ได้ดูโดดเด่นเหมือนที่ใส่ไปอังกฤษเมื่อสองปีก่อน แต่แค่นี้ก็ทำให้คาโอรุรู้สึกอึ้งได้แล้ว ที่สำคัญคือเซ็ตสึนะในวันนี้ปล่อยผมที่ไว้ยาวเลยไหลไปนิดหน่อยให้พริ้วไสวไปตามสายลมที่พักมาในวันนั้น แต่เรื่องแลกอีกอย่างหนึ่งคือรอบข้างไม่เห็นโคโนกะอยู่เลย เดทในวันนี้จึงกลายเป็นของทั้งสองคนโดยปริยาย
“เหลือเชื่อเลยนะครับว่าวันนี้คุณหนูเค้าจะไม่ว่างมาด้วยเนี่ย”คาโอรุเริ่มเปิดประเด็นคุยหลังจากที่เดินชมงานไปได้ซักพัก ซึ่งเซ็ตสึนะก็ส่ายหน้าเป็นการตอบกลับเพราะตั้งแต่ตื่นมายังไม่เจอโคโนกะเลย
“ไม่รู้โคโนะจังเค้าคิดอะไรของเค้าเนี่ยสิ จู่ๆก็ทิ้งโน้ตบอกให้มาเดทกับนาย ส่วนตัวเองก็หายต๋อมไปแบบนั้น” คำพูดเหน็บแนมของเซ็ตสึนะไปกระตุกโคโนกะจนจามเข้าอย่างเต็มแรง แถมยังใกล้สุดๆเพราะแอบดูจากซอกตึกอีกต่างหาก
ที่จริงโคโนกะอยู่ใกล้กับทั้งสองคนแค่นิดเดียวเอง แถมที่แอบดูอยู่จากมุมตึกแบบนี้ก็ชัดเลยว่าเดทวันนี้เป็นฝีมือโคโนกะแน่นอน
“สองคนนั้นจะไปกันได้สวยมั้ยน้า”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ”เสียงที่ไล่หลังมาทำให้โคโนกะต้องเหลียวหลังไปมอง แล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะที่อยู่ข้างหลังคือเนกิที่เข้ามาทัก ดูเหมือนว่าเนกิจะรู้เห็นกับเดทนี้ด้วย
“รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้คุณโคโนกะจะเล่นกับหัวใจคนอื่นบ่อยจังนะครับ แบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะครับ”
“แต่นายก็แอบดูเหมือนกันนี่นา อย่ามาทำเป็นพูดดีเล๊ยเนกิ”เสียงขัดคอดังมาจากข้างหลังทำให้เนกิกับโคโนกะต้องหันไปดูเพราะที่อยู่ข้างหลังคือโคทาโร่ ซึ่งตอนนี้อายุ13เรียนอยู่ชั้นม.2 ดูจากร่างกายก็รู้เลยว่าโตขึ้นจากเมื่อ2ปีก่อนมาก ตัวก็สูงพอๆกับเนกิที่ตอนนี้สูงเกือบจะ170ไปแล้ว
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือเซ็ตสึนะกับคาโอรุ หลังจากที่คุยกันแป็บเดียวทั้งสองคนก็คลาดสายตาไปแล้ว
ที่หน้าโรงหนังมาโฮระ ที่นี่เต็มไปด้วยหนังเข้าใหม่ฉายสลับกับหนังเก่าและอนิเมหนังโรง ซึ่งวันนี้เป็นคิวของอนิเมหนังโรงในรอบเช้า ซึ่งคาโอรุได้เตรียมตั๋วไว้3ใบตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้ใบนึงเลยยกให้คนอื่นไป ส่วนหนังที่จะดูโคโนกะที่หลอกก่อนว่าจะมาด้วยเป็นคนเลือก แล้วหนังที่เลือกดันเป็น [มาครอส ฟรอนเทียร์:เดอะ มูฟวี่~ปีกแห่งการจากลา~] ซึ่งเป็นที่มาของ[เพลงสามเหลี่ยม]ที่คาโอรุได้ยินทีไรแทบจะลงไปนอนกองกับพื้น แต่ไหนๆก็ซื้อตั๋วมาแล้วก็ต้องเข้าไปดูอย่างเสียมิได้
ภายในโรงหนังที่มืดสนิท พวกคาโอรุที่เข้ามาก่อนหนังฉายประมาณ10นาทีก็มานั่งรอตรงที่นั่งตามที่ระบุในบัตร ซึ่งเป็นที่นั่งติดกันแถวกลาง ในโรงหนังตอนนั้นมีคู่รักมาจู๋จี๋กันอยู่ด้วย ทำให้ทั้งคู่ที่เห็นเข้าต้องเบินหน้าหนีด้วยความอาย ใบหน้าของทั้งคู่กลายเป็นสีแดงเหมือนลูกแอปเปิล
ซึ่งแน่นอนว่าพวกเนกิคลาดสายตาจากพวกคาโอรุไปแล้ว จึงออกตามหาทั้งคู่กันว่อนโรงเรียนไปหมด
ซักพักหนังก็ได้เริ่มฉายขึ้น อย่างที่ทุกท่านรู้กันดีว่า[มาครอส ฟรอนเทียร์]เนื้อเรื่องมันเน้นไปทางไหน นั่นทำให้คาโอรุที่นั่งดูอยู่ถึงกับซีดเพราะมันเกือบจากไปเดจาวูกับชีวิตตัวเองพอดี
!
ภายในความมืดนั้น มือของคาโอรุได้สัมผัสกันอะไรบางอย่างเข้า เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลมากจนคาโอรุรู้ล่วงหน้าว่ามันคืออะไร
พอมองไปที่มือความของตัวเองก็รู้ว่าตนนั้นเดาถูก สิ่งที่มาสัมผัสมือของเค้าคือมือซ้ายของเซ็ตสึนะที่กุมอยู่บนมือของเค้า ใบหน้าของเซ็ตสึนะที่เป็นสีแดงระเรื่อมองไปที่จอหนังโดยไม่รู้ถึงสายตาของคาโอรุที่จ้องมองอยู่ คาโอรุจึงหันกลับไปที่จอหนังอีกครั้ง แต่หน้าเค้ากลับพลอยแดงตามเซ็ตสึนะไปด้วย
หลังจากดูหนังจบแล้ว เวลาก็ผ่านไปถึงช่วงบ่าย ทั้งคู่ที่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง ทั้งสองคนจึงไปใช้บริการร้านเมดคาเฟ่ของม.ปลายชั้นปี3-Q เมื่อไปถึงที่ร้านเฟรย์ที่มารับออเดอร์ก็แซวไปนิดๆหน่อยๆว่า“ดูสมกันจริงๆน้~า”แล้วก็เอาออเดอร์ไปส่งให้คิระหน้าตาเฉยโดยปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งหน้าแดงรออาหารไป
‘งานโรงเรียนปีนี้ดูเหมือนจะเป็นปีของเหล่าคู่รักเลยแฮะ ทั้งอีเวนต์ที่จัดเมื่อวานนี้ กับลูกค้าในวันนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นคู่รักด้วย คิระ..........’เฟรย์ได้แต่เก็บความเศร้าของตัวเองไว้ในใจลึกๆแล้วปั้นรอยยิ้มสู้งานต่อไป
ซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะของคาโอรุกับเซ็ตสึนะ บนจานอาหารประกอบด้วยสเต็กที่ย่างออกมาอย่างพิถีพิถัน พรอ้มคำแซวที่เขียนติดโน๊ตมากับจานอาหารว่า“ขอให้ได้มีความสุขด้วยกันตลอดไป”เป็นเซอร์วิสจากคิระที่คู่รักทุกคู่จะได้รับเป็นการอวยพรวันนี้ ทำเอาเซ็ตสึนะกับคาโอรุหน้าแดงอายม้วนจนไม่กล้าสบตากันจนสุดท้ายต่างคนต่างก็ทานอาหารของตัวเองหมดโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลยซักนิด
คาโอรุเริ่มมีความรู้สึกไม่สบายใจเกิดขึ้นมาในใจ เพราะตัวเค้าในตอนนี้ที่ควรจะอายุ17แล้วกลับอายุ15เท่าเดิมด้วยคำสาปที่โดนเข้าตอนที่หายสาปสูญไป ทั้งร่างกายและวิญญาณของเค้ายังคงสภาพเหมือนเมื่อสองปีก่อน เช่นเดียวกับคำสาปที่เอวานเจลีนเคยโดนก่อนที่จะเจอคิระ ทำให้ความกลัวเข้าเกาะกินจิตใจของคาโอรุ.......ความกลัวที่จะต้อง“โดดเดี่ยว” ซึ่งเรื่องนี้นอกจากพวกผู้ชายแล้วก็ไม่มีใครรู้เลย รวมถึงโคโนกะกับเซ็ตสึนะด้วย
“นี่คาโอรุ ไหนๆก็มาแล้วพวกเราไปนั่งรถไฟเหาะกันมั้ย?”เซ็ตสึนะที่มองเห็นความกังวลของคาโอรุทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรพูดขึ้นมา ตอนนี้ทั้งคู่เดินดูงานเรื่อยเปื่อยไปจนถึงโซนสวนสนุก แถมทั้งคู่ยังยืนอยู่หน้ารถไฟเหอะพอดี ซึ่งคาโอรุก็ตอบตกลงด้วย
“เจอแล้ว!อยู่ตรงนั้น!”โคทาโร่ที่เจอตัวพวกคาโอรุรีบส่งสัญญาณให้โคโนกะกับเนกิตามไป เมื่อรู้ว่าเป็นรถไฟเหอะจึงเอาตั๋วฟรีที่โคทาโร่ได้มา แอบเนียนเข้าไปขึ้นรถไฟเหอะขบวนเดียวกับทั้งคู่โดยที่ไม่มีใครรู้
ซักครู่รถไฟเหาะก็ออกวิ่งไปตามรางที่หมุนคิ้วและขึ้นลงวกเวียนอย่างหวาดเสียว เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดเสียงดังออกมาทั่วไปหมด รวมถึงจากทั้ง5คนนั้นด้วย
หลังจากที่กรีดร้องจนเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาของพาเหรดและดอกไม้ไฟภาคค่ำ ซึ่งเซ็ตสึนะกับคาโอรุก็มาดูกันที่ดาดฟ้าตึกฮันเตอร์ที่ไม่มีคนอยู่ ส่วนพวกเนกิที่ดูเหมือนจะเมารถไฟเหาะก็ล้มเลิกความพยายามที่จะตามแอบดูแล้วก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
“เห้อ~เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ”
“นั่นสินะครับ”
“แต่ว่า วันนี้ก็สนุกจริงๆนั่นแหละ เนอะ,คาโอรุ”
“........”
“คาโอรุ.....เป็นอะไรรึเปล่า?”เมื่อเห็นว่าคาโอรุไม่ยอมตอบ เซ็ตสึนะจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของคาโอรุที่แหงนมองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย เมื่อเห็นหน้าเซ็ตสึนะเข้าใกล้ในระยะเผาขนก็สะดุ้งหัวฟาดพื้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ก็.....พอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะครับ ทั้งเรื่องวันนี้ เรื่องงานฮันเตอร์ แล้วก็อื่นๆอีกเพียบอ่ะครับ”
“แล้วเรื่องของชั้นกับโคโนะจังล่ะ?”
“คะคะคะคะคะคะคิดสิครับ!!!คิดมากด้วย!!”
“จริงง่ะ!!?”
“แต่ไม่มีอะไรมากหรอกครับ!!”
ปิ๊บๆๆๆๆๆ!! ระหว่างกำลังหยอกล้อกันสนุกๆ มือถือของคาโอรุก็ดังขึ้น เป็นเมลเตือนให้ไปเข้างานกวาดล้างโกสต์ เมื่ออ่านเมลแล้วหน้าของคาโอรุก็ซึมขึ้นมาซะดื้อๆ
“เอ่อ......ผมต้องไปทำงานแล้ว ขอตัวนะครับรุ่นพี่”
“คาโอรุ!!”เมื่อเซ็ตสึนะเห็นคาโอรุกำลังจะเดินลงจากดาดฟ้าก็รีบวิ่งเข้าไปหา แล้วกระโดดขึ้นจูบคาโอรุก่อนที่จะลงจากดาดฟ้าพร้อมกับพูดทิ้งท้าบว่า“ขอบใจสำหรับเดทวันนี้นะ” สัมผัสของริมฝีปากนั้นยังประทับอยู่บนริมฝีปากของคาโอรุ ทำให้คาโอรุน้ำตานองหน้าโดยที่เซ็ตสึนะไม่เห็น ส่วนเซ็ตสึนะที่ออกจากตึกฮันเตอร์แล้วเช่นกันก็เดินกลับห้องทั้งน้ำตานองหน้า
ขณะเดียวกัน ที่ไหนซักแห่งในโตเกียว
“ขอที่ส่งมาให้?ได้รับเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวจะดำเนินแผนตามที่วางไว้นะครับ”โยฮันวางสายจากคู่เจรจาแล้วมองไปที่กระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นเข็ดขัดรูปร่างแปลกๆ3เส้น ที่ฝากล่องเขียนว่า[ไรเดอร์ซิสเต็ม] พร้อมใบเรียงชื่อ[Throne Ein],[Throne Zwei],[Throne Drie]
ตัวอย่างตอนต่อไป:
???:ไปตายซะให้หมดนั่นแหละ!!เซเลสเชี่ยลห่าตะราก!!
คาโอรุ:คุณ...........มาโมรุ!?
โคโนกะ:ถ้าเป็นเสียงเพลงล่ะก็........ถ้าเป็นเสียงเพลงของชั้นล่ะก็.......!
ลอร์ร่า:ชั้น........อยากจะปกป้องความทรงจำนี้ไว้......ด้วยมือคู่นี้!!!!
เนกิ:แอ็คเซลซิงโคร........ยังไงครั้งนี้ชั้นต้องทำให้ได้!!!
ตอนต่อไปของ เนกิมะ!ดูเอลลิสต์ เจเนอร์เรชั่น ไดร ตอนที่14:บทสันนิบาตเทศกาล ตอนที่3 Wars
In Topic: Negima! Duelist Generation Drie
14 February 2012 - 09:25 PM
ทั้งสี่คนมาฟันรายระเอียดที่หน้าเวที โดยมีอาซากุระซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวต้นคิดขึ้นเป็นพิธีกรและโฆษกอีกตามระเบียบ ชั้นล่ะอยากจะถามจริงๆว่ารับจ๊อบแบบนี้ได้เท่าไหร่เนี่ยอาซากุระ
“สวัสดีคู่รักร้อนแรงทุกคู่ เรามาเริ่มแข่งแรลลี่คู่รักชิงสุดยอดรางวัลเลยดีกว่า!!”
“กฎก็ง่ายมาก แค่ให้ทั้งสองไปตามเส้นทางและเล่นเกมในแต่ละจุด แต่ถ้าแพ้แม้แต่เกมเดียวก็ตกรอบทันทีขอให้ระวังกันด้วย”
“คู่ไหนที่ชนะรวดไปจนครบทุกเกมและไปถึงเส้นชัยได้ จะได้รับรูปถ่ายในชุดแต่งงานซึ่งถ่ายโดยดิชั้น อาซากุระ คาสึมิที่บนเวทีนี้ติดมือไปเลยฟรีๆ!! แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแกะมือแยกออกจากกันเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเส้นชัย ถ้าให้ดีจับมือกับไว้ด้วยอีกชั้นจะดีกว่านะ”
“ในเมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว ยังจะสู้กันต่อรึเปล่าคู่รักทั้งหลาย!!”“โอ้!!!!” เสียงโห่ร้องดังไปทั่วโรงยิมจุดสตาร์ท คู่รักทุกคู่ส่งเสียงร้องเฮฮาด้วยความคึกคัก ส่วนคู่ของคิระ+เอวากับโทมะ+มิโคโตะกลับหน้าแดงเดินก้มหน้าไปที่เส้นสตาร์ทด้วยความอายในรางวัลยังกับนัดกันมา
“ทั้งนี้ทุกคนจะได้สร้อยเป็นเครื่องยืนยันตัวผู้ร่วมงานกันคนละคู่ คล้องคอให้ตอนนี้ได้เลยค่ะเกมจะเริ่มแล้ว อนึ่งว่าสร้อยนี้หลังจบเกมแล้วเราขอยกให้ใส่กลับไปเป็นแพร์ลุคเลยค่~า”
เมื่อได้รับสร้อยมาจากทีมงานแล้ว ทั้งสี่คนต่างสวมสร้อยเข้าที่คอของหนุ่ม/สาวที่ตนเองรักและไปยืนที่จุดสตาร์ท
“ถ้าพร้อมแล้วก็ เรดี๋.......โก!!”
ปุ้ง!!
พลุสัญญาณเริ่มเกมได้ดังขึ้นมาแล้ว เหล่าคู่รักทยอยกันวิ่งแจ้นไปตามหาจุดเล่นมินิเกม ซึ่งแค่บอกจุดไว้แต่ไม่ได้บอกระยะทาง อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นคู่รักคนนอกที่มาเที่ยวงานโรงเรียน คงจะหาทางลัดกันลำบากหน่อย
“โอเคมาถึงแล้ว!”แต่ไม่ใช่กับเอวาที่อยู่มาโฮระมา15ปีตอนถูกผนึกกับคิระที่เป็นนักเรียนที่นี่ได้2ปีแล้ว
“เอาล่ะค่ะมาถึงด่านแรก เป็นด่าน“เลิฟๆโซ้ยแหลก!!”โดยให้ทานราเมงชามใหญ่พิเศษให้หมดภายใน10นาที แต่มีข้อแม้ว่าต้องกินคนเดียวส่วนอีกคนป้อนนะคะ ฮุๆ เกมนี้สนับสนุนเมนู“เซไคจินมี่เม็ง”โดนร้านอาหารจีนเข้าเปาฉีค่า ท่านใดติดใจอยากทานอีกสามารถไปอุดหนุนที่ร้านนั้นเลยค่า” หลังจากโฆษณาสปอนเซอร์หลักแล้ว เหล่าคู่รักก็ทยอยเข้ามาและนั่งป้อนราเม็งกันอย่างดูเด็ดเผ็ดมัน คู่ของพวกคิระที่เพิ่งมาถึงสัมผัสความสุดยอดของแต่ละคู่ได้เลยทีเดียว
“เอาล่ะตรงนี้ชั้นจัดการเอง!เอวาป้อนทีนะ!จัดไวเลยนะ!”เมื่อสิ้นเสียงของคิระเอวาก็เริ่มคีบราเม็งเข้าปากคิระแบบเร็วรวดไม่มีเป่า ไม่ถึง3นาทีบะหมี่สุกก็กินหมดแล้วออกไป
“ขอโทษนะมิสะ......ชั้นไปรอก่อนล่ะ....คร่อก..”“เดี๋ยวสิอย่าทิ้งกันอย่างนี้สิ!”แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เข้าแข่งขันราเม็งติดคอจนต้องหามส่งห้องพยาบาล ฝ่ายชายไม่ทราบชื่อ แต่ฝ่ายหญิงผู้ผิดหวังกับการตกรอบคือ คาคิซากะ มิสะ เจ้าแม่เลี้ยงต้อยของเรานี่เอง
“ให้ตายเถอะเธอเอาราเม็งที่เพิ่งกินไปเก็บไว้กระเพาะไหนเนี่ย?”“เลิกบ่นแล้ววิ่งเข้าเถอะ ต่อให้ชั้นยังอิ่มอยู่ก็วิ่งไหวนะบอกไว้ก่อน!” ไม่ทันไรคู่โทมะ+มิโคโตะก็มาถึงเกมที่2 แต่เกมที่แล้วฝ่ายกินดันเป็นมิโคโตะเนี่ยสิ อยากจะถามเหมือนกันว่าเอาราเม็งชามโตไปเก็บไว้กระเพาะไหน
“ขณะนี้เกมได้ดำเนินมาครึ่งทางแล้ว ในด่านที่สองจะเป็นเกมไพ่สปีด โดยให้ทั้งสองคนช่วยกันเล่นไพ่แบบสปีดให้ชนะให้ได้เร็วที่สุดแล้วผ่านไปค่ะ แต่คู่แข่งเป็นสุดยอดหุ่นยนต์ “คาราคุริ ชาชามารุ”อันภาคภูมิใจของชมรมวิจัยหุ่นยนต์เนี่ยสิ จะผ่านไปได้หรือไม่ต้องคอยชม!!”
“ถ้าเป็นสปีดล่ะก็ป๋าจัดให้!!” ไม่ทัน1นาทีอาหารอุ่น โทมะก็อาศัยความเทพด้านการเล่นสปีดที่เอาชนะมิโคโตะได้อย่างง่ายดาย
เกมที่3 ปิงปองไฟต์เตอร์ ให้ดวลปิงปองแบบ2-2กับนักกีฬาปิงปองคู่ตัวแทนโรงเรียน มีหลายคู่มากที่ตกรอบในด่านนี้ แต่ในด่านนี้เช่นกันที่คู่คิระ+เอวาและโทมะ+มิโคโตะได้สร้างตำนาน “คู่หูยอดมนุษย์”โดยการชนะรวด11-0โดยอีกฝ่ายไม่ได้ทำแต้มเลย ทำเอานักกีฬาตัวแทนโรงเรียนหมดไฟเลยทีเดยว
“ยินดีต้องรับเข้าสู่เกม“ปริศนาลูกโป่งพาเพลิน” ก่อนอื่นเลยให้หาลูกโป่งที่มีคำว่า“ถูกรางวัล”แล้วทำให้แตก จะมีคำถามให้ตอบนะคะ ถ้ารู้กติกาแล้วก็ลุยกันโลด!!อนึ่งว่ามีกำหนดเวลาคู่ละ5นาทีเท่านั้นนะคะ”
“งั้นมาแข่งกันเลยดีกว่าว่าใครจะหาลูกโป่งถูกรางวัลเจอก่อน”“น่าสนุกนี่ คำท้ามีให้รับอยู่แล้ว!”คู่โทมะ+มิโคโตะที่มาถึงเริ่มคุ้ยหาลูกโป่งที่เป็นโจทย์เพื่อไปต่อ ทำให้มิโคโตะบีบมือโทมะแรงขึ้นจนโทมะรู้สึกอายกะทันหัน
“เจอแล้วๆ ต่อไปก็....!”เมื่อมิโคโตะเจอลูดโป่งปุ๊บก็เอามาคั่นกลางระหว่างทั้งคู่แล้วใช้ตัวทั้งคู่บีบลูกโป่งจนแตก
โป๊ะ!!
เวลาล่วงเลยผ่านไปถึงช่วงค่ำ เหล่าคู่รักทั้งหลายได้ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อภาพคู่ในชุดแต่งงาน แต่สุดท้ายก็มีแค่สองคู่ที่ไปถึงฝั่งฝันคือคู่คิระ+เอวากับคู่โทมะ+มิโคโตะที่เข้าเส้นชัยพร้อมกันเป๊ะจนต้องเพิ่มรางวัลเป็นสำหรับสองทีม แต่แบบนี้คงเป็นไปตามที่ทั้งสี่คนรวมทั้งอาซากุระหรือแม้แต่เนกิหวังไว้แหละนะ
“เอ้าๆขยับเข้ามาชิดๆกันหน่อย โอเค3 2 1 ชีส!”
แชะ!!ๆ
ฝีมือถ่ายรูปของอาซากุระยังเฉียบคมไม่เสื่อมคลาย ด้วยการกดชัตเตอร์แค่ครั้งเดียวแต่กลับถ่ายภาพออกมาได้สมบูรณ์แบบ ทั้งสองรูปถูกถ่ายออกมานั้นสมบูรณ์แบบจนเหมือนเป็นภาพถ่ายในงานแต่งจริงๆ
หลังจากที่ได้รูปกันแล้ว เหล่าคู่รักก็แยกย้ายกันไปชมขบวนพาเหรดกันเอง ทางด้านเนกิได้มาหาอาซากุระที่หลังเวทีเพื่อคุยอะไรบางอย่าง
“เป็นไงเนกิคุง ตรงตามแผนที่วางไว้เลยใช่มั้ย?”
“ครับ เป็นไปอย่างที่คิดไว้ทุกอย่างเลยครับ”เนกิพูดพลางหยิบกล้องวีดิโอออกมาเปิดวีดิโอที่ตัวเองแอบตามอัดทั้งวันมาดู ซึ่งภาพที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจด้วย
“แต่เรื่องนี้ก็คงต้องขอบคุณโคโนกะล่ะนะที่เป็นต้นคิดแผนนี้ขึ้นมานะ ไม่งั้นคงไม่ได้เห็นพวกนั้นได้โรแมนติกกันแบบนี้แน่ๆ”
“แต่ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเค้าเองนะครับ เพราะความรักนะ........มันเป็นเรื่องของคนสองคนนี่ครับ”
“ว่าแต่เนกิคุงเถอะ ตอนนี้ไม่ได้มองใครไว้ซักคนเลยเหรอ”อาซากุระถามเนกิด้วยหน้าทะเล้นๆสอดรู้สอดเห็นตามสไตล์เจ้าตัว แต่เนกิก็ตอบแบบคมๆกลับไปว่า“มันยังไม่ถึงเวลาของผมหรอกครับ”
ในวันเวลาเดียวกับที่เรื่องราวของคู่รักดำเนินไป ทางด้วนชมรมดูเอลที่จัดแข่งดูเอลประจำวัน โดยในวันแรกโคทาโร่ได้เป็นแชมป์ประจำวันไป แต่ในวันนี้โคทาโร่ติดธุระด่วนทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานได้ งานนี้เฟตเลยกินหมูชนะผ่านมาเรื่อยๆจนถึงรอบชิง
“เอาล่ะครับเรามาเริ่มกันเลยดีกว่ากับรอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์ประจำวันนี้ มุมแดง สมาชิกแห่งชมรมดูเอลอาคาเดเมียสาขามาโฮระแห่งนี้ เฟต อาเวลลังซ์!!”จูได้ที่นานๆทีจะมีบทบ้างก็ขึ้นมาเป็นพิธีกรด้วยตัวเองในฐานะผู้ดูแลสาขา
“ส่วนทางด้านมุมน้ำเงิน ดูเอลลิสต์ผู้เก่งกาจที่มาจากนอกเมือง ผู้ที่ประกาศไว้ว่าจะทำวันเทิร์นคิล(One Turn Kill)ให้ดูกันในทัวร์นาเม้นต์วันนี้แต่ยังไม่ได้เอาจริงเลย ชื่อของเค้าคือ.......ริบบ้อนส์ อัลมาร์ค!!”

{รูป = ริบบ้อนส์ อัลมาร์ค จาก โมบิลสูท กันดั้ม 00}
“ไม่อยากเชื่อเลยนะครับว่าจะต้องมาเจอพวกที่ประกาศอะไรพิลึกๆแบบนั้นเอาไว้แบบคุณในรอบสุดท้ายเนี่ย”เฟตเอามือเสยผมด้านหน้าขึ้นด้วยมือซ้ายด้วยความเซ็ง
“บางทีเรื่องที่ชั้นพูดอาจจะฟังดูไร้สาระนะ แต่ชั้นจะทำให้มันเป็นจริงเอง”ริบบ้อนส์ตอบกลับมาด้วยมาดสุขุมลุ่มลึก
“ถ้าเช่นนั้นก็....”
DUEL
Fate Averruncus [LP:8000]
VS
Ribbons Almark [LP:8000]
“เทิร์นของผม ดรอว์!” [LP:8000,Hand:6]
“ให้การ์ดเวทมนตรต่อเนื่อง วิหารแห่งผู้ล่วงลับ วัลฮาลลาทำงานจากบนมือ”

“จากนั้นก็ให้ผลพิเศษของวัลฮาลลาทำงาน!”
“จงมา!เทพีแห่งสงคราม อาเธน่า!!” {LV.7 ATK:2600}

“และเมื่อในสุสานไม่มีมอนส์เตอร์อยู่ สามารถเรียกการ์ดใบนี้ออกมาได้แบบพิเศษจากบนมือ”
“จงมา!ผู้พิทักษ์แห่งสายลม การ์เดี้ยน แอโทส!!”{LV.8 ATK:2500}

“และในจังหวะนี้ ผลพิเศษของอาเธน่าก็ทำงาน!”
“เมื่อมีมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาถูกเรียกออกมา จะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่าย600!”
“ทำได้ไม่เลวนี่นา”[LP:8000==>7400]
“จบเทิร์น!” [LP:8000,Hand:3]
“เทิร์นของชั้น”[LP:7400,Hand:6]
“ให้การ์ดเวทมนตร์ เดวิลแซงชัวรี่ที่อยู่บนมือ3ใบทำงาน เรียกเมทัลเดวิลโทเคนออกมาบนสนามแบบพิเศษ3ตัว”{LV.1 ATK:0 }x3


“และใช้โทเคนทั้งสามตัวรีลีสเพื่อเรียกแบบแอดวานซ์”
“จงมา!ราชันย์แห่งความพินาศ เซ็คเส็คซ์!” {LV.10 ATK:3000}

“จากนั้นติดตั้งธนูดาวตก-ชีลให้กับเซ็คเส็คซ์”{ATK:3000==>2000}

“ติดตั้งการ์ดสวมใส่เพื่อลดพลังโจมตี!?”
“แล้วก็ด้วยผลของธนูดาวตก ทำให้เซ็คเส็คซ์สามารถโจมตีโดยตรงได้ และเมื่อเซ็คเส็คซ์สร้างความเสียหายจากการโจมตีโดยตรงสำเร็จ ชั้นก็จะชนะการดูเอลทันที”
“ว่าไงนะ!?”
“สวัสดีคู่รักร้อนแรงทุกคู่ เรามาเริ่มแข่งแรลลี่คู่รักชิงสุดยอดรางวัลเลยดีกว่า!!”
“กฎก็ง่ายมาก แค่ให้ทั้งสองไปตามเส้นทางและเล่นเกมในแต่ละจุด แต่ถ้าแพ้แม้แต่เกมเดียวก็ตกรอบทันทีขอให้ระวังกันด้วย”
“คู่ไหนที่ชนะรวดไปจนครบทุกเกมและไปถึงเส้นชัยได้ จะได้รับรูปถ่ายในชุดแต่งงานซึ่งถ่ายโดยดิชั้น อาซากุระ คาสึมิที่บนเวทีนี้ติดมือไปเลยฟรีๆ!! แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแกะมือแยกออกจากกันเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเส้นชัย ถ้าให้ดีจับมือกับไว้ด้วยอีกชั้นจะดีกว่านะ”
“ในเมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว ยังจะสู้กันต่อรึเปล่าคู่รักทั้งหลาย!!”“โอ้!!!!” เสียงโห่ร้องดังไปทั่วโรงยิมจุดสตาร์ท คู่รักทุกคู่ส่งเสียงร้องเฮฮาด้วยความคึกคัก ส่วนคู่ของคิระ+เอวากับโทมะ+มิโคโตะกลับหน้าแดงเดินก้มหน้าไปที่เส้นสตาร์ทด้วยความอายในรางวัลยังกับนัดกันมา
“ทั้งนี้ทุกคนจะได้สร้อยเป็นเครื่องยืนยันตัวผู้ร่วมงานกันคนละคู่ คล้องคอให้ตอนนี้ได้เลยค่ะเกมจะเริ่มแล้ว อนึ่งว่าสร้อยนี้หลังจบเกมแล้วเราขอยกให้ใส่กลับไปเป็นแพร์ลุคเลยค่~า”
เมื่อได้รับสร้อยมาจากทีมงานแล้ว ทั้งสี่คนต่างสวมสร้อยเข้าที่คอของหนุ่ม/สาวที่ตนเองรักและไปยืนที่จุดสตาร์ท
“ถ้าพร้อมแล้วก็ เรดี๋.......โก!!”
ปุ้ง!!
พลุสัญญาณเริ่มเกมได้ดังขึ้นมาแล้ว เหล่าคู่รักทยอยกันวิ่งแจ้นไปตามหาจุดเล่นมินิเกม ซึ่งแค่บอกจุดไว้แต่ไม่ได้บอกระยะทาง อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นคู่รักคนนอกที่มาเที่ยวงานโรงเรียน คงจะหาทางลัดกันลำบากหน่อย
“โอเคมาถึงแล้ว!”แต่ไม่ใช่กับเอวาที่อยู่มาโฮระมา15ปีตอนถูกผนึกกับคิระที่เป็นนักเรียนที่นี่ได้2ปีแล้ว
“เอาล่ะค่ะมาถึงด่านแรก เป็นด่าน“เลิฟๆโซ้ยแหลก!!”โดยให้ทานราเมงชามใหญ่พิเศษให้หมดภายใน10นาที แต่มีข้อแม้ว่าต้องกินคนเดียวส่วนอีกคนป้อนนะคะ ฮุๆ เกมนี้สนับสนุนเมนู“เซไคจินมี่เม็ง”โดนร้านอาหารจีนเข้าเปาฉีค่า ท่านใดติดใจอยากทานอีกสามารถไปอุดหนุนที่ร้านนั้นเลยค่า” หลังจากโฆษณาสปอนเซอร์หลักแล้ว เหล่าคู่รักก็ทยอยเข้ามาและนั่งป้อนราเม็งกันอย่างดูเด็ดเผ็ดมัน คู่ของพวกคิระที่เพิ่งมาถึงสัมผัสความสุดยอดของแต่ละคู่ได้เลยทีเดียว
“เอาล่ะตรงนี้ชั้นจัดการเอง!เอวาป้อนทีนะ!จัดไวเลยนะ!”เมื่อสิ้นเสียงของคิระเอวาก็เริ่มคีบราเม็งเข้าปากคิระแบบเร็วรวดไม่มีเป่า ไม่ถึง3นาทีบะหมี่สุกก็กินหมดแล้วออกไป
“ขอโทษนะมิสะ......ชั้นไปรอก่อนล่ะ....คร่อก..”“เดี๋ยวสิอย่าทิ้งกันอย่างนี้สิ!”แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เข้าแข่งขันราเม็งติดคอจนต้องหามส่งห้องพยาบาล ฝ่ายชายไม่ทราบชื่อ แต่ฝ่ายหญิงผู้ผิดหวังกับการตกรอบคือ คาคิซากะ มิสะ เจ้าแม่เลี้ยงต้อยของเรานี่เอง
“ให้ตายเถอะเธอเอาราเม็งที่เพิ่งกินไปเก็บไว้กระเพาะไหนเนี่ย?”“เลิกบ่นแล้ววิ่งเข้าเถอะ ต่อให้ชั้นยังอิ่มอยู่ก็วิ่งไหวนะบอกไว้ก่อน!” ไม่ทันไรคู่โทมะ+มิโคโตะก็มาถึงเกมที่2 แต่เกมที่แล้วฝ่ายกินดันเป็นมิโคโตะเนี่ยสิ อยากจะถามเหมือนกันว่าเอาราเม็งชามโตไปเก็บไว้กระเพาะไหน
“ขณะนี้เกมได้ดำเนินมาครึ่งทางแล้ว ในด่านที่สองจะเป็นเกมไพ่สปีด โดยให้ทั้งสองคนช่วยกันเล่นไพ่แบบสปีดให้ชนะให้ได้เร็วที่สุดแล้วผ่านไปค่ะ แต่คู่แข่งเป็นสุดยอดหุ่นยนต์ “คาราคุริ ชาชามารุ”อันภาคภูมิใจของชมรมวิจัยหุ่นยนต์เนี่ยสิ จะผ่านไปได้หรือไม่ต้องคอยชม!!”
“ถ้าเป็นสปีดล่ะก็ป๋าจัดให้!!” ไม่ทัน1นาทีอาหารอุ่น โทมะก็อาศัยความเทพด้านการเล่นสปีดที่เอาชนะมิโคโตะได้อย่างง่ายดาย
เกมที่3 ปิงปองไฟต์เตอร์ ให้ดวลปิงปองแบบ2-2กับนักกีฬาปิงปองคู่ตัวแทนโรงเรียน มีหลายคู่มากที่ตกรอบในด่านนี้ แต่ในด่านนี้เช่นกันที่คู่คิระ+เอวาและโทมะ+มิโคโตะได้สร้างตำนาน “คู่หูยอดมนุษย์”โดยการชนะรวด11-0โดยอีกฝ่ายไม่ได้ทำแต้มเลย ทำเอานักกีฬาตัวแทนโรงเรียนหมดไฟเลยทีเดยว
“ยินดีต้องรับเข้าสู่เกม“ปริศนาลูกโป่งพาเพลิน” ก่อนอื่นเลยให้หาลูกโป่งที่มีคำว่า“ถูกรางวัล”แล้วทำให้แตก จะมีคำถามให้ตอบนะคะ ถ้ารู้กติกาแล้วก็ลุยกันโลด!!อนึ่งว่ามีกำหนดเวลาคู่ละ5นาทีเท่านั้นนะคะ”
“งั้นมาแข่งกันเลยดีกว่าว่าใครจะหาลูกโป่งถูกรางวัลเจอก่อน”“น่าสนุกนี่ คำท้ามีให้รับอยู่แล้ว!”คู่โทมะ+มิโคโตะที่มาถึงเริ่มคุ้ยหาลูกโป่งที่เป็นโจทย์เพื่อไปต่อ ทำให้มิโคโตะบีบมือโทมะแรงขึ้นจนโทมะรู้สึกอายกะทันหัน
“เจอแล้วๆ ต่อไปก็....!”เมื่อมิโคโตะเจอลูดโป่งปุ๊บก็เอามาคั่นกลางระหว่างทั้งคู่แล้วใช้ตัวทั้งคู่บีบลูกโป่งจนแตก
โป๊ะ!!
เวลาล่วงเลยผ่านไปถึงช่วงค่ำ เหล่าคู่รักทั้งหลายได้ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเพื่อภาพคู่ในชุดแต่งงาน แต่สุดท้ายก็มีแค่สองคู่ที่ไปถึงฝั่งฝันคือคู่คิระ+เอวากับคู่โทมะ+มิโคโตะที่เข้าเส้นชัยพร้อมกันเป๊ะจนต้องเพิ่มรางวัลเป็นสำหรับสองทีม แต่แบบนี้คงเป็นไปตามที่ทั้งสี่คนรวมทั้งอาซากุระหรือแม้แต่เนกิหวังไว้แหละนะ
“เอ้าๆขยับเข้ามาชิดๆกันหน่อย โอเค3 2 1 ชีส!”
แชะ!!ๆ
ฝีมือถ่ายรูปของอาซากุระยังเฉียบคมไม่เสื่อมคลาย ด้วยการกดชัตเตอร์แค่ครั้งเดียวแต่กลับถ่ายภาพออกมาได้สมบูรณ์แบบ ทั้งสองรูปถูกถ่ายออกมานั้นสมบูรณ์แบบจนเหมือนเป็นภาพถ่ายในงานแต่งจริงๆ
หลังจากที่ได้รูปกันแล้ว เหล่าคู่รักก็แยกย้ายกันไปชมขบวนพาเหรดกันเอง ทางด้านเนกิได้มาหาอาซากุระที่หลังเวทีเพื่อคุยอะไรบางอย่าง
“เป็นไงเนกิคุง ตรงตามแผนที่วางไว้เลยใช่มั้ย?”
“ครับ เป็นไปอย่างที่คิดไว้ทุกอย่างเลยครับ”เนกิพูดพลางหยิบกล้องวีดิโอออกมาเปิดวีดิโอที่ตัวเองแอบตามอัดทั้งวันมาดู ซึ่งภาพที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจด้วย
“แต่เรื่องนี้ก็คงต้องขอบคุณโคโนกะล่ะนะที่เป็นต้นคิดแผนนี้ขึ้นมานะ ไม่งั้นคงไม่ได้เห็นพวกนั้นได้โรแมนติกกันแบบนี้แน่ๆ”
“แต่ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเค้าเองนะครับ เพราะความรักนะ........มันเป็นเรื่องของคนสองคนนี่ครับ”
“ว่าแต่เนกิคุงเถอะ ตอนนี้ไม่ได้มองใครไว้ซักคนเลยเหรอ”อาซากุระถามเนกิด้วยหน้าทะเล้นๆสอดรู้สอดเห็นตามสไตล์เจ้าตัว แต่เนกิก็ตอบแบบคมๆกลับไปว่า“มันยังไม่ถึงเวลาของผมหรอกครับ”
ในวันเวลาเดียวกับที่เรื่องราวของคู่รักดำเนินไป ทางด้วนชมรมดูเอลที่จัดแข่งดูเอลประจำวัน โดยในวันแรกโคทาโร่ได้เป็นแชมป์ประจำวันไป แต่ในวันนี้โคทาโร่ติดธุระด่วนทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานได้ งานนี้เฟตเลยกินหมูชนะผ่านมาเรื่อยๆจนถึงรอบชิง
“เอาล่ะครับเรามาเริ่มกันเลยดีกว่ากับรอบสุดท้ายของทัวร์นาเม้นต์ประจำวันนี้ มุมแดง สมาชิกแห่งชมรมดูเอลอาคาเดเมียสาขามาโฮระแห่งนี้ เฟต อาเวลลังซ์!!”จูได้ที่นานๆทีจะมีบทบ้างก็ขึ้นมาเป็นพิธีกรด้วยตัวเองในฐานะผู้ดูแลสาขา
“ส่วนทางด้านมุมน้ำเงิน ดูเอลลิสต์ผู้เก่งกาจที่มาจากนอกเมือง ผู้ที่ประกาศไว้ว่าจะทำวันเทิร์นคิล(One Turn Kill)ให้ดูกันในทัวร์นาเม้นต์วันนี้แต่ยังไม่ได้เอาจริงเลย ชื่อของเค้าคือ.......ริบบ้อนส์ อัลมาร์ค!!”

{รูป = ริบบ้อนส์ อัลมาร์ค จาก โมบิลสูท กันดั้ม 00}
“ไม่อยากเชื่อเลยนะครับว่าจะต้องมาเจอพวกที่ประกาศอะไรพิลึกๆแบบนั้นเอาไว้แบบคุณในรอบสุดท้ายเนี่ย”เฟตเอามือเสยผมด้านหน้าขึ้นด้วยมือซ้ายด้วยความเซ็ง
“บางทีเรื่องที่ชั้นพูดอาจจะฟังดูไร้สาระนะ แต่ชั้นจะทำให้มันเป็นจริงเอง”ริบบ้อนส์ตอบกลับมาด้วยมาดสุขุมลุ่มลึก
“ถ้าเช่นนั้นก็....”
DUEL
Fate Averruncus [LP:8000]
VS
Ribbons Almark [LP:8000]
“เทิร์นของผม ดรอว์!” [LP:8000,Hand:6]
“ให้การ์ดเวทมนตรต่อเนื่อง วิหารแห่งผู้ล่วงลับ วัลฮาลลาทำงานจากบนมือ”

“จากนั้นก็ให้ผลพิเศษของวัลฮาลลาทำงาน!”
Quote
วิหารแห่งผู้ล่วงลับ วัลฮาลลา (การ์ดเวทมนตร์ต่อเนื่อง)
เทิร์นละครั้ง,เมื่อบนสนามไม่มีมอนส์เตอร์อยู่ สามารถเรียกมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาออกมาจากบนมือได้แบบพิเศษ
เทิร์นละครั้ง,เมื่อบนสนามไม่มีมอนส์เตอร์อยู่ สามารถเรียกมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาออกมาจากบนมือได้แบบพิเศษ
“จงมา!เทพีแห่งสงคราม อาเธน่า!!” {LV.7 ATK:2600}

“และเมื่อในสุสานไม่มีมอนส์เตอร์อยู่ สามารถเรียกการ์ดใบนี้ออกมาได้แบบพิเศษจากบนมือ”
“จงมา!ผู้พิทักษ์แห่งสายลม การ์เดี้ยน แอโทส!!”{LV.8 ATK:2500}

“และในจังหวะนี้ ผลพิเศษของอาเธน่าก็ทำงาน!”
Quote
อาเธน่า ธาตุแสงสว่าง เผ่านเทวดา LV.7 ATK:2500 DEF:800
เมื่อมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาถูกเรียกลงมาบนสนาม จะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่าย600
ในเทิร์นละครั้ง,สามารถส่งมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาตัวอื่นบนสนามลงสุสานเพื่อเรียกมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาตัวอื่นที่อยู่ในสุสานขึ้นมาบนสนามได้แบบพิเศษ
เมื่อมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาถูกเรียกลงมาบนสนาม จะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่าย600
ในเทิร์นละครั้ง,สามารถส่งมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาตัวอื่นบนสนามลงสุสานเพื่อเรียกมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาตัวอื่นที่อยู่ในสุสานขึ้นมาบนสนามได้แบบพิเศษ
“เมื่อมีมอนส์เตอร์เผ่าเทวดาถูกเรียกออกมา จะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่าย600!”
“ทำได้ไม่เลวนี่นา”[LP:8000==>7400]
“จบเทิร์น!” [LP:8000,Hand:3]
“เทิร์นของชั้น”[LP:7400,Hand:6]
“ให้การ์ดเวทมนตร์ เดวิลแซงชัวรี่ที่อยู่บนมือ3ใบทำงาน เรียกเมทัลเดวิลโทเคนออกมาบนสนามแบบพิเศษ3ตัว”{LV.1 ATK:0 }x3

Quote
เดวิล แซงชัวรี่ (การ์ดเวทมนตร์)
เรียก“เมทัลเดวิลโทเคน”(เผ่าปิศาจ/ธาตุความมืด/LV.1/ATK:0/DEF:0) โทเคนนี้ไม่สามารถโจมตีได้ เหมือนโทเคนนี้ทำการต่อสู้ อีกฝ่ายจะเป็นผู้รับความเสียหายทั้งหมด
เพื่อรักษาเดวิลเมทัลโทเคนไว้ ต้องจ่ายLPเทิร์นละ1000ทุกๆสแตนบายเฟสหรือทำลายโทเคนทิ้งซะ
เรียก“เมทัลเดวิลโทเคน”(เผ่าปิศาจ/ธาตุความมืด/LV.1/ATK:0/DEF:0) โทเคนนี้ไม่สามารถโจมตีได้ เหมือนโทเคนนี้ทำการต่อสู้ อีกฝ่ายจะเป็นผู้รับความเสียหายทั้งหมด
เพื่อรักษาเดวิลเมทัลโทเคนไว้ ต้องจ่ายLPเทิร์นละ1000ทุกๆสแตนบายเฟสหรือทำลายโทเคนทิ้งซะ

“และใช้โทเคนทั้งสามตัวรีลีสเพื่อเรียกแบบแอดวานซ์”
“จงมา!ราชันย์แห่งความพินาศ เซ็คเส็คซ์!” {LV.10 ATK:3000}

“จากนั้นติดตั้งธนูดาวตก-ชีลให้กับเซ็คเส็คซ์”{ATK:3000==>2000}

“ติดตั้งการ์ดสวมใส่เพื่อลดพลังโจมตี!?”
“แล้วก็ด้วยผลของธนูดาวตก ทำให้เซ็คเส็คซ์สามารถโจมตีโดยตรงได้ และเมื่อเซ็คเส็คซ์สร้างความเสียหายจากการโจมตีโดยตรงสำเร็จ ชั้นก็จะชนะการดูเอลทันที”
“ว่าไงนะ!?”
Quote
ธนูดาวตก-ชิล (การ์ดเวทมนตร์สวมใส่)
ลดพลังโจมตีของมอนส์เตอร์ที่สวมใส่ลง100เพื่อให้สามารถโจมตีโดยตรงได้
ลดพลังโจมตีของมอนส์เตอร์ที่สวมใส่ลง100เพื่อให้สามารถโจมตีโดยตรงได้
- Negima!th ~ Magicus ~
- → Viewing Profile: -?ตื๊ดตื๊ด\`(Y).
- กฎเว็บบอร์ดเนกิมะ!th





Find content
Display name history